'ความรักไม่ใช่เรื่องน่ากลัว..แต่ผู้ชายทำให้ฉันกลัวความรัก'
(ขอเกริ่นไว้ก่อนนะคะ) ว่า
เรื่องนี้คือเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้นมาเพื่อที่จะดราม่าแต่อย่างใด มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับฉัน และเรื่องจะเล่านั้น
มันเป็นเพียงส่วนนึงของความเจ็บปวดจากความรักของฉัน มันอาจจะดูตลกเพราะมันเกิดขึ้นรวดเร็วมากแต่ฉันเจ็บมากพอสมควร
เคสที่ 1 : ย้อนไปเมื่อไม่นานมานี้ ฉันได้รู้จักผู้ชาย 1 คนจากการทำงาน สมมติว่าชื่อพี่อ.แล้วกัน หลังจากฉันไม่ได้พบกับความรักมานานประมาณปีกว่าๆแล้ว (อย่าเรียกความรักดีกว่า*) เราทำงานด้วยกันหลายวัน แว๊บแรกเราก็ไม่ค่อยถูกชะตากันสักเท่าไหร่แต่พอได้คุยกันด้วยความที่ฉันมีนิสัยขี้เล่นออกแนวกวนนิดๆ อาจจะมีหยาบคายไปบ้างแต่ผู้ชายคนนั้นเป็นคนแรกที่ฉันกล้าที่จะแสดงตัวตนที่แท้จริงของฉันออกมา (เพราะส่วนใหญ่เวลาฉันออกข้างนอกจะไม่กล้าแสดงนิสัยที่แท้จริงและหน้าสดๆของฉัน กลัวว่าคนอื่นจะรับไม่ได้) นอกจากเพื่อนของฉัน วันสองวันแรกก็ดูเหมือนจะปกติดีทุกอย่างจนวันที่ 3 เรามีการแลกไลน์กัน เราไม่รู้ว่าเค้าต้องการที่จะจีบเรามาก่อน เราเลยให้ไปเพราะยังไงก็ยังต้องทำงานด้วยกันอีกหลายวันและไว้ติดต่อกันในกรณีที่งานมีปัญหา เราก็คุยกันตามปกติ เค้าเป็นห่วงฉันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ขอถามไถ่ดูและดูแลฉันและเพื่อนของเราตลอดหลายวันที่ทำงานด้วยกัน ตอนแรกเราคิดว่ามันเป็นเพียงหน้าที่ของเค้า แล้วใจจริงของฉันคือไม่อยากให้ความสัมพันธ์เกี่ยวกับความรักมาก่อปัญหาระหว่างการทำงาน ฉันจึงภาวนาในใจว่าขออย่าให้เป็นอย่างที่ฉันคิดเลยว่าเค้าจะจีบฉันจนวันต่อมาเค้าก็บอกกับเพื่อนร่วมงานว่าเค้ากำลังจีบฉันอยู่ ฉันคิดว่าเค้าพูดเล่นๆ จีบเล่นๆ ประมาณว่าโชว์พาวในการจีบสาวจนวันสุดท้าย เค้าไลน์มาพูดปกติแต่ที่เพิ่มเติมคือหยดคำหวานๆมากขึ้นจนตัวฉันเองก็รู้สึกเริ่มหวั่นไหว จากที่ฉันปฏิเสธผู้ชายคนนี้มาตลอด ความน่ารักและนิสัยที่คล้ายกัน มันทำให้ฉันอยากมีความรักจริงๆอีกสักครั้ง หวังไว้ว่าจะคบกันนานทำลายสถิติของฉัน (ฉันคบผู้ชายในฐานะแฟนไม่เคยเกิน 3 เดือนเลย*) แล้วเค้าก็ถามว่ารักเค้าไหม ฉันก็เลยแกล้งตอบว่าเลิฟสิ เค้าจึงบอกว่าลองคบกันดูไหม แต่แรกฉันก็อึกอักเพราะเราทั้งคู่อาจจะยังคงต้องร่วมงานกันอีก ฉันเลยถามว่าแล้วจริงจังแค่ไหน เค้าเลยตอบว่าเค้าจะไม่สัญญาอะไรทั้งนั้นแต่ขอให้ฉันดูเค้าจากการกระทำ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวของเรา 2 คน เราคุยกันดีมาตลอด คอยเป็นห่วงกันและกัน คอยเป็นที่พักพิงของกันและกัน คอยปลอบใจเวลาอีกฝ่ายเจอปัญหา เรามีเดทแรกด้วยกัน เค้ามาหาฉันที่บ้าน