ครอบครัว สถาบันนี้ คือที่แรกที่ดีจริงๆหรอ

สวัสดีค่ะ  จขกท อายุ 24  ปี  ชีวิตในวัยเด็กไม่รู้ว่ามีความสุขไหม   เติบโตมากับยายกับป้าเป็นคนเลี้ยง  แต่ส่วนใหญ่จะเป็นป้า  พ่อแม่เราแยกทางกันตั้งแต่เราได้ 2-3 ปีนี่ล่ะมั้งถ้าจำไม่ผิด พ่อเรารับราชการ  แม่เราก็เป็นชาวบ้านธรรมดา  ตอนเรายังเด็ก  พ่อกับแม่ชอบเล่นการพนันมาก ทะเลาะกัน ทุบตีทำร้ายร่างกายเพราะคำว่า การพนัน  จนพ่อกับแม่แยกทางกันและแม่เราได้ไปเมืองนอก เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ให้ยาย เท่าที่เราเห็นมาแต่เด็กจนปัจจุบัน  ยายเราเองก็ชอบเล่นที่สุด ทุกวันนี้ก็ยังเล่นอยู่ จนเป็นหนี้เป็นสิน   ขายที่ทางหมด ซ้ำยังติดหนี้รายวัน ดอกร้อยละ 20  ผ่อนส่งวันละ3000-4000 บาท พอผ่อนไม่ได้หาไม่ทัน เพราะเสียเงินก็หลบหนีเขา  พวกแว๊นมอไซค์เสียงดังๆอ่ะ    จนสุดท้ายหาเองไม่ได้ก็ลำบากลูกหลาน  ลำบากป้าเราที่ต้องไปกู้มาตุบให้หมด  เราเองโคตรสงสารป้าเลยที่ต้องตามใช้หนี้ให้  อย่ามาดราม่านะคะ ว่าต้องตอบแทนคุณพ่อแม่งั้นงี้  ใช้หนี้ให้แค่นี้ไม่เป็นไร   พ่อแม่เองก้ควรที่จะคิดเห็นใจ เข้าใจลูกบ้างไม่ใช่ทำแต่ให้ลุกลำบากและเป็นทุกข์   เข้าเรื่องต่อ   พอแม่เราไปทำงานเมืองนอก พ่อเราก็อยู่ตามประสาแกล่ะ  มีครั้งนึงพ่อเคยพูดกับเราแต่พ่อก้ไม่ได้ซีเรียสอะไร เพราะมันผ่านมาแล้ว พ่อบอกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะยายเป็นหนี้เป็นสินเยอะ แม่ก็คงไม่ได้ไปทำงานเมืองนอก ครอบครัวคงไม่แตกแยกขนาดนี้   ลูก  คงจะมีความสุข  มีครอบครัวที่อบอุ่น พ่อพูดกับเราตอนโตช่วงใกล้เรียนจบ   ไม่รุ้ว่าไปเมืองนอกตอนนั้น เพราะเขาให้มีทะเบียนหย่า ให้ไปทำงานในนามคนโสดอะไรงี้แหละ   ตอนเด็กๆเราไม่ได้คิดถึงความลำบากอะไรมากหรอก   อยู่ตามชนบทเรียนโรงเรียนบ้านนอก  เงินไม่ได้ใช้เยอะ  แม่เรา ไปตั้งแต่เราได้ 3ปี  และกลับมาอยู่ไทยตอนเราอายุ 10ปี ตอนนั้นเหมือนพ่อจะโทรหาแม่หลายครั้ง  พยายามจะขอคืนดี  แต่แม่ก้ไม่คืนดี  คงเป็นเพราะตอนนั้นยังรู้สึกสบาย และหาเงินได้เองด้วย   เราไม่รู้หรอกว่าเงินที่ฝากมาให้ทางบ้านเยอะแค่ไหน  ให้ยายทำอะไร   ตามวิถีชนบทส่วนใหญ่ลุกต้องตอบแทนพ่อแม่  หาเงินได้เท่าไหร่ก็โอนให้ซะเกือบหมด  แต่ก่อนนะแต่ไม่รู้ทุกวันนี้เป็นยังไง เราเป็นเด็กเรียนค่อนข้างดี  จบป.