“เราจะย้ายเซิร์ฟแล้วนะ จะไปทำเควสต์ด้วยกันไม่ได้ปีนึงเลย เรามาทำเควสต์ด้วยกันเป็นการส่งท้ายเถอะ”
และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งนี้
ถ้าพูดถึงหน้าร้อน คนส่วนมากก็คงคิดถึงทะเล แต่เนื่องจากปาร์ตี้ที่รวบรวมมาได้ตอนนี้ ไปทะเลกันจนเบื่อแล้ว ถ้างั้นภูเขาล่ะเป็นไง? ขอบอกว่าตัดทิ้งไปได้เลย เพราะหัวตี้กลัวความสูงจ้าา บายยย
ผลสรุปเควสต์ที่พวกเราเลือกทำเลยกลายเป็น “น้ำตก” ความจริงเป็นเควสต์ที่ตั้งใจจะทำหลายรอบแล้ว แต่จัวหวะเวลาไม่เป็นใจให้ได้ทำซะที
หลังจากเตรียมตัวออกเดินทางกันเรียบร้อย พรุ่งนี้เราจะเริ่มทำเควสต์กันแล้ว!! บรรดาผู้ปกครองที่กิลด์ก็ได้ส่งคำตักเตือนมาว่า “ไปน้ำตกหน้าร้อน มันจะมีน้ำหรอ?” อ้าว ชิ*หาย ไม่มีน้ำเรอะ!? ไม่เคยรู้มาก่อน… แต่ทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ ทำสัญญากับที่พักบริเวณที่จะไปทำเควสต์เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องไปแล้วล่ะ งั้นก็ เล็ทซ์โก!!
เรานัดรวมตัวกันในตอนเช้าของวันจันท์ ด้วยความหวังที่ว่าขับเกวียน 4 ล้อออกนอกเมืองคงไม่มีอุปสรรคเท่าไหร่หรอก คนส่วนมากน่าจะขับเกวียนเข้าเมืองกันมากกว่า โดยใช้เกวียนทั้งหมด 2 คัน คนขับ 2 คน และเนวิเกเตอร์อีกคันละ 1 คน ส่วนอีก 2 คนที่เหลือหรอ? ก็สบายๆชิลๆนอนหลับในเกวียนระหว่างเดินทางไปละกัน ฟฟฟ
เนื่องจากใช้หลักการ “ขับตามกันไป” ก็เลย...หลงจ้าาาา 555+ เดี๋ยวเลี้ยวผิด เดี๋ยวตามผิดคัน ก็เกวียนมันหน้าตาคล้ายๆกันนี่นา ช่วยไม่ได้…
แต่ในที่สุด หลังจากขับกันยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง ระยะทางกว่า 120 กิโล ในที่สุดปาร์ตี้ของพวกเราก็มาถึงอาณาจักร “กาญจนบุรี” แล้ว เย่---!!!
และสิ่งแรกที่สมาชิกทั้ง 6 คนเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องไปทำก็คือ… หาอะไรใส่ท้องจ้า จะเที่ยงแล้ว หิววว
ด้วยความไม่เรื่องมาก เจอป้ายก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นหมูตุ๋นข้างทาง ก็โอเค เอานี่แหละ เลี้ยวเกวียนเข้าไปจอดทันที ก๋วยเตี๋วยมาเสิร์ฟชามค่อนข้างใหญ่ ไก่ตุ๋งน่องเบ้อเร่อ ก็อิ่มสบายพุงกันไป แต่ที่ทำให้ตกใจคือ ราคา แม่เจ้า ชามละ 35 เหรียญ!! เด็กอาณาจักรเมืองหลวงที่ปกติกินแบบนี้ชามละ 60 ก็หน้าสั่นกันไป
พออิ่มแล้วเราก็ไปหาห้องเก็บความทรงจำ(พิพิธภัณฑ์)ดูกันเล็กๆน้อยๆก่อนเข้าที่พัก เพราะกาญจนบุรีมีตำนานเล่าขานมาว่าเป็นดินแดนแห่งสงคราม ผ่านสมรภูมิรบมาหลายครั้งหลายครา แต่ละห้องก็จะเสียค่าเข้าชมบ้างเล็กๆน้อยๆ
หลังจากซึมซับประวัตืศาสตร์จนจิตใจเริ่มหดหู่(?) ก็ได้เวลาออกเดินทางเข้าที่พักซะที คว้าน้ำปั่นคนละแก้วไปนั่งดูดคลายร้อนในเกวียน ขับต่ออีกไม่นานเท่าไหร่ก็เจอที่พักที่ทำสัญญาเอาไว้
พอจ่ายเหรียญค่าเข้าพักเพิ่ม วางกระเป๋าแล้วหย่อนตัวลงเตียง เปิดเครื่องเป่าลมเย็นจนฉ่ำ ก็ได้เวลา… เปิดมินิคาสิโนกันเถอะ!! ก็ดูแดดข้างนอกดิ โคตรร้อน ไม่เอา ไม่ออกไปแล้ว ฮืออออ