มันคือช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุด เล่นกัน กินข้าวด้วย แหย่กัน แกล้งกัน ตลอดจนกระทั่งวันเกิดของเขา ฉันตั้งใจนั่งทำงานจนถึงเที่ยงคืนเพื่ออยากจะเป็นคนแรกที่บอกสุขสันต์วันเกิดกับเขา ฉันอยากฉลองวันเกิดกับเค้าในปีแรกที่รู้จักกัน ฉันเตรียมของขวัญมากมายที่จะให้เค้าแต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเหมือนฟ้าผ่ากลางใจของฉันเต็มๆ อยู่ดีๆเค้าก็หายไปจนกระทั่งวันที่ครบรอบ เค้าโทรมาสารภาพว่าจริงๆแล้ว เค้ามีแฟนอยู่แล้วคบกันมานานพอสมควร (เป็นการคบซ้อนนั่นเอง) ห้วงเวลานั้น ฉันจุกจนร้องไห้ไม่ออก วันนั้นฉันกำไปที่ให้ใจแน่นมาก พยายามคิดว่ามันคิดเรื่องล้อกันเล่นๆเหมือนทุกครั้งที่เราแกล้งกัน ฉันไม่คิดว่าผู้ชายที่ตั้งใจกีดกั้นไม่ให้เข้ามาในชีวิต จากรักที่เริ่มจากศูนย์ มันจะทำร้ายฉันขนาดนี้ เกือบเดือนที่ผ่านมา เค้าไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกว่าเค้ามีใครอีกคนเลย (เนียนมากๆ) ฉันเลยบอกว่าจะทำยังไงต่อไป เค้าบอกว่าจะไปเคลียร์กับอีกฝ่ายก่อน ฉันเลยพูดว่าอย่าทิ้งผู้หญิงคนนั้นนะ ถ้ายังรักกันอยู่ก็อย่าทำร้ายผู้หญิงอีกคน ฉันพูดทั้งน้ำตา รักก็คือรักแต่จะต้องเป็นรักที่ไม่ทำให้ใครเจ็บปวด เค้าเลยบอกว่าเค้าไม่รู้ว่าเค้าควรจะทำยังไง เค้ารู้ตัวว่าเค้าทำผิด ฉันเลยบอกว่าไม่เป็นไร เค้าบอกว่าเค้ากลัวว่าถ้าฉันรู้ความจริงแล้วจะตัดความสัมพันธ์กับเขาแบบถาวร ไม่เหลือสถานะใดๆ ฉันเลยบอกไม่เป็นไร เรายังคุยกันได้ปกติแหละ ฉันพยายามที่จะพูดให้เค้ารู้สึกดีขึ้น เหมือนว่าเค้าจะสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย เค้าเลยถามว่าเรายังเป็นพี่น้องหรือเพื่อนกันได้ใช่ไหม ฉันเลยพูดว่าได้สิ แต่หลังจากที่เคลียร์ใจกันแล้ว เค้าก็เงียบหายไปเลย ไม่ไลน์ ไม่โทรมาคุยกันเลย ถึงฉันจะพยายามทักไปแต่เค้าก็ไม่ตอบ ตอนนี้ยอมรับว่ายังรักและทำใจไม่ได้ ทุกวันนี้มองของแทนใจที่เค้าให้มาทีไรก็ร้องไห้ทุกที ฉันร้องไห้มา 2-3 วันติดต่อกันแล้ว ทุกครั้งที่มองของแทนใจพร้อมฟังเพลง น้ำตาฉันก็ค่อยไหลๆออกมา ทั้งคิดถึง ทั้งอยากกอด ทั้งเสียใจ ทั้งเจ็บปวด ทั้งอยากย้อนเวลากลับไปเพื่อปฏิเสธความสัมพันธ์ คอยโทษตัวเองในความรักคนง่ายของฉัน ฉันพยายามอย่างมากในการกีดกั้นผู้ชายและความรักด้วยการทำแต่งาน เปลี่ยนความสนใจเกี่ยวกับผู้ชายไปสนใจสิ่งอื่นแทน
เคสที่ 2 : ฉันไม่รู้ว่าตัวฉันคือบุคคลโชคร้ายหรือโชคดีฉันแน่ ทุกครั้งที่ฉันมีแฟนไม่ว่าจะคุยกันก่อนคบกันเป็นจะนานหลายเดือนเกือบปี หรือ ระยะเวลาสั้นๆไม่กี่วันหรือกี่อาทิตย์ ฉันมักจะเจอเหตุการณ์ร้ายๆแบบนี้มาตลอด จับได้เองบ้าง การสารภาพอีกฝ่ายบ้าง 90% ของเหตุผลคือ 'มีคนอื่น รักคนอื่นมากกว่า'
