ทั้งหมดคือเรื่องจริงที่เราเจอมา เราว่าเหตุการณ์ที่เราเจออาจจะตรงกับใครหลายคน
หรือเคยผ่านกันมาบ้างแล้ว อยากมาแชร์ ส่วนนึงให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้หญิง
"ผู้หญิงมารยาหลายร้อยเล่มเกวียน ที่จริงผู้ชายก็มีไม่แพ้กัน"
ปล.เรื่องนี้ขอไม่พาดพิงถึงสถานที่เกิดเหตุบางสถานที่ เรามาเล่าเพราะ
1. ถ้ากระทู้นี้คนแชร์เยอะ คนในเหตุการณ์ที่เรากล่าวถึงเค้าจะรู้ทันที แล้วหวังว่าอะไรที่เค้าเข้าใจเราผิดอยู่จะได้เข้าใจถูก
2. คนในเหตุการณ์เป็นคนที่มีคนรู้จักเยอะพอสมควร เราไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เค้าเสียหายในหน้าที่การงาน และในชีวิต
3. นี่ไม่ใช่การแก้แค้น นี่คือพื้นที่นึงที่เราอยากมาเล่าในสิ่งที่เราเจอบ้าง
(ลองอ่านดูจะรู้ว่าเราจะแชร์ทำไม)
เรามีโอกาสได้รู้จักกับผช.คนนึงเรียกว่า S. ตอนแรกที่ทำความรู้จัก ก็ปกติทั่วไป
ตามสไตล์การรู้จักเริ่มต้นคุยกับผู้ใหม่ๆ คุยเล่นกันทุกวัน หยอดๆอ่อยๆ กันไปมา
ช่วงเวลานี้ใครหลายคนคงแฮปปี้ ใช่ เราก็แฮปปี้เว่ย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีคนนึงเริ่มคิดมากกว่าอีกคนนึง
ความชิท หายเริ่มมาละ และคนนั้นเป็นเราเอง ตอนนั้นเราเททุกคนที่คุยด้วย เพื่อมาคุยกับ S.
S. เป็นคนดีมาก คอยดูแล ไปรับ-ส่งเรา บ้านเราอยู่กันคนละฟากกรุงเทพ ก็ไปส่งตลอดดึกดื่นแค่ไหนก็ไปส่ง
แพ้ไงคะ แพ้ความดี แพ้การดูแลเอาใจใส่ แพ้การ Takecare แพ้การตอบแชทเร็ว ตอนนั้นอะไรๆก็ดีไปหมด
แล้วพอเราเริ่มจะจริงจัง ความเผือกก็มา จากแต่ก่อนคุยกันสนุก หยอกล้อกัน เริ่มแบ่งเวลามาเผือก
ว่าเค้าจะคุยกับใครบ้างนะ ตอนนี้เค้าคุยกี่คน ชั้นเริ่มสนใจแกแล้วนะ แกก็คุยกับชั้นตลอดเวลานี่นา
แกคุยกับใครอีกรึป่าว อ่ะ และนี่คือจุดเริ่มต้นการเผือก
จนได้รู้มาว่า S. มีการคุยกับผู้หญิงอีกคน ชื่อ D. คือนึกออกป่ะ ผู้หญิงแม่ งจะมีต่อมอะไรซักอย่างอ่ะ
นี่รู้ว่าคนไหนงูพิษ คือมันจะดูกันออก แล้วคุณ D. นี่แหล่ะ เราเห็นเค้าคอยมา Comment ใน Facebook S. บ่อยๆ
แล้วทุกอย่างที่เม้น คือรู้แหล่ะว่านาง 2 คนคุยกันตลอด สิ่งที่เรารู้ว่า S. ทำอะไรที่ไหน เอ้า!!! นางก็รู้เหมือนกัน
นางรู้แล้วก็ comment ประกาศให้โลกรู้ซะหน่อย เราที่คอยเผือกอยู่ก็เห็นหมดทุกอย่าง จนแบบเอาวะ ต้องถามละ
ครั้งแรก ถาม S. ว่า D. เป็นใครหรอ คุยอยู่รึป่าว เค้าตอบเรากลับมาว่า "
อ่อ เคยคุยอ่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้คุยแล้ว"
กรูเชื่อคร่าาาาา แต่ไม่ได้เชื่อหมดใจนะ เชื่อที่เค้าพูด แต่ก็คอยส่องคอยเผือกไปด้วยตลอด
วันนึง S. แนะนำให้เรารู้จักเพื่อนสมัยมัธยมของฮี ฮีบอกว่าสนิทกับคนนี้มาก คนนี้เข้าใจฮีที่สุดแล้ว ชื่อ C.
