**เจ้าชายในฝัน : ตอนที่ 1 (1)**

กระทู้สนทนา
ดอกไม้ดอกไม้

ผืนทรายที่ต้องแสงอันแรงกล้าขององค์สุริยะเทพในยามนี้นั้น ดูราวกับทะเลทองที่ส่องประกายระยับแผ่ไอแดดเป็นริ้วระริกเริงระบำอยู่ที่ปลายขอบฟ้า คอยหลอกตาผู้หลงทางให้ตะกายหาด้วยคิดว่าการเดินทางในทะเลทรายอันแห้งผากได้สิ้นสุดแล้ว
                กระทั่งเมื่อเท้าของม้าได้พาย่ำทรายไปจนเห็นแนวกำแพงสีขาวปรากฏแทนไอแดดที่กำลังเริงระบำนั้น ชั่วแรกไม่อยากนึกเชื่อ เผื่อว่าเป็นกลของทะเลทรายที่สร้างมาหลอกตา หากทว่าเมื่อยิ่งเข้าใกล้ ภาพกำแพงนั้นยิ่งเด่นชัด ยิ่งสูงใหญ่ตระการตา ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าไม่ไปไหน เจ้าชายเซติผู้อยู่บนหลังอาชาจึงได้กระตุกยิ้ม พระหทัยพองโตด้วยความยินดี
                ...กำแพงสีขาว กำแพงแห่งเมนเนเฟอร์ นครแห่งความงามอันยั่งยืน
                ครานี้เองที่เจ้าชายหนุ่มทรงตระหนักว่าการเดินทัพและกรำศึกอันยาวนานได้สิ้นสุดลงแล้วจริง ๆ
                ร่วมห้าเดือนที่ทรงเดินทัพไปตามเส้นทางฮอรัสแห่งขอบฟ้าด้านตะวันออกของอียิปต์ล่าง เพื่อบัญชาการและส่งกำลังเสริมในการปราบปรามโจรทะเลทรายมากมายหลายกลุ่มเกินจะนับ รวมทั้งการเข้าพิชิตเมืองเล็กเมืองน้อยที่คอยหนุนกลุ่มโจรบ้าง หรือรอเวลาเข้ายึดป้อมต่าง ๆ ตามเส้นทางฮอรัสของอียิปต์บ้าง ศึกอันยืดเยื้อยาวนานซึ่งทหารประจำป้อมล้วนต้องเผชิญมานับปี ...สิ้นสุดไปอีกหนึ่งศึกแล้วสินะ
                เสียงของพลทหารและแม่ทัพนายกองที่รายล้อมอยู่เริ่มดังแว่วขึ้นมา เห็นกำแพงเมืองก็เหมือนได้เห็นบ้าน จิตใจของนักรบที่กรำศึกมานานคงพลอยชุ่มชื้นพองโต เหนือกว่ารางวัลใดคือการได้กลับไปสู่อ้อมอกของครอบครัว พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก เมีย นั่นเอง
                และถึงแม้พระองค์จะไม่มี ลูก เมีย แต่ก็ทรงมีพ่อ แม่ พี่ น้อง ที่รอคอย ยิ่งกว่านั้น ทรงมี อียิปต์ ที่คอยรอรับชัยให้สมกับคำกล่าวขาน ...เจ้าชายเซติ เจ้าชายนักรบ ‘กริชแห่งอียิปต์’
                ...นั่น มิใช่เพียงแค่ สมัญญา แต่มันคือ จุด ที่เจ้าชายได้ยืนอยู่ในอาณาจักรที่ฟาโรห์เมรเรนฮอร์ซีซิสผู้ยิ่งใหญ่ พระบิดาของพระองค์ได้ครอบครอง
                ภาพกำแพงสีขาวที่ใหญ่ขึ้นทุกขณะที่เท้าของม้าก้าวย่างไปข้างหน้า ได้ปรากฏชัดเจนพร้อมกับภาพกองเกียรติยศอันประกอบด้วยขบวนพยุหะ กองทหารม้า ทิวธงและป้ายแสดงสัญลักษณ์กองพัน สีสันหลายหลากยืนแถวเรียงรายอยู่ภายนอกกำแพง กองทัพ รอต้อนรับ กองทัพ นั่นไม่นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งหรอกหรือ
                ทว่า ตรงกลางมวลหมู่กองเกียรติยศที่รอรับนั่น ภาพร่างคุ้นตาของบุรุษบนหลังม้าซึ่งประดับเศียรด้วยมงกุฏทองดำเด่นงามสง่า กลับทำให้เจ้าชายเซติอุทานเป็นเชิงคำถามกับ เฮรเซฟ คนสนิทข้างกายด้วยน้ำพระเสียงคาดหวัง
                “นั่นเจ้าพี่”
                “ใช่พ่ะย่ะค่ะ นั่นเจ้าชายเมรเรนเร” คนสนิทตอบรับ “ไม่คิดว่าจะทรงมาถึงแล้ว”
                เพราะเจ้าชายเมรเรนเร รัชทายาทแห่งบัลลังก์ทอง เดิมทีนั้นรอฟังข่าวการศึกอยู่ที่นครหลวงวาเสตแห่งอียิปต์บนร่วมกับองค์ฟาโรห์และพระราชวงศ์ แม้ข่าวการเดินทัพกลับได้แจ้งมาล่วงหน้าแล้ว แต่เจ้าชายเซติก็ไม่คิดว่าวันนี้พระเชษฐาจะเสด็จมาทันรับที่เมนเนเฟอร์ ความแปลกพระทัยที่มาพร้อมกับความยินดีทำให้เร่งกระตุกม้าให้ย่างเยาะเร็วขึ้น พาให้กองทัพทั้งกองเคลื่อนที่เร็วกว่าเดิม
