[CR] บันทึกการเดินทาง ไปบางกระเจ้ากัน

สวัสดีค่าชาวพันทิป วันนี้เราจะมาเล่าประสบการณ์ ปั่นจักรยานที่บางกระเจ้า! ให้ทุกคนฟังค่ะ
ส่วนตัวเราประทับใจที่นี่มากก็เลยอยากเล่าให้เพื่อนๆฟังค่ะ ยิ้ม

เกริ่นก่อนว่าการมาปั่นจักรยานที่บางกระเจ้าครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วค่ะ
ครั้งแรกที่มาได้ไปเที่ยวแค่ไม่กี่ที่เพราะว่าหลายที่ปิดทำการ ครั้งนี้เลยตั้งใจมาเก็บ landmark หลักๆให้ครบไปเล้ย

เริ่ม..!!
วันนี้เป็นวันที่อากาศสดใส เรานัดกับเพื่อนตั้งแต่เช้าแต่ได้เริ่มออกเดินทางกันจริงๆก็ 10 โมงค่ะ (ผ่างง!!)

เราเดินทางไปโดยรถเมล์สาย 4 ขึ้นจากหน้าจามจุรีสแควร์ค่ะ โดยรถเมล์สายนี้จะมีทั้งรถเมล์แอร์และไม่แอร์นะคะ ตั๋ว(รถไม่แอร์)ราคา 9 บาทเท่านั้นเอง ขึ้นรถแล้วก็บอกพี่กระเป๋าว่า “ไปบางกระเจ้า ไปสุดสายค่ะ” ได้เลย

ถึงปลายทาง รถเมล์จะจอดหน้าเซเว่น พอลงรถปุ๊บก็มีคุณพี่มาถามว่าไปบางกระเจ้าใช่ไหม มาทางนี้เลย เขาบอกว่า ราคา 80 บาทนะ เป็นค่าเรือขาไป+ค่าเช่าจักรยาน เราโอเคแบบมึนๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก คุณพี่ชี้ทางให้เราเดินเข้าไปที่ท่าเรือ มีเรือจอดไว้อยู่แล้ว เป็นเรือหางยาวติดมอเตอร์พร้อมลุงคนขับสุดเก๋า เรือออกแล้วก็พร้อมรับความชุ่มฉ่ำแรกของทริปได้เลย (ละอองน้ำที่พัดเข้าหน้าเรานั่นเอง) ..


เมื่อถึงฝั่งแล้ว ลงจากเรือ เราได้น้ำต้อนรับมาขวดนึง จ่ายเงิน 80 บาทพร้อมกับแลกบัตรประชาชนเป็นประกันจักรยานไว้ และได้แผนที่ล่าขุมทรัพย์ (เพ้อเจ้อ) กับจักรยานคู่ใจมาไว้ในมือ พี่เขาจะช่วยเราปรับจักรยานให้พอดีกับสัดส่วนของเราด้วย ได้เวลาแล้วก็มาเริ่มเก็บ landmark กันเลย เย้

ที่แรกที่เราไปถึงคือ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย

ภายในมีปลากัดพันธุ์ต่างๆให้พวกเราเดินชมกันได้ตามสบายเลย เรียกได้ว่าคนที่ชอบเลี้ยงปลากัดต้องชอบที่นี่มากแน่ๆ นอกจากจะมีส่วนแสดงพันธุ์ปลาแล้ว ด้านบนยังมีปลากัดคาเฟ่และจุดแสดงภาพและวีดีทัศน์ด้วย


ออกจากพิพิธภัณฑ์ปลากัดก็เกือบเที่ยงแล้ว เรากับเพื่อนปั่นจักรยานตั้งใจจะไปตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง แต่ก็หลงออกนอกเส้นทางไปไกล (ไกลมากมาก ไกลจนดู map ที่เขาให้มาแต่แรกไม่ได้ ฮ่าๆๆ) ปั่นจนมาเจอถนนใหญ่ และเจอป้าย บ้านธูปพร้อมลูกศรซ้าย เลยตัดสินใจแวะที่นี่ก่อน

บ้านธูป

เมื่อเจอป้ายริมถนนให้วิ่งเข้ามาจะเป็นเหมือนลานจอดรถกว้างๆ ให้เข้าซอยเล็กๆด้านขวามือ (ตอนแรกเราวนหาทางเข้าอยู่นานมากกกกกก ไม่รู้เราโง่เองที่ไม่รู้ว่าต้องเข้าทางไหน หรือป้ายบอกไม่ชัดก็ไม่รู้)

