ภาพเปิดตอนนี้
- ต่อจากตอนที่แล้ว หลังหมดปีใหม่คนพี่กลับไปแล้ว พระเอกก็กลับมามุอ่านหนังสือเตรียมเอ็นท์จนเข้าสอบส่วนกลาง
- ซึ่งผลการสอบ (ที่จริงคือลองเช็คคำตอบที่ทำๆ ไปล่วงหน้าก่อนประกาศผลดู) ก็ออกมาว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ทำเอาพ่อพระเอกถึงกับดีใจลุกขึ้นเต้นแร้งเต้นกาไม่หยุด (ตรงนี้จะมีบอกนิดนึงว่าที่พ่อพระเอกยึดติดกับการให้พระเอกทุ่มเรียนเพื่อเข้ามหาลัยให้ได้นั้นก็เพราะสมัยเรียนพ่อพระเอกไม่มีโอกาสได้เรียนมหาลัย ก็เลยลำบากตอนหางานใหม่น่าดู ก็เลยไม่อยากให้พระเอกลำบากเหมือนตัวเอง)
- ดีใจกันเสร็จ พระเอกก็คุยกับพ่อขอย้ายออกไปอยู่ตัวคนเดียวหลังเข้ามหาลัยแล้ว (แบบกล้าๆ กลัวๆ เพราะกลัวพ่อจะด่าใส่อีก)
- ปรากฏว่าพ่อฟังแล้วกลับตอบโอเคง่ายเกินคาด เพราะถือว่าพระเอกขึ้นมหาลัยก็เท่ากับก้าวเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่ครึ่งหนึ่งแล้ว เลยจะปล่อยให้พระเอกตัดสินใจเองอะไรเองบ้าง ไม่เจ้ากี้เจ้าการอีก
- พระเอกดีใจมากที่พ่อยอมอนุญาต เย็นนั้นพอคนน้องกลับมาถึงก็เลยรีบไปบอกข่าวให้คนน้องฟังทันที
- คนน้องฟังแล้วกลับทำหน้างอนตุ๊บป่องๆ เพราะไม่ชอบใจที่พระเอกตัดสินใจเองเออเองไม่คุยกับตัวเองซักคำ พระเอกก็แก้ตัวว่าที่ไม่ปรึกษาคนน้องก็เพราะยังไม่รู้นี่นาว่าตัวเองจะเอ็นท์ติดมั้ย แถมยังกลัวว่าพ่อจะไม่อนุญาตให้ออกไปอยู่คนเดียวอีก ก็เลยรอให้ทุกอย่างมันแน่นอนซะก่อนค่อยบอก ดีกว่าให้บอกล่วงหน้าแล้วคนน้องต้องมานั่งคิดมากเปล่าๆ
- นอกจากนั้นยังมีเรื่องว่าคนพี่จะเลิกสอนที่เกาะกลับมาอยู่บ้านหลังเข้าฤดูใบไม้ผลิอีก ก็เลยอยากออกมาหาที่อยู่ไว้ จะได้หนุงหนิงกับคนน้องได้สองคนโดยไม่ต้องกลัวว่าใครในบ้าน...โดยเฉพาะคนพี่...จะมาเห็นเข้าด้วย
- ได้ฟังแบบนั้นคนน้องก็ยอมเข้าใจ แต่ก็ยังไม่ชอบใจอยู่ดีที่ไม่ได้เห็นหน้ากันทุกวัน พระเอกก็พยายามปลอบให้คนน้องใจเย็นลงจนยอมรับได้ในที่สุด
- หลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างก็ยุ่งกับธุระของตัวเอง (คนน้องฝึกเป็นกุ๊ก พระเอกเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ตัวเองเล็งไว้) จนแทบไม่ได้หนุงหนิงกันเลย
- วันหนึ่งพระเอกสังเกตเห็นว่าฝ่ามือคนน้องเป็นรอยแดงเหมือนโดนของร้อนลวกมา เลยลุกขึ้นถามอย่างเป็นห่วง แต่คนน้องบอกปัดว่าไม่เป็นไร แล้วตัดบทเดินหนีเฉย เล่นเอาพระเอกยืนบื้อเป็นไอ้โง่กับกิริยาของคนน้องอยู่ตรงนั้น
