หนุ่มไม้ขวดกับสาวไม้ดอก ตอนจบ

กระทู้สนทนา
การพาอลิเซียไปเที่ยววัดหลวงพ่อโตที่โคราชนั้นเงียบสงบและร่มเย็นเกินว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆขึ้น แม้จะไปวันธรรมดานักท่องเที่ยวก็ยังเยอะอยู่เป็นปกติวิสัย เสียงของอดีตพระเอกละครคนนั้นดังก้องประกาศเกี่ยวกับพิธีต่างๆและขอบคุณเหล่าดารานักร้องที่มาเยี่ยมชม สวนทั้งวัดสวยงามด้วยผีมือขอนักภูมิสถาปัตย์ของไทย

    “มันเป็นความเชื่อของชาวพุทธน่ะลิเซีย ถ้าตายโดยสร้างวัดไม่เสร็จจะได้กลับมาเกิดใหม่และสร้างวัดต่อ” เอกรัตน์ไม่รู้สึกเบื่อเลยที่ต้องตอบคำถามต่างๆของอลิเซียผู้มาจากต่างมิติ

    อลิเซียทำตัวเหมือนเด็กๆ ประเดี๋ยวไปดูตรงโน้นตรงนี้ สำหรับเอกรัตน์แล้วนี่เป็นแค่การออกเที่ยวอีกครั้ง หญิงสาวระริกระรี้ได้ไม่นานก็ยอมสงบนิ่งเมื่อคุณเจ้าของบ้านพาไปกราบรูปปั้นหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ หล่อนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดูสุขุมขึ้น น่าสงสัยขึ้น และเป็นผู้ใหญ่ผิดกับตอนแรกลิบลับ

    “ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของท่านสิลิเซีย ขอให้ท่านปกป้องคุ้มครอง เอกไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี” เอกรัตน์มองอลิเซียนั่งประนมมือทำปากขมุบขมิบแล้วก้มกราบสามครั้งตามที่คุณเจ้าของบ้านสอนไว้

    “ยอดมากเลยเอก เขายอมรับลิเซียเป็นลูกศิษย์ด้วย...” อลิเซียพูดขณะเดินออกมาข้างนอกทางเดิน คุณเจ้าของบ้านจุ๊ปากให้หล่อนเงียบทันที ไม่อย่างนั้นคนอื่นจะสงสัยเอา

    “เดี๋ยวค่อยกลับไปคุยกันที่รถ” เอกรัตน์ปรามแล้วชวนคุยเรื่องอื่นไปพลางๆระหว่างเดินกลับรถ

    “มันเป็นอย่างนี้เอก” อลิเซียเริ่มเล่าทันทีที่ปิดประตูรถเสร็จ ท่าทางอยากเล่าจนเนื้อตัวสั่น “ตอนแรกอลิเซียก็พูดไปตามตรงว่าอยากได้พลังของหลวงโตมาใช้ปกป้องคนสำคัญ ท่านก็เดินออกมาจากรูปปั้นแล้วพูดกับลิเซีย ท่านบอกว่าถ้าเอาไปใช้ช่วยคนจะเอาไปเท่าไรก็ได้ อย่างน้อยก็ขอให้ลิเซียแสดงความเคารพท่านด้วยการนับถือศีลห้าก็พอ ท่านรับลิเซียเป็นลูกศิษย์แล้ว”

    “สรุปหน่อยสิลิเซีย เอกฟังไม่ทัน” เอกรัตน์ยอมแพ้แบบนี้ทุกครั้งที่หญิงสาวพยายามอธิบายบางสิ่งแบบกระชับจนรายละเอียดแทบทับเขาตาย

    “ลิเซียเป็นศิษย์ของหลวงโตแล้ว จะใช้พลังสีขาวอย่างไรก็ได้แค่รักษาศีลห้าให้ได้ก็พอ” อลิเซียสรุปให้ฟังอย่างตื่นเต้น “แล้วศีลห้ามันเป็นอย่างไรหรือเอก” หญิงสาวทำให้คุณเจ้าของบ้านหลุดหัวเราะออกมาก่อนบอกว่าจะอธิบายไปขับไป เพราะต้องรีบกลับไปทำงานที่ค้างไว้ต่อ

    “อย่างนั้นหรือเอก ข้อควรยกเว้นห้าข้อ ในดินแดนของลิเซียก็มีข้อห้ามทั้งเจ็ดเหมือนกัน ดูๆไปแล้วก็เหมือนกันนั่นแหละ” อลิเซียร้องบอกเอกขณะที่ติดไฟแดงในตัวเมือง “ทีนี้สิ่งที่ลิเซียต้องการก็ครบแล้วสินะ ปืน รถลุยหิมะ ต้นไม้ และพลังสีขาว”

