ย้อนหลังกลับไปเมื่อ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2555 มีโอกาสได้ไปเที่ยวและทำบุญที่ วัดบัวขวัญพระอารามหลวง จ.นนทบุรี บังเอิญเจอเข้ากับลูกแมวสีขาว เพศผู้ อายุไม่ครบเดือนดี เป็นที่ถูกตาต้องใจ จึงอุ้มไปขอตัวกับพระแล้วพากลับบ้านด้วยกัน และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงดูแมวอีกหลายชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน
ปีเศษๆ หลังจากที่ได้ "ทองดี" มา ก็ได้ลูกแมวอีกสองตัว แรกเริ่มเดิมที ทั้งสองเป็นแมวที่เพื่อนบ้านใกล้เคียง เก็บมาเลี้ยง แรกๆ ก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนัก แต่แมวทั้งคู่ก็ได้แวะเวียน มาเล่น มานอน มากิน มาอยู่ที่บ้าน นานวันเข้าจากความเฉยๆ ก็แปรเปลี่ยนไปเป็นความรัก ความผูกพันธ์ จะว่าขโมยมาเลี้ยงก็ไม่เชิง จะว่าขอมาเลี้ยงก็ไม่ใช่ เพราะเจ้าของเดิมก็รับรู้ว่าแมวมาอยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่ได้ว่ากล่าวหรือทวงคืนอะไรใดๆ แมวสีเปรอะมีชื่อ "สีดา" จึงได้มาเป็นสมาชิกรุ่นที่สอง อย่างเป็นทางการในบ้านหลังนี้
ด้วยที่ดินที่อาศัยอยู่ ณ ขณะนั้น เรียกได้ว่าเป็นป่าชายเลน มีวังกุ้ง วังปลา ที่มีต้นจากที่ขึ้นกันรกทึบเต็มไปหมด มีบ้านเรือนตั้งอยู่กันเป็นหย่อมๆ บ้านแต่ละหลัง ก็จะเลี้ยงหมาไว้ หนึ่งตัวบ้าง สองตัวบ้าง บางหลังก็เลี้ยงไว้เป็นฝูงใหญ่เลยก็มี เพื่อทำหน้าที่สอดส่องดูแลอาณาเขตของตัวเอง และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ "ตัว

" ทั้งเล็กทั้งใหญ่ เดินๆ ว่ายๆ วิ่งๆ แถวนั้นเป็นปกติ
หลังจาก ที่ได้ "บุญมี" กับ "สีดา" มาไม่นานนัก "ทองดี" ก็หายตัวออกจากบ้านไป ก็ได้แต่ตั้งความหวังไว้ว่า "มันก็เป็นไปตามประสาแมวหนุ่มที่ไปติดหญิงนั่นแหละ ซักพักก็คงจะกลับมาเอง" จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ก็ยังไม่มีวี่แววใดๆ จึงได้แต่ทำใจ คิดไป ถ้าไม่ถูกคนอุ้มไปเลี้ยง ก็คงถูกหมารุมกัดตาย ไม่ก็ตัว

ลากไปกิน จากเหตุการณ์นี้ จึงพาแมวที่เหลืออยู่ไปทำหมันซะ จะได้ไม่มีอาการติดสัด ไม่ขวานขวายออกไปเที่ยวที่ไหนอีก
แต่ก็เหมือนกงล้อหมุนเวียนมาซ้ำ หลังจากแผลผ่าตัดของทั้งคู่หายดี เช้ามืดวันหนึ่ง "สีดา" ก็ตัวสั่นวิ่งกลับขึ้นบ้านมาอยู่ในผ้าห่ม เพียงลำพัง ก็ได้แต่ทำใจอีกรอบ มันก็คงจะเป็นเหตุการณ์เช่นเดียวกันกับ "ทองดี" อีกแน่นอน บทเรียนอันเจ็บปวดครั้งนี้ จึงเป็นที่มาของเลี้ยงดู "สีดา" พร้อมกับ "ปลาแห้ง และ "แตงโม" ซึ่งเป็นแมวรุ่นที่ 3 แบบระบบปิดอย่างถาวรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
