ออกตัวไว้ก่อนว่าตัวเจ้าของกะทู้เอง ไม่มีรถกะบะไว้ในครอบครอง และใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลมาโดยตลอดนับตั้งแต่มีปัญญาซื้อรถยนต์
แต่เมื่อมองตัวบทกฏหมายที่ประกาศใช้ล่าสุด อย่างกฏหมายห้ามนั่งท้ายรถกะบะที่เป็นกระแสเกรียวกราวเนื่องจากประกาศใช้วันนี้เป็นวันแรก ก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า แล้วกลุ่มคนที่เขาต้องใช้รถกะบะเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพทำมาหากินในลักษณะที่ขัดกับกฏหมายฉบับนี้จะทำเช่นไร
ว่าแล้วก็ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัว เพราะอยู่ใกล้ที่พักอาศัยของตนเอง อย่างพวกช่างรับเหมาก่อสร้างรายย่อยใน
ซอยกีบหมูละแวกมีนบุรี ซึ่งไทยรัฐเคยลงข่าวว่าเป็นซอยที่มีช่างพักอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
*ขอบคุณภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
คำถามคือ
พวกเขาเหล่านี้จะทำยังไง..? เมื่อนายจ้างหรือผู้ว่าจ้างที่หาช่างฝีมือรายวันพวกนี้ ต่างก็ใช้รถกะบะมารับมาส่งพวกเขาทั้งนั้น จากประสบการณ์ที่ผมพักอาศัยแถวนี้มานาน ผมก็ไม่เคยเห็นว่า จะมีผู้ว่าจ้างรายใด เคยเอารถตู้ หรือรถโดยสารประเภทอื่นที่ไม่ใช่รถบรรทุกมารับพวกเขาเลย
ผมจึงรู้สึกว่า ผู้ที่เอากฏหมายฉบับนี้กลับมาใช้ คือพวกที่อาศัยอยู่บนหอคอยงาช้าง คือไม่รู้จักโลกความจริงของคนอื่น ได้แต่อาศัยอยู่แต่ในโลกจินตนาการของตัวเองเท่านั้น แน่นอนกฏหมายฉบับบนี้ก็มีข้อดีเรื่องความปลอดภัย ผมไม่เถียง แต่มันจะดีกว่านี้ไหม หากบังคับใช้กฏหมายให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของทุกชนชั้นในสังคมด้วย
จริงๆถ้าให้ชาวบ้านอย่างผมนึกว่า กลุ่มใดในสังคมบ้างจะได้รับผลกระทบจากการใช้กฏหมายฉบับนี้ บอกตรงๆว่า แค่นึกเล่นๆก็ได้ไม่รู้กี่สิบกลุ่มแล้ว
คิดไปก็หนักใจแทนพวกเขา ไม่รู้จะหาทางออกกันอย่างไร ให้ไม่ได้รับผลกระทบ
รอดูผลของกฏหมายที่ออกมาจากหอคอยงาช้าง
แต่เมื่อมองตัวบทกฏหมายที่ประกาศใช้ล่าสุด อย่างกฏหมายห้ามนั่งท้ายรถกะบะที่เป็นกระแสเกรียวกราวเนื่องจากประกาศใช้วันนี้เป็นวันแรก ก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า แล้วกลุ่มคนที่เขาต้องใช้รถกะบะเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพทำมาหากินในลักษณะที่ขัดกับกฏหมายฉบับนี้จะทำเช่นไร
ว่าแล้วก็ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัว เพราะอยู่ใกล้ที่พักอาศัยของตนเอง อย่างพวกช่างรับเหมาก่อสร้างรายย่อยในซอยกีบหมูละแวกมีนบุรี ซึ่งไทยรัฐเคยลงข่าวว่าเป็นซอยที่มีช่างพักอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
*ขอบคุณภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
คำถามคือ พวกเขาเหล่านี้จะทำยังไง..? เมื่อนายจ้างหรือผู้ว่าจ้างที่หาช่างฝีมือรายวันพวกนี้ ต่างก็ใช้รถกะบะมารับมาส่งพวกเขาทั้งนั้น จากประสบการณ์ที่ผมพักอาศัยแถวนี้มานาน ผมก็ไม่เคยเห็นว่า จะมีผู้ว่าจ้างรายใด เคยเอารถตู้ หรือรถโดยสารประเภทอื่นที่ไม่ใช่รถบรรทุกมารับพวกเขาเลย
ผมจึงรู้สึกว่า ผู้ที่เอากฏหมายฉบับนี้กลับมาใช้ คือพวกที่อาศัยอยู่บนหอคอยงาช้าง คือไม่รู้จักโลกความจริงของคนอื่น ได้แต่อาศัยอยู่แต่ในโลกจินตนาการของตัวเองเท่านั้น แน่นอนกฏหมายฉบับบนี้ก็มีข้อดีเรื่องความปลอดภัย ผมไม่เถียง แต่มันจะดีกว่านี้ไหม หากบังคับใช้กฏหมายให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของทุกชนชั้นในสังคมด้วย
จริงๆถ้าให้ชาวบ้านอย่างผมนึกว่า กลุ่มใดในสังคมบ้างจะได้รับผลกระทบจากการใช้กฏหมายฉบับนี้ บอกตรงๆว่า แค่นึกเล่นๆก็ได้ไม่รู้กี่สิบกลุ่มแล้ว
คิดไปก็หนักใจแทนพวกเขา ไม่รู้จะหาทางออกกันอย่างไร ให้ไม่ได้รับผลกระทบ