พอเรารู้จัก C. เราก็แอดเฟสไปปกติ ตามประสาเพื่อนใหม่รู้จักกัน แล้วยิ่งเป็นเพื่อนสนิทของคนที่เรารู้สึกดี ก็อยากรู้จักใช่แมะ
เราแอดไปเสร็จ ก็ทักแชทไปเซย์ฮัลโหล คุยไปคุยมา จนสนิทกับ C. (สนิทในที่นี้คือเพื่อนเลย) C. เปิดใจกับเรามาก
และ C. ก็เป็นเพื่อนคนนึงที่จริงใจกับเรามากๆ(ชั้นรู้ว่าแกรต้องมาอ่าน) เพื่อนสนิทของ S. ก็เลยสนิทกับเราไปด้วย
ช่วงระหว่างนั้นเรากับ S. ก็คุยกันปกติทุกวัน ตลอดเวลา ไปไหนมาไหนด้วยกัน อาทิตย์ละ 2-3 รอบ เพราะทำงานและ
อยู่คนละฟากกรุงเทพ งานเราเยอะ ก็มีเวลาเจอกันประมาณนี้ ส่วนใหญ่จะหลังเลิกงานเรา ก็จะไปนั่งเล่นที่คอนโดของ S.
พอดี S. เพิ่งซื้อคอนโดใหม่ ตอนนั้นยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์เลย ไปนั่งเล่นที่สระว่ายน้ำของคอนโด แล้ว S. ก็ไปส่งเราที่บ้าน
เป็นแบบนี้ตลอด แต่เราก็เห็น D. มาเม้นในเฟส S. ตลอดเหมือนกัน แล้วยิ่งไปกว่านั้น เราเห็นคนในครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ของ S.
เค้ามาเม้นในเฟสของ D. ด้วย เราก็เลยแบบ เอ้าาา ไม่ธรรมดาละ ทำไมกรูไม่รู้จักฟระ ไหนบอกไม่ได้คุยกับ D. ละไง
ต่อมความกังวลเริ่มมามากขึ้น เลยเอาความขี้เผือกนี้ไปเล่าให้ C. เพื่อนสนิทของ S. นั่นแหล่ะฟัง
พอ C. ได้ฟังเรื่องจากเรา C. บอกเราว่าเค้ารู้จักกันก่อนที่จะรู้จักเรา แล้ว D. เนี่ย เก่งมากกก แสดงละครฉากเรียกน้ำตา
เล่นใหญ่รัชดาลัยเทียเตอร์มากค่ะ เคยทำให้ S. ทะเลาะกับแฟนเก่า C. ก็เริ่มเล่าเรื่องในอดีตให้เราฟัง สรุปเรื่องมันมีอยู่ว่า
"S. เนี่ยยังไม่ลืมแฟนเก่า แต่ตอนนั้นฮีคบกับ D.อยู่ เหมือนพอ แฟนเก่าฮีมาคุยด้วย ฮีก็คิดถึงวันเก่าแหล่ะ จนเรื่องมันแดงขึ้นมา
แฟนเก่า S. ก็โทรสายตรงไปถาม S. เลยว่า สรุปจะเอายังไง จะเลือกใครกันแน่ ตอนนั้น S. กับ D. นางอยู่ด้วยกันพอดี แต่ S.
