เขาพูดกันว่าความรักเหมือนสงคราม มีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ
หลังจากได้ฟังเรื่องวรรณวิศาในสมองของเอกรัตน์ก็ขาวโพลน เขาจำไม่ได้กระทั่งว่าขับรถกลับมากับอลิเซียได้อย่างไร อย่างน้อยพวกเขาก็มาถึงบ้านอย่างสวัสดิภาพแล้วไปจอดรถอยู่หน้าร้านของวรรณวิศาเหมือนคนใจลอยจนคันหลังบีบแตรไล่จึงรู้สึกตัวขับต่อไปเลี้ยวจ่อหน้าประตูรั้ว
อลิเซียลงไปเปิดรั้วและจับดัมมี่อย่างรู้หน้าที่ ปล่อยให้เอกรัตน์ขับรถเข้าไปจอดด้านในอย่างเหม่อลอย
“เป็นอะไรหรือเปล่าเอก เอกนิ่งมาตลอดทางเลยไม่ยอมจอดให้ลิเซียเข้าห้องน้ำด้วย” อลิเซียบ่นอุบ จับขาหน้าดัมมี่ชี้มาทางคุณเจ้าของบ้านอย่างกล่าวหา
เมื่อกี้เธอพูดว่าอย่างไรนะ ไม่ยอมจอดให้เข้าห้องน้ำหรือ ถ้าอย่างนั้น หรือว่า...
“ลิเซียเลยใช้เวทมนตร์ควบคุมเอกให้แวะปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุดน่ะสิ ไม่ปล่อยเลอะรถเอกหรอกน่า”
“ทำได้ด้วยหรือ อย่างนั้นที่เอกไม่รู้สึกตัวตลอดทางมาก็ฝีมือลิเซียใช่ไหม” เอกรัตน์ปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงที่ได้ยินมาเต็มกำลัง หญิงสาวส่ายหน้าแล้วปล่อยเจ้าหมาดำลงกับพื้น มันวิ่งมาอ้อนเขาเหมือนทุกครั้ง
“ลิเซียไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรกับเอก แต่หลังจากนั้นเอกก็ดูไม่เป็นตัวของตัวเองเลย หลังจากแวะปั๊มลิเซียเลยใช้เวทมนตร์บังคับโดยดูจากความทรงจำของเอก ไม่ต้องห่วง ลิเซียไม่ทำผิดกฎจราจรแน่นอน” อลิเซียยืนยันอย่างขันแข็งว่าไม่ได้ขับเร็วหรือฝ่าไฟแดงแต่อย่างใด
“บังคับความคิดได้ด้วยหรือ” เอกรัตน์กดล็อคประตูรถ “อย่างกับคำสาปสะกดใจในแฮร์รี่ พอตเตอร์แน่ะ”
คุณเจ้าของบ้านเปิดประตูบ้านให้อลิเซียกับดัมมี่เข้าไปก่อน ส่วนตัวนั้นเสไปดูบ้านข้างๆว่าอาจารย์สิงหนพกลับมาหรือยัง เขากับวรรณวิศามีเรื่องต้องคุยกันแบบตัวต่อตัวแต่เห็นรถยนต์ของอาจารย์จอดอยู่จึงยังไม่ไปคุย
อย่างนั้นส่งไลน์ไปก็ได้ว่าอยากคุยด้วย ว่าแล้วเอกรัตน์ก็จัดแจงส่งข้อความไลน์ไปหาวรรณวิศาว่าต้องการคุยด้วยโดยไม่ใส่ใจอาหารเย็น
“ความจริงลิเซียอยากกินบาร์บีคิวแต่เห็นสภาพเอกแล้วไม่เอาดีกว่า ขอเป็นมาม่าเหมือนเดิมนะ จะได้ไม่ต้องหุงข้าว” อลิเซียเปิดตู้จัดแจงหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาเตรียมทำอาหารเย็นสำหรับสองคน
“สภาพเอกโทรมแบบนั้นเลยหรือ” เอกรัตน์เดินตามเข้าบ้าน มือยังกดส่งข้อความไลน์ไม่ยอมหยุด
