การพาอลิเซียไปเที่ยววัดหลวงพ่อโตที่โคราชนั้นเงียบสงบและร่มเย็นเกินว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆขึ้น แม้จะไปวันธรรมดานักท่องเที่ยวก็ยังเยอะอยู่เป็นปกติวิสัย เสียงของอดีตพระเอกละครคนนั้นดังก้องประกาศเกี่ยวกับพิธีต่างๆและขอบคุณเหล่าดารานักร้องที่มาเยี่ยมชม สวนทั้งวัดสวยงามด้วยผีมือขอนักภูมิสถาปัตย์ของไทย
“มันเป็นความเชื่อของชาวพุทธน่ะลิเซีย ถ้าตายโดยสร้างวัดไม่เสร็จจะได้กลับมาเกิดใหม่และสร้างวัดต่อ” เอกรัตน์ไม่รู้สึกเบื่อเลยที่ต้องตอบคำถามต่างๆของอลิเซียผู้มาจากต่างมิติ
อลิเซียทำตัวเหมือนเด็กๆ ประเดี๋ยวไปดูตรงโน้นตรงนี้ สำหรับเอกรัตน์แล้วนี่เป็นแค่การออกเที่ยวอีกครั้ง หญิงสาวระริกระรี้ได้ไม่นานก็ยอมสงบนิ่งเมื่อคุณเจ้าของบ้านพาไปกราบรูปปั้นหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ หล่อนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดูสุขุมขึ้น น่าสงสัยขึ้น และเป็นผู้ใหญ่ผิดกับตอนแรกลิบลับ
“ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของท่านสิลิเซีย ขอให้ท่านปกป้องคุ้มครอง เอกไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี” เอกรัตน์มองอลิเซียนั่งประนมมือทำปากขมุบขมิบแล้วก้มกราบสามครั้งตามที่คุณเจ้าของบ้านสอนไว้
“ยอดมากเลยเอก เขายอมรับลิเซียเป็นลูกศิษย์ด้วย...” อลิเซียพูดขณะเดินออกมาข้างนอกทางเดิน คุณเจ้าของบ้านจุ๊ปากให้หล่อนเงียบทันที ไม่อย่างนั้นคนอื่นจะสงสัยเอา
“เดี๋ยวค่อยกลับไปคุยกันที่รถ” เอกรัตน์ปรามแล้วชวนคุยเรื่องอื่นไปพลางๆระหว่างเดินกลับรถ
“มันเป็นอย่างนี้เอก” อลิเซียเริ่มเล่าทันทีที่ปิดประตูรถเสร็จ ท่าทางอยากเล่าจนเนื้อตัวสั่น “ตอนแรกอลิเซียก็พูดไปตามตรงว่าอยากได้พลังของหลวงโตมาใช้ปกป้องคนสำคัญ ท่านก็เดินออกมาจากรูปปั้นแล้วพูดกับลิเซีย ท่านบอกว่าถ้าเอาไปใช้ช่วยคนจะเอาไปเท่าไรก็ได้ อย่างน้อยก็ขอให้ลิเซียแสดงความเคารพท่านด้วยการนับถือศีลห้าก็พอ ท่านรับลิเซียเป็นลูกศิษย์แล้ว”
“สรุปหน่อยสิลิเซีย เอกฟังไม่ทัน” เอกรัตน์ยอมแพ้แบบนี้ทุกครั้งที่หญิงสาวพยายามอธิบายบางสิ่งแบบกระชับจนรายละเอียดแทบทับเขาตาย
“ลิเซียเป็นศิษย์ของหลวงโตแล้ว จะใช้พลังสีขาวอย่างไรก็ได้แค่รักษาศีลห้าให้ได้ก็พอ” อลิเซียสรุปให้ฟังอย่างตื่นเต้น “แล้วศีลห้ามันเป็นอย่างไรหรือเอก” หญิงสาวทำให้คุณเจ้าของบ้านหลุดหัวเราะออกมาก่อนบอกว่าจะอธิบายไปขับไป เพราะต้องรีบกลับไปทำงานที่ค้างไว้ต่อ
