พอมาอ่านกระทู้นี้
https://pantip.com/topic/36356928
ทุกวันนี้ เรามีความอยากต่างๆมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ด้วยสื่อโซเชี่ยลที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น
ใครๆก็ต้องการ ที่อยู่อาศัยดีๆ ครอบครัวอบอุ่นดีๆ เข้าถึงการรักษาพยาบาลดีๆ
เราทุกคนยุคใหมต่างเริ่มตระหนักถึงวัยเกษียณของเราว่าเราจะมีเงินเหลือใช้ไหม มีคุณภาพชีวิที่ดีไหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์เงินเดือน
ทุกวันนี้ รู้สึกสังคมต่างก็มีความอยากต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งนั้น จึงทำให้เกิดการแข่งขันกันทำงาน ราคาอสังหาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในเมือง
ลำพังเงินเดือนบางคนอาจจะพอแค่ผ่อนคอนโดห้องเล็กๆ สิบปี ยี่สิบปี เท่านั้น การค้าขายดูลำบากขึ้นเมื่อรายใหญ่ที่มีเงินทุนหนาลงมาเล่นเอง
หากเราลดความอยากเราลงบ้าง ตามกำลังที่มีอาจจะทุกข์น้อยลง นี้คือโลกทุนนิยมหรือ !
แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า เราจะเห็นความแตกต่าง การแข่งขันที่สูงขึ้นทุกทีนั่น เราทุกคนยังมีสิทธิเท่าเทียมการเข้าถึงโอกาสนั้นคือ ตลาดทุน นั้นเอง
ทุกคนสามารถกอบโกยเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้ ตรงนี้ผมว่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่เก่ง สู้เขาคนอื่นไม่ได้ ไม่มีโอกาสก็ยังพอเห็นทางอยู่ ผมยังคิดอยู่ว่าถ้าโลกเราไม่มีตลาดหุ้นนี้จะเป็นอย่างไร สังคมบางคนคงจะหาที่เพิ่งยาก
แต่ แต่ แต่ ตลาดหุ้นทุกวันนี้ไม่หมูเหมิอนแต่ก่อน รูปแบบการเล่นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่ฃที่คิดว่าเป็นสวรรค์อาจเป็นนรกได้ ทฤษฏีพาเลโตยังพิสูจน์ได้มาตลอดคยที่เข้ามานั้ว่า 20% เท่านั้นที่ได้กำไรอีก 80 % คือขาดทุน เมื่อตลาดหุ้นเป็นเรื่องของศาสตร์และศิลป์นั้นและกลุ่มความคิดคนส่วนน้อยที่ได้กำไรนั้น จึงเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา ผมขอยกตัวอย่างเช่น ในอดีตคนไม่เล่น vi แต่เล่นเก็งกำไรราคาดังนั้น vi จริงชนะเพราะคือคนส่วนน้อยที่เล่น แต่ถ้ามองกลับกันล่ะถ้าคนส่วนใหญ่เล่น vi เงินมันจะไปทางไหน คุณอาจเห็นหุ้นดีๆแต่ PE สูงปรี๊ด ขึ้นรอบเดียวและราคาไม่ค่อยขยับมาเป็น ปี สองปี จนสุดท้ายพื้นฐานธุรกิจเปลี่ยน ราคาตกลง ทำให้ขาดทุนได้ นี้หล่ะโลกความเป็นจริง
ความแตกต่างทางชนชั้นในยุคทุนนิยมเหมือนจะห่างเรื่อยๆตามกิเลสมนุษย์ แต่เราๆนักเล่นหุ้นยังโชคดีอยู่บ้าง
ทุกวันนี้ เรามีความอยากต่างๆมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ด้วยสื่อโซเชี่ยลที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น
ใครๆก็ต้องการ ที่อยู่อาศัยดีๆ ครอบครัวอบอุ่นดีๆ เข้าถึงการรักษาพยาบาลดีๆ
เราทุกคนยุคใหมต่างเริ่มตระหนักถึงวัยเกษียณของเราว่าเราจะมีเงินเหลือใช้ไหม มีคุณภาพชีวิที่ดีไหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์เงินเดือน
ทุกวันนี้ รู้สึกสังคมต่างก็มีความอยากต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งนั้น จึงทำให้เกิดการแข่งขันกันทำงาน ราคาอสังหาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในเมือง
ลำพังเงินเดือนบางคนอาจจะพอแค่ผ่อนคอนโดห้องเล็กๆ สิบปี ยี่สิบปี เท่านั้น การค้าขายดูลำบากขึ้นเมื่อรายใหญ่ที่มีเงินทุนหนาลงมาเล่นเอง
หากเราลดความอยากเราลงบ้าง ตามกำลังที่มีอาจจะทุกข์น้อยลง นี้คือโลกทุนนิยมหรือ !
แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า เราจะเห็นความแตกต่าง การแข่งขันที่สูงขึ้นทุกทีนั่น เราทุกคนยังมีสิทธิเท่าเทียมการเข้าถึงโอกาสนั้นคือ ตลาดทุน นั้นเอง
ทุกคนสามารถกอบโกยเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้ ตรงนี้ผมว่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่เก่ง สู้เขาคนอื่นไม่ได้ ไม่มีโอกาสก็ยังพอเห็นทางอยู่ ผมยังคิดอยู่ว่าถ้าโลกเราไม่มีตลาดหุ้นนี้จะเป็นอย่างไร สังคมบางคนคงจะหาที่เพิ่งยาก
แต่ แต่ แต่ ตลาดหุ้นทุกวันนี้ไม่หมูเหมิอนแต่ก่อน รูปแบบการเล่นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่ฃที่คิดว่าเป็นสวรรค์อาจเป็นนรกได้ ทฤษฏีพาเลโตยังพิสูจน์ได้มาตลอดคยที่เข้ามานั้ว่า 20% เท่านั้นที่ได้กำไรอีก 80 % คือขาดทุน เมื่อตลาดหุ้นเป็นเรื่องของศาสตร์และศิลป์นั้นและกลุ่มความคิดคนส่วนน้อยที่ได้กำไรนั้น จึงเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา ผมขอยกตัวอย่างเช่น ในอดีตคนไม่เล่น vi แต่เล่นเก็งกำไรราคาดังนั้น vi จริงชนะเพราะคือคนส่วนน้อยที่เล่น แต่ถ้ามองกลับกันล่ะถ้าคนส่วนใหญ่เล่น vi เงินมันจะไปทางไหน คุณอาจเห็นหุ้นดีๆแต่ PE สูงปรี๊ด ขึ้นรอบเดียวและราคาไม่ค่อยขยับมาเป็น ปี สองปี จนสุดท้ายพื้นฐานธุรกิจเปลี่ยน ราคาตกลง ทำให้ขาดทุนได้ นี้หล่ะโลกความเป็นจริง