บ้านที่เราอาศัยอยู่กับแม่ทุกวันนี้เป็นของยายค่ะ
ก่อนหน้านี้เราเคยย้ายไปอยู่ที่ทำงาน(ในเครือบริษัทเดิม) ประมาณ 3 เดือนได้ค่ะ
พอเราจะย้ายกลับบ้าน เราโทรไปหาขอให้แม่ช่วยขนของกลับ
แม่อิดออดแต่ก็ยอมมาช่วย แต่เราไม่รู้ว่าจะพาเพื่อนผู้ชายมาด้วย
นั่นเป็นครั้งแรกที่เราเจอกับเพื่อนผู้ชายของแม่ค่ะ เราไม่ได้ว่าอะไรค่ะ แค่ขอบคุณที่เค้ามาช่วย
หลังจากย้ายกลับมาแม่เล่าให้ฟังว่าคุณลุง(แม่เรียกเค้าว่าคุณลุง) เค้าเป็นคนดี ชอบเข้าวัดเหมือนกัน
มีอาชีพรับจัดทำสวน มาช่วยจัดสวนหน้าบ้าน จัดโต๊ะพระ
แม่เราอายุประมาณ 40 แล้ว ส่วนคุณลุงคนนั้นอายุรุ่นราวคราวตาเราได้ค่ะ อ่อนกว่าตาเราไม่กี่ปี จำอายุไม่ได้
แรกๆเราก็แซวแม่เราน่ะค่ะ ว่าเพื่อนแน่เหรอ เห็นคุยโทรศัพท์กันตลอด "คุณลุงน่ารักที่สุด คุณลุงน่ารักมาก" แม่เราคุยแบบนี่ค่ะ
ตอนนั้นเราไม่คิดเยอะ เพราะจริตแม่เราเป็นแบบนั้น แบบเด็กสาวแรกรุ่นที่หัวเราะได้กับทุกเรื่อง
(ทุกเรื่องจริงๆ มีคนหนีคดีค้ายาเสพติดแอบอยู่ในบ้านที่ตจว.ก็หัวเราะมองเป็นเรื่องขำได้เสมอ)
เรามารู้ทีหลังว่าแม่ชอบเอาเรื่องของเราไปเล่าให้ผู้ชายคนนั้นฟัง แม่เราชอบเอาเรื่องในบ้านไปบอกคนนอกบ้านเสมอค่ะ
เคยห้ามแล้วแต่คงห้ามไม่ได้ เลยเลี่ยงไม่คุยแทน
แม่เราเคยบอกว่าจะไม่มีแฟนใหม่ เพราะกลัวเค้าจะมาหลอก จริงๆเราไม่ห้ามค่ะ มีความสุขก็ทำไปเถอะ ไม่เดือดร้อนใครก็พอ
แต่ก็กังวลค่ะเพราะแม่เคยโดนหลอกมาแล้วหลายครั้ง เสียเงินแสนเพราะอยากรวย เงินไม่ได้คืน แถมไม่เอาเรื่องอีก
เราเคยซื้อเข็ดขัดหนังยี่ห้อหนึ่งของผู้ชายมา2เส้นค่ะ กะใส่เอง แต่เจาะเองไม่ได้ เลยเก็บเอาไว้ก่อน
วันหนึ่งเราเห็นกล่องเข็ดขัดที่เราซื้อไว้ ใส่ถุงวางไว้บนโต๊ะข้างล่าง เราสงสัยเหมือนเตรียมไปให้ใคร เลยถามแม่
แม่บอกขอซื้อต่อเส้นละร้อย(ซื้อมาเกินร้อย) บอกยังไงเราก็ไม่ใช้ จะเอาไปให้ผู้ชาย เค้าช่วยงานแม่ เราเลยยกให้ค่ะ
ญาติฝ่ายแม่รู้เรื่องเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้แล้วโทรมาว่าแม่ค่ะ แม่ก็เล่าให้ฟัง แล้วถามเรา