“อย่างนั้นหรือเอก ข้อควรยกเว้นห้าข้อ ในดินแดนของลิเซียก็มีข้อห้ามทั้งเจ็ดเหมือนกัน ดูๆไปแล้วก็เหมือนกันนั่นแหละ” อลิเซียร้องบอกเอกขณะที่ติดไฟแดงในตัวเมือง “ทีนี้สิ่งที่ลิเซียต้องการก็ครบแล้วสินะ ปืน รถลุยหิมะ ต้นไม้ และพลังสีขาว”
“แล้วลิเซียจะเอาไปช่วยพ่ออย่างไรหรือ เล่าได้ไหม” เอกรัตน์สงสัย
“ตอนนั้นท่านพ่อของลิเซียเป็นผู้กล้าอยู่ จะมีครั้งหนึ่งที่พ่อกับแม่ของลิเซียติดกับดัก ลิเซียจะต้องเข้าไปช่วยไม่อย่างนั้นพวกเขาไม่รอดแน่”
“ย้อนเวลากลับไปช่วยพ่ออย่างนั้นหรือ ฟังดูแล้วซับซ้อนนิดหน่อย”
“ลิเซียจะเป็นคนจุดประกายไฟแห่งความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนั้น น่าสนุกใช่ไหมล่ะ” อลิเซียหัวเราะออกมาคำเดียวแล้วทำหน้าเศร้า การที่อลิเซียกลับโลกของเธอเป็นการยุติความรักระหว่างเขากับหญิงสาวเช่นกัน
“อย่าคิดมากกับเรื่องอนาคตน่า ทำทุกวันให้ดีที่สุดก็พอ” เอกรัตน์เอื้อมมือไปขยี้หัวอลิเซียอย่างรักใคร่ “มีหนังหลายเรื่องเหมือนกันที่เอาประเด็นนี้มาเล่น ลูกย้อนอดีตกลับไปช่วยให้พ่อกับแม่รักกัน เอกว่าโรแมนติกดีนะ”
“ลิเซียยังอยากได้ของอีกอย่าง เอกช่วยไปซื้อให้หน่อยได้ไหม” อลิเซียเปลี่ยนเรื่องคุย การแยกจากกันคือสิ่งสุดท้ายที่ทั้งคู่ต้องการ และบัดนี้หญิงสาวก็ได้สิ่งที่ต้องการไปครบหมดแล้ว ไม่ว่าจะสนใจอะไรเอกรัตน์ก็ตั้งใจว่าจะหามาให้ได้ เพื่อเป็นของดูต่างหน้าแทนตัวเขาเมื่อเธอกลับไปโลกของตัวเอง...
คราวแรกเอกรัตน์คิดยื้อเวลาอยู่ด้วยกันให้นานที่สุดแต่ไม่สามารถทำได้ อลิเซียใช้เวลาว่างในการเก็บสัมภาระ ชิ้นใหญ่ๆอย่างปืนหรือรถลุยหิมะหล่อนส่งเข้าไปในประตูมิติสีดำมืด รวมไปถึงหนังสือนิยายที่ขอให้เขาไปซื้อให้อีกต่างหาก
“แน่ใจนะว่าไปโลกโน้นแล้วจะใช้มือถือนั่นได้” เอกรัตน์ทำงานเสร็จแล้วกำลังจะชวนหญิงสาวออกไปหาอะไรกินเย็นนี้
“ลิเซียจะลองดู ยังไงก็ใช้แค่เล่นเกมกับถ่ายรูปนี่นา ถ้าแบตเตอรี่หมดลิเซียก็ชาร์จเองได้” อลิเซียหันมายิ้มให้อย่างรู้ดี
“เป็นหนูสีเหลืองหรือไงเราน่ะ” เอกรัตน์พูดกับตัวเองเบาๆ “อย่าลืมของกินด้วยล่ะ ให้เตรียมของแห้งให้ไหม พวกหมูหวานหรือหมูยอ”
“เตรียมแล้ว เมื่อเช้าลิเซียว่างเลยออกไปซื้อที่เซเว่นใกล้ๆ” หญิงสาวตอบอย่างใส่ใจ “ขึ้นอยู่กับโชคชะตาแล้วละว่าเราจะเจอกันอีกไหม ลิเซียคิดอย่างนั้น มีเพียงอาของลิเซียเท่านั้นที่เห็นหมดทั้งอดีตและอนาคต” อลิเซียยิ้มให้อย่างเศร้าหมอง “ลิเซียทำใจได้นานแล้วล่ะ”
“ลิเซียนี่ทำทุกเรื่องให้ง่ายได้ตลอดเลยนะ...แล้วเย็นนี้เราไปกินอะไรดี สเต็กไหม หรือหมูกระทะ” เอกรัตน์พยายามทำตัวให้เข้มแข็งเหมือนกับหญิงสาว
“ขอเป็นข้าวมันไก่ดีกว่า” อลิเซียเงยหน้าพูด “ขอเป็นเจ้าข้างธนาคารนั้นนะ”
เอกรัตน์รับคำแล้วออกไปซื้ออาหารเย็นที่หญิงสาวอยากกิน
“ของลิเซียกล่องบนนะ เอกสั่งพิเศษให้” คุณเจ้าของบ้านยื่นถุงใส่ห่อข้าวให้อลิเซียไปจัดใส่จาน “แล้วจัดของเสร็จหรือยัง”
“เรียบร้อย...รถ หนังสือ กับพวกกุหลาบแก้วลิเซียใส่ไว้ในช่องว่างมิติ ส่วนปืนจะพกติดตัวไปด้วย ลิเซียมีหน้าที่นำทางในตอนแรก จอมมัคคุเทศก์อลิเซียอย่างไรละ”
“ระวังอย่าพาหลงเปิดเปิงไปล่ะ” เอกรัตน์พูดติดตลก เสไปดูตารางงานว่าพรุ่งนี้มีอะไรต้องทำบ้าง
“ไม่ได้มีแค่ท่านพ่อกับท่านลุงของลิเซียหรอกที่เดินทางไปทั่วทุกที่น่ะ ลิเซียเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่อายุ 15 แล้ว ให้หลับตาเดินก็ได้...ไม่สิคงชนต้นไม้ก่อนแน่ๆ ผ่านมา 5 ปีเจออะไรก็มาก เลยหยุดแล้วมาเป็นครูสอนเวทมนตร์แทน”
“แล้วคิดหรือยังว่าจะไปวันไหน” เอกรัตน์ตัดใจถามขึ้น
“พรุ่งนี้พระจันทร์เต็มดวงเหมาะจะใช้เวทมนตร์มากที่สุด”
“อย่างนั้นเรามาทำคืนนี้ให้น่าจดจำกันดีกว่า” คุณเจ้าของบ้านอยากจัดงานเลี้ยงแต่คนที่รู้เรื่องของอลิเซียมีแต่เขากับไตรภพเท่านั้น...
สองเดือนหลังจากอลิเซียกลับไปโลกของเธอ เอกรัตน์ยังคงทำงานไม่หยุดยั้งทั้งที่ยังคิดถึงอลิเซียไม่หาย กล้วยไม้ชุดเดียวที่ให้อลิเซียช่วยเร่งโตให้นั้นเติบโตเป็นต้นใหญ่กว่ากล้วยไม้ปกติ ไตรภพแซวว่าคงได้เงินเยอะหากเอามันออกประกวดหรือเพาะขายแต่คุณเจ้าของบ้านอยากเก็บไว้กับตัวเป็นความลับมากกว่า เหมือนกุหลาบแก้วขวดเดียวที่หลุดรอดการรวบรวมของอลิเซียไปได้
“สารภาพมาเถอะพี่เอกว่าคิดถึงอลิเซีย ไม่ต้องมาทำซึนเลย” ไตรภพที่เพิ่งศึกได้ครึ่งเดือนแทงใจดำพี่ชายปากแข็งอย่างไม่ใยดี
“ยอมรับก็ได้ว่าคิดถึง แล้วแกไม่คิดจะหางานหรือไงนัท หรือรอผมงอกก่อน” เอกรัตน์ล้างจานไปบ่นน้องชายไปอย่างเป็นนิสัย
“ก็มาหาที่บ้านพี่เอกไง ไวไฟบ้านนี้แรงดี” ไตรภพตอบ
“ฉันก็อยากก้าวต่อไปเหมือนกันแหละนัทเอ้ย แต่อลิเซียทำอะไรให้ฉันตั้งหลายอย่าง ทั้งเรื่องกล้วยไม้ งานบ้าน เรื่องวรรณวิศาด้วย” เอกรัตน์ถอนหายใจเฮือก คงต้องใช้เวลาอีกสักครึ่งชีวิตเพื่อลืมอลิเซีย
“ช่วยเรื่องบนเตียงด้วยหรือเปล่าพี่ นัทเจอกล่องถุงยางอนามัยในห้องพี่ด้วยเมื่อวันก่อน”
คุณเจ้าของบ้านสบถด่าน้องชายที่ดันมารู้ความลับของเขาเสียได้
“ฉันแก่แล้วนี่หว่า แล้วคนเป็นแฟนกันมีอะไรกันผิดด้วยหรอ” เอกรัตน์กลบเกลื่อน
เอกรัตน์คิดคัดท้ายบทสนทนาให้หลีกไกลเรื่องอย่างว่า แต่เสียงประตูรั้วเปิดดังแว่วขึ้น ดัมมี่ไม่เห่าแสดงว่าเป็นคนรู้จัก
“เอก เอกว่างหรือเปล่า” เพื่อนข้างบ้านทุบประตูรัวเร็ว เอกรัตน์รีบล้างมือแล้วเดินไปเปิดประตูบ้านให้อย่างรีบร้อน หญิงสาวน้ำตานองหน้าดูเศร้ามากกว่าที่เขาเคยเห็น