ก็ตอบกลับมาว่าจะเลือกแฟนเก่า ทีนี้ นางงูพิษ D. ก็ได้เวลาเล่นใหญ่ ร้องไห้โฮออกมา โดนเทต่อหน้าขนาดนั้น นางร้องไห้
แล้วบอกกับแฟนเก่า S. ว่า ขอ S. คืนได้ไม๊ อย่าเอา S. ไปได้ไม๊ อยู่ในสถานะอะไรก็ได้ บลาๆ เรียกคะแนนสงสารเต็มที่"
แล้ว C. ก็บอกว่า D. เนี่ยคนเชียงใหม่เค้ารู้กัน ว่า D. มันตัวท๊อปเลยจ้าาา เอาจริงๆ ตอนนั้นเราแบบ เออไม่ได้สนใจเรื่องนี้
แค่รู้ว่า D. เนี่ยไม่ใช่เล่นๆ จริงๆด้วยค่ะคุณผู้ชม เซ้นต์มันบอกแต่แรกละ แล้วพอได้ฟังมาก็ อืมมม น่าคิดนะเรื่องนี้
วันนึงเราก็ไปคอนโด S. ปกติ ไปนั่งชิวกันที่สระว่ายน้ำ เราก็ถาม S. ขึ้นมาอีกว่า นี่ตอนนี้คุยอยู่กี่คน ฮีตอบเรามาว่า
2 คน
เรากับ D. นั่นแหล่ะ ในใจเรานี่แบบ เอาละ ตอนแรกบอกไม่ได้คุยแล้ว นี่คือยังไงกันแน่เนี่ย ก็เก็บคำตอบนี้จำฝังใจตั้งแต่ตอนนั้น
ประกอบกับเหตุการณ์ที่เราเจอหลังจากนั้นเรื่อยๆ เช่น วันนึงเราปวดฉี่ ขอเข้าห้องน้ำที่คอนโด S.(ซึ่งปกติไม่เคยเข้า)
เราเจอผมเส้นยาวในห้องน้ำ มันคือผมผู้หญิง เราก็ถาม S. ว่าทำไมมีผมเส้นยาวในห้องน้ำอ่ะ ฮีตอบเราว่า "
อ่อ ของช่างม่าน ที่มาทำม่าน"
ตอนนั้นห้องฮีเพิ่งติดผ้าม่านในห้องไป เรากลับบ้านมาก็มาเล่าให้ C. ฟัง C. บอกเราว่าจะเป็นใครหล่ะ ก็ผม D. นั่นแหล่ะ
แต่ C. นางพูดทีเล่นทีจริง นางเป็นคนชอบแซวเราอยู่แล้ว ชอบกวนๆ ถามว่าตอนนั้นในใจลึกๆเราคิดไม๊ คิด แต่ก็อยากเชื่อใจคนที่เราคุยด้วย
แล้วเหตุการณ์ทำนองนี้ก็เกิดขึ้นบ่อยๆ ยกตัวอย่างอีกซักอัน S. นางบอกเราว่าเสาร์อาทิตย์นี้กลับไปนอนบ้านน้าที่รังสิตนะ เราก็โอเค
พอเย็นของวันเสาร์ ฮีแชทมาบอกว่าดูหนังกับน้องแปปนึงนะ ด้วยเซ้นต์กรู ใช่หรอว้าาาา น้องหรอว้าาาา เลยไปเผือกในเฟส D.