    “แล้วลิเซียจะเอาไปช่วยพ่ออย่างไรหรือ เล่าได้ไหม” เอกรัตน์สงสัย

    “ตอนนั้นท่านพ่อของลิเซียเป็นผู้กล้าอยู่ จะมีครั้งหนึ่งที่พ่อกับแม่ของลิเซียติดกับดัก ลิเซียจะต้องเข้าไปช่วยไม่อย่างนั้นพวกเขาไม่รอดแน่”

    “ย้อนเวลากลับไปช่วยพ่ออย่างนั้นหรือ ฟังดูแล้วซับซ้อนนิดหน่อย”

    “ลิเซียจะเป็นคนจุดประกายไฟแห่งความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนั้น น่าสนุกใช่ไหมล่ะ” อลิเซียหัวเราะออกมาคำเดียวแล้วทำหน้าเศร้า การที่อลิเซียกลับโลกของเธอเป็นการยุติความรักระหว่างเขากับหญิงสาวเช่นกัน

    “อย่าคิดมากกับเรื่องอนาคตน่า ทำทุกวันให้ดีที่สุดก็พอ” เอกรัตน์เอื้อมมือไปขยี้หัวอลิเซียอย่างรักใคร่ “มีหนังหลายเรื่องเหมือนกันที่เอาประเด็นนี้มาเล่น ลูกย้อนอดีตกลับไปช่วยให้พ่อกับแม่รักกัน เอกว่าโรแมนติกดีนะ”

    “ลิเซียยังอยากได้ของอีกอย่าง เอกช่วยไปซื้อให้หน่อยได้ไหม” อลิเซียเปลี่ยนเรื่องคุย การแยกจากกันคือสิ่งสุดท้ายที่ทั้งคู่ต้องการ และบัดนี้หญิงสาวก็ได้สิ่งที่ต้องการไปครบหมดแล้ว ไม่ว่าจะสนใจอะไรเอกรัตน์ก็ตั้งใจว่าจะหามาให้ได้ เพื่อเป็นของดูต่างหน้าแทนตัวเขาเมื่อเธอกลับไปโลกของตัวเอง...


    คราวแรกเอกรัตน์คิดยื้อเวลาอยู่ด้วยกันให้นานที่สุดแต่ไม่สามารถทำได้ อลิเซียใช้เวลาว่างในการเก็บสัมภาระ ชิ้นใหญ่ๆอย่างปืนหรือรถลุยหิมะหล่อนส่งเข้าไปในประตูมิติสีดำมืด รวมไปถึงหนังสือนิยายที่ขอให้เขาไปซื้อให้อีกต่างหาก

    “แน่ใจนะว่าไปโลกโน้นแล้วจะใช้มือถือนั่นได้” เอกรัตน์ทำงานเสร็จแล้วกำลังจะชวนหญิงสาวออกไปหาอะไรกินเย็นนี้

    “ลิเซียจะลองดู ยังไงก็ใช้แค่เล่นเกมกับถ่ายรูปนี่นา ถ้าแบตเตอรี่หมดลิเซียก็ชาร์จเองได้” อลิเซียหันมายิ้มให้อย่างรู้ดี

    “เป็นหนูสีเหลืองหรือไงเราน่ะ”  เอกรัตน์พูดกับตัวเองเบาๆ “อย่าลืมของกินด้วยล่ะ ให้เตรียมของแห้งให้ไหม พวกหมูหวานหรือหมูยอ”

    “เตรียมแล้ว เมื่อเช้าลิเซียว่างเลยออกไปซื้อที่เซเว่นใกล้ๆ” หญิงสาวตอบอย่างใส่ใจ “ขึ้นอยู่กับโชคชะตาแล้วละว่าเราจะเจอกันอีกไหม ลิเซียคิดอย่างนั้น มีเพียงอาของลิเซียเท่านั้นที่เห็นหมดทั้งอดีตและอนาคต” อลิเซียยิ้มให้อย่างเศร้าหมอง “ลิเซียทำใจได้นานแล้วล่ะ”

    “ลิเซียนี่ทำทุกเรื่องให้ง่ายได้ตลอดเลยนะ...แล้วเย็นนี้เราไปกินอะไรดี สเต็กไหม หรือหมูกระทะ” เอกรัตน์พยายามทำตัวให้เข้มแข็งเหมือนกับหญิงสาว

    “ขอเป็นข้าวมันไก่ดีกว่า” อลิเซียเงยหน้าพูด “ขอเป็นเจ้าข้างธนาคารนั้นนะ”