การเลี้ยงดูแมวที่เคยใช้ชีวิตแบบอิสระ ไปไหนมาไหนได้ตามใจ แต่กลับต้องมาถูกจำกัดอาณาเขต แน่นอน นางก็ต้องโหยหาชีวิตแบบเดิมกลับคืน มีหลายครั้งที่ต้องปวดหัวจากการกระทำต่างๆ เช่น ร้อง ปีนหน้าต่าง ปีนคานหลังคา จนถึงตกหน้าต่างลงมาข้างล่าง แต่ก็ไม่เจ็บตัวเท่าไหร่ เพราะพื้นดินที่เป็นโคลนเลน เป็นตัวรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี แต่กรรมมันมาตกที่ฉันนี่สิ ปากก็บ่นไป มือก็อาบน้ำไป ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเป็นเรื่องของความเคยชิน สำหรับมนุษย์ทาสแมวทั้งหลาย ก็คงรู้กันดี เลี้ยงแมวไมใช่แค่ให้ อาหารกับน้ำ แต่ต้องปรนนิบัติสารพัดสิ่งอย่าง เก็บอึ เก็บฉี่ หาของเล่น จับแต่งตัว และอีกต่างๆ มากมาย ซึ่งเชื่อว่า เป็นสิ่งที่ทาสแมวทุกคน พร้อมทำให้อย่างเต็มใจ
กระทั่งเวลาผ่านมาถึง ปลายปี 2558 มีเหตุให้ต้องย้ายที่อยู่ เพราะที่อยู่ใหม่มีความสะดวกสบาย ในการใช้ชีวิตมากกว่า แต่เนื่องจาก ความไม่พร้อมในหลายๆ สิ่งอย่าง นางแมวทั้งสาม ก็ยังคงต้องอยู่ที่บ้านหลังเดิม ทาสอย่างฉัน ก็เทียวเช้า เทียวเย็น กลับเข้าไปปฏิบัติหน้าที่เหมือนอย่างเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ไม่ค่อยได้คลุกคลีเหมือนแต่ก่อน นางแมวก็คงรับรู้ได้ เพราะจากสายตาที่มองมา เวลาฉันกำลังกลับออกไป เป็นแบบนี้อยู่หลายเดือน จนทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง นางแมวทั้งสามตัวก็ได้มาอยู่บ้านหลังใหม่ ที่มีพื้นที่มากกว่าเดิม กว้างกว่าที่เคยอยู่มา แต่ก็เป็นระบบปิดเหมือนเดิม ย้อนกลับไปอีกนิด วันที่ไปพาตัวออกมา วันนั้นได้พา "ชะอม" กับ "ชะเอม" ออกมาด้วย ซึ่งก็นั่นแหละ ลูกแมวของบ้านข้างๆ ซึ่งพ่อกับแม่ของมันก็มากินมาอยู่บ้านหลังนี้ นางก็เลยกลายเป็นเจ้านาย รุ่นที่ 4 นับตั้งแต่นั้น
ณ บ้านหลังใหม่ นอกจากมนุษย์สี่ห้าคน ยังมีแมวอีก 5 ตัว ไม่ต้องพูดถึงข้าวของเครื่องใช้ โซฟาหนังเอย ผ้าม่านเอย รถยนต์เอย พากันสะบัดลวดลายกันให้พรึบ แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อเลี้ยงแล้วก็หาทางแก้ไขกันไป แนวทางอย่างไร ทาสแมวเท่านั้นที่จะเข้าใจ นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีอะไร ตอนอยู่บ้านหลังเก่าทำอย่างไร บ้านหลังใหม่ก็ทำแบบนั้น หลายหลากอารมณ์ ดีใจ โกรธ โมโห ทำโทษ งอน ง้อ ถ่ายรูป ถ่ายคลิป ต่างๆ นานา ตามวิธีชีวิตของคนเลี้ยงแมว
จนกระทั่ง เช้าวันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2560 ก่อนออกไปทำงาน สมาชิกในบ้าน ก็เรียกหา ทักทาย กล่าวลา เพื่อจะออกไปทำงานตามปกติ "ปลาแห้ง" "แตงโม" "ชะอม" "ชะเอม" ก็พากันออกมาส่งกันตามปกติ แต่ "สีดา" ไม่เห็นหน้า นางหายไปไหน นางหายไปไหน เราเลี้ยงนางแบบระบบปิดนะ แต่ นางหายไปไหน หรือว่า นางออกไปนอกบ้าน นางจะออกไปได้อย่างไร ทั้งรั้ว และประตู ก็ปิดด้วยแผ่นกันอย่างหนาแน่น นางหายไปไหน !!!????
วันนั้นทั้งวัน ทำงานไป คิดไป นางหายไปไหน นางออกไปได้อย่างไร ตอนนี้อยู่ที่ไหน งานก็ต้องทำ อยากไปตามหาก็อยาก สับสนไปหมด ตกบ่าย ก็ทำประกาศตามหาแมว ไปติดไว้ทั่วหมู่บ้าน แต่ไม่มีปลายสายใดๆ ที่จะตอบกลับมาเรื่องแมว มีแต่งานๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตกเย็นจนมืดค่ำ "สีดา" ก็ยังไม่กลับเข้ามา ถามบ้านตรงข้าม ก็บอกไม่เห็น แต่ก็ยังมีความหวัง เพราะข้างๆ บ้าน มีสวนสาธารณะใหญ่อยู่ นางอาจหลงทาง หลบอยู่แถวนั้น ตกดึกก็ผล่อยหลับไป
เช้าวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2560 เวลาประมาณ 6:30 น. ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกตามหา แต่ยังไม่พ้นเขตซอย เพื่อนบ้านข้างๆ ร้องทัก "พี่ตามหาแมวอยู่รึเปล่า" ความหวังว่าจะเจอสว่างสไว "แมวตัวที่สีเปรอะเลอะๆ ใช่มั้ย" "ใช่ๆ ครับ" พร้อมกับเปิดมือถือ ยื่นให้ดูว่าหน้าตาแบบนี้นะ
"หนูเพิ่งเอาไปฝั่งไว้ที่ท้ายหมู่บ้าน เมื่อวานตอนเช้า หนูเห็นหมาสองตัวหน้าบ้านนีแหละ กำลังรุมแมว ตัวหนึ่งกัด ตัวหนึ่งเหวี่ยง เปิดรั้วไม่ทัน ก็เลยกระโดดข้ามกำลังไปช่วยออกมา แต่ก็ไม่รู้จะไปตามหาเจ้าของที่ไหน ตอนแรกก็ยังหายใจอยู่ แต่ก็เริ่มนิ่ง ตัวแข็งทื่อ หนูไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยเอาใส่ถุงแล้วก็เอาไปฝั่งไว้ที่ท้ายหมู่บ้าน"
"สีดา" โดนหมารุมกัดอยู่หน้าบ้าน ในเวลาที่กำลังจะออกไปทำงาน โดยที่เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
"สีดา" ตายแล้ว
คุณเพื่อนบ้านจึงพาไปดูที่ฝัง "สีดา" ตอนนั้นยังไม่เชื่อว่าเป็น "สีดา"
อุปกรณ์อะไรใดๆ ก็ไม่มี ก็ใช้สองมือ ขุดดินลงไป ก็พบถุงพลาสติก ยกขึ้นมาเปิดดูเป็น "สีดา" จริงๆ "สีดา" ตายแล้ว
ความรู้สึกต่อจากนี้ ก็คงไม่ต้องบรรยายอะไร เพราะไม่รู้จะเขียนออกมายังไง เมื่อแน่ใจ ก็พากันหอบเอาร่างของ "สีดา" กลับบ้าน ทั้งตัวมีแต่รอยเขี้ยว พลิกไปตรงไหนก็มีแต่รอยเขี้ยว เลือดเกรอะกรัง น้ำตาเราไหลไม่หยุด ทำยังไง "สีดา" ก็ไม่มีทางฟื้นขึ้นมาได้อีก เราช่วยกันอาบน้ำ ล้างเนื้อ ล้างตัว จนสะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป่าลมจนขนแห้ง ห่อตัวด้วยผ้าขนหนูสีแดงของแม่ ที่ใช้อยู่เป็นประจำ จากนั้น ก็พา "สีดา" ไปวัด ไปหาพระ พระท่านทำพิธีบังสกุลให้ พร้อมกับนำร่างของ "สีดา" ขึ้นเชิงตะกอน พร้อมกับไฟที่โหมลุกท่วม