เราก็ไม่ได้ว่าอะไร บอกเพื่อนก็เพื่อน แม่โตแล้วคงคิดเองได้
พอเราบอกไม่คัดค้านอะไร แม่ก็ไปบอกญาติค่ะ(เราเพิ่งมารู้ทีหลัง) แล้วเรื่องก็เงียบลง
เรามีความรู้สึกว่าเวลามีเรื่องหรือปัญหาอะไรแม่เค้าชอบอ้างชื่อเรา แล้วเอาเราไปเอี่ยว เหมือนใช้เราเป็นโล่ หลายครั้งแล้วค่ะ
แม่เราเคยทะเลาะกับภรรยาของน้าชาย แล้วมาฟ้องเราค่ะ ตอนนั้นฟังจากแม่ฝ่ายเดียว ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ดี
เสร็จแล้วมาบ่นกับเราสารพัดพาลไปถึงหลาน บอกจะไม่ให้อะไรหลานอีกแล้ว
แม่เรานิสัยเหมือนเด็กค่ะ บางทีให้ของอะไรกับเราสักพักก็ท้วงคืน
หลังๆมาแม่ชอบพาคุณลุงคนนั้นมาทานข้าวที่บ้านบ่อยๆ เราก็เริ่มอึดอัดแต่ไม่ได้ว่าอะไร
ที่เราเริ่มไม่ชอบใจคือ แม่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวลงมาอาบน้ำข้างล่าง แล้วผู้ชายนั่งอยู่ข้างล่าง
บ้านที่เราอยู่มีห้องน้ำ2ห้องค่ะ ห้องน้ำข้างล่างแม่ใช้ ห้องน้ำข้างบนเราใช้ ซึ่งห้องน้ำข้างบนเครื่องทำน้ำอุ่นเสีย
ช่วงที่อากาศเย็นเราอยากลงไปอาบน้ำอุ่น ต้องดูก่อนมีแขกข้างล่างมั้ย ปกติบ้านเราไม่ได้รับแขกบ่อยๆหรอกค่ะ เพิ่งมาช่วงหลัง
มีอยู่ครั้งหนึ่งเรานั่งอยู่ข้างล่างด้วย แม่เราพาผู้ชายคนนั้นมาทานข้าวที่บ้าน แล้วพูดจาจีบกันต่อหน้าเรา
เราคิดว่าคงไม่ใช่แค่เพื่อนแล้วล่ะ ดูเค้าไม่อายเราที่นั่งตรงนั้นเลย ไม่สนใจเหมือนเราเป็นเฟอร์นิเจอร์
ดูเหมือนเราคิดเล็กคิดน้อยไป แต่รู้สึกไม่ชอบใจจริงๆค่ะ แม่ไม่เคยพูดกับเราด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเหมือนที่คุยกับเค้าเลย
เราคงไม่ดีพอให้เค้าพูดแบบนั้น เมื่อก่อนแม่ชอบบอกกับเราว่าดีใจที่มีเราอยู่ด้วย มีปัญหาอะไรเราก็ช่วยได้
แต่ตอนนี้เราคงไม่มีประโยชน์ อะไรๆก็คุณลุง คุณลุงดีที่สุด เรามันเด็กไม่ได้เรื่อง เอาไปอวดใครก็ไม่ได้
เราเคยพูดกับแม่แล้ว บอกขออย่าเอาผู้ชายมาที่บ้านได้มั้ย แต่เหมือนเค้าไม่เข้าใจประเด็นที่เราบอก
กลับอ้างยายตลอดว่ายายรู้แล้ว เดี๋ยวจะพาคุณลุงไปหายายที่ตจว.