“มีอะไรหรือ หรืออาจารย์สิงหนพเป็นอะไร” คุณเจ้าของบ้านพาหญิงสาวนั่งบนเก้าอี้ยาวรับแขกก่อน แล้วเดินไปหาน้ำมาให้กิน
“พ่อศายังไม่กลับเลยมาหาเอกแทน” วรรณวิศาสะอึกสะอื้น “เขาแต่งงานกับคนอื่นแล้วเอก เขาไม่ได้จริงจังกับศาเลย”
“ใครหรือ” เอกรัตน์ถามอย่างใคร่รู้
“แฟนศาน่ะสิ เขาบอกศาว่าจะต้องแต่งงานกับคนอื่น เขาอยากแต่งงานกับศาแต่ขัดพ่อของเขาไม่ได้ เท่าที่ศาฟังมาเห็นว่าหมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในท้องด้วย” วรรณวิศาร้องไห้ฟูมฟายแต่ยังพอจับใจความได้
“เหมือนละครหลังข่าวเลย” เอกรัตน์พูดกับตัวเอง “แล้วอยากให้เอกช่วยอะไรหรอ”
หญิงสาวส่ายหน้า คงแค่อยากระบายกับใครสักคนกระมัง
วรรณวิศากลับเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน สิ่งที่เธอต้องการคือคำมั่นจากเอกรัตน์ว่าจะคอยช่วยเหลือเธอเท่าที่ทำได้ในฐานะเพื่อนคนนึง ส่วนไตรภพน้องชายก็ขอค้างที่บ้านของเอกรัตน์เพราะจะได้นอนเล่นอินเตอร์เน็ทได้อย่างสบายใจ
เอกรัตน์เดินในโรงกล้วยไม้อย่างครุ่นคิด ทั้งเรื่องวรรณวิศาและอลิเซียผู้จากไป กระนั่งถึงด้านหลังโรงที่เก็บกล้วยไม้ที่ได้อลิเซียช่วยให้โตเร็วขึ้นด้วยเวทมนตร์
“ออกดอกตั้งแต่เมื่อไหร่” เอกรัตน์พูดกับตัวเองเพราะมีต้นหนึ่งออกดอกขนาดใหญ่ร่วมสองเท่าของกล้วยไม้พันธุ์นี้ กลีบดอกใหญ่หนามีสีเหลืองส่วนปากมีสีเขียวอ่อนๆ มันทำให้เขานึกถึงดวงตาของอลิเซียอย่างประหลาด
“อย่างนั้นฉันตั้งชื่อแกว่าอลิเซียก็แล้วกัน” เอกรัตน์พูดกับกล้วยไม้ต้นนั้น “ฉันจะดูแลแกให้ดีที่สุด ไม่ว่าอลิเซียตัวจริงจะเจอภารกิจอะไรเธอต้องผ่านไปได้ด้วยดีแน่” เอกรัตน์ยิ้มอย่างอ่อนโยน คิดถึงวันคืนที่ได้อยู่ร่วมบ้านกับหญิงสาวจากต่างมิติ...
ในมิติอื่นที่ห่างไปไกลสุดขอบจักรวาล อลิเซียในชุดเดินป่าเลียนแบบพรานใหญ่ในนิยายที่เธอชอบกำลังรอคนอยู่ใต้ต้นไม้ ดวงตาสีมรกตยังเศร้าหมองเพราะการจากลากับเอกรัตน์ที่เธอรัก ในใจคิดถึงแต่ภารกิจในยุคนี้ของหล่อนพยายามปัดความเศร้าหมองให้หมดไป
หญิงสาวเงยหน้าเพราะมีบางสิ่งลอยมาชนต้นไม้ใหญ่ แล้วมันก็ร่วงลงมากระทบกิ่งใบของต้นไม้นั้นจนลงมากระแทกพื้นดิน ลุงของอลิเซียหล่นลงมาจากท้องฟ้าในยุคนี้อลิเซียยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ
อลิเซียยิ้มยืนมองอีกฝ่ายร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
“กำลังรออยู่เลยค่ะ ท่านนักรบจันทรา” อลิเซียทักทายชายที่มีผมและดวงตาสีน้ำตาลเข้ม เขามองเธออย่างงุนงง
แล้วการผจญภัยของอลิเซียก็ดำเนินต่อไป...