- เหตุการณดังกล่าวดำเนินไปอีกหลายครั้ง จนถึงวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จซึ่งเป็นช่วงก่อนวันวาเลนไทน์ 1 วันพอดี พระเอกก็ออกจากห้องสอบมาดี๊ด๊าคุยกับยัยบู่ตามปกติ แต่พอโดนทักเรื่องวันวาเลนไทน์เข้าก็จ๋อยหู่ตัวเหลวเป๋วเป็นน้ำเพราะนึกได้ว่าที่ผ่านมาตัวเองกับคนน้องแทบไม่ได้คุยไม่ได้เจอหน้ากันเลยเพราะต่างคนต่างมีธุระสำคัญของตัวเองต้องจัดการ
- แล้วก็ถึงวันรุ่งขึ้นที่เป็นวันวาเลนไทน์ที่พระเอกกับคนน้องควรได้ใช้เวลาร่วมกันในฐานะคนรัก
- แต่ปรากฏว่าววันนั้นคนน้องกลับออกจากบ้านไปทำงานที่ร้านพ่อแต่เช้า จนถึงเย็นก็ยังไม่กลับ โดยส่งแค่เมลมาบอกว่าจะกลับดึกเท่านั้น พ่อแม่อ่านเมลเข้าก็เป็นห่วงกลัวว่าคนน้องจะทำงานหนักไป
- แต่พระเอกดันกลายเป็นคนจิตตกที่สุด เพราะนึกไม่ถึงว่าการที่ต่างฝ่ายต่างยุ่งกับงานของตัวเองจนไม่ได้เจอกันไม่ได้ใกล้ชิดกันนั้นจะหนักหนาขนาดนี้ (นอกนั้นก็เพราะนึกว่าคนน้องยังโกรธเรื่องที่ตัวเองตัดสินใจออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียวโดยไม่ปรึกษาคนน้องด้วย)
- กำลังหงุดหงิดจิตตกได้ที่ คนน้องก็ส่งเมลมาหาพระเอกบอกให้ไปรับที่ร้านหน่อย พระเอกก็ลุกไปรับตามปกติแม้จะยังเซ็งๆ เครียดๆ อยู่
- ไปถึงร้านพ่อนางเอกเห็นไฟปิดอยู่ พระเอกก็แปลกใจ แต่ก็ยังเดินเข้าไปหน้าร้านตามปกติ
- ปรากฏว่าพอเข้าไปถึงในร้าน ไฟก็เปิดโพลงข้นแบบปุบปับ เผยให้เห็นภาพคนน้องยืนยิ้มแป้นอยู่ตรงกลางร้าน ในมือถือเค้กช็อกโกแลตชิ้นเบ้อเริ่มอยู่ในมือ
- พระเอกถึงกับอึ้งพูดไม่ออก พ่อครัวกับคนช่วยงานในครัวคนอื่นๆ เลยเล่าให้ฟังว่าคนน้องวางแผนจะทำเค้กชอกโกแลตให้พระเอกตั้งแต่แรกแล้ว โดยกะปิดไว้ถึงที่สุดให้พระเอกเซอร์ไพรส์เล่นๆ เท่านั้น
- พระเอกถึงค่อยเข้าใจว่าทั้งรอยแผลไฟลวกที่มือ ทั้งทีท่าของคนน้องที่ดูเงียบๆ ไม่ค่อยได้คุยกับตัวเองตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็เพื่อจะทำเซอร์ไพรส์นั่นเอง
- เห็นความรักที่คนน้องมีให้ตัวเองแบบนั้น พระเอกก็ซึ้งจนดึงตัวคนน้องเข้าไปกอดไว้แน่น ท่ามกลางเสียงเป่าปากวี้ดวิ้วของบรรดาเพื่อนร่วมงานคนอื่นที่อยู่รอบตัว
- หลังกินเค้กกันเสร็จก็ปิดร้านกลับบ้านด้วยกัน
- ระหว่างทางก็คุยโน่นคุยนี่กัน ทั้งเรื่องรสชาติเค้ก เรื่องที่เข้าใจผิดกันมาตลอดหนึ่งเดือน จนถึงเรื่องที่พระเอกจะออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว
- ถึงตรงนี้ คนน้องก็ทำหน้าแดงๆ ถามพระเอกว่า
"ถ้าฉันบอกว่าอยากไปอยู่ด้วยจะว่าไง?"