แจ็คพอร์ตค่าาา นางแชร์รูปตั๋วหนัง 2 ใบที่ฟิวเจอร์รังสิต (เราไม่ได้เป็นเฟรนกับ D. นะ จะเผือกได้แค่อันที่นางเปิด public ซึ่งทุกอัน
ที่นางเปิด Public คือจะเป็นอันที่ ญาติๆผู้ใหญ่ของ S. มาเม้นเท่านั้น หรืออะไรก็ตามที่อวดได้ว่า S. เค้าอยู่กับชั้น) เราก็รอ จนS. ทักมา
ว่าดูจบแล้ว เราเลยแคปรูปตั๋วหนังไปถามว่า ดูเรื่องนี้มาหรอ ฮีตอบเรากลับมาว่า ไปดูกับน้องจริงๆ พร้อมส่งรูปถ่ายคู่กับน้องที่โรงหนังมาให้ดู
แล้วก็บอกต่อว่า
"D. เค้าตามมาเอง ไม่ได้ชวนมาดูด้วยกันเลย เนี่ยซื้อตั๋วหนังมา 4 ใบ เค้าก็ฉีกออกเหลือ 2 ใบแล้วโพสลงเฟส ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม D. ทำแบบนั้น สงสัยคงอยากโชว์แฟนเก่าเรามั้ง" เราคิดในใจ อะไรวะเนี่ยย มีคนแบบนี้ด้วยหรอ บอกเลยตอนนั้นมองอินี่ว่า สารพัดพิษไปละ ร้ายมากค่ะคุณผู้ชม ตอนนั้นกรูก็โง่มากเลยค่ะ เราก็ยังเหมือนเดิม เชื่อแต่ก็ระแวงไปด้วย ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง มีการเคลียกัน S. จะตอบเราตลอดว่า
"เราทิ้ง D. ไปไม่ได้ D. เค้าเคยขอให้เราไม่ไปไหน ขออยู่ในสถานะอะไรก็ได้ อย่าหายไปก็พอ เราก็รับปาก เราสัญญาไปแล้ว จะให้เราเลิกคุยกับ D. ได้ยังไง แค่รักษาสัญญาแค่นี้ยังรักษาไม่ได้ แต่เราไม่ได้คิดอะไรกับ D. แล้วจริงๆ เดี๋ยววันนึง D. ไปบินเค้าคงห่างๆจากเราไปเอง"
เคลียกัน 8 รอบคำตอบก็ออกมาทำนองนี้ตลอด
ถามว่าตอนนั้นเราโอเคไม๊ บอกเลยว่าไม๊ ไม่โอเคกับคำตอบไม่ชัดเจนอะไรขนาดนี้ คนเรารู้สึกไปแล้ว ให้มาอยู่ในสถานะที่โดนคุย 2 คน
แบบนี้ไม่โอเคเลย แล้วมันจะต้องเป็นแบบนี้ไปอีกเมื่อไหร่ ในเมื่อถามกี่รอบเค้าบอกเค้าทิ้ง D. ไปไม่ได้ รอให้ไปเอง ห่างกันไปเอง
เราก็รอนะตอนแรกๆอ่ะ เพราะ S. ยังคุยกับเราดีตอบเร็วตลอดเวลา มีเวลาเจอเราบ่อยอยู่ คือ S. ก็ทำทุกอย่างกับเราเหมือนเดิม
ไม่มีน้อยลงมีแต่เพิ่มขึ้นๆ ทุกเช้าก็ทักมาเหมือนเดิม ก่อนนอนก็เหมือนเดิม คุยกันทั้งวัน
แล้ววันนึงเหตุการณ์พลิกผัน เรารู้มาว่าต้องไปทำธุรกิจที่ภูเก็ต เราได้เคลียเรื่อง D. กันอีกรอบ แต่สิ่งที่เราคำตอบจาก S.
