เมื่อก่อน ผมจบที่ สถาบันแห่งนึง เมื่อปี 55. จบไปขึ้นมหาลัย ได้ปีกว่า. ผมก็ต้องหยุดเรียน เพราะยายผมอาการโคม่า ขึ้นห้อง icu. นานเกือบ 3 เดือน ผมเห็นพ่อแม่ เหนื่อยมาก เงินก็ไม่มีใช้ ผมเลยแอบที่จะหางานทำโดยไปเปนเด็กเสริฟร้านอาหาร ตอนเลิกเรียน ณ ร้านแห่งหนึ่ง มันก็ได้แค่ วันละ 100กว่าบาท ซึ่งมันไม่พอที่จะช่วยครอบครัวได้เลย ผมเลยตัดสินใจ หนีขึ้นไปทำงานที่ลำพูน โดยไม่บอกพ่อแม่เลย เพระคำว่ารักและห่วง ผมจะทุกข์ยังไงก็ได้ แต่ขออย่างเดียวอยากให้พ่อแม่สบาย ไม่อยากให้พ่อแม่ต้องมาเหนื่อยเพราะผมอีก ไหนน้องผมก็จะต้องสอบเรียนต่อ ค่าใช้จ่ายก็สูง ผมเลยตัดสินใจทำงานนิคมลำพูน ได้ทำฝ่ายผลิตบริษัทแห่งนึง ถามว่าเหนื่อยมั้ย. เหนื่อยมากครับ แต่ทำไงได้ละ เราเกิดมาภูมิฐานเราไม่เหมือนคนอื่น เกิดมาที่ครอบครัวไม่ค่อยมี
ผมได้ทำงานที่นี่ สัก 2 3 เดือน. เปนที่รักและชอบจากพี่ๆ ที่ทำงาน เพราะผมพูดเก่ง คุยสนุก คุยเก่ง และผมเปนคนตั้งใจทำงาน หัวหน้าฝ่ายเลยเลื่อนให้ผม ได้เปนหัวหน้างานฝ่าย ซึ่งแน่นอนครับ เป็นเรื่องที่ไม่พอใจสำหรับคนที่อยู่นานกว่าผม มีวันหนึ่งผมเลิกงานก็ประมาณ 5 โมง ขับรถมอไซค์จะกลับหอพัก ก็มีรถพี่ๆ ที่ทำงาน เขาขับตามมาสัก 3 4 คัน และบอกให้ผมจอดรถ จากนั้นผมก็โดนด่าว่า เก่งนักเหรอ เก๋าเหรอ ผมก็พูดได้แค่ว่า ถ้าผททำอะไรให้พวกพี่โกรธหรือไม่พอใจ ผมขอโทษครับ. พูดไปด้วย ผมโดนพวกพี่เค้ารุมกระทึบไปด้วย ดีที่มีพี่ผู้หญิงเข้ามาห้าม และช่วยผมได้. พวกพี่เค้าเล่นซะน่วมเลย พี่เค้าพาผมมาพัก และพากลับหอ สักดึกๆ. แม่วิดีโอคอลมา ผมนี่ไม่รุจะทำไงเลย กลัวแม่รู้ว่าผม โดนรุมกระทึบ พอเปิดคุยกัน แม่ก็ถามว่าโดนอะไรมา ผมเลยบอกแม่ว่า รถล้ม แต่ก็ไม่ได้เปนไร ไปหาหมอละครับ ผมพูดไปด้วยน้ำตาไหล ร้องไห้ไปเ้วย ผมดูอ่อนแอมากเลยตอนนี้ อยากกอดพ่อแม่เหลือเกิน คุยเสร็จ ผมก็เข้านอนพร้อมที่จะทำงานของวันต่อไป รุ่งเช้าผมก็ไปทำงานปกติ เวลาประมาณสัก 10โมง หัวหน้าเรียกผมเข้าพบ และเรียก กลุ่มที่มีเรื่องเข้าประชุม เราและเขา ก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง ผมโดนซะ แผลเต็มไปหมด แต่อีกฝ่ายไม่มีแผลเลย พอหัวหน้าทุกฝ่ายตัดสิน ไล่พวกพี่เค้าออกจากงาน แต่ไม่ไล่ผมออก เพราะผมไม่ผิด ผมนั่งคิดไป ผมเลยขอลาออกด้วยครับ ถ้าไมออกด้วย เรื่องคงไม่จบ ผมทำงานยุ พี่เค้าคงหาเรื่องผมไม่หยุดไม่หย่อน ออกกันทั้งหมด แล้วต่างคนต่างอยู่ จะได้ไม่มีเรื่องกันอีก พอผมออกจากงาน เรื่องก็จบ ไม่เกิดเรื่องอีก ผมก็พยายามที่จะไปสมัครงานหางานทำที่อื่น แต่ก็ไม่มีใครรับทำงานเลย เพราะตอนนั้นผม อายุ 19 20 ยังไม่ได้เกณฑ์ทหาร ผมยังจำได้ยุเลยครับว่า ผมไม่ได้ทำงานมาเกือบเดือน เงินที่มีก็แทบจะหมด จนวันนึงเหลือ เงินยุ 6 7 บาท จะซื้ออะไรก็ไม่ได้ หิวมากครับ. หิวสุดๆ. ผมคิดอย่างเดียว ต้องยืนยุให้ได้ต้องสู้ให้ได้ เงินซื้อน้ำกินผมแทบไม่มี รู้มั้ย ผมไม่มีไรกิน. ผมกินน้ำก๊อก อ่างล้างหน้าประทังชีวิตไปเอา. ผมคิดอย่างเดียวสู้ให้ได้ ถึงจะไม่มีเงินสักบาท ก็ต้องหาเงินส่งไปให้แม่ ไม่ใช่เราจะต้องให้พ่อแม่ส่งเงินมาให้เราใช้อีก ผมจำได้นะ ว่าผมท้อ ผมจะชอบร้องเพลงนี้.แล้วร้องไห้คนเดียวไปด้วย. 🎶🎶เหนื่อยเพียงไหน หัวใจไม่เคยท้อ แพ้ก็ไปต่อให้ถึงฝั่งฝัน จะทำให้พ่อภูมิใจ จะทำให้แม่ตื้นตัน 🎶🎶🎶 อะไรต่อนี่แหละครับ