จบ
หนุ่มไม้ขวดกับสาวไม้ดอก ตอนจบ
“มันเป็นความเชื่อของชาวพุทธน่ะลิเซีย ถ้าตายโดยสร้างวัดไม่เสร็จจะได้กลับมาเกิดใหม่และสร้างวัดต่อ” เอกรัตน์ไม่รู้สึกเบื่อเลยที่ต้องตอบคำถามต่างๆของอลิเซียผู้มาจากต่างมิติ
อลิเซียทำตัวเหมือนเด็กๆ ประเดี๋ยวไปดูตรงโน้นตรงนี้ สำหรับเอกรัตน์แล้วนี่เป็นแค่การออกเที่ยวอีกครั้ง หญิงสาวระริกระรี้ได้ไม่นานก็ยอมสงบนิ่งเมื่อคุณเจ้าของบ้านพาไปกราบรูปปั้นหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ หล่อนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดูสุขุมขึ้น น่าสงสัยขึ้น และเป็นผู้ใหญ่ผิดกับตอนแรกลิบลับ
“ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของท่านสิลิเซีย ขอให้ท่านปกป้องคุ้มครอง เอกไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี” เอกรัตน์มองอลิเซียนั่งประนมมือทำปากขมุบขมิบแล้วก้มกราบสามครั้งตามที่คุณเจ้าของบ้านสอนไว้
“ยอดมากเลยเอก เขายอมรับลิเซียเป็นลูกศิษย์ด้วย...” อลิเซียพูดขณะเดินออกมาข้างนอกทางเดิน คุณเจ้าของบ้านจุ๊ปากให้หล่อนเงียบทันที ไม่อย่างนั้นคนอื่นจะสงสัยเอา
“เดี๋ยวค่อยกลับไปคุยกันที่รถ” เอกรัตน์ปรามแล้วชวนคุยเรื่องอื่นไปพลางๆระหว่างเดินกลับรถ
“มันเป็นอย่างนี้เอก” อลิเซียเริ่มเล่าทันทีที่ปิดประตูรถเสร็จ ท่าทางอยากเล่าจนเนื้อตัวสั่น “ตอนแรกอลิเซียก็พูดไปตามตรงว่าอยากได้พลังของหลวงโตมาใช้ปกป้องคนสำคัญ ท่านก็เดินออกมาจากรูปปั้นแล้วพูดกับลิเซีย ท่านบอกว่าถ้าเอาไปใช้ช่วยคนจะเอาไปเท่าไรก็ได้ อย่างน้อยก็ขอให้ลิเซียแสดงความเคารพท่านด้วยการนับถือศีลห้าก็พอ ท่านรับลิเซียเป็นลูกศิษย์แล้ว”
“สรุปหน่อยสิลิเซีย เอกฟังไม่ทัน” เอกรัตน์ยอมแพ้แบบนี้ทุกครั้งที่หญิงสาวพยายามอธิบายบางสิ่งแบบกระชับจนรายละเอียดแทบทับเขาตาย
“ลิเซียเป็นศิษย์ของหลวงโตแล้ว จะใช้พลังสีขาวอย่างไรก็ได้แค่รักษาศีลห้าให้ได้ก็พอ” อลิเซียสรุปให้ฟังอย่างตื่นเต้น “แล้วศีลห้ามันเป็นอย่างไรหรือเอก” หญิงสาวทำให้คุณเจ้าของบ้านหลุดหัวเราะออกมาก่อนบอกว่าจะอธิบายไปขับไป เพราะต้องรีบกลับไปทำงานที่ค้างไว้ต่อ
“อย่างนั้นหรือเอก ข้อควรยกเว้นห้าข้อ ในดินแดนของลิเซียก็มีข้อห้ามทั้งเจ็ดเหมือนกัน ดูๆไปแล้วก็เหมือนกันนั่นแหละ” อลิเซียร้องบอกเอกขณะที่ติดไฟแดงในตัวเมือง “ทีนี้สิ่งที่ลิเซียต้องการก็ครบแล้วสินะ ปืน รถลุยหิมะ ต้นไม้ และพลังสีขาว”
“แล้วลิเซียจะเอาไปช่วยพ่ออย่างไรหรือ เล่าได้ไหม” เอกรัตน์สงสัย
