วันนี้.. เรามารีวิวสถานที่ท่องเทียว "ชิงหลงเสีย" หรือ เขื่อนชิงหลง กันค่ะ
แต่ก่อนจะเริ่มกัน เราเคยมีกระทู้ก่อนๆที่รีวิวมหาวิทยาลัยภาษาจีน กับการเดินทางและสถานที่ท่องเที่ยวชิวๆในปักกิ่ง เชิญรับชม และติดตามได้นะคะ
ผิดพลาดประการใดขออภัยล่วงหน้านะคะ ฝีมือยังอ่อนด๋อย...
ดี ชิว จีน 2 เมื่อเราลองไปเที่ยวปักกิ่ง (รถเมล์ รถไฟฟ้า พระราชวังต้องห้าม หนานหลัวกู่เซี่ยง CCTV & Beijing urban museum>>
ในขณะที่ทุกคนกำลังไปเที่ยวกันในวันหยุดวันสงกรานต์ แอดมินก็ขอมาแนะนำสถานที่ไปดูกำแพงเมืองจีนแบบเก๋ๆในปักกิ่งอีกที่หนึ่งที่แอดมินเรียกได้ว่า Unseen จริงๆ แอดมินพยายามเสิชหาภาษาไทยแล้วไม่เจอเลย เลยได้โอกาสขอมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสไตล์เจ็กหนอซาสี่ของแท้ให้ดูกันคะ “ชิงหลงเสีย” ค่ะ
บอกก่อนว่า “ชิงหลงเสีย” หรือ เขื่อนชิงหลง ไม่ใช่ “หลงชิ่งเสีย” หรือเขื่อนหลงชิ่งนะคะ (ชื่อดันพ้องกันอีก 555 เดี๋ยวแอดมินจะมารีวิวหลงชิ่งเสียให้ดูในโอกาสหน้าค่ะ) ชิงหลงเสียเป็นหุบเขาที่มีซากกำแพงเมืองจีนบางส่วน กับเขื่อนขนาดกลาง
อยู่ทางตอนเหนือของเมืองปักกิ่ง ถ้าเช่ารถจากตัวเมืองไปใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงจากเมืองปักกิ่งค่ะ แต่ถ้าจะไปด้วยขนส่งสาธารณะ ด้วยรถประจำทางสาย 936路青龙峡 (936 qinglongxia line) ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่งค่ะ เลยแนะนำให้คณะแล้วเช่ารถไปกันจะปลอดภัยและประหยัดเวลากว่า

จากทางเข้าชิงหลงเสียเข้าไปค่ะ ต้องเดินประมาณ 20 นาที (ประมาณ 2 กิโลเมตร) เข้าไปยังประตูเขื่อนด้านในค่ะ

เราจะเดินเลาะหุบเขาไปเรื่อยๆ ในช่วง 2 กิโลเมตรนี้ วิวไม่ซ้ำซักจุดค่ะ จะได้อารมณ์ความเป็นสวนสไตล์จีน บวกกับหุบเขาที่มีซากกำแพงเมืองจีนเกาะไปเรื่อยๆ ต้นหลิวสวยมากๆเลยค่ะ

ทางเดินเลาะหุบเขา และ ฝั่งตรงข้ามทางเดินเลาะหุบเขาค่ะ

สะพานข้ามไปยังทางเดินอีกฝั่ง เป็นฝั่งสวนต้นหลิว บวกกับโรงแรมในอุทยาน ถ้าอยากพักผ่อนหย่อนใจ สามารถเข้าพักผ่อนในอุทยานได้เช่นกันค่ะ ราคาจะแพงกว่าข้างนอกเล็กน้อย แต่น่าจะสบายกว่าพอตัวค่ะ