ก็ไม่มีอะไรแฮะสำหรับตอนนี้ นอกจากช่วงเรียจูคั่นเวลาเฉยๆ
ว่าแต่ตกลงคนพี่จะเลิกสอนกลับมาอยู่บ้านจริงๆ สินะ แบบนี้ถ้าพระเอกออกไปอยู่ข้างนอกนี่ งานนี้จะมีรายการคนพี่แอบมาหยอดเรื่อยๆ ก่อนจะถึงฉากเด็ด แกล้งมาเซอร์ไพรส์แล้วเห็นพระเอกกำลังหนุงหนิงกับคนน้องในห้องมั้ยน้อ
คงต้องดูเรื่องต่อไปละครับ
[Spoil] Domestic na Kanojo #134 - จากนี้ไป
- ต่อจากตอนที่แล้ว หลังหมดปีใหม่คนพี่กลับไปแล้ว พระเอกก็กลับมามุอ่านหนังสือเตรียมเอ็นท์จนเข้าสอบส่วนกลาง
- ซึ่งผลการสอบ (ที่จริงคือลองเช็คคำตอบที่ทำๆ ไปล่วงหน้าก่อนประกาศผลดู) ก็ออกมาว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ทำเอาพ่อพระเอกถึงกับดีใจลุกขึ้นเต้นแร้งเต้นกาไม่หยุด (ตรงนี้จะมีบอกนิดนึงว่าที่พ่อพระเอกยึดติดกับการให้พระเอกทุ่มเรียนเพื่อเข้ามหาลัยให้ได้นั้นก็เพราะสมัยเรียนพ่อพระเอกไม่มีโอกาสได้เรียนมหาลัย ก็เลยลำบากตอนหางานใหม่น่าดู ก็เลยไม่อยากให้พระเอกลำบากเหมือนตัวเอง)
- ดีใจกันเสร็จ พระเอกก็คุยกับพ่อขอย้ายออกไปอยู่ตัวคนเดียวหลังเข้ามหาลัยแล้ว (แบบกล้าๆ กลัวๆ เพราะกลัวพ่อจะด่าใส่อีก)
- ปรากฏว่าพ่อฟังแล้วกลับตอบโอเคง่ายเกินคาด เพราะถือว่าพระเอกขึ้นมหาลัยก็เท่ากับก้าวเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่ครึ่งหนึ่งแล้ว เลยจะปล่อยให้พระเอกตัดสินใจเองอะไรเองบ้าง ไม่เจ้ากี้เจ้าการอีก
- พระเอกดีใจมากที่พ่อยอมอนุญาต เย็นนั้นพอคนน้องกลับมาถึงก็เลยรีบไปบอกข่าวให้คนน้องฟังทันที
- คนน้องฟังแล้วกลับทำหน้างอนตุ๊บป่องๆ เพราะไม่ชอบใจที่พระเอกตัดสินใจเองเออเองไม่คุยกับตัวเองซักคำ พระเอกก็แก้ตัวว่าที่ไม่ปรึกษาคนน้องก็เพราะยังไม่รู้นี่นาว่าตัวเองจะเอ็นท์ติดมั้ย แถมยังกลัวว่าพ่อจะไม่อนุญาตให้ออกไปอยู่คนเดียวอีก ก็เลยรอให้ทุกอย่างมันแน่นอนซะก่อนค่อยบอก ดีกว่าให้บอกล่วงหน้าแล้วคนน้องต้องมานั่งคิดมากเปล่าๆ
- นอกจากนั้นยังมีเรื่องว่าคนพี่จะเลิกสอนที่เกาะกลับมาอยู่บ้านหลังเข้าฤดูใบไม้ผลิอีก ก็เลยอยากออกมาหาที่อยู่ไว้ จะได้หนุงหนิงกับคนน้องได้สองคนโดยไม่ต้องกลัวว่าใครในบ้าน...โดยเฉพาะคนพี่...จะมาเห็นเข้าด้วย
- ได้ฟังแบบนั้นคนน้องก็ยอมเข้าใจ แต่ก็ยังไม่ชอบใจอยู่ดีที่ไม่ได้เห็นหน้ากันทุกวัน พระเอกก็พยายามปลอบให้คนน้องใจเย็นลงจนยอมรับได้ในที่สุด
- หลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างก็ยุ่งกับธุระของตัวเอง (คนน้องฝึกเป็นกุ๊ก พระเอกเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ตัวเองเล็งไว้) จนแทบไม่ได้หนุงหนิงกันเลย
- วันหนึ่งพระเอกสังเกตเห็นว่าฝ่ามือคนน้องเป็นรอยแดงเหมือนโดนของร้อนลวกมา เลยลุกขึ้นถามอย่างเป็นห่วง แต่คนน้องบอกปัดว่าไม่เป็นไร แล้วตัดบทเดินหนีเฉย เล่นเอาพระเอกยืนบื้อเป็นไอ้โง่กับกิริยาของคนน้องอยู่ตรงนั้น
