พท.จี้ยกเลิกคณะกรรมการปรองดอง ระบุ ขาดความเป็นกลาง แนะตั้งกรรมการอิสระปฏิบัติหน้าที่
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งจดหมายถึงพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เรื่อง ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปสู่การสร้างความสามัคคีปรองดองที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน ว่าตามที่พรรคเพื่อไทยเสนอความเห็นแนวทางสร้างความปรองดองว่ากระบวนการทั้งหมดจะสำเร็จลงได้ก็ต้องอาศัยการดำเนินการที่มีความเป็นอิสระ ความเป็นกลางและปราศจากอคติอย่างแท้จริงซึ่งพรรคได้เสนอให้มีคณะกรรมการอิสระ ขึ้นมาดำเนินการในเรื่องนี้ แต่เมื่อได้พิจารณาคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการที่เข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นข้าราชการทั้งหมด ทั้งข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ และอยู่ภายใต้อำนาจการครอบงำหรือการตัดสินใจของหัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี จึงทำให้ขาดความเป็นอิสระและความเป็นกลาง การจะไปสู่จุดหมายของการสร้างความสามัคคีปรองดองจึงเป็นไปได้ยากยิ่ง ดังนั้นเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ ควรต้องดำเนินการ ดังนี้
1.รัฐบาลควรจัดตั้งคณะกรรมการอิสระซึ่งมาจากทุกภาคส่วน เป็นกลางและเที่ยงธรรม ได้รับการยอมรับจากสังคม แสวงหาข้อเท็จจริง ต้นเหตุของปัญหาและวิธีการเยียวยาแก้ไข รวมถึงจัดทำข้อเสนอ โดยให้นำข้อมูลที่ได้จากคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น ส่งให้กับคณะกรรมการอิสระดังกล่าวเพื่อใช้ประกอบในการดำเนินการต่อไป และยกเลิกคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง คณะอนุกรรมการบูรณาการข้อคิดเห็นและเสนอแนะและคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการปรองดอง ซึ่งมีองค์ประกอบที่ขาดความเป็นอิสระและความเป็นกลาง
หนังสือดังกล่าวระบุว่า
2.เมื่อคณะกรรมการอิสระได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้เผยแพร่รายงานและข้อเสนอดังกล่าวต่อสาธารณชนพร้อมกับการเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ย.ป. และรัฐบาลโดยจะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อเสนออันเป็นสาระสำคัญของคณะกรรมการอิสระ
3.ความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระจะต้องมีการนำไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมและผูกพันผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไม่ว่าฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ รวมถึงประชาชนทุกภาคส่วน
4.ในระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการอิสระ คสช.และรัฐบาลต้องสร้างบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยโดยเปิดโอกาสให้นักวิชาการ สื่อมวลชน องค์กรภาคประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ได้มีโอกาสเสนอความคิดเห็นได้อย่างเสรี ปราศจากการคุกคามในทุกรูปแบบ และยกเลิกคำสั่งและประกาศของ คสช.หรือหัวหน้า คสช.ที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งหมด
JJNY : พท.จี้ ยกเลิกกก.ปรองดอง ชี้ ขาดความเป็นกลาง แนะตั้งกรรมการอิสระปฏิบัติหน้าที่
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งจดหมายถึงพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เรื่อง ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปสู่การสร้างความสามัคคีปรองดองที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน ว่าตามที่พรรคเพื่อไทยเสนอความเห็นแนวทางสร้างความปรองดองว่ากระบวนการทั้งหมดจะสำเร็จลงได้ก็ต้องอาศัยการดำเนินการที่มีความเป็นอิสระ ความเป็นกลางและปราศจากอคติอย่างแท้จริงซึ่งพรรคได้เสนอให้มีคณะกรรมการอิสระ ขึ้นมาดำเนินการในเรื่องนี้ แต่เมื่อได้พิจารณาคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการที่เข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นข้าราชการทั้งหมด ทั้งข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ และอยู่ภายใต้อำนาจการครอบงำหรือการตัดสินใจของหัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี จึงทำให้ขาดความเป็นอิสระและความเป็นกลาง การจะไปสู่จุดหมายของการสร้างความสามัคคีปรองดองจึงเป็นไปได้ยากยิ่ง ดังนั้นเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ ควรต้องดำเนินการ ดังนี้
1.รัฐบาลควรจัดตั้งคณะกรรมการอิสระซึ่งมาจากทุกภาคส่วน เป็นกลางและเที่ยงธรรม ได้รับการยอมรับจากสังคม แสวงหาข้อเท็จจริง ต้นเหตุของปัญหาและวิธีการเยียวยาแก้ไข รวมถึงจัดทำข้อเสนอ โดยให้นำข้อมูลที่ได้จากคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น ส่งให้กับคณะกรรมการอิสระดังกล่าวเพื่อใช้ประกอบในการดำเนินการต่อไป และยกเลิกคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง คณะอนุกรรมการบูรณาการข้อคิดเห็นและเสนอแนะและคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการปรองดอง ซึ่งมีองค์ประกอบที่ขาดความเป็นอิสระและความเป็นกลาง
หนังสือดังกล่าวระบุว่า
2.เมื่อคณะกรรมการอิสระได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้เผยแพร่รายงานและข้อเสนอดังกล่าวต่อสาธารณชนพร้อมกับการเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ย.ป. และรัฐบาลโดยจะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อเสนออันเป็นสาระสำคัญของคณะกรรมการอิสระ
3.ความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระจะต้องมีการนำไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมและผูกพันผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไม่ว่าฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ รวมถึงประชาชนทุกภาคส่วน
4.ในระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการอิสระ คสช.และรัฐบาลต้องสร้างบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยโดยเปิดโอกาสให้นักวิชาการ สื่อมวลชน องค์กรภาคประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ได้มีโอกาสเสนอความคิดเห็นได้อย่างเสรี ปราศจากการคุกคามในทุกรูปแบบ และยกเลิกคำสั่งและประกาศของ คสช.หรือหัวหน้า คสช.ที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งหมด