เย็นวันเดียวกัน เราก็พากันเก็บกระดูก "สีดา" เพื่อพาไปลอยอังคาร ณ บริเวณปากอ่าวไทย พื้นที่ซึ่งเป็นที่ที่นางเกิด เป็นที่ที่นางโต และเป็นที่ที่นางตาย หวังว่า นางจะได้ไปสู่สุขคติที่ดีในโลกหน้า
หลายๆ คนอาจมีคำถามว่า แล้วตอนที่ "ทองดี" กับ "บุญมี" หายตัวไปแล้วเสียใจมั้ย ตอบได้เลยว่า เสียใจ แต่ ณ ขณะนั้น มันก็ยังมีความหวังว่า ทั้งสองจะกลับมา เพราะเมื่อยังไม่พบศพ ก็ยังหวังว่าจะยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ในขณะที่ "สีดา" ฉันกับแม่เป็นคนขุดเอาร่างของนางขึ้นมาเองกับมือ สภาพของนางที่เห็น ณ ตอนนั้น เป็นภาพที่สะเทือนใจ เป็นร่างของ "สีดา" จริงๆ ร่างที่ไม่มีลมหายใจแล้ว และมันก็ไม่เหลือความหวังอะไรใดๆ อีก ว่านางจะกลับมา
คำพูดของเพื่อนบ้าน ยังคงก้องอยู่ในหัว "ไม่ใช่แค่แมวของพี่นะที่ตาย แมวของหนู ขนาดมันอยู่ในบ้าน หลานๆ ลืมปิดประตูไอ้หมาสองตัวนั่น มันยังทะลุเข้าไปกัดจนตายเลย"
"แมวบ้านอื่นก็โดนไอ้พวกนี้เล่นงานไปหลายตัวเหมือนกันนะ"
"ส่วนแมวของพี่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะที่มันหลุดออกมา ครั้งก่อน มันก็ไล่ แต่แมวมันกระโดนเข้ามาในรั้วบ้านหนู แล้วมันก็กระโดดกลับเข้าบ้านพี่ได้ทัน"
!!!!!!!!!! นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ "สีดา" หลุดออกมา !!!!!!!!
มันหลายครั้งแล้ว แต่เราไม่เคยรู้แล้วว่า "สีดา" เคยออกจากบ้าน เราไม่เคยรู้อะไรเลย
เรามั่นใจว่าป้องกันอย่างดี และ "สีดา" ก็ไม่เคยมีท่าทางว่าจะออกจากเขตรั้วบ้านเลย เราประมาทเกินไป
เราไม่เคยคิดว่า หมาหน้าบ้านที่ให้ข้าวให้น้ำ เลี้ยงดูอยู่ทุกวัน จะทำกับเราได้โหดร้ายถึงขนาดนี้ เราเกลียดมัน เกลียดมาก แต่เมื่ออารมณ์สงบลง สติกลับคืน หมาก็คือหมา โดยธรรมกับแมวก็เป็นศัตรูกันอยู่แล้ว จะไปทำอะไรมันตอนนี้ มันก็คงไม่รู้ว่ามันทำอะไรผิด หมาสองตัวนั่นก็ยังทำตัวปกติ กับเราแบบที่เคยทำ แต่ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้ มันก็ถูกทำลายลงไปพร้อมๆ กับชีวิตของ "สีดา" นั่นเอง
เพราะความประมาทของเรา "สีดา" เลยต้องมาตาย
ทาสแมวทั้งหลาย เมื่อคุณได้บังเอิญมาอ่านพบ เรื่องราวที่เราตั้งใจถ่ายทอดเพื่อเป็นอุทาหรณ์นี้ โปรดดูแลเจ้านายของคุณให้ดีๆ นะครับ
เราจะดูแลแกให้ดีที่สุดนะ "ปลาแห้ง" "แตงโม" "ชะอม" "ชะเอม"
"มาอยู่เพื่อรัก ตายจากเพื่อคิดถึง"
เรื่องราวของแมวสีเปรอะตัวหนึ่ง ในความทรงจำ
"ลาก่อนสีดา ฉันจะไม่ลืมแก"
"มาอยู่เพื่อรัก ตายจากเพื่อคิดถึง"