“เหมือนคนป่วยอาการร่อแร่เลยละ ลิเซียไม่รู้ว่าเอกได้ยินอะไรมาแต่ต้องเป็นเรื่องสำคัญใช่ไหม เอกจึงต้องการเวลาคิด ลิเซียไม่ว่าเอกหรอก...รสนี้เหลือแค่ซองเดียว ผสมได้ไหม” อลิเซียถามคุณเจ้าของบ้านอย่างหงอยๆ
“แบบนั้นก็เซ็งหมดสิ ทำแบบดั้งเดิมก็ได้เดี๋ยวใส่ผักกับเนื้อเอา ลูกชิ้นสำหรับดัมมี่คนกินได้เดี๋ยวใส่ด้วย” เอกรัตน์เพิ่งรู้สึกว่าวิญญาณของตนเพิ่งกลับเข้าร่างเดี๋ยวนี้เอง เขากลั้นยิ้มเมื่ออลิเซียจ้องอ่านวิธีทำหลังซองตาเป๋ง “เดี๋ยวเอกสอนเอง ไปตั้งน้ำให้พอสองชาม แล้วเอกกินรสนั้นได้ไม่ต้องห่วง”
ทีนี้ก็รอวรรณวิศาตอบกลับในไลน์ ระหว่างนี้ก็ทำอาหารเย็นกินง่ายๆกับอลิเซียทั้งที่ในหัวเต็มไปด้วยคำพูดของคุณอุดมว่าวรรณวิศามีแฟนแล้ว
“ลิเซียเคยมีคนรักไหม” คุณเจ้าของบ้านถามระหว่างกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันสองคน
“เคยสิแต่เจอพ่อทูนหัวของลิเซียขู่เข้าเลยเผ่นหนีก่อนจะได้คบกันจริงจัง พ่อทูนหัวของลิเซียหวงลิเซียมากเลยนะ พ่อแท้ๆของลิเซียชอบล้อประจำว่าไม่ได้แม่ก็จะเอาลูก”
“พ่อทูนหัวแบบไหนกันนั่น เล่าให้ฟังได้ไหม” ความจริงเอกรัตน์ไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านแต่ครั้งนี้เขาต้องการรอไลน์จากวรรณวิศา มันขึ้นว่าอ่านแล้วทำไมเธอไม่ตอบกลับมาสักที
“อย่างนี้ พ่อกับพ่อทูนหัวลิเซียเป็นเพื่อนรักกันแต่แตกคอเพราะเรื่องผู้หญิง แม่ลิเซียไง ทั้งสองคนยอมรับทางที่แม่ของลิเซียเลือก พ่อทูนหัวจึงยอมแพ้และขอเป็นพ่อทูนหัวของลูกสาวแม่ลิเซียแทน” อลิเซียจิ้มลูกชิ้นในชามขึ้นกินกดซดน้ำซุปลงคอรวดเดียวหมด
“ผู้หญิงนี่ดีนะ รักเผื่อเลือกได้...เอกไม่ได้ว่าทั้งหมดนะ บางส่วนน่ะบางส่วน” เอกรัตน์รีบขอโทษขอโพยที่ต่อว่าผู้หญิงแบบเหมารวม
“ไม่เป็นไรหรอก พ่อทูนหัวของลิเซียก็ตัวดีคบผู้หญิงสองคนเหมือนกัน แบบนั้นกระมังแม่ลิเซียจึงเลือกแต่งกับพ่อ” อลิเซียหัวเราะ เอกรัตน์คิดว่าอลิเซียโตมาแบบแปลกๆ พอได้ฟังก็แปลกจริงเสียด้วย
คุณเจ้าของบ้านตั้งใจจะชมอลิเซียว่ารักพ่อมากข้อความไลน์ก็เข้ามาสองครั้ง ข้อความแรกของวรรณวิศาบอกว่าพรุ่งนี้พ่อของเธอไม่อยู่ไปคุยได้ ส่วนอีกข้อความจากเจ้านัทน้องชาย บอกว่าพรุ่งนี้จะมาหาตอนเช้า
เอกรัตน์ตอบวรรณวิศาว่า อยากคุยเรื่องของเรา ส่วนไตรภพน้องชายก็ไม่รู้ว่าคราวนี้จะหาข้ออ้างอะไรมาเที่ยวเล่นอีก ได้แต่ถอนหายใจเบาๆอย่างห่วงใย เจ้าน้องชายตัวดีควรจะต้องเตรียมบวชอย่างจริงจังเหมือนที่เขาจะต้องเพาะกุหลาบแก้วให้อลิเซียให้ได้...