หลังจากคุยกับแม่เรื่องอย่าเอาผู้ชายเข้าบ้าน
ตอนนั้นดึกแล้วแต่เรายังไม่นอน เราเปิดประตูห้องนอนค้างไว้ แม่ต้องเดินผ่านห้องเราเข้าห้องตัวเอง
ตอนนั้นแม่อาบน้ำแล้ว แต่ยังไม่นอน เดินผ่านไปมาหน้าห้องบ่อยมาก ทำตัวมีพิรุธ
พอเราลงไปข้างล่าง กลับเจอผู้ชายคนนั้นแอบอยู่ตรงมุมมืดข้างบันได เราไม่ได้พูดอะไรเลย อึ้งมาก
พอผู้ชายคนนั้นเห็นเรา ก็ตะโกนบอกแม่ว่าเอาของมา(ไม่ทราบว่าอะไร เป็นถุงกระดาษ)
เช้ามาเราเห็นเก้าอี้พับนอนกับพัดลมวางข้างล่าง เดาเอาเองว่าเมื่อคืนเค้าคงค้างที่บ้าน
ประเด็นคือแม่เราบอกว่าเพื่อน แต่การกระทำไม่ใช่ ถ้าวันนั้นเราไม่ได้เปิดประตูค้างไว้ แม่คงแอบพาผู้ชายคนนั้นมานอนด้วยที่ห้อง
คนเข้าวัดบ่อยๆ ชอบทำบุญ ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่าเค้าเป็นคนดีหนิ กล้ามาทำลับๆล่อๆตอนกลางคืน เหมือนพวกแอบลักกิน
รู้อยู่ว่าเราไม่ชอบให้มาที่บ้าน ก็ยังมา คนปกติที่มีมารยาท เค้าไม่น่าจะกล้าทำแบบนี้
ผู้ชายคนนั้นเค้าก็อายุเยอะแล้ว เป็นพ่อของแม่ได้ เคยมีภรรยามาก่อน
เราไม่ได้ว่าอะไรที่เค้าคบกัน ถึงห้ามไปเค้าก็ไม่ฟังอยู่ดี แค่ขออย่าเอามาที่บ้าน เพราะเราอึดอัด แม่อาจชอบเค้า แต่เราไม่ได้ชอบด้วย
แม่รู้จักเค้า แต่เราไม่รู้จักเค้า แม่ไว้ใจเค้าแต่เราไม่
วันนี้เราโทรไปหายายที่ตจว. เล่าให้ยายฟัง บอกว่าเราคิดยังไง แต่ยายกลับย้อนมาว่าก็ไหนตอนนั้นเราบอกโอเคที่เค้าคบกันไง
เราโอเคเพราะแม่บอกเพื่อน และตอนนั้นเค้ายังไม่ล้ำเส้น ยายดูเหมือนเอนเอียงไปทางแม่อยู่แล้ว
จริงๆเราแอบคิดว่าถ้าบอกเรื่องที่แม่แอบพาผู้ชายมาตอนกลางคืน ยายคงเป็นห่วงเราบ้าง ประมาณว่าได้ไง ไม่ห่วงลูกเหรอ ไม่งาม อะไรทำนองนั้น
แต่ดูเหมือนเราจะคิดผิดไป จนเราได้รู้ว่าแม่คิดจะพาเค้ามาอยู่ที่บ้านด้วย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้รู้สึกไม่ยุติธรรมค่ะ ถ้าเราต้องย้ายออกจากบ้านเพราะแม่พาผู้ชายเข้าบ้าน เราคิดว่าเรายอมไม่ได้ค่ะ แค่เค้ามาไม่กี่ครั้งเรายังอึดอัด
ถ้าต้องอาศัยอยู่ร่วมกันอีก คงแย่มาก เพราะเราทำงานที่บ้าน อยู่ติดบ้านตลอด
เราอาจไม่ได้ดีแบบที่แม่หวังไว้ แต่เราก็ไม่เคยทำให้แม่ต้องลำบากใจหรือเดือดร้อน
ตั้งแต่อายุ 15 จนถึงตอนนี้ เงินก็ไม่ได้ขอเค้า ปัญหาติดเพื่อน ติดผู้ชายก็ไม่มี ทำงานหาเงินดูแลตัวเองมาตลอด
