พรสันต์’ชี้ คง ม.44 ทำให้เกิดภาวะรัฐธรรมนูญซ้อน อำนาจบริหารราชการแผ่นดินฟังก์ชั่นโดย รธน. 57 ยันควรปลดล็อกพรรคการเมืองทำกิจกรรม เหตุต่างชาติจับตา-ตั้งคำถามถึงภาวะการปกติ
นายพรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงการคงมาตรา 44 ไว้ แม้จะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวรแล้ว ว่า หากมองในมุมรัฐบาล การที่คงมาตรา 44 ไว้ คือการคงให้ คสช.ยังอยู่ เนื่องด้วยพันธกิจ หรือภารกิจที่เขาประกาศไว้ตอนเข้ามายึดอำนาจ เช่น เรื่องการปฏิรูป หรือยุทธศาสตร์ชาตินั้นยังไม่เสร็จสิ้น การเลือกตั้งก็ยังไม่มีการจัดการให้เรียบร้อย เขาเลยคงสภาพนี้อยู่เพื่อให้ภารกิจต่างๆ บรรลุเป้าหมายตามที่รัฐบาลประกาศไว้แต่ต้น ทั้งนี้ การยึดอำนาจในครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนตรงที่ คสช.อยู่ปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้นานมาก ช่วงเวลาในการเลือกตั้ง ฯลฯ ไม่มีความชัดเจนแน่นอน จึงเกิดสภาวะสุญญากาศ คือ รัฐบาลใหม่ยังไม่มาจึงต้องคงให้รัฐบาลเดิม และ คสช.อยู่ แต่ถามว่าโอเคไหม ก็ต้องบอกว่าคงไม่โอเคสักเท่าไหร่ เพราะเราประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวรแล้ว โดยหลักการ คสช.ไม่ควรจะอยู่ เพราะถ้าอยู่ก็เท่ากับรัฐธรรมนูญฉบับถาวรแทบไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะการบริหารราชการแผ่นดินที่แทบจะโยนไปให้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ด้วยซ้ำ เพราะมีมาตรา 44 อยู่ตามมาตรา 265 ซึ่งเท่ากับว่าแม้จะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 60 แล้ว แต่รัฐธรรมนูญตัวที่ฟังก์ชั่นจริงๆ คือรัฐธรรมนูญปีชั่วคราว 57 ทำให้ตอนนี้เกิดสภาวะรัฐธรรมนูญซ้อน คือ 2 ฉบับซ้อนกันอยู่
เมื่อถามว่า สำหรับเรื่องพรรคการเมือง ถึงเวลาควรปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมหรือยัง นายพรสันต์กล่าวว่า ถ้าถามตน ตนคิดว่าน่าจะปลดล็อกให้เขาดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้แล้ว เพราะถ้าดูระยะเวลาที่จะเกิดการเลือกตั้งเขาก็ควรมีเวลาเตรียมความพร้อม สถานการณ์ก็ผ่อนคลายไปพอสมควรแล้ว นอกจากนี้ เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 60 แล้ว ต่างชาติเองก็จับตามอง และคาดหวังว่าจะทำให้สภาวการณ์จากเดิมที่ประเทศไทยถูกมองว่า อยู่ในสภาวการณ์พิเศษจะกลับสู่สภาวการณ์ปกติ แต่นี่ยังเหมือนเดิมอยู่ คือ คสช.ก็ยังอยู่ พรรคการเมืองก็ยังทำกิจกรรมอะไรไม่ได้ ซึ่งอาจจะทำให้ต่างชาติตั้งคำถาม ซึ่งการที่ต่างชาติตั้งคำถามแบบนี้ก็ไม่ส่งผลดีเท่าใดนัก
เมื่อถามว่า นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต สปช. ออกมาเตือนรัฐบาลว่าอำนาจมาตรา 44 หากใช้มากเกินไปอาจทำให้เกิดกระแสต้านจากประชาชน นายพรสันต์กล่าวว่า เมื่อเราอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับถาวรแล้ว อำนาจที่อยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ไม่ควรอยู่ในโครงสร้างการเมือง ซึ่งที่บอกว่ามาตรา 44 ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อก็ถูก ที่ผ่านมารัฐบาลใช้มาตรา 44 ไปแก้ไขปัญหาหลายเรื่อง ซึ่งต้องยอมรับว่าแก้ไขได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ซึ่งต่างจากที่รัฐบาลคิดว่ามาตรา 44 จะสามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เบ็ดเสร็จ เด็ดขาด เช่น เรื่องห้ามนั่งกระบะท้าย เราจะเห็นว่ามาตรา 44 ถูกปฏิเสธโดยประชาชน ทั้งนี้ การใช้อำนาจทุกอย่างมีต้นทุนอยู่เสมอ ยิ่งใช้มาก ต้นทุนก็ยิ่งหมดไปทุกวัน
