เฟิร์นสวย ๆ ทำไมต้องได้อยู่แต่ กระถางนอกบ้านกันนะ

กระทู้สนทนา
แหะ ๆ จั่วหัวกระทู้มา แบบว่าเอาความจริงมาล้อเล่นกันซะอย่างนั้น ซึ่งก็รู้อยู่แก่ใจว่า พวกมันต้องการความชื้น มาก (ห้องนั่งเล่น สำหรับฤดูร้อนวันนี้ อากาศ 35 องศา และความชื้น 40% เท่านั้น ) แต่ที่สวนหลังบ้าน ใต้เงาต้นกล้วย 31 องศา และความชื้น 80 %  แบบ + +


ซึ่งนั่นก็เป็นคำตอบที่ดีอยู่แล้วว่า จะวางเฟิร์นไว้ที่ใหนได้บ้าง ทีนี้ แบบว่า ถ้าอยากเสพในบ้านบ้าง คืออาจจะมีต้นสวย ๆ ไว้สักสองสามต้น สลับกัน เอาเข้าเอาออก ไว้ ห้องรับแขก มันจะเป็นไปได้มั้ยว่าละก็เลยไปหากระถางสวย ๆ มา ว้าวววว เข้าชุด


แต่แล้วยังไงหละ ก็รูก้นกระถางมันนิ๊ดดดดด เดียวเอง นินา ก็กติกา ป้า ๆ ลุง ๆ เค้าว่ากันไว้ว่า  "ต้องโปร่ง"  และ "ระบายน้ำได้ดี" แต่ใหง๋ รูมันกระจิ๊ดเดียวแบบนี้หละ  แฮร้ยยย รดน้ำไป กว่าจะผานออกรูได้  ใหนจะพี่ ๆ บางท่าน กล่าวลอย ๆ ไว้ว่า "รากต้องการอากาศ ถ้าดินแน่นก็จะ..."
บางท่าน อ่านเจอ ผ่าน ๆ นัย ๆ ว่า "ยกกระถางสูงจากพื้นไว้ให้ ลมพัดผ่านก้นกระถางได้บ้างระบายอากาศก้นกระถาง"  


เอาเป็น ไม่อยากลองผิดอีก สูญเสียมาแยะละ อีกทั้งตรงนี้ ก็มีนัยยะสำคคัญ เล็กน้อย พ้องกับ "โปร่ง และระบายน้ำได้ดี"  ก็เลย จัดสักหน่อย ซื้อดอกเจาะกระเบื้องมาซะก่อน  ประกอบสว่านมือเอาไว้
ช่าง แบ้งค์ diy ใน youtube กล่าวไว้ว่า จะต้องหล่อน้ำด้วย ดีกว่าทั้งเรื่องสุขภาพ และการระบายความร้อน ก็จัดไป กดแรงตอนแรก เบา ๆ ตอนหลัง เพราะตอนมันจะทะลุ สว่านจะได้ไม่ไปกระแทกก้นกระถางแตกซะ


สังเกตุว่า อยู่ ๆ ถ้าน้ำ ที่หล่อไว้ ซึมหายไปหมด แสดงว่า จวนจะขาดแล้ว ก็ให้เบามือ ลงนั่นเอง เอาหละ เราก็จะได้ รูกระถางแบบสวย ๆ ระบายอากาศดี ๆ มาใช้งานเพิ่มแว้ววว

เจาะกระถางที่เหลือ เอาไว้ กระถางพวกนี้ ก็มีดีไซน์ แบบ แนวๆ  ดี ตัวมันก็เป็นดินเซรามิก อมน้ำไม่ต่างจากดินเผาเลย เวลาเอามือไปจับกระถาง ก็จะรู้สึกถึงตัวกระถางจะเย็น เหมือนกันกับ กระถางดินเผานอกบ้านทีเดียวอีกทั้ง แหมะ ดูแพงขึ้น จากกระถางละร้อยเดียว ก็ อัพเกรด ราคา ค่าตัวเป็นสามเท่าด้วยกระถางใบละ 40-60 บาทเท่านั้นเอง