ทุกหุบเขาจะมีชื่อสัตว์สีแดงๆแปะอยู่บนผา ถามคนจีนที่มาด้วยกันว่ามันคืออะไร ก็ไม่มีใครรู้ค่ะ 555 ตัวนี้คือ 龙 ตัวเต็มที่แปลว่ามังกรค่ะ

เดินมาสักพักก็เห็นเขื่อนแล้วค่ะ เย่ๆ แต่.......... เราต้องปีนขึ้นบนเขื่อนค่ะ

ที่นี่ต่างจาก “หลงชิ่งเสีย” ซึ่งเป็นเขื่อนเหมือนกัน (ชื่อไทยคือ กุ้ยหลินฉบับกระเป๋า ค่ะ) เพราะหลงชิ่งเสียมีบันไดเลื่อนค่ะ แต่ที่นี่ไม่มี!! เดินสิค่ะ รออะไร (บันไดเห็นแล้วเหนื่อยใจมาก สายยิมบอกเลย incline ระดับ 6)

แต่พอขึ้นมาแล้ว เจอวิวแบบนี้หายเหนื่อยเลยนะ อิอิ

พอมาถึงที่นี่แล้ว คนจีนหลายคนก็มาลองบันจี้จัมพ์ที่นี่ค่ะ คนเล่นเยอะมาก อาจเพราะเครื่องเล่นดูใหม่ และไม่สูงมาก (มั้ง...) มีโรยตัวข้ามน้ำไปยังอีกฝั่งด้วยค่ะ ไม่ได้ถามราคามา เพราะไม่ได้ขึ้นไปตรงนั้น ได้แต่ดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงใย 555

จุดที่เรากำลังยืนดูบันจี้จั้มคือสันเขื่อนตรงที่กระโดดค่ะ เป็นเขื่อนที่ใหญ่และเงียบสงบ คนก็ไม่เยอะ เที่ยวชิวๆ แต่ยังไม่จบน่ะคะ นี่ยังไม่ใช่ไฮไลท์ของที่มาในวันนี้

มากำแพงเมืองจีน ไม่ขึ้นกำแพง ก็ถือว่ามาไม่ถึงนะคะ เริ่มต้นได้ (ที่ปีนเขื่อนขึ้นมาเมื่อกี้ นั่นมันแค่ฐานค่ะ ขำๆระดับอนุบาล)

วิวที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งสวยขึ้นเรื่อยๆจริงๆค่ะ เราเริ่มปีนตอนบ่ายสามโมง ถึงยอดสี่โมงสิบนาที ถือว่าเป็นเขาที่ไม่สูงมาก เทียบกับกำแพงเมืองจีนบางกำแพงที่ไปปีนกัน

วิวเมื่อตะกี้ ภาพนี้คือจุดที่เรายืนถ่ายค่ะ อันนี้เราเพิ่งปีนมาได้ 15 นาทีเท่านั้น

คนจีนชอบปีนเขามากค่ะ โดยเฉพาะคนปักกิ่ง ที่ไม่ได้มีที่เที่ยวในเชิงธรรมชาติมากเมื่อเทียบกับเมืองจีนทางตอนใต้ คนจีนยังถือว่าการปีนเขาเป็นกิจกรรมครอบครัว มากันหลายๆคน หรือมาเป็นคู่ก็ได้ (รูปนี้อาจจะเห็นต้นไม้สองต้นประหลาดๆ มันคือต้นไม้เสิ่นเจิ้นค่ะ ของเก๊นี้แหละ คาดว่าน่าจะเป็นเสาส่งสัญญาณ คนจีนเองยังขำอ่ะเห็นต้นไม้สองต้นนี้)

มาที่นี่จะเช่าเรือล่องก็ได้น่ะคะ คนละ 100 หยวนค่ะ ซึ่งจะได้วิวที่สวยอีกแบบนึง แอบไปเสิชดูมา เพราะฉะนั้น สามารถลงเรือหรือปีนเขาก็ได้เลยค่ะ