ความรักของฉันที่ผ่านมาอย่างที่บอกไว้ ฉันไม่คบผู้ชายในฐานะแฟน หรือ คนรักเกิน 3 เดือน สถิติสูงสุดคือ 3 เดือนกับ 25 วัน ตอนนั้นมีแฟนเป็นคุณหมอ สมมติชื่อว่าพี่ก. เราคุยกันได้ประมาณเดือนกว่าแล้วก็ตกลงเป็นแฟนกัน รายนั้นก็ทำตัวเหมือนงานยุ่งตลอดเวลาแต่ที่จริงแล้วแอบไปคบพยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลเดียวกัน ตอนนั้นรู้คือฉันหักดิบเลิกเลยแถมเค้าไม่แคร์ฉันเลยด้วยซ้ำแต่กลับคบผู้หญิงนั้นอย่างเปิดเผย แสดงว่าคบกันสนั่นโซเชียล ทั้งๆที่ฉันเคยขอแต่เค้ากลับบอกว่า
'เรารักกัน ทำไมต้องให้คนอื่นรู้ด้วยล่ะ' บอกตามตรง ฉันเจอคำนี้ทุกครั้งที่มีแฟน ถามหน่อยเหอะ..คบกับฉัน มันน่าอายมากใช่ไหม แล้วมาคบเพื่ออะไร เป็นแบบนี้กับทุกคนที่ฉันเคยคบมาเลยนะ
เคสที่ 3 : สิ่งที่ซ้ำร้ายที่สุดคือ
'ผู้ชายทุกคนที่เข้ามาไม่ได้ต้องการคบกับฉันแบบจริงจังแต่คบเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง' เท่านั้น (คงรู้ว่ามันคืออะไร) ผู้ชายคนนี้คบกับฉันเพื่อเรื่องอย่างว่า ผู้ชายคนที่ฉันจะเล่าต่อไปนี้ สมมติชื่อว่าพี่ต. เราเคยคบกันตอนที่ฉันเรียนอยู่ปี 2 ผู้ชายคนนี้อายุเยอะกว่าฉัน 10 ปี เราคบๆ เลิกๆ พอต้องการฉันก็กลับมาคบ แต่พอหายอยากก็เลิก เป็นแบบนี้มาตลอดเวลา 9 เดือน คบกัน 1 เดือน เลิกกัน 3 เดือน อะไรประมาณนี้ เราไม่เคยมีเดทแรก แต่กลับมีแต่เรื่องอย่างว่าตลอดระยะเวลาที่คบกันจนวันนั้นเค้าบอกว่าเค้ากำลังจะแต่งงาน ฉันจึงตัดสินใจเดินออกมาจากชีวิตของเค้า แล้วก็มีเคสคล้ายๆกัน สมมติชื่อว่าบ.แล้วกัน (อายุไล่เลี่ยกัน) รายนี้เราคุยกันมาประมาณ 3 เดือนก่อนที่จะตกลงเป็นแฟนกัน รายนี้เราคุยกันตลอดเวลาจนกระทั่งเค้ายอมนั่งแท็กซี่จากบ้านมาหาเราที่หอพักกลางดึกเพื่อใช้เวลาอยู่กับเรา นี่คือสิ่งที่รู้สึกประทับใจและหลงรักผู้ชายคนนี้แต่สิ่งที่แย่ที่สุดคือ..เค้ามีคนอื่นในขณะที่คบกับเรา พยายามบอกว่าเราไม่ดีเท่าผู้หญิงคนนั้น เค้าหาว่าจิกเค้าบ้างแหละ หาว่าเรางี่เง่ามั้งแหละ แต่นี่มันคือนิสัยทั่วไปของผู้หญิง ความงี่เง่าเอาแต่ใจ ชอบจิก ทีผู้หญิงคนอื่นเค้าทำแล้วทำไมแฟนเค้ากลับรับได้แต่พอฉันทำบ้างกลับกลายเป็นว่านิสัยนี้คือสาเหตุที่ทำให้ฉันเลิกกับผู้ชาย ทุกครั้งที่ฉันเป็นแบบนี้ ผู้ชายก็จะดึงมาเป็นข้ออ้างในการเลิกกันทันที ปัจจุบัน บ.กับฉันเราก็ยังคุยเป็นเพื่อนกันตามปกติเพราะล่าสุด บ.กับแฟนคนปัจจุบันกำลังหมั้นกันอยู่และจะมีข่าวดีเร็วๆ (ถึงจะเจ็บปวดที่ไม่ได้เป็นคนถูกเลือกแต่ฉันก็ยินดีกับ บ. ในฐานะแฟนเก่าที่กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว)
มันมีเหตุการณ์มากมายที่ทำให้ฉันหวาดกลัวที่จะมีความรักแต่ 4 เหตุการณ์นี้คือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดเกี่ยวกับความรักของฉัน มันยังมีอีกมากมายที่ไม่ได้พูดถึง ทุกครั้งที่ฉันมีความรัก มันมักจะอยู่กับฉันไม่ได้นานเหมือนกับคนอื่นๆ
