ด่วน! “วินนี่-โค้ชไทย” เตรียมเข้าพบนายกบอลบ่ายวันนี้

กระทู้คำถาม


“วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตกุนซือทีมชาติไทยชาวเยอรมัน พร้อมโค้ชไทย เตรียมเข้าพบ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในช่วงบ่ายโมงวันนี้ (3 เมษายน)

ทัพช้างศึก เพิ่งไร้ตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนหลัง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้ประกาศยุติบทบาทการทำหน้าที่ เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา และสมาคมกีฬาฟุตบอลเตรียมเฟ้นหากุนซือคนใหม่เข้ามารับช่วงต่อ

กระทั่งล่าสุดมีรายงานว่า “วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตกุนซือทีมชาติไทย เตรียมเดินทางเข้าพบ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในช่วงบ่ายโมงวันนี้ (3 เมษายน) พร้อมโค้ชไทยซึ่งคาดการณ์ว่าเป็น “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ เพื่อเข้าหารือกับประมุขลูกหนังไทย

สำหรับ “วินนี่” เคยคุมทัพช้างศึกช่วงปี 2011-2013 หลังย้ายออกจากประเทศไทย ได้เข้าไปรับงานคุมทีมชาติจาไมก้า ชาติในแถบแคริบเบียน  และพาทีมเข้าชิงคอนคาเคฟ โกลด์ คัพ หรือศึกชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาเหนือ ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่ต้องอกหักพ่าย สหรัฐอเมริกา เจ้าภาพ

https://sport.mthai.com/football-thai/303098.html
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 14
"ถ้า" จะลองงานโค้ชคนคู่ที่คุ้นเคยกับบอลไทยอย่างนี้ก็ถือว่าโอเคนะ เพราะยังไงตอนนี้งานอย่างแรกเลยคือ...

- แก้ไขความอึมครึมมึนงงและสับสนของทีมชาติไทยชุดใหญ่ในเวลานี้ที่นักเตะอาจจะกำลังดิ่งทั้งเรื่องฟอร์มที่ยิ่งสู้ยิ่งเละกับการออกไปของซิโก้ ...การใช้คนคุ้นเคยก่อนอย่างน้อยจะใช้เวลาน้อยในการจูนจิตใจกับปรับแก้แทคติกที่บกพร่อง ...

- น่าจะเป็นการจ้างระยะสั้น 3 นัดเพื่อทดลองการทำงานของ 2 คนนี้และยืดเวลาในการหาโค้ชระดับผ่านฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ...กรณีทดลองงาน 2 โค้ชนี้จริงๆ KPI น่าจะอยู่ที่ต้องมีแต้มให้ได้จากทั้ง 3 นัดที่เหลือของรอบนี้ และ "อาจจะ" ต้องมีชนะอย่างน้อย 1 นัด นั่นหมายถึงแต้มขั้นต่ำต้อง 5 แต้มถึงจะพอพิจารณาได้ว่าจะให้ต่อเพื่อเตรียมเอเชียนคัพหรือไม่ ...ถ้ากรณีเพื่อยืดเวลาสำหรับเจรจาโค้ชระดับสูงคนอื่น นั่นต้องหมายถึงยืดเวลาหาสปอนเซอร์เพิ่มระยะยาวด้วย เพราะถ้าจะหาระดับสูงมาจริงๆ ค่าจ้างคงถึงขั้นทำลายสถิติโค้ชในวงการฟุตบอลไทยทุกระดับ สัญญาขั้นต่ำน่าจะพิจารณาที่จบเอเชียนคัพ ก่อนจะดูแนวโน้วต่อเพื่อลุ้นเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายคัดเอเชียไปบอลโลก 2022 คิดว่าจะเป็นการต่อสัญญา 2 จังหวะ ....คีย์หลักทั้ง 2 กรณีคงอยู่ที่เงินสัญญาจ้างรอบนี้ (3 นัดที่เหลือ) ถ้าจะจ้างทั้งวินนี่กับโค้ชโชคคู่จริงๆ หากออกมาแพงพอดู (แต่ไม่เท่าค่าจ้างโค้ชระดับสูงซึ่งคาดว่าน่าจะมีระดับ $2-3 ล้านต่อปี) ก็อาจจะเข้ากรณีแค่จัดตาทัพ แต่ถ้าออกมาไม่แพง (ไม่เกินที่จ้างซิโก้แบบเดือนละ 2 ล้านบาท) ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นการทดลองงาน 2 โค้ชคู่นี้...