เค้ากลับตอบเรามาว่า
"อนาคตไม่แน่นอนนะ เดี๋ยวเราต้องไปอยู่ภูเก็ต เดี๋ยวเค้าก็ต้องไปเรียนนอกเมืองนอก จะมาให้เค้าเลือก
ตัดสินใจตอนนี้ไม่ได้อ่ะ" พูดเหมือนประมาณว่าเดี๋ยวเราต้องไปอยู่ที่ไกล ตอนนั้นเราคิดว่าแบบ เอ้ออ ถ้ากรูไปนี่ทิ้งกูแน่นอน
ดูจากการตอบแล้ว ไม่ได้ Support หรือให้กำลังใจเลยที่ไปทำงานไกล มีแต่บอกว่าจะต้องห่างกันบลาๆ เราคิดแค่ว่า เอาวะ
เอาให้มันจบๆไปเลย เลยโอเค คุณ S. คะ ถ้าคุณ S. ไม่เลือกใครซักคน ไม่ให้สถานะใครซักคน อิชั้นให้สถานะตัวเองก็ได้ค่ะ
งั้นให้รียกอิชั้นว่าเพื่อนนะคะ เราเป็นเพื่อนกันเนอะ เราก็พูดประโยคนี้ก่อนจะไป
ครั้งหนึ่งความรักเคยทำให้ฉันโง่
หรือเคยผ่านกันมาบ้างแล้ว อยากมาแชร์ ส่วนนึงให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้หญิง
"ผู้หญิงมารยาหลายร้อยเล่มเกวียน ที่จริงผู้ชายก็มีไม่แพ้กัน"
ปล.เรื่องนี้ขอไม่พาดพิงถึงสถานที่เกิดเหตุบางสถานที่ เรามาเล่าเพราะ
1. ถ้ากระทู้นี้คนแชร์เยอะ คนในเหตุการณ์ที่เรากล่าวถึงเค้าจะรู้ทันที แล้วหวังว่าอะไรที่เค้าเข้าใจเราผิดอยู่จะได้เข้าใจถูก
2. คนในเหตุการณ์เป็นคนที่มีคนรู้จักเยอะพอสมควร เราไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เค้าเสียหายในหน้าที่การงาน และในชีวิต
3. นี่ไม่ใช่การแก้แค้น นี่คือพื้นที่นึงที่เราอยากมาเล่าในสิ่งที่เราเจอบ้าง
(ลองอ่านดูจะรู้ว่าเราจะแชร์ทำไม)
เรามีโอกาสได้รู้จักกับผช.คนนึงเรียกว่า S. ตอนแรกที่ทำความรู้จัก ก็ปกติทั่วไป
ตามสไตล์การรู้จักเริ่มต้นคุยกับผู้ใหม่ๆ คุยเล่นกันทุกวัน หยอดๆอ่อยๆ กันไปมา
ช่วงเวลานี้ใครหลายคนคงแฮปปี้ ใช่ เราก็แฮปปี้เว่ย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีคนนึงเริ่มคิดมากกว่าอีกคนนึง
ความชิท หายเริ่มมาละ และคนนั้นเป็นเราเอง ตอนนั้นเราเททุกคนที่คุยด้วย เพื่อมาคุยกับ S.
S. เป็นคนดีมาก คอยดูแล ไปรับ-ส่งเรา บ้านเราอยู่กันคนละฟากกรุงเทพ ก็ไปส่งตลอดดึกดื่นแค่ไหนก็ไปส่ง
แพ้ไงคะ แพ้ความดี แพ้การดูแลเอาใจใส่ แพ้การ Takecare แพ้การตอบแชทเร็ว ตอนนั้นอะไรๆก็ดีไปหมด
แล้วพอเราเริ่มจะจริงจัง ความเผือกก็มา จากแต่ก่อนคุยกันสนุก หยอกล้อกัน เริ่มแบ่งเวลามาเผือก
ว่าเค้าจะคุยกับใครบ้างนะ ตอนนี้เค้าคุยกี่คน ชั้นเริ่มสนใจแกแล้วนะ แกก็คุยกับชั้นตลอดเวลานี่นา
แกคุยกับใครอีกรึป่าว อ่ะ และนี่คือจุดเริ่มต้นการเผือก
จนได้รู้มาว่า S. มีการคุยกับผู้หญิงอีกคน ชื่อ D. คือนึกออกป่ะ ผู้หญิงแม่ งจะมีต่อมอะไรซักอย่างอ่ะ
นี่รู้ว่าคนไหนงูพิษ คือมันจะดูกันออก แล้วคุณ D. นี่แหล่ะ เราเห็นเค้าคอยมา Comment ใน Facebook S. บ่อยๆ
แล้วทุกอย่างที่เม้น คือรู้แหล่ะว่านาง 2 คนคุยกันตลอด สิ่งที่เรารู้ว่า S. ทำอะไรที่ไหน เอ้า!!! นางก็รู้เหมือนกัน
นางรู้แล้วก็ comment ประกาศให้โลกรู้ซะหน่อย เราที่คอยเผือกอยู่ก็เห็นหมดทุกอย่าง จนแบบเอาวะ ต้องถามละ
ครั้งแรก ถาม S. ว่า D. เป็นใครหรอ คุยอยู่รึป่าว เค้าตอบเรากลับมาว่า "อ่อ เคยคุยอ่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้คุยแล้ว"
กรูเชื่อคร่าาาาา แต่ไม่ได้เชื่อหมดใจนะ เชื่อที่เค้าพูด แต่ก็คอยส่องคอยเผือกไปด้วยตลอด
วันนึง S. แนะนำให้เรารู้จักเพื่อนสมัยมัธยมของฮี ฮีบอกว่าสนิทกับคนนี้มาก คนนี้เข้าใจฮีที่สุดแล้ว ชื่อ C.