เมื่อไปถึงคุณน้าที่นั่นก็ถามเราอย่างเฟรนลี่ว่า “วันนี้ทำอะไรดีคะ มีทำธูปกับเสื้อมัดย้อม อยากทำเสื้อมัดย้อมมั้ย?” เราโอเค คุณน้าเลยให้เลือกแบบว่าเราจะทำเป็นผ้า เสื้อมีแขน หรือเสื้อแขนกุด เราเลือกเสื้อแขนกุดด้วยแนวคิดที่ว่า มัดย้อมทั้งที มันต้องแขนกุดเส้! (ไม่เกี่ยว) หลังจากจ่ายค่าเสื้อ ได้เสื้อมาแล้ว ก็เดินไปหาคุณลุงมัดย้อมเลือกลายที่ต้องการแล้วก็ลงสีกัน โดยสีจะมีหลายสีมากๆ ให้เราเลือกได้ตามใจชอบเลย


ลงสีเสร็จก็เอาเสื้อไปตากแดด นั่งพัก ระหว่างรอให้สีแห้ง เราเจอกับกลุ่มพี่สาวชิคๆที่คอยแซวแขกที่มาทำเสื้อที่นี่ เขาก็นั่งรอเสื้อแห้งเหมือนกัน เขาแซวคุณลุงมัดย้อมกับพี่สาวชาวเกาหลีที่ทำผ้ารูปหัวใจว่า “หนูเห็นนะลุง เดี๋ยวหนูจะเอามาลงพันทิป...” พี่สาวกลุ่มนั้นยังแนะนำให้เราเอาไปตากที่ที่แดดแจ้งๆแถมบอกด้วยว่าเสื้อที่เราทำสวยนะ (ขอบคุณสำหรับคำชมมากค่ะพี่ ดีใจ อิอิ)

ระหว่างรอเราเดินกลับมาหาคุณน้า คุณน้าเสนอน้ำมะพร้าวขวดละ 15 บาทให้เรา เราซื้อและชอบมันมาก ไม่หวานไป เหมาะกับอากาศร้อน so hot แบบนี้มากๆ

เสื้อแห้งแล้ว ถึงเวลาเดินทางต่อ เรากับเพื่อนหิวมากมาก อากาศยังคงร้อนต่อเนื่องอย่างไม่หยุดหย่อน นาทีนี้ หมวกสำคัญต่อการขับขี่มาก (ไม่งั้นหัวร้อนแน่นอน ตึ่งโป๊ะ!)

และแล้วเราก็ถึง ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

ตลาดที่นี่เป็นตลาดใหญ่พอสมควร ค่อนข้างครบครันเลยทีเดียว เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ทางเข้าสามารถเข้าได้หลายทางเลย แต่ทางที่เราเข้าจะต้องจอดจักรยานไว้ริมถนนฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีคนจอดเยอะอยู่แล้ว แล้วเดินข้ามฝั่งมาเข้าตลาด ของใช้มีมากมาย ของกินมีหลากหลาย


เรากินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ เดินเล่นในตลาดอยู่พักนึง ก็เจอเจ้าหมาตัวนี้ เป็นหมาสีขาวที่เราสะดุดตาตั้งแต่มาบางกระเจ้าครั้งแรกแล้ว หน้าตาน่ารักมากๆ เพื่อนๆแวะไปเยี่ยมเจ้าหมากัน ก่อนกลับเราแวะซื้อขนมสังขยาในหม้อดินรูปเป็ด (มีรูปเป็ดกับไก่) จากคุณยายร้านหนึ่งมาด้วย ใส่มันไว้ในตะกร้าหน้าจักรยาน ออกจากตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเราปั่นจักก้าตามเส้นทางถนนสีเขียวมุ่งหน้าสู่ Bangkok Tree House  แต่ปั่นไปได้แค่แปปเดียวเท่านั้น ขนมสังขยาของเราก็เละแล้ว (เสียใจจจ อดกินเลย เลยจะมาเตือนเพื่อนๆว่า ถ้าเป็นของกินที่หกได้ กินไปเลยดีกว่าเนอะะ)

สำหรับเราไฮไลท์หนึ่งของที่นี่ก็คือ ถนนสีเขียว ถนนแบบนี้มีลักษณะพิเศษคือเป็นถนนที่ค่อนข้างเล็ก ช่วงแรกๆจะมีรั้ว 2 ข้าง แต่ปั่นไปเรื่อยๆจะเหลือข้างเดียว มีทางโค้งหักศอกอยู่พอสมควร เวลาปั่นก็จะยากหน่อย และหวาดเสียวทุกครั้งที่จะเลี้ยวหรือมีจักรยานคันอื่นสวนมา 555555

Bangkok Tree House

บางกอก ทรี เฮ้าส์ เป็นที่พัก แต่เราเข้าไปใช้บริการในส่วนของร้านอาหาร/คาเฟ่ ราคาอาหารที่นี่จะค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับที่อื่นๆที่เราเพิ่งไปมา (ก็แน่หละ ที่นี่บรรยากาศดีมากเลย วิวและสถาปัตยกรรมที่นี่คุ้มค่าเกินราคาจริงๆ) ส่วนของร้านอาหารมีทั้งในห้องแอร์และ outdoor ชั้นบน วันที่เราไปในห้องแอร์คนเยอะมากๆ (น่าจะเพราะอากาศร้อน) ได้มานั่งข้างบนก็มีลมตลอด สบายมากๆเลย

นั่งชิวๆกันที่บางกอก ทรี เฮ้าส์ จนได้เวลา เราก็ต้องปั่นจักรยานกลับไปอีกฝั่งแล้ว มีอีกหนึ่งที่ที่เราอยากแวะไป ตอนนี้ต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ไม่งั้นจะมืดเกินไป


และนี่คือภาพที่เราชอบที่สุดในทริป เป็นทางผ่านที่เราปั่น จุดนี้อยู่ใกล้ๆกับบางกอก ทรี เฮ้าส์เลย เราปั่นไปสักพักใหญ่ๆ ก็ถึง landmark สุดท้าย นั่นก็คื้ออ..