#เดียวผมมาเล่าต่อนะครับผม
เพราะ เห็นพ่อแม่เหนื่อยไม่ได้ จึงหนีออกมาทำงานช่วย
ผมได้ทำงานที่นี่ สัก 2 3 เดือน. เปนที่รักและชอบจากพี่ๆ ที่ทำงาน เพราะผมพูดเก่ง คุยสนุก คุยเก่ง และผมเปนคนตั้งใจทำงาน หัวหน้าฝ่ายเลยเลื่อนให้ผม ได้เปนหัวหน้างานฝ่าย ซึ่งแน่นอนครับ เป็นเรื่องที่ไม่พอใจสำหรับคนที่อยู่นานกว่าผม มีวันหนึ่งผมเลิกงานก็ประมาณ 5 โมง ขับรถมอไซค์จะกลับหอพัก ก็มีรถพี่ๆ ที่ทำงาน เขาขับตามมาสัก 3 4 คัน และบอกให้ผมจอดรถ จากนั้นผมก็โดนด่าว่า เก่งนักเหรอ เก๋าเหรอ ผมก็พูดได้แค่ว่า ถ้าผททำอะไรให้พวกพี่โกรธหรือไม่พอใจ ผมขอโทษครับ. พูดไปด้วย ผมโดนพวกพี่เค้ารุมกระทึบไปด้วย ดีที่มีพี่ผู้หญิงเข้ามาห้าม และช่วยผมได้. พวกพี่เค้าเล่นซะน่วมเลย พี่เค้าพาผมมาพัก และพากลับหอ สักดึกๆ. แม่วิดีโอคอลมา ผมนี่ไม่รุจะทำไงเลย กลัวแม่รู้ว่าผม โดนรุมกระทึบ พอเปิดคุยกัน แม่ก็ถามว่าโดนอะไรมา ผมเลยบอกแม่ว่า รถล้ม แต่ก็ไม่ได้เปนไร ไปหาหมอละครับ ผมพูดไปด้วยน้ำตาไหล ร้องไห้ไปเ้วย ผมดูอ่อนแอมากเลยตอนนี้ อยากกอดพ่อแม่เหลือเกิน คุยเสร็จ ผมก็เข้านอนพร้อมที่จะทำงานของวันต่อไป รุ่งเช้าผมก็ไปทำงานปกติ เวลาประมาณสัก 10โมง หัวหน้าเรียกผมเข้าพบ และเรียก กลุ่มที่มีเรื่องเข้าประชุม เราและเขา ก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง ผมโดนซะ แผลเต็มไปหมด แต่อีกฝ่ายไม่มีแผลเลย พอหัวหน้าทุกฝ่ายตัดสิน ไล่พวกพี่เค้าออกจากงาน แต่ไม่ไล่ผมออก เพราะผมไม่ผิด ผมนั่งคิดไป ผมเลยขอลาออกด้วยครับ ถ้าไมออกด้วย เรื่องคงไม่จบ ผมทำงานยุ พี่เค้าคงหาเรื่องผมไม่หยุดไม่หย่อน ออกกันทั้งหมด แล้วต่างคนต่างอยู่ จะได้ไม่มีเรื่องกันอีก พอผมออกจากงาน เรื่องก็จบ ไม่เกิดเรื่องอีก ผมก็พยายามที่จะไปสมัครงานหางานทำที่อื่น แต่ก็ไม่มีใครรับทำงานเลย เพราะตอนนั้นผม อายุ 19 20 ยังไม่ได้เกณฑ์ทหาร ผมยังจำได้ยุเลยครับว่า ผมไม่ได้ทำงานมาเกือบเดือน เงินที่มีก็แทบจะหมด จนวันนึงเหลือ เงินยุ 6 7 บาท จะซื้ออะไรก็ไม่ได้ หิวมากครับ. หิวสุดๆ. ผมคิดอย่างเดียว ต้องยืนยุให้ได้ต้องสู้ให้ได้ เงินซื้อน้ำกินผมแทบไม่มี รู้มั้ย ผมไม่มีไรกิน. ผมกินน้ำก๊อก อ่างล้างหน้าประทังชีวิตไปเอา. ผมคิดอย่างเดียวสู้ให้ได้ ถึงจะไม่มีเงินสักบาท ก็ต้องหาเงินส่งไปให้แม่ ไม่ใช่เราจะต้องให้พ่อแม่ส่งเงินมาให้เราใช้อีก ผมจำได้นะ ว่าผมท้อ ผมจะชอบร้องเพลงนี้.แล้วร้องไห้คนเดียวไปด้วย. 🎶🎶เหนื่อยเพียงไหน หัวใจไม่เคยท้อ แพ้ก็ไปต่อให้ถึงฝั่งฝัน จะทำให้พ่อภูมิใจ จะทำให้แม่ตื้นตัน 🎶🎶🎶 อะไรต่อนี่แหละครับ
#เดียวผมมาเล่าต่อนะครับผม