ุ6โรงเรียนแถวบ้านก็สอบเข้าโรงเรียนในเมืองได้  เรียนจบมัธยมก็สอบเข้าเรียนมหาลัยดีๆที่จบมามีงานรองรับไม่ต้องไปวิ่งหา  ตอนเด็กจนถึงช่วงอายุ แต่ชีวิตไม่ค่อยโอเคเลยว่ะ พึ่งมารู้สึกได้ตอนโต555  เหมือนยิ่งโตยิ่งมีเรื่องให้คิด  เห็นครอบครัวนั้น พาลูกไปกินข้าวในห้าง   มีพ่อแม่มาประชุมผู้ปกครองไรงี้   ก็มีแอบน้อยใจ  แต่ไม่เป็นไร เรายังมีป้าที่พาเราไปตลอด ไปสอบแข่งขัน ไปเป็นผู้ปกครอง  แต่ก็อย่างว่าแหละในใจเด็กคือก็อยากมีพ่อมีแม่    เราบ้านนอกแค่ไหนคิดดู เคเอฟซีพึ่งเคยกินตอนม.2  สเวนเซ่นกินตอน ม.ปลายนี่แหละ และอีกหลายๆอย่างที่เราไม่เคยได้รู้จัก   ได้เห็นแต่คนอื่นพุดพ่อแม่พาไปกินงั้นงี้    เอาเป็นว่ามันก็เป็นปมในใจลึกๆมาตลอดแต่ไม่แสดงออกมาก ต่อๆเรื่องครอบครัว เรื่องเงินการศึกษา  ตอนประถมค่าใช้จ่ายไม่มากเรียนตามบ้าน  ก็มียายนี่แหละที่ให้ไป จนถึงช่วงม.ต้น   การเงินเริ่มฝืดละ  เพราะเมื่อแม่กลับมาอยู่ไทยและได้ไปทำงานทางอื่นที่ไกลบ้านอีกเช่นเคยแหละ เรียกได้ว่าแต่แม่ไปทำงาน  ตั้งแต่เราอายุ 3ปี  จนตอนนี้ 24ปี  เราไม่เคยได้อยู่กับแม่นานเกิน 3 เดือนหรอก  แม่ก็ได้ไปมีครอบครัวใหม่   แม้ตอนนั้นทุกคนจะบอกให้แม่อย่าพึ่งมี ตั้งใจทำงานหาเงินให้ลูกเรียนจบก่อน แต่คือก็อย่างว่าแหละเนาะทุกคนก็ต้องการมีความสุขให้ตัวเอง  แม่ก็เริ่มมีครอบครัวใหม่ในวัย30กว่าๆ  แต่คือที่จริงแม่ก็มีใหม่นานแล้วล่ะ ตั้งแต่ไปทำงานเมืองนอก  มีหลายคนมาชอบแม่ มีฐานะดี รวย พอจะเลี้ยงแม่และครอบครัว คือทางบ้าน แต่แม่ก็ไม่เลือก  จนมาปลงใจกับคนนี้    มีครอบครัว  มีลูกด้วยกัน 2คน  สรุปคือ เรามีน้องเพิ่มมา 2 คน    จากวันที่แม่ มีน้อง ตอนเราอายุ 14ปี  จะว่าเราเป็นนางร้ายก็ได้นะ แม่แทบจะไม่ได้ดูแลเราเลยในด้านการเงิน การศึกษา   จากวันนั้นชีวิตแม่ก็ดุเหมือนจะแย่ลงเรื่อยๆ  จากที่เคยหาเงินเองได้ มีเงินซื้อทอง ซื้อเสื้อผ้าดีๆใส่ ซื้อของใช้บำรุง  แต่พอตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันกับผู้ชายคนนั้น   ชีวิตแม่ดูตกต่ำลง  เงินส่งให้ยายใช้น้อยลง  นานๆเดือนละครั้งครั้ง ละ1000  กับเรานี่ไม่ต้องพูดถึงเลย ยิ่งเรียนสูงขึ้นค่าใช้จ่ายยิ่งเยอะ  กลับเป็นพ่อเราที่มาส่งต่อจนเราจบป.