ก็เล่นไพ่กันยาวๆไป ฤกษ์งามยามดี 4 โมงเย็น ขับเกวียนออกไปดูสะพานแคลคูลัส(สะพานข้ามแม่น้ำแคว) แดดร่มลมสงบ เดินออกไปโพสต์ท่ากลางสะพานจะได้สกรีนช็อตที่สวยงามกลับไปอวดคนที่กิลด์ แต่...หัวตี้กลัวความสูงไง พื้นสะพานมันเป็นรูอ่ะ ข้างๆมันก็กว้างและสูงมาก เพราะงั้น ทุกคนสกรีนช็อตมาให้เราดูด้วยนะ เราจะรอที่นี่แหละ บายยยย TT v TT””)/

หรือจะหันหลังให้สะพานแล้วสกรีนช็อตทางรถไฟที่ไม่ค่อยมีคนก็ได้อยู่นะ

เนื่องจากสมาชิกAเคยมารับเควสต์ที่นี่แล้ว และติดใจอยากกินหมูกระทะมาก เพราะคราวที่แล้วไม่ได้มาโดนหมูกระทะอาณาจักรกาญจนบุรี มีความตั้งใจอย่างมากว่าจะต้องมากินให้ได้ พวกเรา 6 คนเลยหิ้วท้องอันว่างเปล่าขึ้นเกวียนและขับออกไปอย่างมีความหวัง พอถึงหน้าร้านทุกคนก็รู้สึกแปลกๆ ทำไมบรรยากาศมันวังเวงขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครอยู่เลย และเมื่อเพ่งมองป้ายไวนิลสีขาวที่กางปิดทางเข้าออกร้านเอาไว้ก็พบกับข้อความว่า “ปิดปรับปรุงร้านวันที่ 20-22”
เรารู้สึกขึ้นมาได้เลยว่า อาาาา ความไร้โชคของเรายังคงขลังอยู่จริงๆ เพราะวันที่เราไปรับเควสต์กันคือวันที่ 20-22 นั่นเอง…
สรุปว่า อด-จ้าาาาา //ร้องไห้
แต่สมาชิกAก็ไม่ยอม เราจะต้องกินหมูกระทะวันนี้ให้ได้!! เลยขอพึ่งพากูรูกูเกิ้ล หยิบแท่งสื่อสารขึ้นมาสไลด์สองสามที ก็พบกับร้าน “เจ๊คิดหมูกระทะ” อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เอาวะ ที่นี่แหละ
พอไปถึงนี่แทบขอบคุณพระเจ้าที่ร้านไม่ปิดอีก 555+ //ในเลข 5 มีน้ำตาซ่อนอยู่…
เห็นโฆษณาป้ายเบ้อเร่อว่า “ราคาถูกที่สุด!!” สมาชิกทุกคนก็ใจชื้น โอ เราจะได้กินของถูกสินะ ดีใจจัง พอดูราคา คนละ 158 เหรียญไม่รวมน้ำ ร้านเมื่อกี้ที่ปิดราคา 159 เหรียญ ถูกกว่า 1 เหรียญแต่ก็ยังถูกกว่า เราโอเค………
นอกจากหมูกระทะปกติ ร้านเจ๊คิดยังมีซีฟู๊ดให้ปิ้งๆย่างๆได้ด้วย แต่ต้องอัพราคาขึ้นเป็น 190 กว่าเหรียญ ซึ่งสมาชิกปาร์ตี้ของเรามีคนที่ “แพ้อาหารทะเลทุกอย่างยกเว้นปลา” ก็เลยจบลงที่นั่งปิ้งหมูกันไป
เช็คบิลออกมาราคารวมน้ำเปล่า 1 ขวด น้ำอัดลมขวดลิตร 3 ขวด คนละเกือบๆ 200 เหรียญ แต่อิ่มพุงแตกกันมาก เป็นอันว่าคุ้มค่าาาา
และแล้ววันแรก ณ อาณาจักรกาญจนบุรีก็จบลงด้วยประการฉะนี้ วันที่ 2 จะเป็นเควสต์หลักที่เราตั้งใจมาทำกัน นั่นคือเควสต์ “เล่นน้ำตก” ซึ่งมีสถานที่ทำเควสต์คือดันเจี้ยนน้ำตกเอราวัณ นั่นเอง
หลังจากเปิดมินิคาสิโนกันอย่างหนักหน่วงถึงตี 1 ตี 2 เมื่อคืน สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนก็ตื่นขึ้นมาอย่างสดใส(มั้ง)ในเช้าวันที่ 2 กินอาหารเช้าที่เป็นบุฟเฟ่ต์ของโรงแรม นอนอืดให้อาหารย่อยซักนิดแล้วก็เตรียมตัวขึ้นเกวียนไปต่อกันได้เลย