    เอกรัตน์รับคำแล้วออกไปซื้ออาหารเย็นที่หญิงสาวอยากกิน

    “ของลิเซียกล่องบนนะ เอกสั่งพิเศษให้” คุณเจ้าของบ้านยื่นถุงใส่ห่อข้าวให้อลิเซียไปจัดใส่จาน “แล้วจัดของเสร็จหรือยัง”

    “เรียบร้อย...รถ หนังสือ กับพวกกุหลาบแก้วลิเซียใส่ไว้ในช่องว่างมิติ ส่วนปืนจะพกติดตัวไปด้วย ลิเซียมีหน้าที่นำทางในตอนแรก จอมมัคคุเทศก์อลิเซียอย่างไรละ”

    “ระวังอย่าพาหลงเปิดเปิงไปล่ะ” เอกรัตน์พูดติดตลก เสไปดูตารางงานว่าพรุ่งนี้มีอะไรต้องทำบ้าง

    “ไม่ได้มีแค่ท่านพ่อกับท่านลุงของลิเซียหรอกที่เดินทางไปทั่วทุกที่น่ะ ลิเซียเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่อายุ 15 แล้ว ให้หลับตาเดินก็ได้...ไม่สิคงชนต้นไม้ก่อนแน่ๆ ผ่านมา 5 ปีเจออะไรก็มาก เลยหยุดแล้วมาเป็นครูสอนเวทมนตร์แทน”

    “แล้วคิดหรือยังว่าจะไปวันไหน” เอกรัตน์ตัดใจถามขึ้น    

    “พรุ่งนี้พระจันทร์เต็มดวงเหมาะจะใช้เวทมนตร์มากที่สุด”

    “อย่างนั้นเรามาทำคืนนี้ให้น่าจดจำกันดีกว่า” คุณเจ้าของบ้านอยากจัดงานเลี้ยงแต่คนที่รู้เรื่องของอลิเซียมีแต่เขากับไตรภพเท่านั้น...


    สองเดือนหลังจากอลิเซียกลับไปโลกของเธอ เอกรัตน์ยังคงทำงานไม่หยุดยั้งทั้งที่ยังคิดถึงอลิเซียไม่หาย กล้วยไม้ชุดเดียวที่ให้อลิเซียช่วยเร่งโตให้นั้นเติบโตเป็นต้นใหญ่กว่ากล้วยไม้ปกติ ไตรภพแซวว่าคงได้เงินเยอะหากเอามันออกประกวดหรือเพาะขายแต่คุณเจ้าของบ้านอยากเก็บไว้กับตัวเป็นความลับมากกว่า เหมือนกุหลาบแก้วขวดเดียวที่หลุดรอดการรวบรวมของอลิเซียไปได้

    “สารภาพมาเถอะพี่เอกว่าคิดถึงอลิเซีย ไม่ต้องมาทำซึนเลย” ไตรภพที่เพิ่งศึกได้ครึ่งเดือนแทงใจดำพี่ชายปากแข็งอย่างไม่ใยดี  

    “ยอมรับก็ได้ว่าคิดถึง แล้วแกไม่คิดจะหางานหรือไงนัท หรือรอผมงอกก่อน” เอกรัตน์ล้างจานไปบ่นน้องชายไปอย่างเป็นนิสัย

    “ก็มาหาที่บ้านพี่เอกไง ไวไฟบ้านนี้แรงดี” ไตรภพตอบ

    “ฉันก็อยากก้าวต่อไปเหมือนกันแหละนัทเอ้ย แต่อลิเซียทำอะไรให้ฉันตั้งหลายอย่าง ทั้งเรื่องกล้วยไม้ งานบ้าน เรื่องวรรณวิศาด้วย” เอกรัตน์ถอนหายใจเฮือก คงต้องใช้เวลาอีกสักครึ่งชีวิตเพื่อลืมอลิเซีย

    “ช่วยเรื่องบนเตียงด้วยหรือเปล่าพี่ นัทเจอกล่องถุงยางอนามัยในห้องพี่ด้วยเมื่อวันก่อน”

    คุณเจ้าของบ้านสบถด่าน้องชายที่ดันมารู้ความลับของเขาเสียได้

    “ฉันแก่แล้วนี่หว่า แล้วคนเป็นแฟนกันมีอะไรกันผิดด้วยหรอ” เอกรัตน์กลบเกลื่อน

    เอกรัตน์คิดคัดท้ายบทสนทนาให้หลีกไกลเรื่องอย่างว่า แต่เสียงประตูรั้วเปิดดังแว่วขึ้น ดัมมี่ไม่เห่าแสดงว่าเป็นคนรู้จัก