เมื่อไหร่จะถึง!!! อันนี้น่าจะเกือบ 1 ชั่วโมงที่ปีนขึ้นมาแล้วค่ะ เริ่มสูงขึ้นมากๆ ทางเดินเริ่มชัน เริ่มไม่มีบันได ไม่ก็เป็นสโลปชันๆที่ค่อนข้างอันตราย คนกลัวความสูงบอกเลยว่ามองแต่ข้างหน้า อย่าหันหลังเด็ดขาด

วิวก็สวยบาดใจมากขึ้นเรื่อยๆแน่นอน

ถ้าให้เทียบจากประสบการณ์ของตัวเอง ภูเขาที่นี่อาจะไม่สูงมากเมื่อเทียบที่อื่น แต่เป็นหุบเขาขนาดกลางที่ชันมากค่ะ และความพิเศษคือการปีนไปตามสันกำแพงเมืองจีนนี่แหละ ชอบตรงนี้มากๆค่ะ

ยังๆ ยังไม่ถึงนะ เลยมา 2 ป้อมละค่ะ ขึ้นต่อไป ปีนต่อไป

ในที่สุด ฮุเร่ ถึงป้อมสุดท้ายแล้วค่ะ

ป้อมนี้ต้องกรุยทางกันไปเองเลยค่ะ สนุกสนานอย่าบอกใคร

ถึงยอดแล้ว ไปกัน 13 คน ตะคริวกินกันไป 3 คน กลัวความสูงหนักมากอีก 2 คน เป็นทริปที่สนุกปนฮาปนหวาดเสียวดีค่ะ ว่าแต่พูดถึงความหวาดเสียวนั้น....

ตอนขาลงสิคะ ของจริง กระเช้าจริงๆจะนั่งขึ้นก็ได้นะ ขาละ 50 หยวนค่ะ แต่วิวขาขึ้น ไม่งามเท่าเดินขึ้น อีกทั้งวิวนั่งลงเจ๋งกว่าเยอะค่ะ ขนาดไม่กลัวความสูง แต่เจอแบบนี้ กับกระเช้าอันแสนบอบบาง และลมที่แรงใช้ได้ นั่งเงียบเลยค่ะ ถ่ายรูปไปๆ

วิวตระการตามากค่ะ มีหิมะประปรอยหน่อยก็สวิซแล้วนะเอาจริง แอดประทับชอตนี้มากที่สุดเลยค่ะ มันสวย ใหญ่อลังการ ไม่มีตึกใดๆนอกจากหุบเขาชิงหลงเท่านั้น บวกกับยอดซากกำแพงเมืองจีนปรอยๆ ให้อารมณ์ภาพยนตร์เรื่อง the great wall ที่ Matt Demon เล่นนะ อาจจะไม่เหมือน แต่มีเอเลี่ยนโผล่มานี่ใช่เลย

กระเช้านั่งอันนี้มีความตื่นตาตื่นใจดีค่ะ ผ่านหุบแต่ละหุบทั้งชัน ทั้งลมแรง บางช่วงที่ลมแรงมาก กระเช้าจะช้าลง หม่ายก้อดดดด จริงๆนะ เราไม่รู้สึกไปเอง ตกใจมากตอนนั้น... อาจจะเพื่อความปลอดภัยค่ะ

ผ่านหุบหัวมังกรค่ะ ชอตนี้ผ่านหุบไปนี่มีคนจีนบางคนร้องอ่ะ

เย่ๆ ถึงพื้นโดยสวัสดิภาพ...