“ตอนนั้นท่านพ่อของลิเซียเป็นผู้กล้าอยู่ จะมีครั้งหนึ่งที่พ่อกับแม่ของลิเซียติดกับดัก ลิเซียจะต้องเข้าไปช่วยไม่อย่างนั้นพวกเขาไม่รอดแน่”
“ย้อนเวลากลับไปช่วยพ่ออย่างนั้นหรือ ฟังดูแล้วซับซ้อนนิดหน่อย”
“ลิเซียจะเป็นคนจุดประกายไฟแห่งความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนั้น น่าสนุกใช่ไหมล่ะ” อลิเซียหัวเราะออกมาคำเดียวแล้วทำหน้าเศร้า การที่อลิเซียกลับโลกของเธอเป็นการยุติความรักระหว่างเขากับหญิงสาวเช่นกัน
“อย่าคิดมากกับเรื่องอนาคตน่า ทำทุกวันให้ดีที่สุดก็พอ” เอกรัตน์เอื้อมมือไปขยี้หัวอลิเซียอย่างรักใคร่ “มีหนังหลายเรื่องเหมือนกันที่เอาประเด็นนี้มาเล่น ลูกย้อนอดีตกลับไปช่วยให้พ่อกับแม่รักกัน เอกว่าโรแมนติกดีนะ”
“ลิเซียยังอยากได้ของอีกอย่าง เอกช่วยไปซื้อให้หน่อยได้ไหม” อลิเซียเปลี่ยนเรื่องคุย การแยกจากกันคือสิ่งสุดท้ายที่ทั้งคู่ต้องการ และบัดนี้หญิงสาวก็ได้สิ่งที่ต้องการไปครบหมดแล้ว ไม่ว่าจะสนใจอะไรเอกรัตน์ก็ตั้งใจว่าจะหามาให้ได้ เพื่อเป็นของดูต่างหน้าแทนตัวเขาเมื่อเธอกลับไปโลกของตัวเอง...
คราวแรกเอกรัตน์คิดยื้อเวลาอยู่ด้วยกันให้นานที่สุดแต่ไม่สามารถทำได้ อลิเซียใช้เวลาว่างในการเก็บสัมภาระ ชิ้นใหญ่ๆอย่างปืนหรือรถลุยหิมะหล่อนส่งเข้าไปในประตูมิติสีดำมืด รวมไปถึงหนังสือนิยายที่ขอให้เขาไปซื้อให้อีกต่างหาก
“แน่ใจนะว่าไปโลกโน้นแล้วจะใช้มือถือนั่นได้” เอกรัตน์ทำงานเสร็จแล้วกำลังจะชวนหญิงสาวออกไปหาอะไรกินเย็นนี้
“ลิเซียจะลองดู ยังไงก็ใช้แค่เล่นเกมกับถ่ายรูปนี่นา ถ้าแบตเตอรี่หมดลิเซียก็ชาร์จเองได้” อลิเซียหันมายิ้มให้อย่างรู้ดี
“เป็นหนูสีเหลืองหรือไงเราน่ะ” เอกรัตน์พูดกับตัวเองเบาๆ “อย่าลืมของกินด้วยล่ะ ให้เตรียมของแห้งให้ไหม พวกหมูหวานหรือหมูยอ”
“เตรียมแล้ว เมื่อเช้าลิเซียว่างเลยออกไปซื้อที่เซเว่นใกล้ๆ” หญิงสาวตอบอย่างใส่ใจ “ขึ้นอยู่กับโชคชะตาแล้วละว่าเราจะเจอกันอีกไหม ลิเซียคิดอย่างนั้น มีเพียงอาของลิเซียเท่านั้นที่เห็นหมดทั้งอดีตและอนาคต” อลิเซียยิ้มให้อย่างเศร้าหมอง “ลิเซียทำใจได้นานแล้วล่ะ”
“ลิเซียนี่ทำทุกเรื่องให้ง่ายได้ตลอดเลยนะ...แล้วเย็นนี้เราไปกินอะไรดี สเต็กไหม หรือหมูกระทะ” เอกรัตน์พยายามทำตัวให้เข้มแข็งเหมือนกับหญิงสาว
“ขอเป็นข้าวมันไก่ดีกว่า” อลิเซียเงยหน้าพูด “ขอเป็นเจ้าข้างธนาคารนั้นนะ”
เอกรัตน์รับคำแล้วออกไปซื้ออาหารเย็นที่หญิงสาวอยากกิน
“ของลิเซียกล่องบนนะ เอกสั่งพิเศษให้” คุณเจ้าของบ้านยื่นถุงใส่ห่อข้าวให้อลิเซียไปจัดใส่จาน “แล้วจัดของเสร็จหรือยัง”