ฉันอยากเป็นคนที่ถูกเลือก ถูกแคร์บ้าง
อยากมีช่วงเวลานับครบรอบการคบกันแบบคนอื่นๆบ้าง
อยากมีช่วงเวลาหวานๆ เดทมากกว่า 1 ครั้งบ้าง แต่ตอนนี้ฉันกลับมีความคิดอยู่ 2 ตัวเลือกคือ
'จะหมดศรัทธาในความรักระหว่างชายหญิงไปเลย หรือ คบกันแบบรักสนุกและไม่ผูกพันธ์ ไม่ผูกมัดในทุกๆกรณี'
(คบกันแบบรักสนุกและไม่ผูกพันธ์ ไม่ผูกมัดในทุกๆกรณี คือการคบกันแบบไม่มีการหึงหวง ไม่มีการก้าวก่ายชีวิตของอีกคน เมื่ออีกฝ่ายต้องการเรื่องอย่างว่า อีกคนต้องมาสนองความต้องการในทันที / อาจจะดูร้ายๆ ดาร์กๆไปนิดแต่เพื่อไม่ให้ฉันต้องเผชิญกับความเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันจึงมีความคิดและจะทำแบบนี้ มันอาจจะเป็นความสุขที่ฉันตามหามานานแล้วก็เป็นได้)
ขอยอมรับเลยว่า..พอเจอเหตุการณ์ที่ถูกผู้ชายทำร้ายจิตใจซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตลอด ตอนนี้มีความคิดที่อยากจะเป็น 'ซิงเกิ้ลมัม' คือมีลูกแต่ไม่อยากมีสามี ซึ่งเรื่องนี้ฉันเองก็ได้ปรึกษากับแม่แล้ว แม่ก็เห็นด้วยเพราะแม่ของฉันก็เป็นซิงเกิ้ลมัม (พ่อและแม่ของฉันแยกทางกันตอนฉันอายุ 5 ขวบ) แม่ของฉันเลี้ยงฉันและน้องชายมาตลอดระยะเวลา 20 ปี ฉันกับแม่จึงผูกพันธ์กันเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่ฉันเจ็บจากความรัก แม่ของฉันก็จะเจ็บมากกว่าถึงขั้นอยากจะไปทำร้ายผู้ชายที่ทำให้ฉันเสียใจแต่เราบอกว่ามันจบแล้วก็ให้จบไปเถอะ มันอาจจะดูแย่ไปนิดแต่ถ้ามีความรักแบบชายหญิงแล้วชีวิตเราต้องเผชิญแต่ความเสียใจ ทุกข์ใจมากกว่าความสุขกายสบายใจ ฉันจึงอยากมีความรักแบบแม่รักลูกดีกว่า เพราะลูกคือเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน ความรักของแม่ลูกจะไม่มีวันทำให้ฉันเจ็บปวดแน่นอน แม่ของฉันได้พิสูจน์ให้ฉันเห็นแล้ว ทุกวันนี้ฉันจึงทำเพื่อแม่และครอบครัวมาตลอด..
ปล.ทุกวันนี้แม่ของฉันเสน่ห์แรงมาก มีกุ๊กกิ๊กไปทั่วอ่ะ มีแต่ผู้ชายมาจีบ ในขณะที่ฉันกำลังเผชิญความเจ็บปวดเกี่ยวกับความรักมาตลอด แต่ถ้าผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตแม่แล้วทำให้แม่มีความสุข ฉันก็ยิ้มได้และพร้อมที่จะเป็นฝ่ายยืนมองแม่กับคนรักของแม่อย่างมีความสุข แม้ว่าฉันยืนมองพร้อมกอดตัวเองแบบเหงาๆก็ตาม // อิจฉาแม่และเพื่อนๆรอบตัวมากที่พบเจอกับความรักดีๆจัง
ขอให้ทุกคนเจอแต่ความรักดีๆตลอดไปนะคะ ขอให้เรื่องของเราเป็นกรณีศึกษาและเตือนใจใครหลายๆคนว่า
'ความรัก ความสุข เปรียบเสมือนลูกโป่ง ถ้าเราใส่ลมมากเกินไป มันก็จะแตก แต่ถ้าเราใส่ลมน้อยเกินไป มันก็เหี่ยว ไม่เป็นรูปทรงที่สวยงามเหมือนกับความรัก ถ้าเราใส่หัวใจมากเกินไป เราก็จะเจ็บปวดทุรนทุราย' ..
ความรักไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่ผู้ชายทำให้ฉันกลัวที่จะมีความรัก
(ขอเกริ่นไว้ก่อนนะคะ) ว่าเรื่องนี้คือเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้นมาเพื่อที่จะดราม่าแต่อย่างใด มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับฉัน และเรื่องจะเล่านั้น
มันเป็นเพียงส่วนนึงของความเจ็บปวดจากความรักของฉัน มันอาจจะดูตลกเพราะมันเกิดขึ้นรวดเร็วมากแต่ฉันเจ็บมากพอสมควร
เคสที่ 1 : ย้อนไปเมื่อไม่นานมานี้ ฉันได้รู้จักผู้ชาย 1 คนจากการทำงาน สมมติว่าชื่อพี่อ.แล้วกัน หลังจากฉันไม่ได้พบกับความรักมานานประมาณปีกว่าๆแล้ว (อย่าเรียกความรักดีกว่า*) เราทำงานด้วยกันหลายวัน แว๊บแรกเราก็ไม่ค่อยถูกชะตากันสักเท่าไหร่แต่พอได้คุยกันด้วยความที่ฉันมีนิสัยขี้เล่นออกแนวกวนนิดๆ อาจจะมีหยาบคายไปบ้างแต่ผู้ชายคนนั้นเป็นคนแรกที่ฉันกล้าที่จะแสดงตัวตนที่แท้จริงของฉันออกมา (เพราะส่วนใหญ่เวลาฉันออกข้างนอกจะไม่กล้าแสดงนิสัยที่แท้จริงและหน้าสดๆของฉัน กลัวว่าคนอื่นจะรับไม่ได้) นอกจากเพื่อนของฉัน วันสองวันแรกก็ดูเหมือนจะปกติดีทุกอย่างจนวันที่ 3 เรามีการแลกไลน์กัน เราไม่รู้ว่าเค้าต้องการที่จะจีบเรามาก่อน เราเลยให้ไปเพราะยังไงก็ยังต้องทำงานด้วยกันอีกหลายวันและไว้ติดต่อกันในกรณีที่งานมีปัญหา เราก็คุยกันตามปกติ เค้าเป็นห่วงฉันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ขอถามไถ่ดูและดูแลฉันและเพื่อนของเราตลอดหลายวันที่ทำงานด้วยกัน ตอนแรกเราคิดว่ามันเป็นเพียงหน้าที่ของเค้า แล้วใจจริงของฉันคือไม่อยากให้ความสัมพันธ์เกี่ยวกับความรักมาก่อปัญหาระหว่างการทำงาน ฉันจึงภาวนาในใจว่าขออย่าให้เป็นอย่างที่ฉันคิดเลยว่าเค้าจะจีบฉันจนวันต่อมาเค้าก็บอกกับเพื่อนร่วมงานว่าเค้ากำลังจีบฉันอยู่ ฉันคิดว่าเค้าพูดเล่นๆ จีบเล่นๆ ประมาณว่าโชว์พาวในการจีบสาวจนวันสุดท้าย เค้าไลน์มาพูดปกติแต่ที่เพิ่มเติมคือหยดคำหวานๆมากขึ้นจนตัวฉันเองก็รู้สึกเริ่มหวั่นไหว จากที่ฉันปฏิเสธผู้ชายคนนี้มาตลอด ความน่ารักและนิสัยที่คล้ายกัน มันทำให้ฉันอยากมีความรักจริงๆอีกสักครั้ง หวังไว้ว่าจะคบกันนานทำลายสถิติของฉัน (ฉันคบผู้ชายในฐานะแฟนไม่เคยเกิน 3 เดือนเลย*) แล้วเค้าก็ถามว่ารักเค้าไหม ฉันก็เลยแกล้งตอบว่าเลิฟสิ เค้าจึงบอกว่าลองคบกันดูไหม แต่แรกฉันก็อึกอักเพราะเราทั้งคู่อาจจะยังคงต้องร่วมงานกันอีก ฉันเลยถามว่าแล้วจริงจังแค่ไหน เค้าเลยตอบว่าเค้าจะไม่สัญญาอะไรทั้งนั้นแต่ขอให้ฉันดูเค้าจากการกระทำ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวของเรา 2 คน เราคุยกันดีมาตลอด คอยเป็นห่วงกันและกัน คอยเป็นที่พักพิงของกันและกัน คอยปลอบใจเวลาอีกฝ่ายเจอปัญหา เรามีเดทแรกด้วยกัน เค้ามาหาฉันที่บ้าน