พอเรารู้จัก C. เราก็แอดเฟสไปปกติ ตามประสาเพื่อนใหม่รู้จักกัน แล้วยิ่งเป็นเพื่อนสนิทของคนที่เรารู้สึกดี ก็อยากรู้จักใช่แมะ
เราแอดไปเสร็จ ก็ทักแชทไปเซย์ฮัลโหล คุยไปคุยมา จนสนิทกับ C. (สนิทในที่นี้คือเพื่อนเลย) C. เปิดใจกับเรามาก
และ C. ก็เป็นเพื่อนคนนึงที่จริงใจกับเรามากๆ(ชั้นรู้ว่าแกรต้องมาอ่าน) เพื่อนสนิทของ S. ก็เลยสนิทกับเราไปด้วย
ช่วงระหว่างนั้นเรากับ S. ก็คุยกันปกติทุกวัน ตลอดเวลา ไปไหนมาไหนด้วยกัน อาทิตย์ละ 2-3 รอบ เพราะทำงานและ
อยู่คนละฟากกรุงเทพ งานเราเยอะ ก็มีเวลาเจอกันประมาณนี้ ส่วนใหญ่จะหลังเลิกงานเรา ก็จะไปนั่งเล่นที่คอนโดของ S.
พอดี S. เพิ่งซื้อคอนโดใหม่ ตอนนั้นยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์เลย ไปนั่งเล่นที่สระว่ายน้ำของคอนโด แล้ว S. ก็ไปส่งเราที่บ้าน
เป็นแบบนี้ตลอด แต่เราก็เห็น D. มาเม้นในเฟส S. ตลอดเหมือนกัน แล้วยิ่งไปกว่านั้น เราเห็นคนในครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ของ S.
เค้ามาเม้นในเฟสของ D. ด้วย เราก็เลยแบบ เอ้าาา ไม่ธรรมดาละ ทำไมกรูไม่รู้จักฟระ ไหนบอกไม่ได้คุยกับ D. ละไง
ต่อมความกังวลเริ่มมามากขึ้น เลยเอาความขี้เผือกนี้ไปเล่าให้ C. เพื่อนสนิทของ S. นั่นแหล่ะฟัง
พอ C. ได้ฟังเรื่องจากเรา C. บอกเราว่าเค้ารู้จักกันก่อนที่จะรู้จักเรา แล้ว D. เนี่ย เก่งมากกก แสดงละครฉากเรียกน้ำตา
เล่นใหญ่รัชดาลัยเทียเตอร์มากค่ะ เคยทำให้ S. ทะเลาะกับแฟนเก่า C. ก็เริ่มเล่าเรื่องในอดีตให้เราฟัง สรุปเรื่องมันมีอยู่ว่า
"S. เนี่ยยังไม่ลืมแฟนเก่า แต่ตอนนั้นฮีคบกับ D.อยู่ เหมือนพอ แฟนเก่าฮีมาคุยด้วย ฮีก็คิดถึงวันเก่าแหล่ะ จนเรื่องมันแดงขึ้นมา
แฟนเก่า S. ก็โทรสายตรงไปถาม S. เลยว่า สรุปจะเอายังไง จะเลือกใครกันแน่ ตอนนั้น S. กับ D. นางอยู่ด้วยกันพอดี แต่ S.