เราก็ไม่ได้นิสัยดีนัก อาจเคยทำผิดแต่ก็ไม่เคยล้ำเส้นหรือทำเรื่องให้เค้าต้องปวดหัวหนิ
เรารู้ว่าแม่กลัวว่าญาติฝ่ายพ่อจะว่าให้ ถ้าเราเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา
ที่เราขอแค่อย่าเอาผู้ชายเข้าบ้าน ไม่ได้ยากอะไรเลย นิพพานยังยากกว่าเยอะ
แม่เค้ามักพูดเสมอ ว่าจะไปนิพพาน แต่แค่เรื่องเสื้อผ้ายังสละไม่ได้ เคยเตือนแล้วว่าให้ระวัง อย่าใส่สั้นมาก
ใส่แต่ละชุด ก้มทีเห็นทั้งข้างหน้า ข้างหลัง ขี้เกียจพูดแล้ว อ้างเหตุผลอะไรฟังไม่ขึ้น บอกใส่ยาวไม่ได้อึดอัด ตู้เสื้อผ้า 2 ตู้ยังไม่พอ
แล้วจะเอาผู้ชายมาอยู่ด้วย แค่ตอนนี้มันหวานชื่น เค้าทำตัวถูกใจตัว เพิ่งมาสนิทรู้จักกันได้ไม่ถึงปี ด่วนใจเร็วเกินไปแล้ว
ตรรกะอะไรแต่ละอย่าง ฟังดูตลกเหลือเกิน บอกให้วางตัวดีๆ อย่าวางท่าดูถูกคนให้มากนัก
ตัวเองทานมังสวิรัติตลอดชีวิต ไม่ได้แปลว่าจะดูถูกคนที่ทานเนื้อสัตว์ได้
ไปวัดทำบุญ ก็โดนนินทากลับมาฟ้อง (ไม่แปลกใจเท่าไร) ทำบุญปฏิบัติธรรมไม่ช่วยอะไร คุณทำบุญ ดีค่ะ เรื่องน่าสนับสนุน
แต่จะดูถูกคนที่คุณคิดว่าเค้าไม่ทำได้เหรอค่ะ เค้าอาจสวดมนต์นั่งสมาธิเงียบๆที่บ้านก็ได้
ถ้าเกิดเรื่องหรือปัญหาอะไรขึ้นมา เราไม่มั่นใจนักหรอกว่าแม่จะปกป้องหรือช่วยเราแก้ปัญหา
เพราะที่ผ่านมาเค้าก็ปัดปัญหามาตลอด รู้ว่าเราเข้ากับแม่เลี้ยงไม่ได้ยังพาน้องไปให้พ่อเลี้ยงเพิ่ม เพื่อตัวเองจะได้เป็นอิสระ
เราโดนแม่เลี้ยงตี โทรไปหาเค้าแค่รับฟังเฉยๆเค้ายังไม่ทำ วางโทรศัพท์ทิ้งไว้ให้เราคุยคนเดียว
เราเป็นลูกแท้ๆของเค้า ในสายตาเค้าเราเคยทำเรื่องร้ายแรงขนาดไหนกันเหรอถึงได้มองเราในแง่ร้ายตลอด
ตอนเรายังเด็กไม่ได้อยู่กับเค้า เค้าก็หาว่าเรามีอะไรกับผู้ชายจากบทสนทนาทางโทรศัพท์ไม่กี่ประโยค(วัยปจด.เพิ่งจะมาครั้งแรก)
หรือเป็นเพราะเราอยู่กับแม่เลี้ยง เค้าจะกล่าวหายังไงก็ได้เพราะเค้าไม่ได้เลี้ยง เค้าไม่ได้เลี้ยงก็แล้วไปเถิด
ยังไปหัวเราะคุยสะใจกับน้าสาวหาว่าแม่เลี้ยงโง่ ต้องมาเลี้ยงลูกให้เค้า ลูกตัวก็ไม่ใช่ แก่มาเราก็ต้องไปเลี้ยงเค้าอยู่ดี
ถึงแม่เลี้ยงเราจะพูดเต็มปากว่าดีไม่ได้ แต่จะบอกว่าไม่ดีก็ไม่ได้เหมือนกัน ถึงเค้าจะใช้กำลังทุบตีเรายังไง อย่างน้อยเค้าก็ยังสอนอะไรเราหลายอย่าง