- เหตุการณดังกล่าวดำเนินไปอีกหลายครั้ง จนถึงวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จซึ่งเป็นช่วงก่อนวันวาเลนไทน์ 1 วันพอดี พระเอกก็ออกจากห้องสอบมาดี๊ด๊าคุยกับยัยบู่ตามปกติ แต่พอโดนทักเรื่องวันวาเลนไทน์เข้าก็จ๋อยหู่ตัวเหลวเป๋วเป็นน้ำเพราะนึกได้ว่าที่ผ่านมาตัวเองกับคนน้องแทบไม่ได้คุยไม่ได้เจอหน้ากันเลยเพราะต่างคนต่างมีธุระสำคัญของตัวเองต้องจัดการ
- แล้วก็ถึงวันรุ่งขึ้นที่เป็นวันวาเลนไทน์ที่พระเอกกับคนน้องควรได้ใช้เวลาร่วมกันในฐานะคนรัก
- แต่ปรากฏว่าววันนั้นคนน้องกลับออกจากบ้านไปทำงานที่ร้านพ่อแต่เช้า จนถึงเย็นก็ยังไม่กลับ โดยส่งแค่เมลมาบอกว่าจะกลับดึกเท่านั้น พ่อแม่อ่านเมลเข้าก็เป็นห่วงกลัวว่าคนน้องจะทำงานหนักไป
- แต่พระเอกดันกลายเป็นคนจิตตกที่สุด เพราะนึกไม่ถึงว่าการที่ต่างฝ่ายต่างยุ่งกับงานของตัวเองจนไม่ได้เจอกันไม่ได้ใกล้ชิดกันนั้นจะหนักหนาขนาดนี้ (นอกนั้นก็เพราะนึกว่าคนน้องยังโกรธเรื่องที่ตัวเองตัดสินใจออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียวโดยไม่ปรึกษาคนน้องด้วย)
- กำลังหงุดหงิดจิตตกได้ที่ คนน้องก็ส่งเมลมาหาพระเอกบอกให้ไปรับที่ร้านหน่อย พระเอกก็ลุกไปรับตามปกติแม้จะยังเซ็งๆ เครียดๆ อยู่
- ไปถึงร้านพ่อนางเอกเห็นไฟปิดอยู่ พระเอกก็แปลกใจ แต่ก็ยังเดินเข้าไปหน้าร้านตามปกติ
- ปรากฏว่าพอเข้าไปถึงในร้าน ไฟก็เปิดโพลงข้นแบบปุบปับ เผยให้เห็นภาพคนน้องยืนยิ้มแป้นอยู่ตรงกลางร้าน ในมือถือเค้กช็อกโกแลตชิ้นเบ้อเริ่มอยู่ในมือ
- พระเอกถึงกับอึ้งพูดไม่ออก พ่อครัวกับคนช่วยงานในครัวคนอื่นๆ เลยเล่าให้ฟังว่าคนน้องวางแผนจะทำเค้กชอกโกแลตให้พระเอกตั้งแต่แรกแล้ว โดยกะปิดไว้ถึงที่สุดให้พระเอกเซอร์ไพรส์เล่นๆ เท่านั้น
- พระเอกถึงค่อยเข้าใจว่าทั้งรอยแผลไฟลวกที่มือ ทั้งทีท่าของคนน้องที่ดูเงียบๆ ไม่ค่อยได้คุยกับตัวเองตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็เพื่อจะทำเซอร์ไพรส์นั่นเอง
- เห็นความรักที่คนน้องมีให้ตัวเองแบบนั้น พระเอกก็ซึ้งจนดึงตัวคนน้องเข้าไปกอดไว้แน่น ท่ามกลางเสียงเป่าปากวี้ดวิ้วของบรรดาเพื่อนร่วมงานคนอื่นที่อยู่รอบตัว
- หลังกินเค้กกันเสร็จก็ปิดร้านกลับบ้านด้วยกัน
- ระหว่างทางก็คุยโน่นคุยนี่กัน ทั้งเรื่องรสชาติเค้ก เรื่องที่เข้าใจผิดกันมาตลอดหนึ่งเดือน จนถึงเรื่องที่พระเอกจะออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว
- ถึงตรงนี้ คนน้องก็ทำหน้าแดงๆ ถามพระเอกว่า "ถ้าฉันบอกว่าอยากไปอยู่ด้วยจะว่าไง?"
ก็ไม่มีอะไรแฮะสำหรับตอนนี้ นอกจากช่วงเรียจูคั่นเวลาเฉยๆ
ว่าแต่ตกลงคนพี่จะเลิกสอนกลับมาอยู่บ้านจริงๆ สินะ แบบนี้ถ้าพระเอกออกไปอยู่ข้างนอกนี่ งานนี้จะมีรายการคนพี่แอบมาหยอดเรื่อยๆ ก่อนจะถึงฉากเด็ด แกล้งมาเซอร์ไพรส์แล้วเห็นพระเอกกำลังหนุงหนิงกับคนน้องในห้องมั้ยน้อ
คงต้องดูเรื่องต่อไปละครับ