ปีเศษๆ หลังจากที่ได้ "ทองดี" มา ก็ได้ลูกแมวอีกสองตัว แรกเริ่มเดิมที ทั้งสองเป็นแมวที่เพื่อนบ้านใกล้เคียง เก็บมาเลี้ยง แรกๆ ก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนัก แต่แมวทั้งคู่ก็ได้แวะเวียน มาเล่น มานอน มากิน มาอยู่ที่บ้าน นานวันเข้าจากความเฉยๆ ก็แปรเปลี่ยนไปเป็นความรัก ความผูกพันธ์ จะว่าขโมยมาเลี้ยงก็ไม่เชิง จะว่าขอมาเลี้ยงก็ไม่ใช่ เพราะเจ้าของเดิมก็รับรู้ว่าแมวมาอยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่ได้ว่ากล่าวหรือทวงคืนอะไรใดๆ แมวสีเปรอะมีชื่อ "สีดา" จึงได้มาเป็นสมาชิกรุ่นที่สอง อย่างเป็นทางการในบ้านหลังนี้
ด้วยที่ดินที่อาศัยอยู่ ณ ขณะนั้น เรียกได้ว่าเป็นป่าชายเลน มีวังกุ้ง วังปลา ที่มีต้นจากที่ขึ้นกันรกทึบเต็มไปหมด มีบ้านเรือนตั้งอยู่กันเป็นหย่อมๆ บ้านแต่ละหลัง ก็จะเลี้ยงหมาไว้ หนึ่งตัวบ้าง สองตัวบ้าง บางหลังก็เลี้ยงไว้เป็นฝูงใหญ่เลยก็มี เพื่อทำหน้าที่สอดส่องดูแลอาณาเขตของตัวเอง และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ "ตัว
หลังจาก ที่ได้ "บุญมี" กับ "สีดา" มาไม่นานนัก "ทองดี" ก็หายตัวออกจากบ้านไป ก็ได้แต่ตั้งความหวังไว้ว่า "มันก็เป็นไปตามประสาแมวหนุ่มที่ไปติดหญิงนั่นแหละ ซักพักก็คงจะกลับมาเอง" จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ก็ยังไม่มีวี่แววใดๆ จึงได้แต่ทำใจ คิดไป ถ้าไม่ถูกคนอุ้มไปเลี้ยง ก็คงถูกหมารุมกัดตาย ไม่ก็ตัว
แต่ก็เหมือนกงล้อหมุนเวียนมาซ้ำ หลังจากแผลผ่าตัดของทั้งคู่หายดี เช้ามืดวันหนึ่ง "สีดา" ก็ตัวสั่นวิ่งกลับขึ้นบ้านมาอยู่ในผ้าห่ม เพียงลำพัง ก็ได้แต่ทำใจอีกรอบ มันก็คงจะเป็นเหตุการณ์เช่นเดียวกันกับ "ทองดี" อีกแน่นอน บทเรียนอันเจ็บปวดครั้งนี้ จึงเป็นที่มาของเลี้ยงดู "สีดา" พร้อมกับ "ปลาแห้ง และ "แตงโม" ซึ่งเป็นแมวรุ่นที่ 3 แบบระบบปิดอย่างถาวรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
การเลี้ยงดูแมวที่เคยใช้ชีวิตแบบอิสระ ไปไหนมาไหนได้ตามใจ แต่กลับต้องมาถูกจำกัดอาณาเขต แน่นอน นางก็ต้องโหยหาชีวิตแบบเดิมกลับคืน มีหลายครั้งที่ต้องปวดหัวจากการกระทำต่างๆ เช่น ร้อง ปีนหน้าต่าง ปีนคานหลังคา จนถึงตกหน้าต่างลงมาข้างล่าง แต่ก็ไม่เจ็บตัวเท่าไหร่ เพราะพื้นดินที่เป็นโคลนเลน เป็นตัวรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี แต่กรรมมันมาตกที่ฉันนี่สิ ปากก็บ่นไป มือก็อาบน้ำไป ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเป็นเรื่องของความเคยชิน สำหรับมนุษย์ทาสแมวทั้งหลาย ก็คงรู้กันดี เลี้ยงแมวไมใช่แค่ให้ อาหารกับน้ำ แต่ต้องปรนนิบัติสารพัดสิ่งอย่าง เก็บอึ เก็บฉี่ หาของเล่น จับแต่งตัว และอีกต่างๆ มากมาย ซึ่งเชื่อว่า เป็นสิ่งที่ทาสแมวทุกคน พร้อมทำให้อย่างเต็มใจ