    “เอก เอกว่างหรือเปล่า” เพื่อนข้างบ้านทุบประตูรัวเร็ว เอกรัตน์รีบล้างมือแล้วเดินไปเปิดประตูบ้านให้อย่างรีบร้อน หญิงสาวน้ำตานองหน้าดูเศร้ามากกว่าที่เขาเคยเห็น

    “มีอะไรหรือ หรืออาจารย์สิงหนพเป็นอะไร” คุณเจ้าของบ้านพาหญิงสาวนั่งบนเก้าอี้ยาวรับแขกก่อน แล้วเดินไปหาน้ำมาให้กิน

    “พ่อศายังไม่กลับเลยมาหาเอกแทน” วรรณวิศาสะอึกสะอื้น “เขาแต่งงานกับคนอื่นแล้วเอก เขาไม่ได้จริงจังกับศาเลย”

    “ใครหรือ” เอกรัตน์ถามอย่างใคร่รู้

    “แฟนศาน่ะสิ เขาบอกศาว่าจะต้องแต่งงานกับคนอื่น เขาอยากแต่งงานกับศาแต่ขัดพ่อของเขาไม่ได้ เท่าที่ศาฟังมาเห็นว่าหมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในท้องด้วย” วรรณวิศาร้องไห้ฟูมฟายแต่ยังพอจับใจความได้

    “เหมือนละครหลังข่าวเลย” เอกรัตน์พูดกับตัวเอง “แล้วอยากให้เอกช่วยอะไรหรอ”

    หญิงสาวส่ายหน้า คงแค่อยากระบายกับใครสักคนกระมัง

    วรรณวิศากลับเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน สิ่งที่เธอต้องการคือคำมั่นจากเอกรัตน์ว่าจะคอยช่วยเหลือเธอเท่าที่ทำได้ในฐานะเพื่อนคนนึง ส่วนไตรภพน้องชายก็ขอค้างที่บ้านของเอกรัตน์เพราะจะได้นอนเล่นอินเตอร์เน็ทได้อย่างสบายใจ

    เอกรัตน์เดินในโรงกล้วยไม้อย่างครุ่นคิด ทั้งเรื่องวรรณวิศาและอลิเซียผู้จากไป กระนั่งถึงด้านหลังโรงที่เก็บกล้วยไม้ที่ได้อลิเซียช่วยให้โตเร็วขึ้นด้วยเวทมนตร์

    “ออกดอกตั้งแต่เมื่อไหร่” เอกรัตน์พูดกับตัวเองเพราะมีต้นหนึ่งออกดอกขนาดใหญ่ร่วมสองเท่าของกล้วยไม้พันธุ์นี้ กลีบดอกใหญ่หนามีสีเหลืองส่วนปากมีสีเขียวอ่อนๆ มันทำให้เขานึกถึงดวงตาของอลิเซียอย่างประหลาด

    “อย่างนั้นฉันตั้งชื่อแกว่าอลิเซียก็แล้วกัน” เอกรัตน์พูดกับกล้วยไม้ต้นนั้น “ฉันจะดูแลแกให้ดีที่สุด ไม่ว่าอลิเซียตัวจริงจะเจอภารกิจอะไรเธอต้องผ่านไปได้ด้วยดีแน่” เอกรัตน์ยิ้มอย่างอ่อนโยน คิดถึงวันคืนที่ได้อยู่ร่วมบ้านกับหญิงสาวจากต่างมิติ...


    ในมิติอื่นที่ห่างไปไกลสุดขอบจักรวาล อลิเซียในชุดเดินป่าเลียนแบบพรานใหญ่ในนิยายที่เธอชอบกำลังรอคนอยู่ใต้ต้นไม้ ดวงตาสีมรกตยังเศร้าหมองเพราะการจากลากับเอกรัตน์ที่เธอรัก ในใจคิดถึงแต่ภารกิจในยุคนี้ของหล่อนพยายามปัดความเศร้าหมองให้หมดไป

    หญิงสาวเงยหน้าเพราะมีบางสิ่งลอยมาชนต้นไม้ใหญ่ แล้วมันก็ร่วงลงมากระทบกิ่งใบของต้นไม้นั้นจนลงมากระแทกพื้นดิน ลุงของอลิเซียหล่นลงมาจากท้องฟ้าในยุคนี้อลิเซียยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ

    อลิเซียยิ้มยืนมองอีกฝ่ายร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

    “กำลังรออยู่เลยค่ะ ท่านนักรบจันทรา” อลิเซียทักทายชายที่มีผมและดวงตาสีน้ำตาลเข้ม เขามองเธออย่างงุนงง

    แล้วการผจญภัยของอลิเซียก็ดำเนินต่อไป...

จบ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่