“ศาไปกับต้น จำต้นได้ไหมที่เรียนด้วยกันแต่แยกไปฝึกงานที่อื่นน่ะ ที่ตอนนี้ไปทำงานอยู่เขาใหญ่ ที่เป็นเกย์ไง”
วรรณวิศาตอบเขาเรื่องเพื่อนเที่ยวได้อย่างหน้าตาเฉย แต่เอกรัตน์สัมผัสได้ถึงการโกหกที่ซ่อนไว้ หญิงสาวหันหน้ามองทางซ้ายบ่อยกว่าปกติแสดงว่ากำลังสร้างเรื่อง ส่วนเจ้าต้นนั้นมีแฟนเป็นผู้ชายอยู่แล้วคงไม่ว่างมาเที่ยวกับเพื่อนสาวสองคนหรอก แต่เรื่องไหนกันแน่ที่วรรณวิศาปกปิดเขาอยู่ เธอกำลังโกหกเรื่องอะไรกันนะ เธอไปเที่ยวกับใคร แถมยังทำตัวประหนึ่งแฟนกันเสียอีก
นี่ถ้ามีอะไรสักอย่างที่เข้าไปดูในความทรงจำของคนได้ก็ดีสินะ แบบเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นเวทมนตร์ที่ทำให้มองเห็นใจคนได้
“วันนี้มีอะไรมาล่อลิเซียอีกนัท” คุณเจ้าของบ้านทักน้องชายที่ง่วนอยู่กับเครื่องเล่นซีดีที่ต่อพ่วงกับโทรทัศน์ ข้างตัวมีกล่องใส่แผ่นภาพยนตร์ด้วยคงเอาอะไรมาดูกับอลิเซียอีกกระมัง
“ผมเอามาล่อพี่นั่นแหละ ด็อกเตอร์ ฮู ซีซั่นหกไงครับ ที่พี่อยากได้มาเก็บอยู่ ผมตะล่อมขอเงินแม่ไปซื้อแผ่นแท้มาให้พี่ แปดร้อยกว่าเชียวนา” ไตรภพหันมาพูดอย่างร่าเริงเหมือนเด็กๆ อลิเซียที่พอจะรู้เรื่องหนังละครแล้วก็นั่งรออย่างใจจดใจจ่อ
“ฉันจะด่าแกว่าอะไรดีนัท ไม่มีเงินก็ไม่ต้องซื้อสิ เดี๋ยวเอาเงินพี่ไปคืนแม่ เท่าไหร่นะ” เอกรัตน์เริ่มกระบวนการเหนื่อยใจกับน้องชายอีกครั้ง “ฉันดูทางแอปพริเคชั่นบนโทรศัพท์ได้ เติมเงินแค่เดือนละร้อยเอง ไม่ต้องใช้เงินมากมายซื้อแผ่นเลยถ้าไม่จำเป็น”
“เอาเถอะครับซื้อมาแล้ว เป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังให้พี่เอกไง” พอเห็นน้องชายพูดเรื่องใช้เงินอย่างหน้าชื่นตาบานแล้วคุณเจ้าของบ้านก็พูดอะไรไม่ออก
“เคยเปิดซีซั่นห้าให้อลิเซียดูแล้ว เธอชอบนะ” ในที่สุดไตรภพก็ต่อเครื่องเล่นแผ่นหนังเข้ากับโทรทัศน์สำเร็จ แล้วเปิดกล่องหยิบแผ่นแรกออกมาเตรียมเปิดดู
“อย่าไปสปอย์ลิเซียให้หมดสนุกล่ะ เดี๋ยวพี่จะเข้าแล็ปฝากดูบ้านด้วย”
“ไม่มาดูด้วยกันหรอครับพี่”
“ฉันเพิ่งดูครั้งล่าสุดไปเมื่อเดือนก่อนเอง แกดูกับลิเซียแล้วกัน ฝากดูตอนที่เจ็ดด้วยว่าเขาแปลกลอนเหมือนที่ฉายทางทีวีหรือเปล่า ฉันไปดูที่ไหนก็แปลไม่เหมือนกันสักที่”