สนุกมากเลยค่ะ ประทับใจวิวมากกว่ากำแพงเมืองจีนหลายที่ที่ไปมา แต่ถ้าพูดถึงตัวกำแพง อาจจะอารมณ์เป็นซากกำแพงหน่อย ไม่ได้บูรณะมาเพื่อความสะดวกสบาย แต่ทำมาเพื่อการปีนล้วนๆค่ะ จบทริปนี้ไป ครั้งต่อไป ดี ชิว จีน จะรีวิวดังๆอะไรอีก รอติดตามชมนะคะ ขอบคุณมากค่ะ สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ ^^
และ และ และ
ฝากติดตามเพจด้วยค่ะ เพจชื่อ ROL Reviewing Out Loud อีกหนึ่งช่องทางในเฟซบุคค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ^^
https://www.facebook.com/ReviewingOutLoud/
[CR] === >> ดี ชิว จีน << มารีวิว ชิงหลงเสีย ไปปีนสันกำแพงเมืองจีนกัน
แต่ก่อนจะเริ่มกัน เราเคยมีกระทู้ก่อนๆที่รีวิวมหาวิทยาลัยภาษาจีน กับการเดินทางและสถานที่ท่องเที่ยวชิวๆในปักกิ่ง เชิญรับชม และติดตามได้นะคะ
ผิดพลาดประการใดขออภัยล่วงหน้านะคะ ฝีมือยังอ่อนด๋อย...
ดี ชิว จีน 1 กับการเริ่มต้นไปจีน และโรงเรียนสอนภาษา >>https://pantip.com/topic/33262353
ดี ชิว จีน 2 เมื่อเราลองไปเที่ยวปักกิ่ง (รถเมล์ รถไฟฟ้า พระราชวังต้องห้าม หนานหลัวกู่เซี่ยง CCTV & Beijing urban museum>>https://pantip.com/topic/33333114
บอกก่อนว่า “ชิงหลงเสีย” หรือ เขื่อนชิงหลง ไม่ใช่ “หลงชิ่งเสีย” หรือเขื่อนหลงชิ่งนะคะ (ชื่อดันพ้องกันอีก 555 เดี๋ยวแอดมินจะมารีวิวหลงชิ่งเสียให้ดูในโอกาสหน้าค่ะ) ชิงหลงเสียเป็นหุบเขาที่มีซากกำแพงเมืองจีนบางส่วน กับเขื่อนขนาดกลาง
จากทางเข้าชิงหลงเสียเข้าไปค่ะ ต้องเดินประมาณ 20 นาที (ประมาณ 2 กิโลเมตร) เข้าไปยังประตูเขื่อนด้านในค่ะ
เราจะเดินเลาะหุบเขาไปเรื่อยๆ ในช่วง 2 กิโลเมตรนี้ วิวไม่ซ้ำซักจุดค่ะ จะได้อารมณ์ความเป็นสวนสไตล์จีน บวกกับหุบเขาที่มีซากกำแพงเมืองจีนเกาะไปเรื่อยๆ ต้นหลิวสวยมากๆเลยค่ะ
ทางเดินเลาะหุบเขา และ ฝั่งตรงข้ามทางเดินเลาะหุบเขาค่ะ
สะพานข้ามไปยังทางเดินอีกฝั่ง เป็นฝั่งสวนต้นหลิว บวกกับโรงแรมในอุทยาน ถ้าอยากพักผ่อนหย่อนใจ สามารถเข้าพักผ่อนในอุทยานได้เช่นกันค่ะ ราคาจะแพงกว่าข้างนอกเล็กน้อย แต่น่าจะสบายกว่าพอตัวค่ะ
ทุกหุบเขาจะมีชื่อสัตว์สีแดงๆแปะอยู่บนผา ถามคนจีนที่มาด้วยกันว่ามันคืออะไร ก็ไม่มีใครรู้ค่ะ 555 ตัวนี้คือ 龙 ตัวเต็มที่แปลว่ามังกรค่ะ