“เรียบร้อย...รถ หนังสือ กับพวกกุหลาบแก้วลิเซียใส่ไว้ในช่องว่างมิติ ส่วนปืนจะพกติดตัวไปด้วย ลิเซียมีหน้าที่นำทางในตอนแรก จอมมัคคุเทศก์อลิเซียอย่างไรละ”
“ระวังอย่าพาหลงเปิดเปิงไปล่ะ” เอกรัตน์พูดติดตลก เสไปดูตารางงานว่าพรุ่งนี้มีอะไรต้องทำบ้าง
“ไม่ได้มีแค่ท่านพ่อกับท่านลุงของลิเซียหรอกที่เดินทางไปทั่วทุกที่น่ะ ลิเซียเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่อายุ 15 แล้ว ให้หลับตาเดินก็ได้...ไม่สิคงชนต้นไม้ก่อนแน่ๆ ผ่านมา 5 ปีเจออะไรก็มาก เลยหยุดแล้วมาเป็นครูสอนเวทมนตร์แทน”
“แล้วคิดหรือยังว่าจะไปวันไหน” เอกรัตน์ตัดใจถามขึ้น
“พรุ่งนี้พระจันทร์เต็มดวงเหมาะจะใช้เวทมนตร์มากที่สุด”
“อย่างนั้นเรามาทำคืนนี้ให้น่าจดจำกันดีกว่า” คุณเจ้าของบ้านอยากจัดงานเลี้ยงแต่คนที่รู้เรื่องของอลิเซียมีแต่เขากับไตรภพเท่านั้น...
สองเดือนหลังจากอลิเซียกลับไปโลกของเธอ เอกรัตน์ยังคงทำงานไม่หยุดยั้งทั้งที่ยังคิดถึงอลิเซียไม่หาย กล้วยไม้ชุดเดียวที่ให้อลิเซียช่วยเร่งโตให้นั้นเติบโตเป็นต้นใหญ่กว่ากล้วยไม้ปกติ ไตรภพแซวว่าคงได้เงินเยอะหากเอามันออกประกวดหรือเพาะขายแต่คุณเจ้าของบ้านอยากเก็บไว้กับตัวเป็นความลับมากกว่า เหมือนกุหลาบแก้วขวดเดียวที่หลุดรอดการรวบรวมของอลิเซียไปได้
“สารภาพมาเถอะพี่เอกว่าคิดถึงอลิเซีย ไม่ต้องมาทำซึนเลย” ไตรภพที่เพิ่งศึกได้ครึ่งเดือนแทงใจดำพี่ชายปากแข็งอย่างไม่ใยดี
“ยอมรับก็ได้ว่าคิดถึง แล้วแกไม่คิดจะหางานหรือไงนัท หรือรอผมงอกก่อน” เอกรัตน์ล้างจานไปบ่นน้องชายไปอย่างเป็นนิสัย
“ก็มาหาที่บ้านพี่เอกไง ไวไฟบ้านนี้แรงดี” ไตรภพตอบ
“ฉันก็อยากก้าวต่อไปเหมือนกันแหละนัทเอ้ย แต่อลิเซียทำอะไรให้ฉันตั้งหลายอย่าง ทั้งเรื่องกล้วยไม้ งานบ้าน เรื่องวรรณวิศาด้วย” เอกรัตน์ถอนหายใจเฮือก คงต้องใช้เวลาอีกสักครึ่งชีวิตเพื่อลืมอลิเซีย
“ช่วยเรื่องบนเตียงด้วยหรือเปล่าพี่ นัทเจอกล่องถุงยางอนามัยในห้องพี่ด้วยเมื่อวันก่อน”
คุณเจ้าของบ้านสบถด่าน้องชายที่ดันมารู้ความลับของเขาเสียได้
“ฉันแก่แล้วนี่หว่า แล้วคนเป็นแฟนกันมีอะไรกันผิดด้วยหรอ” เอกรัตน์กลบเกลื่อน
เอกรัตน์คิดคัดท้ายบทสนทนาให้หลีกไกลเรื่องอย่างว่า แต่เสียงประตูรั้วเปิดดังแว่วขึ้น ดัมมี่ไม่เห่าแสดงว่าเป็นคนรู้จัก
“เอก เอกว่างหรือเปล่า” เพื่อนข้างบ้านทุบประตูรัวเร็ว เอกรัตน์รีบล้างมือแล้วเดินไปเปิดประตูบ้านให้อย่างรีบร้อน หญิงสาวน้ำตานองหน้าดูเศร้ามากกว่าที่เขาเคยเห็น