คุณเจ้าของบ้านเห็นน้องชายพยักหน้ารับทราบแล้วก็ไปล้างแขนขาเตรียมทำงานสำหรับวันนี้ที่เขาจงใจทำเฉพาะกุหลาบแก้วของอลิเซียเท่านั้นเพื่อรวบรวมสมาธิและความรู้ทั้งหมด
จากที่ได้รับการสั่งสอนเรื่องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาเอกรัตน์มัวแต่คิดตามกรอบเท่านั้น สิ่งที่เขาสมควรทำไม่ใช่แค่ทดลองเปลี่ยนอาหาร แต่ต้องทดลองเพาะเลี้ยงส่วนอื่นของต้นไม้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นใบ ราก หรือแม้กระทั่งดอก เพราะนี่ไม่ใช่ต้นไม้บนโลกนี้อาจเจริญเติบโตแบบใดก็ได้ ต้องขอบคุณคุณอุดมที่ทำให้เขาคิดเรื่องนี้ออก
เหมือนกับวันนี้ไม่ใช่วันของเขา แม้จะทำงานหนักสมองของเขาก็ยังคิดถึงวรรณวิศา เธอโกหกเขาจริงหรือ เธอบอกความจริงแก่เขามากเท่าไร บางทีเขาอาจคิดไปเองก็ได้ ปกติเขาจะสลัดเรื่องอื่นทิ้งเวลาทำงาน ในขณะนี้ความคิดของเขาตีกันมั่วจนทำพลาด เอามีดจุ่มแอลกอฮอล์ไปลนไฟฆ่าเชื้อแต่เผลอยกปลายมีดผ่าตัดขึ้นทำให้ไฟลามลงมาติดบนมือของเขาที่เปียกแอลกอฮอล์อยู่เช่นกัน!
เอกรัตน์ใช้เวลาครึ่งนาทีกว่าจะรู้สึกร้อนที่มือขวาจนต้องรีบชักออกมาจากตู้ปลอดเชื้อเพื่อตบไฟให้ดับลงแล้วออกไปล้างมืออีกครั้งให้หายแสบร้อน
“ผมคิดไว้แล้วว่าพี่เอกต้องเผามือตัวเองสักวันหนึ่ง วันนี้สินะ” ไตรภพกล่าวทักพี่ชายที่ออกมาล้างมือข้างนอกห้องปลอดเชื้อ
“ดูกันถึงตอนไหนแล้ว” เอกรัตน์เรียกสติกลับมาอีกครั้ง
“ตอนที่ห้าครับพี่เอก ตอนหน้าเอมี่จะรู้แล้วว่าตัวเองเป็นร่างอวตารเนื้อ”
“สปอย์ให้ลิเซียฟังอีกนะแก” คุณเจ้าของบ้านยิ้มละไมส่ายหน้าน้อยๆให้น้องชายกับอลิเซีย วันนี้คงต้องเก็บงานแล้วนั่งดูหนังกับน้องเสียแล้ว ลองไม่มีสมาธิหากฝืนทำไปมีแต่จะเกิดปัญหาตามมา “ขอเก็บของก่อนเดี๋ยวออกมาดูด้วย ไม่ต้องรอพี่ดูมาหลายรอบแล้ว” เอกรัตน์กลับเข้าห้องแล็ปไปเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ
วันนี้คงไม่ได้งานแล้วกระมัง เรื่องวรรณวิศาก็ครึ่งๆกลางๆ งานก็ครึ่งๆกลางๆอีก ชีวิตเขาคงครึ่งๆกลางๆอย่างพ่อของเขาว่า...