เอ๊ะ แล้วดิน หละ  !!!   นี่หละฮะ พี่น้องครับ ผมอยากจะเหลา มากมายทีเดียว คือว่า เซียนรุ่นพี่เคยกล่าวไว้ว่า ดินดี ๆ รดน้ำลงไป จะเหมือน เอาน้ำรดทราย ซึมลงอย่างรวดเร็ว เพื่อที่เราจะได้รดน้ำกันได้บ่อย ๆ ดินก็โปร่ง โน่นนี่นั่น แต่ หลายกระถางที่ นิ่งมาเกิน 7 วันแล้ว ไม่มีหน่อเล็ก ๆ ขึ้นมาให้ชมกันเลย มิหนำซ้ำ ยังจะมี ยอดอ่อน ตาย หน่อตาย ให้ชมกันอีก    

แบบว่า รดน้ำไป ละก็รอดูน้ำ มันขังเอ่อ ขอบกระถางอยู่ราว 5-10 วินาที ละก็ ค่อย ๆ ซึมออก  ...   เอ๋...  มันยังไงนะ เอาละ รวมรวมความกล้า ... คือกลัวจรริง ๆ ครับ ด้วยแรงขู่จากแม่ค้าพ่อค้าว่า  รากก้านดำ เปราะมาก กระเทือนหน่อย ก็ เหี่ยวตายทั้งต้น ...  เห้ยย !!  

แบบนี้ ใครจะกล้า แต่ถ้าปล่อยเอาไว้ มันก็ มีแต่ ยืนดูมันตาย กับ อาการทรง ๆ (เหลือบไปดู เครื่องวัดความชื้น ในห้องนั่งเล่นวันนี้ พระเจ้า ...  30%)  มิน่า แสบ ๆ จมูก ..

งั้น ... เลือกเอา ตาย กับ มีโอกาสรอดละกัน ศึกษาผ่าน ๆ มาละว่า เน้นโปร่ง ..  กะ "ฟรี"  แหมะ ชอบอย่างหลังจังเลย 555  นี่ไง ดิน ในกระถางปลูกจากที่ร้าน ดินเหนียว บานเลย ถึงแม้จะมี กาบมะพร้าวมาให้บ้าง แต่ก็ จัดว่า ดินแน่น เขียยังไม่อยากจะร่วนหลุดเลยทีเดียว ...  หรือว่า เป็นเพราะ เค้ารดน้ำวันเว้นวัน เลยเน้น ดิน แน่น ๆ  อม ๆ น้ำเอาไว้ก่อน ก็เป็นได้นะ เพราะว่า คุณลุงอีกท่านก็กล่าวเช่นกันว่า วิธีแก้ มัน สองแบบ ดิน อมน้ำมาก ก็ไม่ต้องให้น้ำมัน ดินโปร่ง ๆ น้ำก็เย้อะหน่อย บ่อยหน่อย ได้ ยิ่งหน้าร้อน น้ำเย้อะดินโปร่งจะดี รากเดินไว ต้นก็โตไว ไรงี้

ดินเหนียวบานเลยยยย จริงๆ ครับ ยิ่งใกล้เหง้านี่ เหมือนเค้าปลูกพืชในก้อนดินน้ำมัน เอามือกดก็ไม่แตก เอาไม้เสียบก็ แข็งอย่างกะมีตอเหง้าอะไรอยู่ในนั้นทีเดียว

จากนั้นก็ เตรียมดิน ที่จะปลูกกัน บ้านผมเลี้ยงนกแก้วด้วยยย  เศษอาหารนก เศษเปลือกถั่ว เอย เม็ดทานตะวันเอย ก็มีมาก จะทิ้งก็เสียดาย เลย เอาไปหมัก ๆ ไว้ เพราะอิสารอะไรสักอย่างของเม็ดทานตะวันเย้อะจุง เมื่อเปียกน้ำ+หมัก1คืน นี่กลิ่นเหมือนอึคนเลย ! หนอนยึบมาก ทั้งที่เป็นพืชแท้ ๆ เลย