ก็ตอบกลับมาว่าจะเลือกแฟนเก่า ทีนี้ นางงูพิษ D. ก็ได้เวลาเล่นใหญ่ ร้องไห้โฮออกมา โดนเทต่อหน้าขนาดนั้น นางร้องไห้
แล้วบอกกับแฟนเก่า S. ว่า ขอ S. คืนได้ไม๊ อย่าเอา S. ไปได้ไม๊ อยู่ในสถานะอะไรก็ได้ บลาๆ เรียกคะแนนสงสารเต็มที่"
แล้ว C. ก็บอกว่า D. เนี่ยคนเชียงใหม่เค้ารู้กัน ว่า D. มันตัวท๊อปเลยจ้าาา เอาจริงๆ ตอนนั้นเราแบบ เออไม่ได้สนใจเรื่องนี้
แค่รู้ว่า D. เนี่ยไม่ใช่เล่นๆ จริงๆด้วยค่ะคุณผู้ชม เซ้นต์มันบอกแต่แรกละ แล้วพอได้ฟังมาก็ อืมมม น่าคิดนะเรื่องนี้
วันนึงเราก็ไปคอนโด S. ปกติ ไปนั่งชิวกันที่สระว่ายน้ำ เราก็ถาม S. ขึ้นมาอีกว่า นี่ตอนนี้คุยอยู่กี่คน ฮีตอบเรามาว่า 2 คน
เรากับ D. นั่นแหล่ะ ในใจเรานี่แบบ เอาละ ตอนแรกบอกไม่ได้คุยแล้ว นี่คือยังไงกันแน่เนี่ย ก็เก็บคำตอบนี้จำฝังใจตั้งแต่ตอนนั้น
ประกอบกับเหตุการณ์ที่เราเจอหลังจากนั้นเรื่อยๆ เช่น วันนึงเราปวดฉี่ ขอเข้าห้องน้ำที่คอนโด S.(ซึ่งปกติไม่เคยเข้า)
เราเจอผมเส้นยาวในห้องน้ำ มันคือผมผู้หญิง เราก็ถาม S. ว่าทำไมมีผมเส้นยาวในห้องน้ำอ่ะ ฮีตอบเราว่า "อ่อ ของช่างม่าน ที่มาทำม่าน"
ตอนนั้นห้องฮีเพิ่งติดผ้าม่านในห้องไป เรากลับบ้านมาก็มาเล่าให้ C. ฟัง C. บอกเราว่าจะเป็นใครหล่ะ ก็ผม D. นั่นแหล่ะ
แต่ C. นางพูดทีเล่นทีจริง นางเป็นคนชอบแซวเราอยู่แล้ว ชอบกวนๆ ถามว่าตอนนั้นในใจลึกๆเราคิดไม๊ คิด แต่ก็อยากเชื่อใจคนที่เราคุยด้วย
แล้วเหตุการณ์ทำนองนี้ก็เกิดขึ้นบ่อยๆ ยกตัวอย่างอีกซักอัน S. นางบอกเราว่าเสาร์อาทิตย์นี้กลับไปนอนบ้านน้าที่รังสิตนะ เราก็โอเค
พอเย็นของวันเสาร์ ฮีแชทมาบอกว่าดูหนังกับน้องแปปนึงนะ ด้วยเซ้นต์กรู ใช่หรอว้าาาา น้องหรอว้าาาา เลยไปเผือกในเฟส D.