- จะเป็นใครที่จะมารับงานต่อในชุดใหญ่ ถ้าจะหวังไปถึงฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้จริงๆ ควรจะหวังที่ปี 2026 หลังปรับโควต้าจำนวนทีมแล้ว เพราะ 2022 น่าจะเป็นการประเมินความก้าวหน้าของระบบการบริหารในยุคบิ๊กอ๊อดจริงๆ ทั้งการสร้างมาตรฐานลีกในประเทศทุกระดับใหม่หมด ทั้งการทำโครงสร้างทีมชาติทุกรุ่นด้วยระบบสากลจากทีมงานระดับโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และจำนวนระยะเวลาการประเมินผลงานจะเข้าสู้ระยะกลางพอดี (5 - 8 ปี) ถึงตอนนั้นถ้ายังเป็นบิ๊กอ๊อดหรือทีมงานและแผนงานเดิมของบิ๊กอ๊อดที่ยังได้ทำต่อในสมาคมฯ มันจะเกิดความต่อเนื่องของการสร้างทรัพยากรนักเตะรุ่นใหม่ที่ "คาดว่า" จะดีกว่ารุ่นปัจจุบันนี้ให้สามรถขึ้นไปติด Top 8 ของเอเชียเพื่อลุ้นไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2026 ได้ ...Ekono ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นควบคุมไปถึงชุดใหญ่หรือกำหนดตัวโค้ชชุดใหญ่ แต่ตอนนั้นคงสร้างนักเตะที่สามารถรองรับฟุตบอลสมัยใหม่ในยุคข้างหน้าได้ (การที่เลือกบริษัทนี้เข้ามาทำโครงสร้างบอลไทยให้มันสากล เพราะต้องการเดินหน้าให้มันทันฟุตบอลสมัยใหม่จริงๆ จากการที่ติดหล่มมาเกือบ 30 ปีกับระบบ "ไทยๆ" นั่นคือ เราไม่ใช่ต้องเริ่มเดินหน้า แต่มันต้องถึงขั้นต้องจับเครื่องบินจริงๆ ถึงจะทำให้ฟุตบอลล้าหลังแบบเดิมตามให้ทัน 2026)... คิดว่านี่อาจจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ท้าทายที่สุด "ของจริง" ที่ Ekono กล้ารับทำ เพราะนั่นคือความสำเร็จที่สามารถนำทีมจากภูมิภาคสุดท้ายที่ยัง "ไม่เคยไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย" เข้าไปเล่นได้ "เป็นครั้งแรกอย่างสมบูรณ์" (ขอไม่นับสมัยอินโดฯ ยังอยู่ในอาณานิมดัทช์ละกัน) ...ทั้งนี้ ...มันก็ต้องเลิกการขัดขากันเองของพวกอยากเอาผลประโยชน์เข้าตัวมากกว่าให้ทีมชาติ หรือความงี่เง่าของสื่อเลือกข้าง หรือแม้แต่ความเอาแต่ใจเกินพอดีของแฟนบอลบางกลุ่ม ...ข้าเจ้าเองคิดว่าทีมสมาคมฯ ชุดนี้ทำมาถูกทางพอที่จะให้ปล่ยวางเรื่องการเมืองสมาคมฯ และดูกับเชียร์อย่างเดียวได้ ... ส่วนคนดูบอลคนอื่นบางกลุ่มที่ยังพยายามจะวนเวียนเกี่ยวกับวาทะกรรมการเมือง สงสัยเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างไร้สาระ เกรียนเล่นๆ ป่วนกระทู้จนรกบอร์ด ก็อยากให้พวกนั้นรู้สึก "เหนื่อยและเบื่อ" กับพฤติกรรมแบบนั้นบ้าง แล้วปล่อยวางเรื่องที่ตัวเองไม่น่าจะมีส่วนอย่างการบริการสมาคมฯ งบการเงิน หรือเรื่องนอกสนาม หันมาสนใจเรื่องเชียร์ วิเคราะห์การเล่น หรือบรรยากาศการดูแทน ....ถ้าเชียร์หรือดูบอลให้มันสนุกไม่ได้ ก็หยุดพักหันไปทำอย่างอื่นให้สงบบ้างก็ดี...

ไม่เอาไม่พูด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่