ก่อนที่จะเข้าสู่เควสต์หลัก พวกเราตัดสินใจแวะทำเควสต์ย่อยกันที่ห้องศิลป์และห้องเก็บความทรงจำสงคราม(หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงคราม)ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานแคลคูลัส เสียค่าเข้าคนละ 40 เหรียญแต่คุ้มค่าเลยทีเดียว โดยภายในมีอาวุธของสงครามสมัยต่างๆแสดงให้ดูมากมาย ใครชอบดาบชอบปืนแนะนำให้แวะ แล้วจะไม่เสียใจ
พอดื่มดำกับชิ้นส่วนความทรงจำที่รวบรวมไว้เสร็จแล้วก็ถึงเวลาหาของกิน (กินอีกแล้ว ทำไมกินเร็วจัง เหมือนเพิ่งกินไปเมื่อกี๊...) ถามหาร้านอร่อยจาก NPC ที่ขายของอยู่หน้าห้องเก็บความทรงจำ ก็ได้ความว่ามีร้านผัดไทไม่ใส่เส้นเป็นของขึ้นชื่อของที่นี่ ไหนๆ NPC ท้องถิ่นแนะนำมา เราก็ต้องไปโดนกันซักหน่อย
เปิดแท่งสื่อสารมาสไลด์อากู๋แมพเหมือนเดิม ขับเกวียนไม่นานก็ถึงร้าน “ซุ่นเฮง” ร้านมีทั้งโซนธรรมดากับโซนเครื่องเป่าลมเย็น ซึ่งแน่นอนว่าเลือกนั่งโซนเครื่องเป่าลมเย็นแบบไม่ต้องคิดเลย 555+
พวกเราสั่งอาหารตามคำแนะนำของ NPC หน้าห้องเก็บความทรงจำ คือสั่งจานใหญ่มาแบ่งๆกัน ก็เป็นผัดไทไม่ใส่เส้นตามชื่อ อร่อยสมเป็นร้านแนะนำเลยทีเดียว แต่ต้องขออภัยผู้อ่านบันทึกการผจญภัยนี้ทุกท่านจริงๆ หิวจัดจนสกรีนช็อตไม่ทัน รู้สึกตัวอีกทีคือใส่ปากไปแล้วจ้า บายยย
(ไม่ต้องแปลกใจที่ไม่มีรูปอาหารเลย ถ่ายไม่ทันซักมื้อ ฟฟฟ)
หลังจากเติมพลังงานแล้วก็ได้เวลาไปทำเควสต์หลักซะที ขับเกวียนออกจากร้านซุ่นเฮงไปอีกชั่วโมงกว่าๆก็ถึงทางเข้าดันเจี้ยนน้ำตกเอราวัณ โชคดีที่ทุกคนพกบัตรนักศึกษาของโรงเรียนวิชาดาบไปด้วย เลยได้ลดราคาจากปกติ 100 เหรียญเป็น 50 เหรียญ เย่ๆ แล้วก็เสียค่าจอดเกวียนเพิ่มอีกคันละ 30 เหรียญ
สมาชิกAที่เคยมาลงดันนี้แล้วได้บอกพวกเราไว้ว่า “มันร่มรื่นมากเลย ไม่มีแดดหรอก มันจะมีต้นไม้บัง” แต่เพื่อความปลอดภัยของชีวิตเพราะมีสมาชิกปาร์ตี้แพ้แดด(ทำไมอิตี้นี้มันวุ่นวายจังวะ) พวกเราเลยเอาแผ่นกันแสงแบบถือ(ร่ม)ลงไปเผื่อด้วย และแล้วก็พบกับ

คือสมาชิกAมาตอนหน้าหนาวไง ตอนนี้ร้อนแล้วไง ต้นไม้ตายหมดแล้ว ฟฟฟฟฟ โคตรรรรรรร้อนนนนนนนนนนน TT [] TT””””””
หลังจากเดินอย่างทรมานท่ามกลางแสงแดดอันแรงกล้า ในที่สุดพวกเราก็มาถึงชั้นที่ 1 ของดันเจี้ยนซะที!! เห็นน้ำไหลซู่ๆแล้วใจชื้นมาก ไหนตอนแรกบอกไม่มีน้ำไง!? คุณหลอกดาว!!
แต่เป้าหมายของพวกเราคือการทำเควสต์ในชั้นที่ 3 จึงเดินกันต่อไป ยังดีที่พอเข้ามาในดันเจี้ยนแล้วมีต้นไม้ร่มรื่น ไม่ค่อยเจอแดดเท่าไหร่เลยค่อนข้างเดินสบาย นักผจญภัยที่เข้ามาทำเควสต์เดียวกับพวกเราค่อนข้างเยอะจนแอบกังวลว่าจะมีที่เหลือให้พวกเราทำเควสต์กันมั้ยเนี่ย
และพวกเราก็ได้รู้สาเหตุจากคำพูดของ NPC ที่ดันเจี้ยนชั้น 3 ซึ่งเป็นเป้าหมาย
“อ๋อ พอดีมีกองถ่ายมาค่ะ ต้องไปเล่นชั้นอื่นนะคะ”
ก็ว่าแล้วว่าเครื่องปั่นพลังงานที่เดินผ่านมามันดูแปลกๆ นี่ก็เรียกว่าเป็นความไร้โชคใช่มั้ย ฮืออออ
สุดท้ายพวกเราก็ตัดสินใจเดินต่อไปอีกกว่า 450 เมตรเพื่อเข้าไปทำเควสต์ที่ดันเจี้ยนชั้น 4 แทน แต่มวลมหานักผจญภัยก็ยังเยอะอยู่จนไม่รู้ว่าจำเอายังไงดี ถ้าจะไปยังดันเจี้ยนชั้นต่อไปก็เดินอีกเกือบครึ่งกิโล