แจ็คพอร์ตค่าาา นางแชร์รูปตั๋วหนัง 2 ใบที่ฟิวเจอร์รังสิต (เราไม่ได้เป็นเฟรนกับ D. นะ จะเผือกได้แค่อันที่นางเปิด public ซึ่งทุกอัน
ที่นางเปิด Public คือจะเป็นอันที่ ญาติๆผู้ใหญ่ของ S. มาเม้นเท่านั้น หรืออะไรก็ตามที่อวดได้ว่า S. เค้าอยู่กับชั้น) เราก็รอ จนS. ทักมา
ว่าดูจบแล้ว เราเลยแคปรูปตั๋วหนังไปถามว่า ดูเรื่องนี้มาหรอ ฮีตอบเรากลับมาว่า ไปดูกับน้องจริงๆ พร้อมส่งรูปถ่ายคู่กับน้องที่โรงหนังมาให้ดู
แล้วก็บอกต่อว่า "D. เค้าตามมาเอง ไม่ได้ชวนมาดูด้วยกันเลย เนี่ยซื้อตั๋วหนังมา 4 ใบ เค้าก็ฉีกออกเหลือ 2 ใบแล้วโพสลงเฟส ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม D. ทำแบบนั้น สงสัยคงอยากโชว์แฟนเก่าเรามั้ง" เราคิดในใจ อะไรวะเนี่ยย มีคนแบบนี้ด้วยหรอ บอกเลยตอนนั้นมองอินี่ว่า สารพัดพิษไปละ ร้ายมากค่ะคุณผู้ชม ตอนนั้นกรูก็โง่มากเลยค่ะ เราก็ยังเหมือนเดิม เชื่อแต่ก็ระแวงไปด้วย ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง มีการเคลียกัน S. จะตอบเราตลอดว่า "เราทิ้ง D. ไปไม่ได้ D. เค้าเคยขอให้เราไม่ไปไหน ขออยู่ในสถานะอะไรก็ได้ อย่าหายไปก็พอ เราก็รับปาก เราสัญญาไปแล้ว จะให้เราเลิกคุยกับ D. ได้ยังไง แค่รักษาสัญญาแค่นี้ยังรักษาไม่ได้ แต่เราไม่ได้คิดอะไรกับ D. แล้วจริงๆ เดี๋ยววันนึง D. ไปบินเค้าคงห่างๆจากเราไปเอง"
เคลียกัน 8 รอบคำตอบก็ออกมาทำนองนี้ตลอด
ถามว่าตอนนั้นเราโอเคไม๊ บอกเลยว่าไม๊ ไม่โอเคกับคำตอบไม่ชัดเจนอะไรขนาดนี้ คนเรารู้สึกไปแล้ว ให้มาอยู่ในสถานะที่โดนคุย 2 คน
แบบนี้ไม่โอเคเลย แล้วมันจะต้องเป็นแบบนี้ไปอีกเมื่อไหร่ ในเมื่อถามกี่รอบเค้าบอกเค้าทิ้ง D. ไปไม่ได้ รอให้ไปเอง ห่างกันไปเอง
เราก็รอนะตอนแรกๆอ่ะ เพราะ S. ยังคุยกับเราดีตอบเร็วตลอดเวลา มีเวลาเจอเราบ่อยอยู่ คือ S. ก็ทำทุกอย่างกับเราเหมือนเดิม
ไม่มีน้อยลงมีแต่เพิ่มขึ้นๆ ทุกเช้าก็ทักมาเหมือนเดิม ก่อนนอนก็เหมือนเดิม คุยกันทั้งวัน
แล้ววันนึงเหตุการณ์พลิกผัน เรารู้มาว่าต้องไปทำธุรกิจที่ภูเก็ต เราได้เคลียเรื่อง D. กันอีกรอบ แต่สิ่งที่เราคำตอบจาก S.
เค้ากลับตอบเรามาว่า "อนาคตไม่แน่นอนนะ เดี๋ยวเราต้องไปอยู่ภูเก็ต เดี๋ยวเค้าก็ต้องไปเรียนนอกเมืองนอก จะมาให้เค้าเลือก
ตัดสินใจตอนนี้ไม่ได้อ่ะ" พูดเหมือนประมาณว่าเดี๋ยวเราต้องไปอยู่ที่ไกล ตอนนั้นเราคิดว่าแบบ เอ้ออ ถ้ากรูไปนี่ทิ้งกูแน่นอน
ดูจากการตอบแล้ว ไม่ได้ Support หรือให้กำลังใจเลยที่ไปทำงานไกล มีแต่บอกว่าจะต้องห่างกันบลาๆ เราคิดแค่ว่า เอาวะ
เอาให้มันจบๆไปเลย เลยโอเค คุณ S. คะ ถ้าคุณ S. ไม่เลือกใครซักคน ไม่ให้สถานะใครซักคน อิชั้นให้สถานะตัวเองก็ได้ค่ะ
งั้นให้รียกอิชั้นว่าเพื่อนนะคะ เราเป็นเพื่อนกันเนอะ เราก็พูดประโยคนี้ก่อนจะไป