มันคือช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุด เล่นกัน กินข้าวด้วย แหย่กัน แกล้งกัน ตลอดจนกระทั่งวันเกิดของเขา ฉันตั้งใจนั่งทำงานจนถึงเที่ยงคืนเพื่ออยากจะเป็นคนแรกที่บอกสุขสันต์วันเกิดกับเขา ฉันอยากฉลองวันเกิดกับเค้าในปีแรกที่รู้จักกัน ฉันเตรียมของขวัญมากมายที่จะให้เค้าแต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเหมือนฟ้าผ่ากลางใจของฉันเต็มๆ อยู่ดีๆเค้าก็หายไปจนกระทั่งวันที่ครบรอบ เค้าโทรมาสารภาพว่าจริงๆแล้ว เค้ามีแฟนอยู่แล้วคบกันมานานพอสมควร (เป็นการคบซ้อนนั่นเอง) ห้วงเวลานั้น ฉันจุกจนร้องไห้ไม่ออก วันนั้นฉันกำไปที่ให้ใจแน่นมาก พยายามคิดว่ามันคิดเรื่องล้อกันเล่นๆเหมือนทุกครั้งที่เราแกล้งกัน ฉันไม่คิดว่าผู้ชายที่ตั้งใจกีดกั้นไม่ให้เข้ามาในชีวิต จากรักที่เริ่มจากศูนย์ มันจะทำร้ายฉันขนาดนี้ เกือบเดือนที่ผ่านมา เค้าไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกว่าเค้ามีใครอีกคนเลย (เนียนมากๆ) ฉันเลยบอกว่าจะทำยังไงต่อไป เค้าบอกว่าจะไปเคลียร์กับอีกฝ่ายก่อน ฉันเลยพูดว่าอย่าทิ้งผู้หญิงคนนั้นนะ ถ้ายังรักกันอยู่ก็อย่าทำร้ายผู้หญิงอีกคน ฉันพูดทั้งน้ำตา รักก็คือรักแต่จะต้องเป็นรักที่ไม่ทำให้ใครเจ็บปวด เค้าเลยบอกว่าเค้าไม่รู้ว่าเค้าควรจะทำยังไง เค้ารู้ตัวว่าเค้าทำผิด ฉันเลยบอกว่าไม่เป็นไร เค้าบอกว่าเค้ากลัวว่าถ้าฉันรู้ความจริงแล้วจะตัดความสัมพันธ์กับเขาแบบถาวร ไม่เหลือสถานะใดๆ ฉันเลยบอกไม่เป็นไร เรายังคุยกันได้ปกติแหละ ฉันพยายามที่จะพูดให้เค้ารู้สึกดีขึ้น เหมือนว่าเค้าจะสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย เค้าเลยถามว่าเรายังเป็นพี่น้องหรือเพื่อนกันได้ใช่ไหม ฉันเลยพูดว่าได้สิ แต่หลังจากที่เคลียร์ใจกันแล้ว เค้าก็เงียบหายไปเลย ไม่ไลน์ ไม่โทรมาคุยกันเลย ถึงฉันจะพยายามทักไปแต่เค้าก็ไม่ตอบ ตอนนี้ยอมรับว่ายังรักและทำใจไม่ได้ ทุกวันนี้มองของแทนใจที่เค้าให้มาทีไรก็ร้องไห้ทุกที ฉันร้องไห้มา 2-3 วันติดต่อกันแล้ว ทุกครั้งที่มองของแทนใจพร้อมฟังเพลง น้ำตาฉันก็ค่อยไหลๆออกมา ทั้งคิดถึง ทั้งอยากกอด ทั้งเสียใจ ทั้งเจ็บปวด ทั้งอยากย้อนเวลากลับไปเพื่อปฏิเสธความสัมพันธ์ คอยโทษตัวเองในความรักคนง่ายของฉัน ฉันพยายามอย่างมากในการกีดกั้นผู้ชายและความรักด้วยการทำแต่งาน เปลี่ยนความสนใจเกี่ยวกับผู้ชายไปสนใจสิ่งอื่นแทน
เคสที่ 2 : ฉันไม่รู้ว่าตัวฉันคือบุคคลโชคร้ายหรือโชคดีฉันแน่ ทุกครั้งที่ฉันมีแฟนไม่ว่าจะคุยกันก่อนคบกันเป็นจะนานหลายเดือนเกือบปี หรือ ระยะเวลาสั้นๆไม่กี่วันหรือกี่อาทิตย์ ฉันมักจะเจอเหตุการณ์ร้ายๆแบบนี้มาตลอด จับได้เองบ้าง การสารภาพอีกฝ่ายบ้าง 90% ของเหตุผลคือ 'มีคนอื่น รักคนอื่นมากกว่า'