จนสมาชิกปาร์ตี้คนหนึ่งได้พูดออกมาว่า “ไม่ไหวแล้ว...” พร้อมทิ้งกระเป๋าใส่เครื่องมือสกรีนช็อตที่หนักกว่า 5 โลลงบนพื้น(อย่างเบามือ) เป็นสัญญาณว่าพวกเราต้องทำเควสต์กันที่นี่แล้วล่ะ บวกกับความเหนื่อยล้าจากจากเดินขึ้นดันเจี้ยนท่ามกลางอากาศร้อนและแสงแดดอันทรงพลัง จึงไม่มีสมาชิกปาร์ตี้คนใดคิดที่จะปฏิเสธและเดินต่อแม้แต่คนเดียว
และพวกเราทุกคนที่ตั้งใจจะมาสกรีนช็อตดันเจี้ยนน้ำตก สุดท้ายก็ตกอยู่ในอารมณ์ “ไม่ไหวแล้วโว้ย!! โคตรร้อนนนนน!!” จนแทบไม่ได้สกรีนช็อตอะไรกลับไปเลยแม้แต่ใบเดียว…
หลังจากวางสัมภาระในที่ปลอดภัยก็ได้เวลาเอาร่างกายอันเหนื่อยล้าลงไปจุ่มน้ำซะที ความรู้สึกแรกที่ได้หย่อนขาลงไปคือ เย็น!! โคตรเย็น!! เย็นนนนนน!!!!!! เย็นในระดับที่เหมือนกับแช่อยู่ในน้ำใส่ก้อนทำความเย็น(น้ำแข็ง) พอลงไปแช่ทั้งตัวก็รู้สึกได้เลยว่าหลอด HP ที่ลดลงไปจนอยู่ในโซนอันตรายได้รับการฟื้นฟูกลับขึ้นมาจนเต็ม ถึงจะมีมอสเตอร์ปลาเข้ามาทำการโจมตีด้วยการตอดขาบ้างเป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ทำความเสียหายใดๆ รู้สึกคุ้มค่ามากที่อุตส่าห์เดินขึ้นมาถึงตรงนี้ ไม่อยากจะออกไปจากน้ำนี่เลย
สุดท้ายพวกเราก็ตัดสินใจขึ้นจากน้ำตกกันในเวลาประมาณบ่าย 3 โมงครึ่ง ด้วยเหตุผลคือ หิว จ้ะ
หลังขึ้นจากน้ำตกแล้วยังมีบัฟฟ์ “รู้สึกเย็น” ทำงานต่ออีก 10 กว่านาที ทำให้การเดินลงจากดันเจี้ยนรู้สึกดีกว่าขาขึ้นมากเป็นเท่าตัว แต่ด้วยความอ่อนล้า พวกเราเลยตัดสินใจนั่งเกวียนรับส่งจากดันเจี้ยนชั้นที่ 1 ออกมายังปากทางเข้าดันเจี้ยนซึ่งเป็นบริเวณที่จอดเกวียน ในราคาคนละ 30 เหรียญ
พึ่งพากูรูกูเกิ้ลอย่างเคยในการหาร้านอาหาร ซึ่งร้านแรกที่ได้รับการแนะนำคือ “ร้านต้นน้ำ” ซึ่งปิดวันอังคาร(วันนี้).......... นี่เราจำเป็นต้องไร้โชคขนาดนี้มั้ย?
สุดท้ายเลยลองถาม NPC ที่เป็นพนักงานร้านขายกาแฟดู ได้คำแนะนำมาว่าให้ไปกินร้านต้นน้ำ… แต่มันปิดไง ฮืออออ “””orz……
จบที่การไปตายเอาดาบหน้า NPC บอกว่าแถวนั้นร้านอร่อยเยอะ เลยไปลองๆดูเอาละกัน ขับเกวียนผ่านร้านต้นน้ำไป ปิดจริงๆด้วย ช้ำใจ TT v TT”””
จนเจอป้ายร้าน “แควใหญ่” โฆษณาไว้ว่าอาหารปลากับกุ้งระดับ 5 ดาว เลยเอาวะ นี่ละกัน จอดเกวียนปุ๊บลงไปสั่งด้วยความหิวโหย เมนูที่กินคือ ข้าวผัดหมู ปลาคังทอดน้ำปลา ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ต้มยำปลาช่อน ไข่เจียวหมูสับ (อยากลองกุ้งนะ แต่สั่งกุ้งไม่ได้จริงๆ) ขอบอกว่า มัน เยอะ มากกกกก!!! คือเอาจานข้าวผัดลงมาวางนี่ตกใจ มองหน้ากัน ชิ*หาย จะกินหมดมั้ยเนี่ย กับข้าวก็ให้เยอะ
แต่ก็นะ ตี้นี้แล้ว หมดจ้ะ เกลี้ยง ไม่เหลืออะไรเลย 55555555+
ที่สำคัญคือ ถูกมากกกกกกก 6 คนราคารวม 880 บาท!! เด็กกรุงตกใจแรงงง
สบายพุงกันแล้วก็กลับไปเปิดมินิคาสิโนที่ที่พักต่อ เป็นอันจบวันที่ 2 และทำเควสต์หลักสำเร็จแบบฟินๆ อ่าห์~