ตรี  เพราะเราไม่ได้มีความผูกพันกับแม่มั้ง  เรารุ้สึกว่าแม่เห็นแก่ตัว  ไม่ได้ห่วงใยเรา  เห็นว่าเรามีพ่อที่ส่งเสีย   แต่พ่อก็เหนื่อยนะเว้ย   ค่าใช้จ่ายการเรียนไม่ใช่น้อยๆพ่อหาคนเดียว     เรากลายเป็นคนไม่อยากคุยกับแม่   มีแค่พ่อที่เราคุย เราปรึกษาได้   อาจจะเราเองที่ไม่ดี   แต่เรามองย้อนมาที่ตัวเอง   เราทำงานใกล้บ้านขับรถไปกลับ วันละ 40 กิโล เพียงเพราะเราสงสารยาย  ที่ยายอยุ๋คนเดียวมาตลอดช่วง 10 ปีมานี้    และยายยิ่งแก่ลงๆทุกวัน  แต่เราเองก้ลำบาก ชีวิตไม่มีต้นทุนอะไรเลย มีแค่มอไซค์คันเดียว เงินเดือนอีก 10000 และรับภาระเต็มไปหมด  ยิ่งบางครั้ง  ก็โคตรเหนื่อย  โคตรท้อ  ที่ยายก็ยังเล่นการพนันอยู่ รู้สึกอยากจะปล่อยให้อยู่คนเดียว แต่ก็ทำไม่ลง  บอกเตือนก้ไม่ฟังว่าอย่าไปเล่นทุกวัน  หวยก้อย่าซื้อ  เราไม่ได้รวย ไม่ได้ีเงินขนาดนั้น  ก็ได้แต่คิดว่าทำไมครอบครัวเรามันไม่มีครอบสุข  แม่ไปทาง ลูกไปทาง พ่อไปทาง  แม่เราเองก็ไม่รู้ว่าจะคิดได้ไหมที่จะกลับมาดูแลยาย   เราต้องออกบ้านเช้า  กลับไปก็เย็น บางทีก็เหนื่อย  แต่แม่อยู่เฉยๆ อยู่กับสามีใหม่  กับลูก เพราะถ้าไม่อยู่ เขาไม่ให้เงินใช้    ให้ยายทีก็น้อยนิด  ยายก็มีแค่เบี้ย คนชราและหยิบยืม  แต่อย่างว่าแหละ   ชีวิตเราเรากำหนดเอง   บางทีเราก็คิด  ถ้ายายไม่เล่นการพนัน ซะจนขายนั่นนี่หมด   แม่ไปทำงานเมืองนอก  มีเงินถ้ารู้จักเก้บจักซื้อ ต่อยอดให้ชีวิตตัวเองดี คงจะดีกว่านี้  แต่ก็ในเมื่อมันเป็นไปแล้ว ก็คงต้องได้แต่ทำใจ  นี่ล่ะนะ การพนัน     ตัวทำลายครอบครัวที่ดีเลยที่เดียว ที่จริงเรื่องราวมันก็เยอะแยะมากมาย ทำเราร้องไห้หลายครั้ง    เยอะเกินจะบรรยายได้กับชีวิตครอบครัว   บรรยายแค่นี้เราเองก็คงดูแย่พอละ  ขอบคุณที่เข้ามาอ่านที่เราบ่นนะคะ  แค่ไม่รู้จะพูดกับใครได้จริงๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่