กระทั่งเวลาผ่านมาถึง ปลายปี 2558 มีเหตุให้ต้องย้ายที่อยู่ เพราะที่อยู่ใหม่มีความสะดวกสบาย ในการใช้ชีวิตมากกว่า แต่เนื่องจาก ความไม่พร้อมในหลายๆ สิ่งอย่าง นางแมวทั้งสาม ก็ยังคงต้องอยู่ที่บ้านหลังเดิม ทาสอย่างฉัน ก็เทียวเช้า เทียวเย็น กลับเข้าไปปฏิบัติหน้าที่เหมือนอย่างเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ไม่ค่อยได้คลุกคลีเหมือนแต่ก่อน นางแมวก็คงรับรู้ได้ เพราะจากสายตาที่มองมา เวลาฉันกำลังกลับออกไป เป็นแบบนี้อยู่หลายเดือน จนทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง นางแมวทั้งสามตัวก็ได้มาอยู่บ้านหลังใหม่ ที่มีพื้นที่มากกว่าเดิม กว้างกว่าที่เคยอยู่มา แต่ก็เป็นระบบปิดเหมือนเดิม ย้อนกลับไปอีกนิด วันที่ไปพาตัวออกมา วันนั้นได้พา "ชะอม" กับ "ชะเอม" ออกมาด้วย ซึ่งก็นั่นแหละ ลูกแมวของบ้านข้างๆ ซึ่งพ่อกับแม่ของมันก็มากินมาอยู่บ้านหลังนี้ นางก็เลยกลายเป็นเจ้านาย รุ่นที่ 4 นับตั้งแต่นั้น
ณ บ้านหลังใหม่ นอกจากมนุษย์สี่ห้าคน ยังมีแมวอีก 5 ตัว ไม่ต้องพูดถึงข้าวของเครื่องใช้ โซฟาหนังเอย ผ้าม่านเอย รถยนต์เอย พากันสะบัดลวดลายกันให้พรึบ แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อเลี้ยงแล้วก็หาทางแก้ไขกันไป แนวทางอย่างไร ทาสแมวเท่านั้นที่จะเข้าใจ นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีอะไร ตอนอยู่บ้านหลังเก่าทำอย่างไร บ้านหลังใหม่ก็ทำแบบนั้น หลายหลากอารมณ์ ดีใจ โกรธ โมโห ทำโทษ งอน ง้อ ถ่ายรูป ถ่ายคลิป ต่างๆ นานา ตามวิธีชีวิตของคนเลี้ยงแมว
จนกระทั่ง เช้าวันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2560 ก่อนออกไปทำงาน สมาชิกในบ้าน ก็เรียกหา ทักทาย กล่าวลา เพื่อจะออกไปทำงานตามปกติ "ปลาแห้ง" "แตงโม" "ชะอม" "ชะเอม" ก็พากันออกมาส่งกันตามปกติ แต่ "สีดา" ไม่เห็นหน้า นางหายไปไหน นางหายไปไหน เราเลี้ยงนางแบบระบบปิดนะ แต่ นางหายไปไหน หรือว่า นางออกไปนอกบ้าน นางจะออกไปได้อย่างไร ทั้งรั้ว และประตู ก็ปิดด้วยแผ่นกันอย่างหนาแน่น นางหายไปไหน !!!????