เดินมาสักพักก็เห็นเขื่อนแล้วค่ะ เย่ๆ แต่.......... เราต้องปีนขึ้นบนเขื่อนค่ะ
ที่นี่ต่างจาก “หลงชิ่งเสีย” ซึ่งเป็นเขื่อนเหมือนกัน (ชื่อไทยคือ กุ้ยหลินฉบับกระเป๋า ค่ะ) เพราะหลงชิ่งเสียมีบันไดเลื่อนค่ะ แต่ที่นี่ไม่มี!! เดินสิค่ะ รออะไร (บันไดเห็นแล้วเหนื่อยใจมาก สายยิมบอกเลย incline ระดับ 6)
แต่พอขึ้นมาแล้ว เจอวิวแบบนี้หายเหนื่อยเลยนะ อิอิ
พอมาถึงที่นี่แล้ว คนจีนหลายคนก็มาลองบันจี้จัมพ์ที่นี่ค่ะ คนเล่นเยอะมาก อาจเพราะเครื่องเล่นดูใหม่ และไม่สูงมาก (มั้ง...) มีโรยตัวข้ามน้ำไปยังอีกฝั่งด้วยค่ะ ไม่ได้ถามราคามา เพราะไม่ได้ขึ้นไปตรงนั้น ได้แต่ดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงใย 555
จุดที่เรากำลังยืนดูบันจี้จั้มคือสันเขื่อนตรงที่กระโดดค่ะ เป็นเขื่อนที่ใหญ่และเงียบสงบ คนก็ไม่เยอะ เที่ยวชิวๆ แต่ยังไม่จบน่ะคะ นี่ยังไม่ใช่ไฮไลท์ของที่มาในวันนี้
มากำแพงเมืองจีน ไม่ขึ้นกำแพง ก็ถือว่ามาไม่ถึงนะคะ เริ่มต้นได้ (ที่ปีนเขื่อนขึ้นมาเมื่อกี้ นั่นมันแค่ฐานค่ะ ขำๆระดับอนุบาล)
วิวที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งสวยขึ้นเรื่อยๆจริงๆค่ะ เราเริ่มปีนตอนบ่ายสามโมง ถึงยอดสี่โมงสิบนาที ถือว่าเป็นเขาที่ไม่สูงมาก เทียบกับกำแพงเมืองจีนบางกำแพงที่ไปปีนกัน
วิวเมื่อตะกี้ ภาพนี้คือจุดที่เรายืนถ่ายค่ะ อันนี้เราเพิ่งปีนมาได้ 15 นาทีเท่านั้น
คนจีนชอบปีนเขามากค่ะ โดยเฉพาะคนปักกิ่ง ที่ไม่ได้มีที่เที่ยวในเชิงธรรมชาติมากเมื่อเทียบกับเมืองจีนทางตอนใต้ คนจีนยังถือว่าการปีนเขาเป็นกิจกรรมครอบครัว มากันหลายๆคน หรือมาเป็นคู่ก็ได้ (รูปนี้อาจจะเห็นต้นไม้สองต้นประหลาดๆ มันคือต้นไม้เสิ่นเจิ้นค่ะ ของเก๊นี้แหละ คาดว่าน่าจะเป็นเสาส่งสัญญาณ คนจีนเองยังขำอ่ะเห็นต้นไม้สองต้นนี้)
มาที่นี่จะเช่าเรือล่องก็ได้น่ะคะ คนละ 100 หยวนค่ะ ซึ่งจะได้วิวที่สวยอีกแบบนึง แอบไปเสิชดูมา เพราะฉะนั้น สามารถลงเรือหรือปีนเขาก็ได้เลยค่ะ
เมื่อไหร่จะถึง!!! อันนี้น่าจะเกือบ 1 ชั่วโมงที่ปีนขึ้นมาแล้วค่ะ เริ่มสูงขึ้นมากๆ ทางเดินเริ่มชัน เริ่มไม่มีบันได ไม่ก็เป็นสโลปชันๆที่ค่อนข้างอันตราย คนกลัวความสูงบอกเลยว่ามองแต่ข้างหน้า อย่าหันหลังเด็ดขาด