นึกถึงเค้าแล้วมีแต่ความรู้สึกแย่ๆ เหมือนเราไม่มีค่าสำหรับเค้าเลย แม้แต่จะใส่ใจเค้ายังไม่ทำ เป็นแค่ผลผลิตที่เค้าเอาไว้กะใช้ประโยชน์ยามแก่
โดนเค้าผลักไสไม่รู้กี่ครั้ง ก็ยังไม่รู้จักเข็ด เราฟังแม่มากกว่าแม่เลี้ยง รักแม่มากกว่าพ่อที่รับผิดชอบเรา
เป็นเราผิดไปที่ไปคาดหวังให้เค้าชดเชยเวลาให้เราจากที่ตอนเด็ก ดันทุรังไปอยู่กับเค้า
ทั้งที่เค้ารับผิดชอบใครไม่ได้นอกจากตัวเอง รักใครไม่ได้นอกจากตัวเอง
ข้อความยาวไปหน่อย
ท่านไหนมีคำแนะนำดีๆ รบกวนด้วยน่ะค่ะ
จะห้ามไม่ให้ผู้ชายของแม่เข้ามาบ้านยังไงคะ? (ขอคำแนะนำ+ระบายความรู้สึก)
ก่อนหน้านี้เราเคยย้ายไปอยู่ที่ทำงาน(ในเครือบริษัทเดิม) ประมาณ 3 เดือนได้ค่ะ
พอเราจะย้ายกลับบ้าน เราโทรไปหาขอให้แม่ช่วยขนของกลับ
แม่อิดออดแต่ก็ยอมมาช่วย แต่เราไม่รู้ว่าจะพาเพื่อนผู้ชายมาด้วย
นั่นเป็นครั้งแรกที่เราเจอกับเพื่อนผู้ชายของแม่ค่ะ เราไม่ได้ว่าอะไรค่ะ แค่ขอบคุณที่เค้ามาช่วย
หลังจากย้ายกลับมาแม่เล่าให้ฟังว่าคุณลุง(แม่เรียกเค้าว่าคุณลุง) เค้าเป็นคนดี ชอบเข้าวัดเหมือนกัน
มีอาชีพรับจัดทำสวน มาช่วยจัดสวนหน้าบ้าน จัดโต๊ะพระ
แม่เราอายุประมาณ 40 แล้ว ส่วนคุณลุงคนนั้นอายุรุ่นราวคราวตาเราได้ค่ะ อ่อนกว่าตาเราไม่กี่ปี จำอายุไม่ได้
แรกๆเราก็แซวแม่เราน่ะค่ะ ว่าเพื่อนแน่เหรอ เห็นคุยโทรศัพท์กันตลอด "คุณลุงน่ารักที่สุด คุณลุงน่ารักมาก" แม่เราคุยแบบนี่ค่ะ
ตอนนั้นเราไม่คิดเยอะ เพราะจริตแม่เราเป็นแบบนั้น แบบเด็กสาวแรกรุ่นที่หัวเราะได้กับทุกเรื่อง
(ทุกเรื่องจริงๆ มีคนหนีคดีค้ายาเสพติดแอบอยู่ในบ้านที่ตจว.ก็หัวเราะมองเป็นเรื่องขำได้เสมอ)
เรามารู้ทีหลังว่าแม่ชอบเอาเรื่องของเราไปเล่าให้ผู้ชายคนนั้นฟัง แม่เราชอบเอาเรื่องในบ้านไปบอกคนนอกบ้านเสมอค่ะ
เคยห้ามแล้วแต่คงห้ามไม่ได้ เลยเลี่ยงไม่คุยแทน
แม่เราเคยบอกว่าจะไม่มีแฟนใหม่ เพราะกลัวเค้าจะมาหลอก จริงๆเราไม่ห้ามค่ะ มีความสุขก็ทำไปเถอะ ไม่เดือดร้อนใครก็พอ
แต่ก็กังวลค่ะเพราะแม่เคยโดนหลอกมาแล้วหลายครั้ง เสียเงินแสนเพราะอยากรวย เงินไม่ได้คืน แถมไม่เอาเรื่องอีก
เราเคยซื้อเข็ดขัดหนังยี่ห้อหนึ่งของผู้ชายมา2เส้นค่ะ กะใส่เอง แต่เจาะเองไม่ได้ เลยเก็บเอาไว้ก่อน
วันหนึ่งเราเห็นกล่องเข็ดขัดที่เราซื้อไว้ ใส่ถุงวางไว้บนโต๊ะข้างล่าง เราสงสัยเหมือนเตรียมไปให้ใคร เลยถามแม่