ความรักของฉันที่ผ่านมาอย่างที่บอกไว้ ฉันไม่คบผู้ชายในฐานะแฟน หรือ คนรักเกิน 3 เดือน สถิติสูงสุดคือ 3 เดือนกับ 25 วัน ตอนนั้นมีแฟนเป็นคุณหมอ สมมติชื่อว่าพี่ก. เราคุยกันได้ประมาณเดือนกว่าแล้วก็ตกลงเป็นแฟนกัน รายนั้นก็ทำตัวเหมือนงานยุ่งตลอดเวลาแต่ที่จริงแล้วแอบไปคบพยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลเดียวกัน ตอนนั้นรู้คือฉันหักดิบเลิกเลยแถมเค้าไม่แคร์ฉันเลยด้วยซ้ำแต่กลับคบผู้หญิงนั้นอย่างเปิดเผย แสดงว่าคบกันสนั่นโซเชียล ทั้งๆที่ฉันเคยขอแต่เค้ากลับบอกว่า 'เรารักกัน ทำไมต้องให้คนอื่นรู้ด้วยล่ะ' บอกตามตรง ฉันเจอคำนี้ทุกครั้งที่มีแฟน ถามหน่อยเหอะ..คบกับฉัน มันน่าอายมากใช่ไหม แล้วมาคบเพื่ออะไร เป็นแบบนี้กับทุกคนที่ฉันเคยคบมาเลยนะ
เคสที่ 3 : สิ่งที่ซ้ำร้ายที่สุดคือ 'ผู้ชายทุกคนที่เข้ามาไม่ได้ต้องการคบกับฉันแบบจริงจังแต่คบเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง' เท่านั้น (คงรู้ว่ามันคืออะไร) ผู้ชายคนนี้คบกับฉันเพื่อเรื่องอย่างว่า ผู้ชายคนที่ฉันจะเล่าต่อไปนี้ สมมติชื่อว่าพี่ต. เราเคยคบกันตอนที่ฉันเรียนอยู่ปี 2 ผู้ชายคนนี้อายุเยอะกว่าฉัน 10 ปี เราคบๆ เลิกๆ พอต้องการฉันก็กลับมาคบ แต่พอหายอยากก็เลิก เป็นแบบนี้มาตลอดเวลา 9 เดือน คบกัน 1 เดือน เลิกกัน 3 เดือน อะไรประมาณนี้ เราไม่เคยมีเดทแรก แต่กลับมีแต่เรื่องอย่างว่าตลอดระยะเวลาที่คบกันจนวันนั้นเค้าบอกว่าเค้ากำลังจะแต่งงาน ฉันจึงตัดสินใจเดินออกมาจากชีวิตของเค้า แล้วก็มีเคสคล้ายๆกัน สมมติชื่อว่าบ.แล้วกัน (อายุไล่เลี่ยกัน) รายนี้เราคุยกันมาประมาณ 3 เดือนก่อนที่จะตกลงเป็นแฟนกัน รายนี้เราคุยกันตลอดเวลาจนกระทั่งเค้ายอมนั่งแท็กซี่จากบ้านมาหาเราที่หอพักกลางดึกเพื่อใช้เวลาอยู่กับเรา นี่คือสิ่งที่รู้สึกประทับใจและหลงรักผู้ชายคนนี้แต่สิ่งที่แย่ที่สุดคือ..เค้ามีคนอื่นในขณะที่คบกับเรา พยายามบอกว่าเราไม่ดีเท่าผู้หญิงคนนั้น เค้าหาว่าจิกเค้าบ้างแหละ หาว่าเรางี่เง่ามั้งแหละ แต่นี่มันคือนิสัยทั่วไปของผู้หญิง ความงี่เง่าเอาแต่ใจ ชอบจิก ทีผู้หญิงคนอื่นเค้าทำแล้วทำไมแฟนเค้ากลับรับได้แต่พอฉันทำบ้างกลับกลายเป็นว่านิสัยนี้คือสาเหตุที่ทำให้ฉันเลิกกับผู้ชาย ทุกครั้งที่ฉันเป็นแบบนี้ ผู้ชายก็จะดึงมาเป็นข้ออ้างในการเลิกกันทันที ปัจจุบัน บ.กับฉันเราก็ยังคุยเป็นเพื่อนกันตามปกติเพราะล่าสุด บ.กับแฟนคนปัจจุบันกำลังหมั้นกันอยู่และจะมีข่าวดีเร็วๆ (ถึงจะเจ็บปวดที่ไม่ได้เป็นคนถูกเลือกแต่ฉันก็ยินดีกับ บ. ในฐานะแฟนเก่าที่กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว)
มันมีเหตุการณ์มากมายที่ทำให้ฉันหวาดกลัวที่จะมีความรักแต่ 4 เหตุการณ์นี้คือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดเกี่ยวกับความรักของฉัน มันยังมีอีกมากมายที่ไม่ได้พูดถึง ทุกครั้งที่ฉันมีความรัก มันมักจะอยู่กับฉันไม่ได้นานเหมือนกับคนอื่นๆ