วิวก็สวยบาดใจมากขึ้นเรื่อยๆแน่นอน
ถ้าให้เทียบจากประสบการณ์ของตัวเอง ภูเขาที่นี่อาจะไม่สูงมากเมื่อเทียบที่อื่น แต่เป็นหุบเขาขนาดกลางที่ชันมากค่ะ และความพิเศษคือการปีนไปตามสันกำแพงเมืองจีนนี่แหละ ชอบตรงนี้มากๆค่ะ
ยังๆ ยังไม่ถึงนะ เลยมา 2 ป้อมละค่ะ ขึ้นต่อไป ปีนต่อไป
ในที่สุด ฮุเร่ ถึงป้อมสุดท้ายแล้วค่ะ
ป้อมนี้ต้องกรุยทางกันไปเองเลยค่ะ สนุกสนานอย่าบอกใคร
ถึงยอดแล้ว ไปกัน 13 คน ตะคริวกินกันไป 3 คน กลัวความสูงหนักมากอีก 2 คน เป็นทริปที่สนุกปนฮาปนหวาดเสียวดีค่ะ ว่าแต่พูดถึงความหวาดเสียวนั้น....
ตอนขาลงสิคะ ของจริง กระเช้าจริงๆจะนั่งขึ้นก็ได้นะ ขาละ 50 หยวนค่ะ แต่วิวขาขึ้น ไม่งามเท่าเดินขึ้น อีกทั้งวิวนั่งลงเจ๋งกว่าเยอะค่ะ ขนาดไม่กลัวความสูง แต่เจอแบบนี้ กับกระเช้าอันแสนบอบบาง และลมที่แรงใช้ได้ นั่งเงียบเลยค่ะ ถ่ายรูปไปๆ
วิวตระการตามากค่ะ มีหิมะประปรอยหน่อยก็สวิซแล้วนะเอาจริง แอดประทับชอตนี้มากที่สุดเลยค่ะ มันสวย ใหญ่อลังการ ไม่มีตึกใดๆนอกจากหุบเขาชิงหลงเท่านั้น บวกกับยอดซากกำแพงเมืองจีนปรอยๆ ให้อารมณ์ภาพยนตร์เรื่อง the great wall ที่ Matt Demon เล่นนะ อาจจะไม่เหมือน แต่มีเอเลี่ยนโผล่มานี่ใช่เลย
กระเช้านั่งอันนี้มีความตื่นตาตื่นใจดีค่ะ ผ่านหุบแต่ละหุบทั้งชัน ทั้งลมแรง บางช่วงที่ลมแรงมาก กระเช้าจะช้าลง หม่ายก้อดดดด จริงๆนะ เราไม่รู้สึกไปเอง ตกใจมากตอนนั้น... อาจจะเพื่อความปลอดภัยค่ะ
ผ่านหุบหัวมังกรค่ะ ชอตนี้ผ่านหุบไปนี่มีคนจีนบางคนร้องอ่ะ
เย่ๆ ถึงพื้นโดยสวัสดิภาพ...
สนุกมากเลยค่ะ ประทับใจวิวมากกว่ากำแพงเมืองจีนหลายที่ที่ไปมา แต่ถ้าพูดถึงตัวกำแพง อาจจะอารมณ์เป็นซากกำแพงหน่อย ไม่ได้บูรณะมาเพื่อความสะดวกสบาย แต่ทำมาเพื่อการปีนล้วนๆค่ะ จบทริปนี้ไป ครั้งต่อไป ดี ชิว จีน จะรีวิวดังๆอะไรอีก รอติดตามชมนะคะ ขอบคุณมากค่ะ สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ ^^
และ และ และ
ฝากติดตามเพจด้วยค่ะ เพจชื่อ ROL Reviewing Out Loud อีกหนึ่งช่องทางในเฟซบุคค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ^^
https://www.facebook.com/ReviewingOutLoud/
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น