วันนั้นทั้งวัน ทำงานไป คิดไป นางหายไปไหน นางออกไปได้อย่างไร ตอนนี้อยู่ที่ไหน งานก็ต้องทำ อยากไปตามหาก็อยาก สับสนไปหมด ตกบ่าย ก็ทำประกาศตามหาแมว ไปติดไว้ทั่วหมู่บ้าน แต่ไม่มีปลายสายใดๆ ที่จะตอบกลับมาเรื่องแมว มีแต่งานๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตกเย็นจนมืดค่ำ "สีดา" ก็ยังไม่กลับเข้ามา ถามบ้านตรงข้าม ก็บอกไม่เห็น แต่ก็ยังมีความหวัง เพราะข้างๆ บ้าน มีสวนสาธารณะใหญ่อยู่ นางอาจหลงทาง หลบอยู่แถวนั้น ตกดึกก็ผล่อยหลับไป
เช้าวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2560 เวลาประมาณ 6:30 น. ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกตามหา แต่ยังไม่พ้นเขตซอย เพื่อนบ้านข้างๆ ร้องทัก "พี่ตามหาแมวอยู่รึเปล่า" ความหวังว่าจะเจอสว่างสไว "แมวตัวที่สีเปรอะเลอะๆ ใช่มั้ย" "ใช่ๆ ครับ" พร้อมกับเปิดมือถือ ยื่นให้ดูว่าหน้าตาแบบนี้นะ
"หนูเพิ่งเอาไปฝั่งไว้ที่ท้ายหมู่บ้าน เมื่อวานตอนเช้า หนูเห็นหมาสองตัวหน้าบ้านนีแหละ กำลังรุมแมว ตัวหนึ่งกัด ตัวหนึ่งเหวี่ยง เปิดรั้วไม่ทัน ก็เลยกระโดดข้ามกำลังไปช่วยออกมา แต่ก็ไม่รู้จะไปตามหาเจ้าของที่ไหน ตอนแรกก็ยังหายใจอยู่ แต่ก็เริ่มนิ่ง ตัวแข็งทื่อ หนูไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยเอาใส่ถุงแล้วก็เอาไปฝั่งไว้ที่ท้ายหมู่บ้าน"
"สีดา" โดนหมารุมกัดอยู่หน้าบ้าน ในเวลาที่กำลังจะออกไปทำงาน โดยที่เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
"สีดา" ตายแล้ว
คุณเพื่อนบ้านจึงพาไปดูที่ฝัง "สีดา" ตอนนั้นยังไม่เชื่อว่าเป็น "สีดา"
อุปกรณ์อะไรใดๆ ก็ไม่มี ก็ใช้สองมือ ขุดดินลงไป ก็พบถุงพลาสติก ยกขึ้นมาเปิดดูเป็น "สีดา" จริงๆ "สีดา" ตายแล้ว
ความรู้สึกต่อจากนี้ ก็คงไม่ต้องบรรยายอะไร เพราะไม่รู้จะเขียนออกมายังไง เมื่อแน่ใจ ก็พากันหอบเอาร่างของ "สีดา" กลับบ้าน ทั้งตัวมีแต่รอยเขี้ยว พลิกไปตรงไหนก็มีแต่รอยเขี้ยว เลือดเกรอะกรัง น้ำตาเราไหลไม่หยุด ทำยังไง "สีดา" ก็ไม่มีทางฟื้นขึ้นมาได้อีก เราช่วยกันอาบน้ำ ล้างเนื้อ ล้างตัว จนสะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป่าลมจนขนแห้ง ห่อตัวด้วยผ้าขนหนูสีแดงของแม่ ที่ใช้อยู่เป็นประจำ จากนั้น ก็พา "สีดา" ไปวัด ไปหาพระ พระท่านทำพิธีบังสกุลให้ พร้อมกับนำร่างของ "สีดา" ขึ้นเชิงตะกอน พร้อมกับไฟที่โหมลุกท่วม