(ต่อในคอมเม้นต์นะคะ จำนวนตัวอักษรเกิน)
3 วัน 2 คืน ตั้งตี้ตะลุยเควสต์น้ำตกกาญจนบุรี
และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งนี้
ถ้าพูดถึงหน้าร้อน คนส่วนมากก็คงคิดถึงทะเล แต่เนื่องจากปาร์ตี้ที่รวบรวมมาได้ตอนนี้ ไปทะเลกันจนเบื่อแล้ว ถ้างั้นภูเขาล่ะเป็นไง? ขอบอกว่าตัดทิ้งไปได้เลย เพราะหัวตี้กลัวความสูงจ้าา บายยย
ผลสรุปเควสต์ที่พวกเราเลือกทำเลยกลายเป็น “น้ำตก” ความจริงเป็นเควสต์ที่ตั้งใจจะทำหลายรอบแล้ว แต่จัวหวะเวลาไม่เป็นใจให้ได้ทำซะที
หลังจากเตรียมตัวออกเดินทางกันเรียบร้อย พรุ่งนี้เราจะเริ่มทำเควสต์กันแล้ว!! บรรดาผู้ปกครองที่กิลด์ก็ได้ส่งคำตักเตือนมาว่า “ไปน้ำตกหน้าร้อน มันจะมีน้ำหรอ?” อ้าว ชิ*หาย ไม่มีน้ำเรอะ!? ไม่เคยรู้มาก่อน… แต่ทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ ทำสัญญากับที่พักบริเวณที่จะไปทำเควสต์เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องไปแล้วล่ะ งั้นก็ เล็ทซ์โก!!
เรานัดรวมตัวกันในตอนเช้าของวันจันท์ ด้วยความหวังที่ว่าขับเกวียน 4 ล้อออกนอกเมืองคงไม่มีอุปสรรคเท่าไหร่หรอก คนส่วนมากน่าจะขับเกวียนเข้าเมืองกันมากกว่า โดยใช้เกวียนทั้งหมด 2 คัน คนขับ 2 คน และเนวิเกเตอร์อีกคันละ 1 คน ส่วนอีก 2 คนที่เหลือหรอ? ก็สบายๆชิลๆนอนหลับในเกวียนระหว่างเดินทางไปละกัน ฟฟฟ
เนื่องจากใช้หลักการ “ขับตามกันไป” ก็เลย...หลงจ้าาาา 555+ เดี๋ยวเลี้ยวผิด เดี๋ยวตามผิดคัน ก็เกวียนมันหน้าตาคล้ายๆกันนี่นา ช่วยไม่ได้…
แต่ในที่สุด หลังจากขับกันยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง ระยะทางกว่า 120 กิโล ในที่สุดปาร์ตี้ของพวกเราก็มาถึงอาณาจักร “กาญจนบุรี” แล้ว เย่---!!!
และสิ่งแรกที่สมาชิกทั้ง 6 คนเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องไปทำก็คือ… หาอะไรใส่ท้องจ้า จะเที่ยงแล้ว หิววว
ด้วยความไม่เรื่องมาก เจอป้ายก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นหมูตุ๋นข้างทาง ก็โอเค เอานี่แหละ เลี้ยวเกวียนเข้าไปจอดทันที ก๋วยเตี๋วยมาเสิร์ฟชามค่อนข้างใหญ่ ไก่ตุ๋งน่องเบ้อเร่อ ก็อิ่มสบายพุงกันไป แต่ที่ทำให้ตกใจคือ ราคา แม่เจ้า ชามละ 35 เหรียญ!! เด็กอาณาจักรเมืองหลวงที่ปกติกินแบบนี้ชามละ 60 ก็หน้าสั่นกันไป
พออิ่มแล้วเราก็ไปหาห้องเก็บความทรงจำ(พิพิธภัณฑ์)ดูกันเล็กๆน้อยๆก่อนเข้าที่พัก เพราะกาญจนบุรีมีตำนานเล่าขานมาว่าเป็นดินแดนแห่งสงคราม ผ่านสมรภูมิรบมาหลายครั้งหลายครา แต่ละห้องก็จะเสียค่าเข้าชมบ้างเล็กๆน้อยๆ
หลังจากซึมซับประวัตืศาสตร์จนจิตใจเริ่มหดหู่(?) ก็ได้เวลาออกเดินทางเข้าที่พักซะที คว้าน้ำปั่นคนละแก้วไปนั่งดูดคลายร้อนในเกวียน ขับต่ออีกไม่นานเท่าไหร่ก็เจอที่พักที่ทำสัญญาเอาไว้
พอจ่ายเหรียญค่าเข้าพักเพิ่ม วางกระเป๋าแล้วหย่อนตัวลงเตียง เปิดเครื่องเป่าลมเย็นจนฉ่ำ ก็ได้เวลา… เปิดมินิคาสิโนกันเถอะ!! ก็ดูแดดข้างนอกดิ โคตรร้อน ไม่เอา ไม่ออกไปแล้ว ฮืออออ
