เรื่องเล่าของคนธรรมดา
ณ ที่แห่งนี้คุณคิดว่ามีสิ่งไหนบ้างที่เรียกว่าดี สิ่งไหนที่เรียกว่าไม่ดี มนุษย์โดยทั่วไปมักมองเห็นในสิ่งที่ไม่ดีมากกว่าสิ่งที่ดีเสมอ เปรียบได้กับหยดหมึกสีดำเพียงหนึ่งหยดที่เปื้อนบนกระดาษขาวบริสุทธ์ คุณคิดว่าพวกเขาจะมองเห็นอะไรล่ะ กระดาษสีขาวหรือจุดสีดำ สำหรับฉันการมองเห็นสิ่งด่างพล้อยชัดเจนกว่าความดีงามจึงเป็นเรื่องปกติ คุณอาจจะมองว่า ฉันมองโลกในแง่ร้าย ก็อาจเป็นไปได้ แต่ความเลวร้ายเหล่านั้นมันมีมากกว่าความดีหรือเปล่า คันชั่งของแต่ละคนไม่เท่ากัน เช่นเดียวกับหยดหมึกเพียงหนึ่งหยดขนาดของมันจะเล็กหรือใหญ่ อยู่ที่ใครจะมอง แต่สำหรับฉันที่นี่แทบจะไม่มีพื้นที่สีขาวเหลืออยู่เลย
พระราชาผู้นำราษฎรไปสู่ความสำเร็จ เปรียบได้กับบ้านเมืองจะเดินไปในทิศทางที่ดีได้ย่อมต้องมีผู้นำที่ดี แล้วที่แห่งนี้ล่ะ มีผู้นำที่ดีที่รับฟังเสียงของผู้ใต้บังคับบัญชา และพร้อมที่จะนำพาผู้คนเหล่านั้นไปสู่ความสำเร็จแล้วจริงหรือ พื้นฐานของแต่ละคนไม่เท่ากัน องค์กรก็เช่นกัน การที่คุณจะพัฒนาองค์กรให้เท่าทันโลกกว้างพร้อมเข้าสู่สมาคมอาเซียน เป็นเรื่องที่ดี แต่คุณมองกลับมาแล้วหรือยัง ว่าบุคลากร ทรัพยากร และสิ่งต่างๆคุณมีพร้อมแล้วหรือ สิ่งที่คุณกำลังกระทำ หรือนโยบายของคุณ มันส่งผลกระทบต่อใครบ้าง มีอีกกี่คนที่จะได้รับผลกระทบจากสิ่งเหล่านี้ หนึ่งในนโยบายของคุณ ที่ฉันและอีกหลายคนไม่สามารถทำความเข้าใจได้ ยังคงมีคำถามมากมายก้องอยู่ในหัวของฉัน มันดีจริงหรือ มันมีประโยชน์มากแค่ไหน ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ฉันอยู่ที่นี่ ฉันเห็นป้ายประกาศตามบอร์ดต่างๆเกียวกับระบบ e-learning ว่าสถานที่นี้มีการเรียนด้วยระบบดังกล่าว แต่ขอถามหน่อยเถอะ ว่านับตั้งแต่ที่ฉันก้าวเข้ามาอยู่ที่นี่ ฉันเคยได้เรียนแบบนี้จริงหรือ เคยไหมที่จะมีการอัดคลิปการเรียนการสอน เพื่อที่จะให้ฉันได้กลับไปทบทวน คำตอบมันชัดเจนมากคือ “ไม่มี” เรื่องเกี่ยวกับนโยบายประหยัดกระดาษก็เช่นกัน ฉันเคยมีโอกาสได้สัมผัสและรับฟังคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้จากหัวหน้าองค์กร คำตอบที่ได้รับคือ สังคมยุคนี้เป็นยุคอิเลคทรอนิกส์ เราควรที่จะก้าวให้ทันตามสังคมปัจจุบัน จึงได้เกิดนโยบายลดการผลิตเอกสารประกอบการเรียน รวมถึงเพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากร และลดรายจ่ายที่เกินความจำเป็น ฉันไม่เถียงว่าการใช้ชีทเรียนมันสิ้นเปลืองทรัพยากรและงบประมาณรายจ่าย แต่ถามหน่อยเถอะ ค่าเทอมที่จ่ายไปในราคาสูงเทียบกับผลตอบแทนที่ได้รับมันเหมาะสมกันแล้วหรือ คุณเลือกที่จะลดงบประมาณรายจ่ายส่วนเกินเป็นการลดการใช้กระดาษ แล้วการทาสีอาคารเรียน ทั้งๆที่เพดาน ผนัง โต๊ะเรียน หรือแม้แต่สื่อการเรียนการสอนยังคงชำรุดเสียหายเช่นเดิม คุณคิดว่ามันเหมาะสมแล้วจริงๆใช่ไหม ณ ที่นี้ฉันจะไม่ขอกล่าวถึงข้อดี ข้อเสียหรือแม้แต่ความต่างของการใช้กระดาษกับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์เพื่อประกอบการเรียน เพราะคิดว่ามันคงเป็นเรื่องทั่วไปที่คนธรรมดามีการศึกษาย่อมรู้
สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของคนกลุ่มน้อยที่มีความคิดแตกต่าง แต่การเป็นผู้นำของคนกลุ่มใหญ่ควรแล้วหรือที่จะรับฟังความคิดของคนเพียงกลุ่มเดียวหรือเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตนเอง การตัดสินใจเดินหน้าขององค์กรขึ้นอยู่กับผู้นำ หากผู้นำเปิดตามองผู้ตาม คุณก็จะได้เห็นความเป็นไป แต่ถ้าหากคุณปิดตาตัวเองแล้วบอกว่ากำลังมองคุณก็คงจะเห็นแต่สิ่งที่คุณอยากจะเห็นหรืออยากให้เป็น การพัฒนานำไปสู่หนทางที่ดีเสมอ แต่บางครั้งก็ควรรับฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วย คำพูดเหล่านี้ถ้าคุณมองว่าสำคัญมันจะยิ่งใหญ่ แต่ถ้าคุณมองข้ามไปมันก็จะไร้ค่า แล้วกาลเวลาจะพาให้มันหายไป แต่มันก็ยังคงติดอยู่ในใจของใครอีกหลายคน
ความเห็นที่ถูกมองข้าม
ณ ที่แห่งนี้คุณคิดว่ามีสิ่งไหนบ้างที่เรียกว่าดี สิ่งไหนที่เรียกว่าไม่ดี มนุษย์โดยทั่วไปมักมองเห็นในสิ่งที่ไม่ดีมากกว่าสิ่งที่ดีเสมอ เปรียบได้กับหยดหมึกสีดำเพียงหนึ่งหยดที่เปื้อนบนกระดาษขาวบริสุทธ์ คุณคิดว่าพวกเขาจะมองเห็นอะไรล่ะ กระดาษสีขาวหรือจุดสีดำ สำหรับฉันการมองเห็นสิ่งด่างพล้อยชัดเจนกว่าความดีงามจึงเป็นเรื่องปกติ คุณอาจจะมองว่า ฉันมองโลกในแง่ร้าย ก็อาจเป็นไปได้ แต่ความเลวร้ายเหล่านั้นมันมีมากกว่าความดีหรือเปล่า คันชั่งของแต่ละคนไม่เท่ากัน เช่นเดียวกับหยดหมึกเพียงหนึ่งหยดขนาดของมันจะเล็กหรือใหญ่ อยู่ที่ใครจะมอง แต่สำหรับฉันที่นี่แทบจะไม่มีพื้นที่สีขาวเหลืออยู่เลย
พระราชาผู้นำราษฎรไปสู่ความสำเร็จ เปรียบได้กับบ้านเมืองจะเดินไปในทิศทางที่ดีได้ย่อมต้องมีผู้นำที่ดี แล้วที่แห่งนี้ล่ะ มีผู้นำที่ดีที่รับฟังเสียงของผู้ใต้บังคับบัญชา และพร้อมที่จะนำพาผู้คนเหล่านั้นไปสู่ความสำเร็จแล้วจริงหรือ พื้นฐานของแต่ละคนไม่เท่ากัน องค์กรก็เช่นกัน การที่คุณจะพัฒนาองค์กรให้เท่าทันโลกกว้างพร้อมเข้าสู่สมาคมอาเซียน เป็นเรื่องที่ดี แต่คุณมองกลับมาแล้วหรือยัง ว่าบุคลากร ทรัพยากร และสิ่งต่างๆคุณมีพร้อมแล้วหรือ สิ่งที่คุณกำลังกระทำ หรือนโยบายของคุณ มันส่งผลกระทบต่อใครบ้าง มีอีกกี่คนที่จะได้รับผลกระทบจากสิ่งเหล่านี้ หนึ่งในนโยบายของคุณ ที่ฉันและอีกหลายคนไม่สามารถทำความเข้าใจได้ ยังคงมีคำถามมากมายก้องอยู่ในหัวของฉัน มันดีจริงหรือ มันมีประโยชน์มากแค่ไหน ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ฉันอยู่ที่นี่ ฉันเห็นป้ายประกาศตามบอร์ดต่างๆเกียวกับระบบ e-learning ว่าสถานที่นี้มีการเรียนด้วยระบบดังกล่าว แต่ขอถามหน่อยเถอะ ว่านับตั้งแต่ที่ฉันก้าวเข้ามาอยู่ที่นี่ ฉันเคยได้เรียนแบบนี้จริงหรือ เคยไหมที่จะมีการอัดคลิปการเรียนการสอน เพื่อที่จะให้ฉันได้กลับไปทบทวน คำตอบมันชัดเจนมากคือ “ไม่มี” เรื่องเกี่ยวกับนโยบายประหยัดกระดาษก็เช่นกัน ฉันเคยมีโอกาสได้สัมผัสและรับฟังคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้จากหัวหน้าองค์กร คำตอบที่ได้รับคือ สังคมยุคนี้เป็นยุคอิเลคทรอนิกส์ เราควรที่จะก้าวให้ทันตามสังคมปัจจุบัน จึงได้เกิดนโยบายลดการผลิตเอกสารประกอบการเรียน รวมถึงเพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากร และลดรายจ่ายที่เกินความจำเป็น ฉันไม่เถียงว่าการใช้ชีทเรียนมันสิ้นเปลืองทรัพยากรและงบประมาณรายจ่าย แต่ถามหน่อยเถอะ ค่าเทอมที่จ่ายไปในราคาสูงเทียบกับผลตอบแทนที่ได้รับมันเหมาะสมกันแล้วหรือ คุณเลือกที่จะลดงบประมาณรายจ่ายส่วนเกินเป็นการลดการใช้กระดาษ แล้วการทาสีอาคารเรียน ทั้งๆที่เพดาน ผนัง โต๊ะเรียน หรือแม้แต่สื่อการเรียนการสอนยังคงชำรุดเสียหายเช่นเดิม คุณคิดว่ามันเหมาะสมแล้วจริงๆใช่ไหม ณ ที่นี้ฉันจะไม่ขอกล่าวถึงข้อดี ข้อเสียหรือแม้แต่ความต่างของการใช้กระดาษกับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์เพื่อประกอบการเรียน เพราะคิดว่ามันคงเป็นเรื่องทั่วไปที่คนธรรมดามีการศึกษาย่อมรู้
สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของคนกลุ่มน้อยที่มีความคิดแตกต่าง แต่การเป็นผู้นำของคนกลุ่มใหญ่ควรแล้วหรือที่จะรับฟังความคิดของคนเพียงกลุ่มเดียวหรือเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตนเอง การตัดสินใจเดินหน้าขององค์กรขึ้นอยู่กับผู้นำ หากผู้นำเปิดตามองผู้ตาม คุณก็จะได้เห็นความเป็นไป แต่ถ้าหากคุณปิดตาตัวเองแล้วบอกว่ากำลังมองคุณก็คงจะเห็นแต่สิ่งที่คุณอยากจะเห็นหรืออยากให้เป็น การพัฒนานำไปสู่หนทางที่ดีเสมอ แต่บางครั้งก็ควรรับฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วย คำพูดเหล่านี้ถ้าคุณมองว่าสำคัญมันจะยิ่งใหญ่ แต่ถ้าคุณมองข้ามไปมันก็จะไร้ค่า แล้วกาลเวลาจะพาให้มันหายไป แต่มันก็ยังคงติดอยู่ในใจของใครอีกหลายคน