(มีต่อ)
หนุ่มไม้ขวดกับสาวไม้ดอก ตอนที่ 6
หลังจากได้ฟังเรื่องวรรณวิศาในสมองของเอกรัตน์ก็ขาวโพลน เขาจำไม่ได้กระทั่งว่าขับรถกลับมากับอลิเซียได้อย่างไร อย่างน้อยพวกเขาก็มาถึงบ้านอย่างสวัสดิภาพแล้วไปจอดรถอยู่หน้าร้านของวรรณวิศาเหมือนคนใจลอยจนคันหลังบีบแตรไล่จึงรู้สึกตัวขับต่อไปเลี้ยวจ่อหน้าประตูรั้ว
อลิเซียลงไปเปิดรั้วและจับดัมมี่อย่างรู้หน้าที่ ปล่อยให้เอกรัตน์ขับรถเข้าไปจอดด้านในอย่างเหม่อลอย
“เป็นอะไรหรือเปล่าเอก เอกนิ่งมาตลอดทางเลยไม่ยอมจอดให้ลิเซียเข้าห้องน้ำด้วย” อลิเซียบ่นอุบ จับขาหน้าดัมมี่ชี้มาทางคุณเจ้าของบ้านอย่างกล่าวหา
เมื่อกี้เธอพูดว่าอย่างไรนะ ไม่ยอมจอดให้เข้าห้องน้ำหรือ ถ้าอย่างนั้น หรือว่า...
“ลิเซียเลยใช้เวทมนตร์ควบคุมเอกให้แวะปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุดน่ะสิ ไม่ปล่อยเลอะรถเอกหรอกน่า”
“ทำได้ด้วยหรือ อย่างนั้นที่เอกไม่รู้สึกตัวตลอดทางมาก็ฝีมือลิเซียใช่ไหม” เอกรัตน์ปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงที่ได้ยินมาเต็มกำลัง หญิงสาวส่ายหน้าแล้วปล่อยเจ้าหมาดำลงกับพื้น มันวิ่งมาอ้อนเขาเหมือนทุกครั้ง
“ลิเซียไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรกับเอก แต่หลังจากนั้นเอกก็ดูไม่เป็นตัวของตัวเองเลย หลังจากแวะปั๊มลิเซียเลยใช้เวทมนตร์บังคับโดยดูจากความทรงจำของเอก ไม่ต้องห่วง ลิเซียไม่ทำผิดกฎจราจรแน่นอน” อลิเซียยืนยันอย่างขันแข็งว่าไม่ได้ขับเร็วหรือฝ่าไฟแดงแต่อย่างใด
“บังคับความคิดได้ด้วยหรือ” เอกรัตน์กดล็อคประตูรถ “อย่างกับคำสาปสะกดใจในแฮร์รี่ พอตเตอร์แน่ะ”
คุณเจ้าของบ้านเปิดประตูบ้านให้อลิเซียกับดัมมี่เข้าไปก่อน ส่วนตัวนั้นเสไปดูบ้านข้างๆว่าอาจารย์สิงหนพกลับมาหรือยัง เขากับวรรณวิศามีเรื่องต้องคุยกันแบบตัวต่อตัวแต่เห็นรถยนต์ของอาจารย์จอดอยู่จึงยังไม่ไปคุย
อย่างนั้นส่งไลน์ไปก็ได้ว่าอยากคุยด้วย ว่าแล้วเอกรัตน์ก็จัดแจงส่งข้อความไลน์ไปหาวรรณวิศาว่าต้องการคุยด้วยโดยไม่ใส่ใจอาหารเย็น
“ความจริงลิเซียอยากกินบาร์บีคิวแต่เห็นสภาพเอกแล้วไม่เอาดีกว่า ขอเป็นมาม่าเหมือนเดิมนะ จะได้ไม่ต้องหุงข้าว” อลิเซียเปิดตู้จัดแจงหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาเตรียมทำอาหารเย็นสำหรับสองคน
“สภาพเอกโทรมแบบนั้นเลยหรือ” เอกรัตน์เดินตามเข้าบ้าน มือยังกดส่งข้อความไลน์ไม่ยอมหยุด