แม่บอกขอซื้อต่อเส้นละร้อย(ซื้อมาเกินร้อย) บอกยังไงเราก็ไม่ใช้ จะเอาไปให้ผู้ชาย เค้าช่วยงานแม่ เราเลยยกให้ค่ะ
ญาติฝ่ายแม่รู้เรื่องเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้แล้วโทรมาว่าแม่ค่ะ แม่ก็เล่าให้ฟัง แล้วถามเรา
เราก็ไม่ได้ว่าอะไร บอกเพื่อนก็เพื่อน แม่โตแล้วคงคิดเองได้
พอเราบอกไม่คัดค้านอะไร แม่ก็ไปบอกญาติค่ะ(เราเพิ่งมารู้ทีหลัง) แล้วเรื่องก็เงียบลง
เรามีความรู้สึกว่าเวลามีเรื่องหรือปัญหาอะไรแม่เค้าชอบอ้างชื่อเรา แล้วเอาเราไปเอี่ยว เหมือนใช้เราเป็นโล่ หลายครั้งแล้วค่ะ
แม่เราเคยทะเลาะกับภรรยาของน้าชาย แล้วมาฟ้องเราค่ะ ตอนนั้นฟังจากแม่ฝ่ายเดียว ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ดี
เสร็จแล้วมาบ่นกับเราสารพัดพาลไปถึงหลาน บอกจะไม่ให้อะไรหลานอีกแล้ว
แม่เรานิสัยเหมือนเด็กค่ะ บางทีให้ของอะไรกับเราสักพักก็ท้วงคืน
หลังๆมาแม่ชอบพาคุณลุงคนนั้นมาทานข้าวที่บ้านบ่อยๆ เราก็เริ่มอึดอัดแต่ไม่ได้ว่าอะไร
ที่เราเริ่มไม่ชอบใจคือ แม่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวลงมาอาบน้ำข้างล่าง แล้วผู้ชายนั่งอยู่ข้างล่าง
บ้านที่เราอยู่มีห้องน้ำ2ห้องค่ะ ห้องน้ำข้างล่างแม่ใช้ ห้องน้ำข้างบนเราใช้ ซึ่งห้องน้ำข้างบนเครื่องทำน้ำอุ่นเสีย
ช่วงที่อากาศเย็นเราอยากลงไปอาบน้ำอุ่น ต้องดูก่อนมีแขกข้างล่างมั้ย ปกติบ้านเราไม่ได้รับแขกบ่อยๆหรอกค่ะ เพิ่งมาช่วงหลัง
มีอยู่ครั้งหนึ่งเรานั่งอยู่ข้างล่างด้วย แม่เราพาผู้ชายคนนั้นมาทานข้าวที่บ้าน แล้วพูดจาจีบกันต่อหน้าเรา
เราคิดว่าคงไม่ใช่แค่เพื่อนแล้วล่ะ ดูเค้าไม่อายเราที่นั่งตรงนั้นเลย ไม่สนใจเหมือนเราเป็นเฟอร์นิเจอร์
ดูเหมือนเราคิดเล็กคิดน้อยไป แต่รู้สึกไม่ชอบใจจริงๆค่ะ แม่ไม่เคยพูดกับเราด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเหมือนที่คุยกับเค้าเลย
เราคงไม่ดีพอให้เค้าพูดแบบนั้น เมื่อก่อนแม่ชอบบอกกับเราว่าดีใจที่มีเราอยู่ด้วย มีปัญหาอะไรเราก็ช่วยได้
แต่ตอนนี้เราคงไม่มีประโยชน์ อะไรๆก็คุณลุง คุณลุงดีที่สุด เรามันเด็กไม่ได้เรื่อง เอาไปอวดใครก็ไม่ได้
เราเคยพูดกับแม่แล้ว บอกขออย่าเอาผู้ชายมาที่บ้านได้มั้ย แต่เหมือนเค้าไม่เข้าใจประเด็นที่เราบอก
กลับอ้างยายตลอดว่ายายรู้แล้ว เดี๋ยวจะพาคุณลุงไปหายายที่ตจว.