JJNY : ‘อาจารย์รัฐศาสตร์’ชี้ การคง ม.44 ไว้ ทำให้เกิดภาวะรัฐธรรมนูญซ้อน
นายพรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงการคงมาตรา 44 ไว้ แม้จะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวรแล้ว ว่า หากมองในมุมรัฐบาล การที่คงมาตรา 44 ไว้ คือการคงให้ คสช.ยังอยู่ เนื่องด้วยพันธกิจ หรือภารกิจที่เขาประกาศไว้ตอนเข้ามายึดอำนาจ เช่น เรื่องการปฏิรูป หรือยุทธศาสตร์ชาตินั้นยังไม่เสร็จสิ้น การเลือกตั้งก็ยังไม่มีการจัดการให้เรียบร้อย เขาเลยคงสภาพนี้อยู่เพื่อให้ภารกิจต่างๆ บรรลุเป้าหมายตามที่รัฐบาลประกาศไว้แต่ต้น ทั้งนี้ การยึดอำนาจในครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนตรงที่ คสช.อยู่ปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้นานมาก ช่วงเวลาในการเลือกตั้ง ฯลฯ ไม่มีความชัดเจนแน่นอน จึงเกิดสภาวะสุญญากาศ คือ รัฐบาลใหม่ยังไม่มาจึงต้องคงให้รัฐบาลเดิม และ คสช.อยู่ แต่ถามว่าโอเคไหม ก็ต้องบอกว่าคงไม่โอเคสักเท่าไหร่ เพราะเราประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวรแล้ว โดยหลักการ คสช.ไม่ควรจะอยู่ เพราะถ้าอยู่ก็เท่ากับรัฐธรรมนูญฉบับถาวรแทบไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะการบริหารราชการแผ่นดินที่แทบจะโยนไปให้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ด้วยซ้ำ เพราะมีมาตรา 44 อยู่ตามมาตรา 265 ซึ่งเท่ากับว่าแม้จะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 60 แล้ว แต่รัฐธรรมนูญตัวที่ฟังก์ชั่นจริงๆ คือรัฐธรรมนูญปีชั่วคราว 57 ทำให้ตอนนี้เกิดสภาวะรัฐธรรมนูญซ้อน คือ 2 ฉบับซ้อนกันอยู่
เมื่อถามว่า สำหรับเรื่องพรรคการเมือง ถึงเวลาควรปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมหรือยัง นายพรสันต์กล่าวว่า ถ้าถามตน ตนคิดว่าน่าจะปลดล็อกให้เขาดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้แล้ว เพราะถ้าดูระยะเวลาที่จะเกิดการเลือกตั้งเขาก็ควรมีเวลาเตรียมความพร้อม สถานการณ์ก็ผ่อนคลายไปพอสมควรแล้ว นอกจากนี้ เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 60 แล้ว ต่างชาติเองก็จับตามอง และคาดหวังว่าจะทำให้สภาวการณ์จากเดิมที่ประเทศไทยถูกมองว่า อยู่ในสภาวการณ์พิเศษจะกลับสู่สภาวการณ์ปกติ แต่นี่ยังเหมือนเดิมอยู่ คือ คสช.ก็ยังอยู่ พรรคการเมืองก็ยังทำกิจกรรมอะไรไม่ได้ ซึ่งอาจจะทำให้ต่างชาติตั้งคำถาม ซึ่งการที่ต่างชาติตั้งคำถามแบบนี้ก็ไม่ส่งผลดีเท่าใดนัก
เมื่อถามว่า นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต สปช. ออกมาเตือนรัฐบาลว่าอำนาจมาตรา 44 หากใช้มากเกินไปอาจทำให้เกิดกระแสต้านจากประชาชน นายพรสันต์กล่าวว่า เมื่อเราอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับถาวรแล้ว อำนาจที่อยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ไม่ควรอยู่ในโครงสร้างการเมือง ซึ่งที่บอกว่ามาตรา 44 ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อก็ถูก ที่ผ่านมารัฐบาลใช้มาตรา 44 ไปแก้ไขปัญหาหลายเรื่อง ซึ่งต้องยอมรับว่าแก้ไขได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ซึ่งต่างจากที่รัฐบาลคิดว่ามาตรา 44 จะสามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เบ็ดเสร็จ เด็ดขาด เช่น เรื่องห้ามนั่งกระบะท้าย เราจะเห็นว่ามาตรา 44 ถูกปฏิเสธโดยประชาชน ทั้งนี้ การใช้อำนาจทุกอย่างมีต้นทุนอยู่เสมอ ยิ่งใช้มาก ต้นทุนก็ยิ่งหมดไปทุกวัน