เย็นวันเดียวกัน เราก็พากันเก็บกระดูก "สีดา" เพื่อพาไปลอยอังคาร ณ บริเวณปากอ่าวไทย พื้นที่ซึ่งเป็นที่ที่นางเกิด เป็นที่ที่นางโต และเป็นที่ที่นางตาย หวังว่า นางจะได้ไปสู่สุขคติที่ดีในโลกหน้า
หลายๆ คนอาจมีคำถามว่า แล้วตอนที่ "ทองดี" กับ "บุญมี" หายตัวไปแล้วเสียใจมั้ย ตอบได้เลยว่า เสียใจ แต่ ณ ขณะนั้น มันก็ยังมีความหวังว่า ทั้งสองจะกลับมา เพราะเมื่อยังไม่พบศพ ก็ยังหวังว่าจะยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ในขณะที่ "สีดา" ฉันกับแม่เป็นคนขุดเอาร่างของนางขึ้นมาเองกับมือ สภาพของนางที่เห็น ณ ตอนนั้น เป็นภาพที่สะเทือนใจ เป็นร่างของ "สีดา" จริงๆ ร่างที่ไม่มีลมหายใจแล้ว และมันก็ไม่เหลือความหวังอะไรใดๆ อีก ว่านางจะกลับมา
คำพูดของเพื่อนบ้าน ยังคงก้องอยู่ในหัว "ไม่ใช่แค่แมวของพี่นะที่ตาย แมวของหนู ขนาดมันอยู่ในบ้าน หลานๆ ลืมปิดประตูไอ้หมาสองตัวนั่น มันยังทะลุเข้าไปกัดจนตายเลย"
"แมวบ้านอื่นก็โดนไอ้พวกนี้เล่นงานไปหลายตัวเหมือนกันนะ"
"ส่วนแมวของพี่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะที่มันหลุดออกมา ครั้งก่อน มันก็ไล่ แต่แมวมันกระโดนเข้ามาในรั้วบ้านหนู แล้วมันก็กระโดดกลับเข้าบ้านพี่ได้ทัน"
!!!!!!!!!! นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ "สีดา" หลุดออกมา !!!!!!!!
มันหลายครั้งแล้ว แต่เราไม่เคยรู้แล้วว่า "สีดา" เคยออกจากบ้าน เราไม่เคยรู้อะไรเลย
เรามั่นใจว่าป้องกันอย่างดี และ "สีดา" ก็ไม่เคยมีท่าทางว่าจะออกจากเขตรั้วบ้านเลย เราประมาทเกินไป
เราไม่เคยคิดว่า หมาหน้าบ้านที่ให้ข้าวให้น้ำ เลี้ยงดูอยู่ทุกวัน จะทำกับเราได้โหดร้ายถึงขนาดนี้ เราเกลียดมัน เกลียดมาก แต่เมื่ออารมณ์สงบลง สติกลับคืน หมาก็คือหมา โดยธรรมกับแมวก็เป็นศัตรูกันอยู่แล้ว จะไปทำอะไรมันตอนนี้ มันก็คงไม่รู้ว่ามันทำอะไรผิด หมาสองตัวนั่นก็ยังทำตัวปกติ กับเราแบบที่เคยทำ แต่ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้ มันก็ถูกทำลายลงไปพร้อมๆ กับชีวิตของ "สีดา" นั่นเอง
เพราะความประมาทของเรา "สีดา" เลยต้องมาตาย
ทาสแมวทั้งหลาย เมื่อคุณได้บังเอิญมาอ่านพบ เรื่องราวที่เราตั้งใจถ่ายทอดเพื่อเป็นอุทาหรณ์นี้ โปรดดูแลเจ้านายของคุณให้ดีๆ นะครับ
เราจะดูแลแกให้ดีที่สุดนะ "ปลาแห้ง" "แตงโม" "ชะอม" "ชะเอม"
"มาอยู่เพื่อรัก ตายจากเพื่อคิดถึง"
เรื่องราวของแมวสีเปรอะตัวหนึ่ง ในความทรงจำ
"ลาก่อนสีดา ฉันจะไม่ลืมแก"