ก็เล่นไพ่กันยาวๆไป ฤกษ์งามยามดี 4 โมงเย็น ขับเกวียนออกไปดูสะพานแคลคูลัส(สะพานข้ามแม่น้ำแคว) แดดร่มลมสงบ เดินออกไปโพสต์ท่ากลางสะพานจะได้สกรีนช็อตที่สวยงามกลับไปอวดคนที่กิลด์ แต่...หัวตี้กลัวความสูงไง พื้นสะพานมันเป็นรูอ่ะ ข้างๆมันก็กว้างและสูงมาก เพราะงั้น ทุกคนสกรีนช็อตมาให้เราดูด้วยนะ เราจะรอที่นี่แหละ บายยยย TT v TT””)/
หรือจะหันหลังให้สะพานแล้วสกรีนช็อตทางรถไฟที่ไม่ค่อยมีคนก็ได้อยู่นะ
เนื่องจากสมาชิกAเคยมารับเควสต์ที่นี่แล้ว และติดใจอยากกินหมูกระทะมาก เพราะคราวที่แล้วไม่ได้มาโดนหมูกระทะอาณาจักรกาญจนบุรี มีความตั้งใจอย่างมากว่าจะต้องมากินให้ได้ พวกเรา 6 คนเลยหิ้วท้องอันว่างเปล่าขึ้นเกวียนและขับออกไปอย่างมีความหวัง พอถึงหน้าร้านทุกคนก็รู้สึกแปลกๆ ทำไมบรรยากาศมันวังเวงขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครอยู่เลย และเมื่อเพ่งมองป้ายไวนิลสีขาวที่กางปิดทางเข้าออกร้านเอาไว้ก็พบกับข้อความว่า “ปิดปรับปรุงร้านวันที่ 20-22”
เรารู้สึกขึ้นมาได้เลยว่า อาาาา ความไร้โชคของเรายังคงขลังอยู่จริงๆ เพราะวันที่เราไปรับเควสต์กันคือวันที่ 20-22 นั่นเอง…
สรุปว่า อด-จ้าาาาา //ร้องไห้
แต่สมาชิกAก็ไม่ยอม เราจะต้องกินหมูกระทะวันนี้ให้ได้!! เลยขอพึ่งพากูรูกูเกิ้ล หยิบแท่งสื่อสารขึ้นมาสไลด์สองสามที ก็พบกับร้าน “เจ๊คิดหมูกระทะ” อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เอาวะ ที่นี่แหละ
พอไปถึงนี่แทบขอบคุณพระเจ้าที่ร้านไม่ปิดอีก 555+ //ในเลข 5 มีน้ำตาซ่อนอยู่…
เห็นโฆษณาป้ายเบ้อเร่อว่า “ราคาถูกที่สุด!!” สมาชิกทุกคนก็ใจชื้น โอ เราจะได้กินของถูกสินะ ดีใจจัง พอดูราคา คนละ 158 เหรียญไม่รวมน้ำ ร้านเมื่อกี้ที่ปิดราคา 159 เหรียญ ถูกกว่า 1 เหรียญแต่ก็ยังถูกกว่า เราโอเค………
นอกจากหมูกระทะปกติ ร้านเจ๊คิดยังมีซีฟู๊ดให้ปิ้งๆย่างๆได้ด้วย แต่ต้องอัพราคาขึ้นเป็น 190 กว่าเหรียญ ซึ่งสมาชิกปาร์ตี้ของเรามีคนที่ “แพ้อาหารทะเลทุกอย่างยกเว้นปลา” ก็เลยจบลงที่นั่งปิ้งหมูกันไป
เช็คบิลออกมาราคารวมน้ำเปล่า 1 ขวด น้ำอัดลมขวดลิตร 3 ขวด คนละเกือบๆ 200 เหรียญ แต่อิ่มพุงแตกกันมาก เป็นอันว่าคุ้มค่าาาา
และแล้ววันแรก ณ อาณาจักรกาญจนบุรีก็จบลงด้วยประการฉะนี้ วันที่ 2 จะเป็นเควสต์หลักที่เราตั้งใจมาทำกัน นั่นคือเควสต์ “เล่นน้ำตก” ซึ่งมีสถานที่ทำเควสต์คือดันเจี้ยนน้ำตกเอราวัณ นั่นเอง
หลังจากเปิดมินิคาสิโนกันอย่างหนักหน่วงถึงตี 1 ตี 2 เมื่อคืน สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนก็ตื่นขึ้นมาอย่างสดใส(มั้ง)ในเช้าวันที่ 2 กินอาหารเช้าที่เป็นบุฟเฟ่ต์ของโรงแรม นอนอืดให้อาหารย่อยซักนิดแล้วก็เตรียมตัวขึ้นเกวียนไปต่อกันได้เลย