                เมื่อใกล้มาถึงที่หมาย เจ้าชายหนุ่มก็กระตุ้นม้าวิ่งเหยาะออกมาหน้าทัพ ก่อนหยุดอาชาแล้วเสด็จลงพื้น คุกพระชานุลงต่อหน้าพระเชษฐา
                “เจ้าพี่โนเฟอร์”
                ดำรัสนั้นมาพร้อมกับการก้มพระเศียรถวายบังคมแด่ผู้ที่ทรงเคารพเป็นรองเพียงพระบิดา
                เจ้าชายเมรเรนเรรีบรุดลงตาม ก่อนประคองอังสาพระอนุชาให้ลุกขึ้น พระพักต์งามสง่าอันเป็นที่มาของพระนามลำลอง คือ โนเฟอร์ ผู้งดงาม บัดนี้เจิดจ้าด้วยรอยแย้ม ในแววพระเนตรแสดงความยินดีและภาคภูมิ
                “เก่งมาก เซติ”
                ตรัสแค่นั้น ก็เรียกรอยยิ้มปลาบปลื้มจากพระอนุชาได้แล้ว
                “หม่อมฉันไม่คิดว่าเจ้าพี่จะทันมาถึงเมนเนเฟอร์ ขอบพระทัยที่ออกมารับน้องด้วยองค์เอง”
                “ไม่มาได้อย่างไร เจ้าจากไปเสียนานทั้งยังกำชัยชนะกลับมา” ผู้เป็นเชษฐาตบบ่าอนุชาแทนคำพูดพึงใจ “ไปเถอะ ชาวเมืองรอต้อนรับเจ้าอยู่”
                ตรัสจบก็เสด็จขึ้นม้าทรง และเมื่อเจ้าชายรัชทายาทยกพระหัตถ์ส่งสัญญาณ เสียงแตรบนกำแพงก็ดังกังวานแหลม พร้อมกับประตูเมืองบานมหึมาที่ขยับเปิดทางให้ขบวนเกียรติยศ ชาวเมืองมากมายที่มารออยู่สองข้างทางต่างพากันส่งเสียงไชโยโห่ร้อง สีหน้าของพวกเขานั้นล้วนเต็มไปด้วยความปิติและลำพอง
                เจ้าเมรเรนเรผู้ทรงม้าอยู่หน้าสุดของขบวนยกพระหัตถ์ขึ้นสูงและหันไปแย้มยิ้มกับพสกนิกรข้างทาง พระปฤษฎางค์นั้นเหยียดตรงงามสง่า ในขณะที่เจ้าชายเซติผู้พิชิตเสด็จอยู่เบื้องหลังทำเพียงแย้มสรวลเล็กน้อย ดูราวกับเสียงโห่ร้องยินดีข้างทางจะทำให้ทรงประหม่าได้มากกว่าเสียงโห่ร้องของข้าศึกศัตรูหลายเท่า
                ‘ยืดอก เชิดพักต์ไว้สิ พ่ะย่ะค่ะ นี่เป็นการฉลองชัยของฝ่าบาทนะ พ่ะย่ะค่ะ’
ทรงนึกถึงคำพูดของคนสนิทที่บอกไว้เมื่อครั้งที่พิชิตชัยจากโจรเมชเวช*กลุ่มใหญ่ที่ทะเลทรายฝั่งตะวันตกเมื่อปีก่อน ครั้นนั้นพระบิดา พระมารดา รวมทั้งพระเชษฐา และพระขนิษฐา รอรับขวัญอยู่ในวังหลวงที่นครวาเสต และมีเพียงพระองค์เท่านั้น ที่ได้ทรงม้านำขบวนเกียรติยศเข้าเมือง
                ...ชัยชนะของ ข้า รึ...
                เจ้าชายเซติถามองค์เอง ในขณะมองพระปฤษฎางค์ของพระเชษฐาและสดับเสียงโห่ร้องของชาวประชา
                ...เจ้ากล่าวผิดแล้ว เฮรเซฟ...
                สำหรับเจ้าชายเซติผู้พิชิตแล้ว ใครจะรู้เล่าว่าชัยชนะของพระองค์เริ่มเมื่อทรงชูเคเพชอยู่เหนือความพ่ายแพ้ของอริราช และแม้ชัยนั้นจะได้คงได้อยู่กับพระองค์มาตลอดการเดินทางอันยาวไกล ทว่า...
                เจ้าชายเซติทรงทอดพระเนตรมองเจ้าชายเมรเรนเรผู้กำลังโบกพระหัตถ์ขึ้นสูงบนอากาศท่ามกลางเสียงโห่ร้องของราษฏรเบื้องหน้า จึงทรงยกพระหัตถ์ขึ้นบ้าง แม้ดูงกเงิ่นไม่สง่างามเท่าพระเชษฐา แต่ดูคล้ายพระหัตถ์ที่ยกขึ้นอยู่นั้นจะได้กอบเอาเสียงแห่งความยินดีให้แนบพระกรรณใกล้ขึ้นมาได้
                ชัยชนะในหัตถ์ของเจ้าชายเซติได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่จะเป็นไรไป ในเมื่อมันสิ้นสุดลงเพราะทรงนำมามอบให้อียิปต์แล้วทั้งหมด
                ...นี่อย่างไร หรือมิใช่ชัยชนะที่แท้จริง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่