ก็เอาไปฝังทรายไว้ (รอบบ้าน ตอนซื้อบ้านเค้าถมแต่ทรายมา ปลูกอะไรก็ไม่ค่อยจะขึ้น เลยอยากจะปรับปรุงดิน แบบ เกษตรสมัยใหม่ 555)  สองสามเดือนผ่านไปแล้ว ก็เลย ขุดซากมันขึ้นมา พอขุดเท่านั้นแหละ ว๊าววววววววววว

หอม อะ หอมมมมม  คือ หอมดิน กลิ่นเย็น ๆ ไม่ได้ มีกลิ่นเหม็นเหมือนเปิดถังอึ+หนอนแมงวัน อีกต่อไปแล้ว !!!   ก็เลยเอาไปตากแห้ง เพื่อให้ สารพัด สิ่งมีชีวิต ได้ตายไปก่อนที่จะเอามาใช้    อัตราส่วนก็ 1:1:1  ดินร่อนเอาก้อนดินเหนียวออก : เศษเปลือกเมล็ดทานตะวัน-ธัญพืช-ถั่ว-อึนก : กาบมะพร้าวสับ

เอาหินภูเขาไฟ ใส่ที่ก้นเอาไว้ ระบายน้ำได้คล่อง ๆ อีก

ลงดินลงไปหน่อย หยอดปุ่ยออสโมโค้สหน่อย หย่อน เหง้าลงไป ละก็ เทดินผสมลงไปให้เต็มกระถาง ว้าววววว  ออกมาสวยงาม

อยากจะโปะ สีเขียวลงไปบน ส่วนนอกของกระถางที่ หน่อจะไม่มาขึ้นแถว ๆ นั้น ให้ดูงดงาม ตามจะเนรมิต คิดซะว่ามันคือสวนถาดก็ได้นะ

แล้วพวกเค้าก็ไม่จำเป็นต้อง สวยแต่ในสวนอีกต่อไป เติมน้ำให้พอ กลางคืน เปิดไฟแสงแดดเทียมไว้ให้

ปัญหาก็คงเหลือแค่ ความชื้นที่ไม่มีทางได้ เหมือนกับในสวนข้างนอก ส่วนจะ สามารถใส่น้ำในถาดเอาไว้ เพื่อให้มันชื้นได้ตลอดจะทำได้มั้ย จะกลายเป็นรากเน่าแทน หรือเปล่า อาจจะต้องรบกวน ผู้รู้ ช่วยเปิดหนทางให้นิ้ดครับ 555 ส่วนตัวก็คิดไว้เล็ก ๆ ว่า กระถางทรงสูง ๆ  หากใส่หินไว้แล้วสัก 1 ใน 3 ให้สูง ๆ ไว้ อาจแช่น้ำได้ เพราะน้ำไม่ท่วมดิน แต่จะไปท่วมในหิน ให้ เค้า ซึมเอาความชื้นมาได้แทน แบบนี้ หรือเปล่านะ

แต่จะไปขัดกับ คำว่า "ชอบชื้น แต่ไม่แฉะหรือเปล่า"  แฮร่ ...  

เอาหละ หลังจาก ทำอะไรเรียบร้อยแล้ว ก็ สามารถนำเข้ามาส่องในบ้าน เป็น หนึ่งในเฟอนิเจอร์ ชิ้นงาม ๆ ได้แล้วซิ อีกหน่อย เฟิร์น ปลอม ที่วางอยู๋ไกล ๆ จะแทนที่ด้วย กระถางอะไรสวย ๆ ใส่ลงไปในนั้น และเป็นเฟิร์นจริง ๆ แทน


สวย งาม เป็นส่วนหนึ่งในบ้าน ได้ ดีกว่า กระถางดินเผาหรือกระถางพลาสติกสีดำเป็นใหน ๆ โย้วววว  

จบแล้วจ้ะ รบกวนพี่ ๆ ชี้แนะด้วยน้าาา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่