หลังจากคุยกับแม่เรื่องอย่าเอาผู้ชายเข้าบ้าน
ตอนนั้นดึกแล้วแต่เรายังไม่นอน เราเปิดประตูห้องนอนค้างไว้ แม่ต้องเดินผ่านห้องเราเข้าห้องตัวเอง
ตอนนั้นแม่อาบน้ำแล้ว แต่ยังไม่นอน เดินผ่านไปมาหน้าห้องบ่อยมาก ทำตัวมีพิรุธ
พอเราลงไปข้างล่าง กลับเจอผู้ชายคนนั้นแอบอยู่ตรงมุมมืดข้างบันได เราไม่ได้พูดอะไรเลย อึ้งมาก
พอผู้ชายคนนั้นเห็นเรา ก็ตะโกนบอกแม่ว่าเอาของมา(ไม่ทราบว่าอะไร เป็นถุงกระดาษ)
เช้ามาเราเห็นเก้าอี้พับนอนกับพัดลมวางข้างล่าง เดาเอาเองว่าเมื่อคืนเค้าคงค้างที่บ้าน
ประเด็นคือแม่เราบอกว่าเพื่อน แต่การกระทำไม่ใช่ ถ้าวันนั้นเราไม่ได้เปิดประตูค้างไว้ แม่คงแอบพาผู้ชายคนนั้นมานอนด้วยที่ห้อง
คนเข้าวัดบ่อยๆ ชอบทำบุญ ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่าเค้าเป็นคนดีหนิ กล้ามาทำลับๆล่อๆตอนกลางคืน เหมือนพวกแอบลักกิน
รู้อยู่ว่าเราไม่ชอบให้มาที่บ้าน ก็ยังมา คนปกติที่มีมารยาท เค้าไม่น่าจะกล้าทำแบบนี้
ผู้ชายคนนั้นเค้าก็อายุเยอะแล้ว เป็นพ่อของแม่ได้ เคยมีภรรยามาก่อน
เราไม่ได้ว่าอะไรที่เค้าคบกัน ถึงห้ามไปเค้าก็ไม่ฟังอยู่ดี แค่ขออย่าเอามาที่บ้าน เพราะเราอึดอัด แม่อาจชอบเค้า แต่เราไม่ได้ชอบด้วย
แม่รู้จักเค้า แต่เราไม่รู้จักเค้า แม่ไว้ใจเค้าแต่เราไม่
วันนี้เราโทรไปหายายที่ตจว. เล่าให้ยายฟัง บอกว่าเราคิดยังไง แต่ยายกลับย้อนมาว่าก็ไหนตอนนั้นเราบอกโอเคที่เค้าคบกันไง
เราโอเคเพราะแม่บอกเพื่อน และตอนนั้นเค้ายังไม่ล้ำเส้น ยายดูเหมือนเอนเอียงไปทางแม่อยู่แล้ว
จริงๆเราแอบคิดว่าถ้าบอกเรื่องที่แม่แอบพาผู้ชายมาตอนกลางคืน ยายคงเป็นห่วงเราบ้าง ประมาณว่าได้ไง ไม่ห่วงลูกเหรอ ไม่งาม อะไรทำนองนั้น
แต่ดูเหมือนเราจะคิดผิดไป จนเราได้รู้ว่าแม่คิดจะพาเค้ามาอยู่ที่บ้านด้วย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ข้อความยาวไปหน่อย
ท่านไหนมีคำแนะนำดีๆ รบกวนด้วยน่ะค่ะ