“เหมือนคนป่วยอาการร่อแร่เลยละ ลิเซียไม่รู้ว่าเอกได้ยินอะไรมาแต่ต้องเป็นเรื่องสำคัญใช่ไหม เอกจึงต้องการเวลาคิด ลิเซียไม่ว่าเอกหรอก...รสนี้เหลือแค่ซองเดียว ผสมได้ไหม” อลิเซียถามคุณเจ้าของบ้านอย่างหงอยๆ
“แบบนั้นก็เซ็งหมดสิ ทำแบบดั้งเดิมก็ได้เดี๋ยวใส่ผักกับเนื้อเอา ลูกชิ้นสำหรับดัมมี่คนกินได้เดี๋ยวใส่ด้วย” เอกรัตน์เพิ่งรู้สึกว่าวิญญาณของตนเพิ่งกลับเข้าร่างเดี๋ยวนี้เอง เขากลั้นยิ้มเมื่ออลิเซียจ้องอ่านวิธีทำหลังซองตาเป๋ง “เดี๋ยวเอกสอนเอง ไปตั้งน้ำให้พอสองชาม แล้วเอกกินรสนั้นได้ไม่ต้องห่วง”
ทีนี้ก็รอวรรณวิศาตอบกลับในไลน์ ระหว่างนี้ก็ทำอาหารเย็นกินง่ายๆกับอลิเซียทั้งที่ในหัวเต็มไปด้วยคำพูดของคุณอุดมว่าวรรณวิศามีแฟนแล้ว
“ลิเซียเคยมีคนรักไหม” คุณเจ้าของบ้านถามระหว่างกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันสองคน
“เคยสิแต่เจอพ่อทูนหัวของลิเซียขู่เข้าเลยเผ่นหนีก่อนจะได้คบกันจริงจัง พ่อทูนหัวของลิเซียหวงลิเซียมากเลยนะ พ่อแท้ๆของลิเซียชอบล้อประจำว่าไม่ได้แม่ก็จะเอาลูก”
“พ่อทูนหัวแบบไหนกันนั่น เล่าให้ฟังได้ไหม” ความจริงเอกรัตน์ไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านแต่ครั้งนี้เขาต้องการรอไลน์จากวรรณวิศา มันขึ้นว่าอ่านแล้วทำไมเธอไม่ตอบกลับมาสักที
“อย่างนี้ พ่อกับพ่อทูนหัวลิเซียเป็นเพื่อนรักกันแต่แตกคอเพราะเรื่องผู้หญิง แม่ลิเซียไง ทั้งสองคนยอมรับทางที่แม่ของลิเซียเลือก พ่อทูนหัวจึงยอมแพ้และขอเป็นพ่อทูนหัวของลูกสาวแม่ลิเซียแทน” อลิเซียจิ้มลูกชิ้นในชามขึ้นกินกดซดน้ำซุปลงคอรวดเดียวหมด
“ผู้หญิงนี่ดีนะ รักเผื่อเลือกได้...เอกไม่ได้ว่าทั้งหมดนะ บางส่วนน่ะบางส่วน” เอกรัตน์รีบขอโทษขอโพยที่ต่อว่าผู้หญิงแบบเหมารวม
“ไม่เป็นไรหรอก พ่อทูนหัวของลิเซียก็ตัวดีคบผู้หญิงสองคนเหมือนกัน แบบนั้นกระมังแม่ลิเซียจึงเลือกแต่งกับพ่อ” อลิเซียหัวเราะ เอกรัตน์คิดว่าอลิเซียโตมาแบบแปลกๆ พอได้ฟังก็แปลกจริงเสียด้วย
คุณเจ้าของบ้านตั้งใจจะชมอลิเซียว่ารักพ่อมากข้อความไลน์ก็เข้ามาสองครั้ง ข้อความแรกของวรรณวิศาบอกว่าพรุ่งนี้พ่อของเธอไม่อยู่ไปคุยได้ ส่วนอีกข้อความจากเจ้านัทน้องชาย บอกว่าพรุ่งนี้จะมาหาตอนเช้า
เอกรัตน์ตอบวรรณวิศาว่า อยากคุยเรื่องของเรา ส่วนไตรภพน้องชายก็ไม่รู้ว่าคราวนี้จะหาข้ออ้างอะไรมาเที่ยวเล่นอีก ได้แต่ถอนหายใจเบาๆอย่างห่วงใย เจ้าน้องชายตัวดีควรจะต้องเตรียมบวชอย่างจริงจังเหมือนที่เขาจะต้องเพาะกุหลาบแก้วให้อลิเซียให้ได้...