ฉันอยากเป็นคนที่ถูกเลือก ถูกแคร์บ้าง
อยากมีช่วงเวลานับครบรอบการคบกันแบบคนอื่นๆบ้าง
อยากมีช่วงเวลาหวานๆ เดทมากกว่า 1 ครั้งบ้าง แต่ตอนนี้ฉันกลับมีความคิดอยู่ 2 ตัวเลือกคือ
'จะหมดศรัทธาในความรักระหว่างชายหญิงไปเลย หรือ คบกันแบบรักสนุกและไม่ผูกพันธ์ ไม่ผูกมัดในทุกๆกรณี'
(คบกันแบบรักสนุกและไม่ผูกพันธ์ ไม่ผูกมัดในทุกๆกรณี คือการคบกันแบบไม่มีการหึงหวง ไม่มีการก้าวก่ายชีวิตของอีกคน เมื่ออีกฝ่ายต้องการเรื่องอย่างว่า อีกคนต้องมาสนองความต้องการในทันที / อาจจะดูร้ายๆ ดาร์กๆไปนิดแต่เพื่อไม่ให้ฉันต้องเผชิญกับความเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันจึงมีความคิดและจะทำแบบนี้ มันอาจจะเป็นความสุขที่ฉันตามหามานานแล้วก็เป็นได้)
ขอยอมรับเลยว่า..พอเจอเหตุการณ์ที่ถูกผู้ชายทำร้ายจิตใจซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตลอด ตอนนี้มีความคิดที่อยากจะเป็น 'ซิงเกิ้ลมัม' คือมีลูกแต่ไม่อยากมีสามี ซึ่งเรื่องนี้ฉันเองก็ได้ปรึกษากับแม่แล้ว แม่ก็เห็นด้วยเพราะแม่ของฉันก็เป็นซิงเกิ้ลมัม (พ่อและแม่ของฉันแยกทางกันตอนฉันอายุ 5 ขวบ) แม่ของฉันเลี้ยงฉันและน้องชายมาตลอดระยะเวลา 20 ปี ฉันกับแม่จึงผูกพันธ์กันเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่ฉันเจ็บจากความรัก แม่ของฉันก็จะเจ็บมากกว่าถึงขั้นอยากจะไปทำร้ายผู้ชายที่ทำให้ฉันเสียใจแต่เราบอกว่ามันจบแล้วก็ให้จบไปเถอะ มันอาจจะดูแย่ไปนิดแต่ถ้ามีความรักแบบชายหญิงแล้วชีวิตเราต้องเผชิญแต่ความเสียใจ ทุกข์ใจมากกว่าความสุขกายสบายใจ ฉันจึงอยากมีความรักแบบแม่รักลูกดีกว่า เพราะลูกคือเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน ความรักของแม่ลูกจะไม่มีวันทำให้ฉันเจ็บปวดแน่นอน แม่ของฉันได้พิสูจน์ให้ฉันเห็นแล้ว ทุกวันนี้ฉันจึงทำเพื่อแม่และครอบครัวมาตลอด..
ปล.ทุกวันนี้แม่ของฉันเสน่ห์แรงมาก มีกุ๊กกิ๊กไปทั่วอ่ะ มีแต่ผู้ชายมาจีบ ในขณะที่ฉันกำลังเผชิญความเจ็บปวดเกี่ยวกับความรักมาตลอด แต่ถ้าผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตแม่แล้วทำให้แม่มีความสุข ฉันก็ยิ้มได้และพร้อมที่จะเป็นฝ่ายยืนมองแม่กับคนรักของแม่อย่างมีความสุข แม้ว่าฉันยืนมองพร้อมกอดตัวเองแบบเหงาๆก็ตาม // อิจฉาแม่และเพื่อนๆรอบตัวมากที่พบเจอกับความรักดีๆจัง
ขอให้ทุกคนเจอแต่ความรักดีๆตลอดไปนะคะ ขอให้เรื่องของเราเป็นกรณีศึกษาและเตือนใจใครหลายๆคนว่า
'ความรัก ความสุข เปรียบเสมือนลูกโป่ง ถ้าเราใส่ลมมากเกินไป มันก็จะแตก แต่ถ้าเราใส่ลมน้อยเกินไป มันก็เหี่ยว ไม่เป็นรูปทรงที่สวยงามเหมือนกับความรัก ถ้าเราใส่หัวใจมากเกินไป เราก็จะเจ็บปวดทุรนทุราย' ..