ก่อนที่จะเข้าสู่เควสต์หลัก พวกเราตัดสินใจแวะทำเควสต์ย่อยกันที่ห้องศิลป์และห้องเก็บความทรงจำสงคราม(หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงคราม)ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานแคลคูลัส เสียค่าเข้าคนละ 40 เหรียญแต่คุ้มค่าเลยทีเดียว โดยภายในมีอาวุธของสงครามสมัยต่างๆแสดงให้ดูมากมาย ใครชอบดาบชอบปืนแนะนำให้แวะ แล้วจะไม่เสียใจ
พอดื่มดำกับชิ้นส่วนความทรงจำที่รวบรวมไว้เสร็จแล้วก็ถึงเวลาหาของกิน (กินอีกแล้ว ทำไมกินเร็วจัง เหมือนเพิ่งกินไปเมื่อกี๊...) ถามหาร้านอร่อยจาก NPC ที่ขายของอยู่หน้าห้องเก็บความทรงจำ ก็ได้ความว่ามีร้านผัดไทไม่ใส่เส้นเป็นของขึ้นชื่อของที่นี่ ไหนๆ NPC ท้องถิ่นแนะนำมา เราก็ต้องไปโดนกันซักหน่อย
เปิดแท่งสื่อสารมาสไลด์อากู๋แมพเหมือนเดิม ขับเกวียนไม่นานก็ถึงร้าน “ซุ่นเฮง” ร้านมีทั้งโซนธรรมดากับโซนเครื่องเป่าลมเย็น ซึ่งแน่นอนว่าเลือกนั่งโซนเครื่องเป่าลมเย็นแบบไม่ต้องคิดเลย 555+
พวกเราสั่งอาหารตามคำแนะนำของ NPC หน้าห้องเก็บความทรงจำ คือสั่งจานใหญ่มาแบ่งๆกัน ก็เป็นผัดไทไม่ใส่เส้นตามชื่อ อร่อยสมเป็นร้านแนะนำเลยทีเดียว แต่ต้องขออภัยผู้อ่านบันทึกการผจญภัยนี้ทุกท่านจริงๆ หิวจัดจนสกรีนช็อตไม่ทัน รู้สึกตัวอีกทีคือใส่ปากไปแล้วจ้า บายยย
(ไม่ต้องแปลกใจที่ไม่มีรูปอาหารเลย ถ่ายไม่ทันซักมื้อ ฟฟฟ)
หลังจากเติมพลังงานแล้วก็ได้เวลาไปทำเควสต์หลักซะที ขับเกวียนออกจากร้านซุ่นเฮงไปอีกชั่วโมงกว่าๆก็ถึงทางเข้าดันเจี้ยนน้ำตกเอราวัณ โชคดีที่ทุกคนพกบัตรนักศึกษาของโรงเรียนวิชาดาบไปด้วย เลยได้ลดราคาจากปกติ 100 เหรียญเป็น 50 เหรียญ เย่ๆ แล้วก็เสียค่าจอดเกวียนเพิ่มอีกคันละ 30 เหรียญ
สมาชิกAที่เคยมาลงดันนี้แล้วได้บอกพวกเราไว้ว่า “มันร่มรื่นมากเลย ไม่มีแดดหรอก มันจะมีต้นไม้บัง” แต่เพื่อความปลอดภัยของชีวิตเพราะมีสมาชิกปาร์ตี้แพ้แดด(ทำไมอิตี้นี้มันวุ่นวายจังวะ) พวกเราเลยเอาแผ่นกันแสงแบบถือ(ร่ม)ลงไปเผื่อด้วย และแล้วก็พบกับ
คือสมาชิกAมาตอนหน้าหนาวไง ตอนนี้ร้อนแล้วไง ต้นไม้ตายหมดแล้ว ฟฟฟฟฟ โคตรรรรรรร้อนนนนนนนนนนน TT [] TT””””””
หลังจากเดินอย่างทรมานท่ามกลางแสงแดดอันแรงกล้า ในที่สุดพวกเราก็มาถึงชั้นที่ 1 ของดันเจี้ยนซะที!! เห็นน้ำไหลซู่ๆแล้วใจชื้นมาก ไหนตอนแรกบอกไม่มีน้ำไง!? คุณหลอกดาว!!
แต่เป้าหมายของพวกเราคือการทำเควสต์ในชั้นที่ 3 จึงเดินกันต่อไป ยังดีที่พอเข้ามาในดันเจี้ยนแล้วมีต้นไม้ร่มรื่น ไม่ค่อยเจอแดดเท่าไหร่เลยค่อนข้างเดินสบาย นักผจญภัยที่เข้ามาทำเควสต์เดียวกับพวกเราค่อนข้างเยอะจนแอบกังวลว่าจะมีที่เหลือให้พวกเราทำเควสต์กันมั้ยเนี่ย
และพวกเราก็ได้รู้สาเหตุจากคำพูดของ NPC ที่ดันเจี้ยนชั้น 3 ซึ่งเป็นเป้าหมาย
“อ๋อ พอดีมีกองถ่ายมาค่ะ ต้องไปเล่นชั้นอื่นนะคะ”
ก็ว่าแล้วว่าเครื่องปั่นพลังงานที่เดินผ่านมามันดูแปลกๆ นี่ก็เรียกว่าเป็นความไร้โชคใช่มั้ย ฮืออออ
สุดท้ายพวกเราก็ตัดสินใจเดินต่อไปอีกกว่า 450 เมตรเพื่อเข้าไปทำเควสต์ที่ดันเจี้ยนชั้น 4 แทน แต่มวลมหานักผจญภัยก็ยังเยอะอยู่จนไม่รู้ว่าจำเอายังไงดี ถ้าจะไปยังดันเจี้ยนชั้นต่อไปก็เดินอีกเกือบครึ่งกิโล