“มีอะไรหรือ หรืออาจารย์สิงหนพเป็นอะไร” คุณเจ้าของบ้านพาหญิงสาวนั่งบนเก้าอี้ยาวรับแขกก่อน แล้วเดินไปหาน้ำมาให้กิน
“พ่อศายังไม่กลับเลยมาหาเอกแทน” วรรณวิศาสะอึกสะอื้น “เขาแต่งงานกับคนอื่นแล้วเอก เขาไม่ได้จริงจังกับศาเลย”
“ใครหรือ” เอกรัตน์ถามอย่างใคร่รู้
“แฟนศาน่ะสิ เขาบอกศาว่าจะต้องแต่งงานกับคนอื่น เขาอยากแต่งงานกับศาแต่ขัดพ่อของเขาไม่ได้ เท่าที่ศาฟังมาเห็นว่าหมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในท้องด้วย” วรรณวิศาร้องไห้ฟูมฟายแต่ยังพอจับใจความได้
“เหมือนละครหลังข่าวเลย” เอกรัตน์พูดกับตัวเอง “แล้วอยากให้เอกช่วยอะไรหรอ”
หญิงสาวส่ายหน้า คงแค่อยากระบายกับใครสักคนกระมัง
วรรณวิศากลับเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน สิ่งที่เธอต้องการคือคำมั่นจากเอกรัตน์ว่าจะคอยช่วยเหลือเธอเท่าที่ทำได้ในฐานะเพื่อนคนนึง ส่วนไตรภพน้องชายก็ขอค้างที่บ้านของเอกรัตน์เพราะจะได้นอนเล่นอินเตอร์เน็ทได้อย่างสบายใจ
เอกรัตน์เดินในโรงกล้วยไม้อย่างครุ่นคิด ทั้งเรื่องวรรณวิศาและอลิเซียผู้จากไป กระนั่งถึงด้านหลังโรงที่เก็บกล้วยไม้ที่ได้อลิเซียช่วยให้โตเร็วขึ้นด้วยเวทมนตร์
“ออกดอกตั้งแต่เมื่อไหร่” เอกรัตน์พูดกับตัวเองเพราะมีต้นหนึ่งออกดอกขนาดใหญ่ร่วมสองเท่าของกล้วยไม้พันธุ์นี้ กลีบดอกใหญ่หนามีสีเหลืองส่วนปากมีสีเขียวอ่อนๆ มันทำให้เขานึกถึงดวงตาของอลิเซียอย่างประหลาด
“อย่างนั้นฉันตั้งชื่อแกว่าอลิเซียก็แล้วกัน” เอกรัตน์พูดกับกล้วยไม้ต้นนั้น “ฉันจะดูแลแกให้ดีที่สุด ไม่ว่าอลิเซียตัวจริงจะเจอภารกิจอะไรเธอต้องผ่านไปได้ด้วยดีแน่” เอกรัตน์ยิ้มอย่างอ่อนโยน คิดถึงวันคืนที่ได้อยู่ร่วมบ้านกับหญิงสาวจากต่างมิติ...
ในมิติอื่นที่ห่างไปไกลสุดขอบจักรวาล อลิเซียในชุดเดินป่าเลียนแบบพรานใหญ่ในนิยายที่เธอชอบกำลังรอคนอยู่ใต้ต้นไม้ ดวงตาสีมรกตยังเศร้าหมองเพราะการจากลากับเอกรัตน์ที่เธอรัก ในใจคิดถึงแต่ภารกิจในยุคนี้ของหล่อนพยายามปัดความเศร้าหมองให้หมดไป
หญิงสาวเงยหน้าเพราะมีบางสิ่งลอยมาชนต้นไม้ใหญ่ แล้วมันก็ร่วงลงมากระทบกิ่งใบของต้นไม้นั้นจนลงมากระแทกพื้นดิน ลุงของอลิเซียหล่นลงมาจากท้องฟ้าในยุคนี้อลิเซียยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ
อลิเซียยิ้มยืนมองอีกฝ่ายร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
“กำลังรออยู่เลยค่ะ ท่านนักรบจันทรา” อลิเซียทักทายชายที่มีผมและดวงตาสีน้ำตาลเข้ม เขามองเธออย่างงุนงง
แล้วการผจญภัยของอลิเซียก็ดำเนินต่อไป...