“ศาไปกับต้น จำต้นได้ไหมที่เรียนด้วยกันแต่แยกไปฝึกงานที่อื่นน่ะ ที่ตอนนี้ไปทำงานอยู่เขาใหญ่ ที่เป็นเกย์ไง”
วรรณวิศาตอบเขาเรื่องเพื่อนเที่ยวได้อย่างหน้าตาเฉย แต่เอกรัตน์สัมผัสได้ถึงการโกหกที่ซ่อนไว้ หญิงสาวหันหน้ามองทางซ้ายบ่อยกว่าปกติแสดงว่ากำลังสร้างเรื่อง ส่วนเจ้าต้นนั้นมีแฟนเป็นผู้ชายอยู่แล้วคงไม่ว่างมาเที่ยวกับเพื่อนสาวสองคนหรอก แต่เรื่องไหนกันแน่ที่วรรณวิศาปกปิดเขาอยู่ เธอกำลังโกหกเรื่องอะไรกันนะ เธอไปเที่ยวกับใคร แถมยังทำตัวประหนึ่งแฟนกันเสียอีก
นี่ถ้ามีอะไรสักอย่างที่เข้าไปดูในความทรงจำของคนได้ก็ดีสินะ แบบเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นเวทมนตร์ที่ทำให้มองเห็นใจคนได้
“วันนี้มีอะไรมาล่อลิเซียอีกนัท” คุณเจ้าของบ้านทักน้องชายที่ง่วนอยู่กับเครื่องเล่นซีดีที่ต่อพ่วงกับโทรทัศน์ ข้างตัวมีกล่องใส่แผ่นภาพยนตร์ด้วยคงเอาอะไรมาดูกับอลิเซียอีกกระมัง
“ผมเอามาล่อพี่นั่นแหละ ด็อกเตอร์ ฮู ซีซั่นหกไงครับ ที่พี่อยากได้มาเก็บอยู่ ผมตะล่อมขอเงินแม่ไปซื้อแผ่นแท้มาให้พี่ แปดร้อยกว่าเชียวนา” ไตรภพหันมาพูดอย่างร่าเริงเหมือนเด็กๆ อลิเซียที่พอจะรู้เรื่องหนังละครแล้วก็นั่งรออย่างใจจดใจจ่อ
“ฉันจะด่าแกว่าอะไรดีนัท ไม่มีเงินก็ไม่ต้องซื้อสิ เดี๋ยวเอาเงินพี่ไปคืนแม่ เท่าไหร่นะ” เอกรัตน์เริ่มกระบวนการเหนื่อยใจกับน้องชายอีกครั้ง “ฉันดูทางแอปพริเคชั่นบนโทรศัพท์ได้ เติมเงินแค่เดือนละร้อยเอง ไม่ต้องใช้เงินมากมายซื้อแผ่นเลยถ้าไม่จำเป็น”
“เอาเถอะครับซื้อมาแล้ว เป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังให้พี่เอกไง” พอเห็นน้องชายพูดเรื่องใช้เงินอย่างหน้าชื่นตาบานแล้วคุณเจ้าของบ้านก็พูดอะไรไม่ออก
“เคยเปิดซีซั่นห้าให้อลิเซียดูแล้ว เธอชอบนะ” ในที่สุดไตรภพก็ต่อเครื่องเล่นแผ่นหนังเข้ากับโทรทัศน์สำเร็จ แล้วเปิดกล่องหยิบแผ่นแรกออกมาเตรียมเปิดดู
“อย่าไปสปอย์ลิเซียให้หมดสนุกล่ะ เดี๋ยวพี่จะเข้าแล็ปฝากดูบ้านด้วย”
“ไม่มาดูด้วยกันหรอครับพี่”
“ฉันเพิ่งดูครั้งล่าสุดไปเมื่อเดือนก่อนเอง แกดูกับลิเซียแล้วกัน ฝากดูตอนที่เจ็ดด้วยว่าเขาแปลกลอนเหมือนที่ฉายทางทีวีหรือเปล่า ฉันไปดูที่ไหนก็แปลไม่เหมือนกันสักที่”