สวนศรีนครเขื่อนขันธ์

ที่นี่เป็นสวนสาธารณะ มีจักรยานให้เช่าข้างหน้า ปั่นมาไกลแล้ว ยังต้องเข้าไปปั่นต่ออีกยาวๆ (ฮา) (เหนื่อยแต่เราจะไม่ถอย) เราตั้งใจปั่นไปหอดูนกของที่นี่ ระหว่างทางปั่นไปจะมีสะพานที่ให้เราต้องขึ้นลงเป็นระยะๆ แนะนำให้ชะลอเวลาลงให้มากๆ เพราะเราปั่นลงจากสะพานแล้วเป็นทางแยกเลย คือไม่ซ้าย ก็ต้องขวา ข้างหน้าเป็นพุ่มไม้ เนื่องจากตอนนั้นเราเกิดสับสนว่าต้องซ้ายหรือขวาและตัดสินใจไม่ได้สักที เราพุ่งตรงเข้าพุ่มไม้ไปเลย กระแทกแบบเด้งๆๆ (5555555555555555) คือยังดีที่เป็นพุ่มไม้ ไม่ใช่ต้นไม้ เราไม่เจ็บมาก มีแค่แรงกระแทกที่ก้นนิดหน่อย เพื่อนๆควรปั่นไปซ้ายหรือขวาก่อนก็ได้นะคะ ค่อยวนกลับมาใหม่ได้ถ้าไปผิดทาง


เราถึงหอดูนก แต่เราไม่เจอนกเลย ที่นี่เป็นอาคารสูงสามหรือสามชั้นครึ่ง ค่อนข้างเงียบสงบ คนที่มาเป็นกลุ่มมักมาถ่ายรูปรวมกันตรงนี้นี่แหละ ตั้งกล้องจับเวลาไว้ข้างบนแล้ววิ่งลงมาถ่ายรูปกับเพื่อนๆ นอกจากหอดูนกก็จะมีสะพานริมน้ำที่สวยมาก เหมาะแก่การถ่ายรูปมากเลย (แต่เราไม่ได้ไปเพราะมืดแล้ว ต้องเผื่อเวลาปั่นกลับไปที่ท่าเรืออีกค่ะ เศร้าเลย)

ออกจากสวนนครคีรีเขื่อนขันธ์เราแวะซื้อโค้กข้างหน้ากินปะทังชีวิตก่อนที่จะเฉาตายจากการปั่นระยะมาราธอน ถามพี่ยามข้างหน้าสวนว่าเราจะกลับไปคืนจักรยานที่แพ $?%@ ควรไปทางไหนดี (เพื่อที่จะไม่เสียเวลาหลงทางกันไปอีก) พี่ยามกลับแผนที่ให้เราดูและย้ำให้เรากลับแผนที่ดูตามเขา ใจดีมากๆเลย

สุดท้ายเรานำจักรยานไปคืนที่ท่าเรือ รับน้ำคนละขวด และบัตรประชาชนคืน รอเรืออยู่พักนึงถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดินไปพลางๆ คุณลุงขับเรือสุดเก๋ามารับเราอีกที ค่าเรือขากลับคนละ 10 บาท เราถึงอีกท่าเรืออีกฟากโดยสวัสดิภาพ


วันนี้เจ๋งมากๆเลย รอดูกันว่าพรุ่งนี้เราจะปวดตัวกันแค่ไหน ☺

ขอบคุณทุกคนที่อ่านกันมาจนจบนะคะ

ปล. วิว บรรยากาศ และผู้คนที่บางกระเจ้าดีมากๆเลยค่ะ แต่รูปในกระทู้นี้อาจจะไม่สวยมาก (เพราะเราถ่ายเองแหละ แหะๆ :p) และไม่ค่อยครบถ้วน (เพราะเรามัวแต่เดินเพลิน เลยลืมถ่ายรูปอยู่บ่อยๆ) อยากชวนให้เพื่อนๆลองไปพิสูจน์ของจริงดู จะได้รู้ว่าจริงๆที่นี่สวยงามแค่ไหน อิอิ
ชื่อสินค้า:   บางกระเจ้า ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ Bangkok Tree House ถนนสีเขียว
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  เที่ยวไทย One Day Trip ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง บางกะเจ้า
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่