จนสมาชิกปาร์ตี้คนหนึ่งได้พูดออกมาว่า “ไม่ไหวแล้ว...” พร้อมทิ้งกระเป๋าใส่เครื่องมือสกรีนช็อตที่หนักกว่า 5 โลลงบนพื้น(อย่างเบามือ) เป็นสัญญาณว่าพวกเราต้องทำเควสต์กันที่นี่แล้วล่ะ บวกกับความเหนื่อยล้าจากจากเดินขึ้นดันเจี้ยนท่ามกลางอากาศร้อนและแสงแดดอันทรงพลัง จึงไม่มีสมาชิกปาร์ตี้คนใดคิดที่จะปฏิเสธและเดินต่อแม้แต่คนเดียว
และพวกเราทุกคนที่ตั้งใจจะมาสกรีนช็อตดันเจี้ยนน้ำตก สุดท้ายก็ตกอยู่ในอารมณ์ “ไม่ไหวแล้วโว้ย!! โคตรร้อนนนนน!!” จนแทบไม่ได้สกรีนช็อตอะไรกลับไปเลยแม้แต่ใบเดียว…
หลังจากวางสัมภาระในที่ปลอดภัยก็ได้เวลาเอาร่างกายอันเหนื่อยล้าลงไปจุ่มน้ำซะที ความรู้สึกแรกที่ได้หย่อนขาลงไปคือ เย็น!! โคตรเย็น!! เย็นนนนนน!!!!!! เย็นในระดับที่เหมือนกับแช่อยู่ในน้ำใส่ก้อนทำความเย็น(น้ำแข็ง) พอลงไปแช่ทั้งตัวก็รู้สึกได้เลยว่าหลอด HP ที่ลดลงไปจนอยู่ในโซนอันตรายได้รับการฟื้นฟูกลับขึ้นมาจนเต็ม ถึงจะมีมอสเตอร์ปลาเข้ามาทำการโจมตีด้วยการตอดขาบ้างเป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ทำความเสียหายใดๆ รู้สึกคุ้มค่ามากที่อุตส่าห์เดินขึ้นมาถึงตรงนี้ ไม่อยากจะออกไปจากน้ำนี่เลย
สุดท้ายพวกเราก็ตัดสินใจขึ้นจากน้ำตกกันในเวลาประมาณบ่าย 3 โมงครึ่ง ด้วยเหตุผลคือ หิว จ้ะ
หลังขึ้นจากน้ำตกแล้วยังมีบัฟฟ์ “รู้สึกเย็น” ทำงานต่ออีก 10 กว่านาที ทำให้การเดินลงจากดันเจี้ยนรู้สึกดีกว่าขาขึ้นมากเป็นเท่าตัว แต่ด้วยความอ่อนล้า พวกเราเลยตัดสินใจนั่งเกวียนรับส่งจากดันเจี้ยนชั้นที่ 1 ออกมายังปากทางเข้าดันเจี้ยนซึ่งเป็นบริเวณที่จอดเกวียน ในราคาคนละ 30 เหรียญ
พึ่งพากูรูกูเกิ้ลอย่างเคยในการหาร้านอาหาร ซึ่งร้านแรกที่ได้รับการแนะนำคือ “ร้านต้นน้ำ” ซึ่งปิดวันอังคาร(วันนี้).......... นี่เราจำเป็นต้องไร้โชคขนาดนี้มั้ย?
สุดท้ายเลยลองถาม NPC ที่เป็นพนักงานร้านขายกาแฟดู ได้คำแนะนำมาว่าให้ไปกินร้านต้นน้ำ… แต่มันปิดไง ฮืออออ “””orz……
จบที่การไปตายเอาดาบหน้า NPC บอกว่าแถวนั้นร้านอร่อยเยอะ เลยไปลองๆดูเอาละกัน ขับเกวียนผ่านร้านต้นน้ำไป ปิดจริงๆด้วย ช้ำใจ TT v TT”””
จนเจอป้ายร้าน “แควใหญ่” โฆษณาไว้ว่าอาหารปลากับกุ้งระดับ 5 ดาว เลยเอาวะ นี่ละกัน จอดเกวียนปุ๊บลงไปสั่งด้วยความหิวโหย เมนูที่กินคือ ข้าวผัดหมู ปลาคังทอดน้ำปลา ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ต้มยำปลาช่อน ไข่เจียวหมูสับ (อยากลองกุ้งนะ แต่สั่งกุ้งไม่ได้จริงๆ) ขอบอกว่า มัน เยอะ มากกกกก!!! คือเอาจานข้าวผัดลงมาวางนี่ตกใจ มองหน้ากัน ชิ*หาย จะกินหมดมั้ยเนี่ย กับข้าวก็ให้เยอะ
แต่ก็นะ ตี้นี้แล้ว หมดจ้ะ เกลี้ยง ไม่เหลืออะไรเลย 55555555+
ที่สำคัญคือ ถูกมากกกกกกก 6 คนราคารวม 880 บาท!! เด็กกรุงตกใจแรงงง
สบายพุงกันแล้วก็กลับไปเปิดมินิคาสิโนที่ที่พักต่อ เป็นอันจบวันที่ 2 และทำเควสต์หลักสำเร็จแบบฟินๆ อ่าห์~
(ต่อในคอมเม้นต์นะคะ จำนวนตัวอักษรเกิน)