คุณเจ้าของบ้านเห็นน้องชายพยักหน้ารับทราบแล้วก็ไปล้างแขนขาเตรียมทำงานสำหรับวันนี้ที่เขาจงใจทำเฉพาะกุหลาบแก้วของอลิเซียเท่านั้นเพื่อรวบรวมสมาธิและความรู้ทั้งหมด
จากที่ได้รับการสั่งสอนเรื่องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาเอกรัตน์มัวแต่คิดตามกรอบเท่านั้น สิ่งที่เขาสมควรทำไม่ใช่แค่ทดลองเปลี่ยนอาหาร แต่ต้องทดลองเพาะเลี้ยงส่วนอื่นของต้นไม้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นใบ ราก หรือแม้กระทั่งดอก เพราะนี่ไม่ใช่ต้นไม้บนโลกนี้อาจเจริญเติบโตแบบใดก็ได้ ต้องขอบคุณคุณอุดมที่ทำให้เขาคิดเรื่องนี้ออก
เหมือนกับวันนี้ไม่ใช่วันของเขา แม้จะทำงานหนักสมองของเขาก็ยังคิดถึงวรรณวิศา เธอโกหกเขาจริงหรือ เธอบอกความจริงแก่เขามากเท่าไร บางทีเขาอาจคิดไปเองก็ได้ ปกติเขาจะสลัดเรื่องอื่นทิ้งเวลาทำงาน ในขณะนี้ความคิดของเขาตีกันมั่วจนทำพลาด เอามีดจุ่มแอลกอฮอล์ไปลนไฟฆ่าเชื้อแต่เผลอยกปลายมีดผ่าตัดขึ้นทำให้ไฟลามลงมาติดบนมือของเขาที่เปียกแอลกอฮอล์อยู่เช่นกัน!
เอกรัตน์ใช้เวลาครึ่งนาทีกว่าจะรู้สึกร้อนที่มือขวาจนต้องรีบชักออกมาจากตู้ปลอดเชื้อเพื่อตบไฟให้ดับลงแล้วออกไปล้างมืออีกครั้งให้หายแสบร้อน
“ผมคิดไว้แล้วว่าพี่เอกต้องเผามือตัวเองสักวันหนึ่ง วันนี้สินะ” ไตรภพกล่าวทักพี่ชายที่ออกมาล้างมือข้างนอกห้องปลอดเชื้อ
“ดูกันถึงตอนไหนแล้ว” เอกรัตน์เรียกสติกลับมาอีกครั้ง
“ตอนที่ห้าครับพี่เอก ตอนหน้าเอมี่จะรู้แล้วว่าตัวเองเป็นร่างอวตารเนื้อ”
“สปอย์ให้ลิเซียฟังอีกนะแก” คุณเจ้าของบ้านยิ้มละไมส่ายหน้าน้อยๆให้น้องชายกับอลิเซีย วันนี้คงต้องเก็บงานแล้วนั่งดูหนังกับน้องเสียแล้ว ลองไม่มีสมาธิหากฝืนทำไปมีแต่จะเกิดปัญหาตามมา “ขอเก็บของก่อนเดี๋ยวออกมาดูด้วย ไม่ต้องรอพี่ดูมาหลายรอบแล้ว” เอกรัตน์กลับเข้าห้องแล็ปไปเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ
วันนี้คงไม่ได้งานแล้วกระมัง เรื่องวรรณวิศาก็ครึ่งๆกลางๆ งานก็ครึ่งๆกลางๆอีก ชีวิตเขาคงครึ่งๆกลางๆอย่างพ่อของเขาว่า...
(มีต่อ)