ทำไมไม่มีกฏเรื่องการสวมปลอกปากหุบปากคนโห่หน่อยครับ

ผมรู้สึกว่าในการชมเกมส์ฟุตบอลเนี่ยมันต้องมีการโห่เป็นเรื่องปกติเเต่บางครั้งมันก้ไม่สมควรที่จะโห่ป่ะทำไมไม่ทำให้เหมือนโรงหนังครับเวลาชมภาพยนต์ก้ตั้งใจดูไม่ส่งเสียงเอะอะถึงจะเข้าถึงอรรถรสได้ดีกว่ามีเสียงคุยกันในโรงใช่ไหมครับ?เเล้วมันบ่งบอกถึงสันดารว่าเป็นคนที่ไม่ใจเย็นเเละไม่มีมารยาทอ่ะครับทำไมผมได้ดูบาส วอลเลย์ หรือเทนนิสไม่มีเสียงโห่เลยครับเพราะอะไร?(หรือผมไม่ได้ยินก้ขออภัย) สรุปนะครับทำไมทาง FIFA ไม่มีการให้สวมปลอกปากสำหรับคนโห่ครับเวลาคนที่เขาตั้งใจดูเกมส์การเเข่งขันข้างๆคนที่โห่เขาจะไม่รำคาญเหรอครับเทียบกับการดูหนังตามโรงเเล้วเนี่ยการคุยเสียงดังมันก้รบกวนผู้ชมท่านอื่นเขาอ่ะครับเเต่ที่ผมรู้สึกว่าการโห้เป็นเรื่องโง่ๆมากคือไปโห่นักเตะที่ไม่ได้ตั้งใจทำฟาล์วบ้างล่ะเวลายิงจุดโทษบ้างล่ะถึงกับการด่าพ่อล่อเเม่เลยก้มีหรือหนักหน่อยก้โชว์ของลับอ่ะครับผมคิดว่าเป็นคนที่สันดาลต่ำมากเลยมีเงินก้ไม่เท่านักบอลยังจะไปด่าเขาหรือกวนบาทาเขาคนเหล่านี้เขาคิดไม่เป็นเหรอครับ?
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
ในสมัยก่อน สนามกีฬาถูกสร้างมาเพื่อรองรับความเถื่อนดิบจากอารมณ์อันป่าเถื่อนของมนุษย์ครับ ความสุข ความสะใจของคนดูสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด และผู้ครองนครก็จัดหรือสร้างสนามกีฬามา เพื่อเอนเตอร์เทนคนดูจริงๆ และให้ทหารมีกิจกรรมระหว่างหยุดพักสงคราม พอตกทอดมาถึงปัจจุบัน มันก็มีการปรับเปลี่ยน แต่คอนเซ็ปต์ยังเหมือนเดิม จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องสร้างสนามกีฬาใหญ่ๆ จุคนดูได้มากๆ โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องมีการปะทะกัน การกระทบกระทั่งกันของผู้เล่น ดราม่าในสนาม การสกัดกั้นฝ่ายตรงข้าม เสียงโห่ร้องและอารมณ์ร่วมของคนดูนั่นแหล่ะ ที่ยืนยันว่าเกมนั้นสนุกแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล รักบี้ อเมริกันฟุตบอล ฮ็อคกี้ หรือแม้แต่มวย เพราะมันคือฝ่ายแดงกับน้ำเงิน มันมีคู่ตรงข้ามที่อยู่บนเวทีเดียวกัน หรือง่ายๆ คือ เป็นกีฬาที่ลดระดับความรุนแรงลงมาจากนักสู้โคลอสเซียมทั้งนั้น เพียงแต่ใส่กฏ กติกาลงไป แต่พละกำลังร่างกาย การปะทะ ความกระเหี้ยนกระหือรือในชัยชนะก็ยังคงเดิม


แต่กระนั้นกีฬาบางชนิดที่เริ่มและเล่นโดยคนชั้นสูง เช่น กอล์ฟ หรือ เทนนิส เนื้อหากีฬาเป็นการแข่งกับตนเองซะส่วนใหญ่ ในการที่ผู้เล่นต้องรับมือกับสถานการณ์ของเกมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผู้เล่นต้องใช้สมาธิและดึงทักษะสูงสุดของตัวเองออกมา ส่วนคนดูก็เสพเอาฝีมือและลวดลายของนักกีฬา คล้ายๆ การรับชมศิลปินสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เหมือนการดูมายากล กายกรรม หรือฟังเพลง ที่สำคัญคือ นักกีฬาทั้งสองฝ่ายไม่ได้ปะทะกันด้านร่างกายโดยตรง แม้แต่เทนนิสก็ยังบังคับว่าลูกเทนนิสต้องสัมผัสพื้นในสนามก่อน ถึงจะนับว่าลูกนั้นได้คะแนน


กีฬาที่เน้นการปะทะ : คนดูสะใจ เสพความแข็งแกร่งทางด้านร่างกาย จิตใจ ของนักกีฬา เสพดราม่าจากการแข่งขัน
กีฬาที่เน้นทักษะ : คนดูเพลิดเพลิน เสพทักษะของนักกีฬา การใช้สมอง การวางแผนแก้สถานการณ์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่