สวัสดีครับ นี่เป็นครั้งแรกของผม ที่ได้ตะลุยเดี่ยว เที่ยวคนเดียว ซึ่งโดยปกติแล้วคนมักจะนิยมไปในประเทศที่ค่อนข้างฮิต
เดินทางสะดวก แต่อย่างในคราวนี้ ผมเลือกไปประเทศที่ค่อนข้างดู mad สำหรับการท่องเที่ยวหน่อยๆ อาจจะเพราะมันดันอยู่ติด
กับประเทศซีเรีย ที่ยังคงมีข่าวสงครามยืดเยื้อมาอย่างต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมา จุดประสงค์คือผมอยากลองเอาตัวรอด
คนเดียวในดินแดนที่ค่อนข้างดูเหมือนจะอันตราย อย่างไรก็ตามมันเป็นครั้งแรกที่ผมลุยเดี่ยว อย่างน้อยก็ขอระดับที่มันเบาๆก่อน
เพราะอย่างน้อยประเทศจอร์แดนก็ยังถือได้ว่าเป็นประเทศมุสลิมที่เปิดกว้างที่สุด รักสงบที่สุด (คือผมอ่านและดูสารคดีเยอะช่วงก่อนตัดสินใจไป)
จะว่าไปต้องขอบคุณรายการของคุณ กาญจนา หงษ์ทอง ด้วยแหละครับ ข้อมูล ข้อคิด ประสบการณ์ตรงที่ได้รับฟังมาจากของพี่สาวท่านนี้
(ในยูทูป) ทำให้อยากลองตัดสินใจไปดูสักครั้ง

โดยปกติครอบครัวผมมีธุรกิจหลักอยู่ที่แฟรงค์เฟิร์ต ส่วนผมก็อยู่ไทยเป็นหลักเพราะเป็นลูกชายคนโต คอยดูแลกิจการฝั่งไทย
ให้กับครอบครัวผมเลยได้เที่ยวแถบๆนั้น ทุกๆปี เพราะถึงช่วงคริสมาสต์ ปีใหม่ ผมก็จะบินไปอยู่กับครอบครัว
และเที่ยวช่วงนั้นตลอด การตะลุยเดี่ยว แบ๊คแพ๊คในยุโรปอาจไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร ไม่น่าสนใจในที่นี้
หมายความว่า ส่วนใหญ่ที่ได้เที่ยวในละแวกรอบๆเยอรมัน มักจะมีพี่สาว น้องชาย เพื่อนพี่สาว เพื่อนที่นั่นไปกันด้วยเสมอๆ
ก็คือไม่ได้ลุยเดี่ยว ไม่ค่อยได้ใช้สกิลสู้รบปรบมือกับคนแปลกหน้ามากเท่าไรนัก ผมค่อนข้างใช้ชีวิต
อย่างสุขสบายไม่ค่อยได้ ลำบากลำบนอะไร
(ผมยังอยากเที่ยว ในมุมที่ไปทำค่ายอาสาบ้าง ไปช่วยผู้อพยพบ้าง อารมณ์ประมาณว่าชีวิตสุขสบายมากแล้ว
อยากแบ่งปันไปถึงคนอื่นๆบ้าง ใครมีทริป มีโครงการแนะนำให้ไปตามชนบท ไปช่วย ไปทำนู้นนี่นั่น แนะนำผมทีนะครับ)
ก่อนอื่นเลย ผมก็หาเวลาว่างในช่วงที่ งานกิจการฝั่งไทยของครอบครัวช่วงนี้ไม่ค่อยมีอะไรเคลื่อนไหวมากนัก
ผมก็จองตั๋วเครื่องบินก่อนเป็นอันดับแรก คือผมก็อยากจะให้ประหยัดที่สุดแหละนะครับ เพราะว่าถ้าเงินเดือนที่มี
พอเที่ยวแล้ว ปลายเดือนไม่พอใช้ แล้วไปขอเบิกพ่อแม่ ก็อาจจะโดนบ่นอีก (ผมพึ่ง 20 ต้นๆ )
ผมจองตั๋วของสายการบินคูเวต แอร์เวย์ ผมแพลนว่าจะใช้เงินเที่ยวแค่ไม่เกิน 500 us dollar เท่านั้น (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน แต่รวมค่าที่พักแล้วนะครับ)
แล้วจากนั้นก็จองที่พัก ระยะเวลาที่ไปก็ไม่มาก แค่ 5วัน 4คืน(ไม่รวมเวลาบินและพักเครื่อง)
ผมบินตอน 4ทุ่มเกือบ 5ทุ่ม เช็คอินเรียบร้อยแล้วก็เดินมาที่เกต(ขอเล่าถึงข้อดีของสายการบินนี้ในแง่หนึ่งก่อน)
คือสายการบินนี้ให้โหลดกระเป๋าได้ตั้ง 2 ชิ้นเลย แล้วแต่ล่ะชิ้นก็น้ำหนัก 23กิโล ก็แปลว่าจะได้น้ำหนักรวม 46
ไม่รวมถือขึ้นเครื่อง ถ้าใครชอบซื้อของ shopping ผมว่าน่าจะชอบเลย ส่วนเรื่องกลิ่นที่หลายคนกังวล
ว่าสายการบินตะวันออกกลางจะเป็นยังไง ขอบอกว่าไม่มีกลิ่นเลย(ยกเว้นว่าคุณไปนั่งใกล้คนที่กลิ่นตัวแรงเท่านั้น)
ในส่วนของที่นั่ง(economy)ผมว่าก็ปกติ ถ้าเทียบกับสายการบินที่เคยๆบินมาทั้งหมด
ผมเคยบินการบินไทย/ลุฟทันซาร์/คาเธ่/แอร์โรวฟลอต/คูเวตแอร์เวย์
ในจำนวนนี้ ผมให้เรื่องความกว้างของเบาะ(economy)ของแอร์โรวฟลอต ชนะ อันดับ 1
(แต่ในส่วนของสนามบิน เชเรเมียเตียโวของรัสเซียนั้นถือว่าห่วยสุดเท่าที่เคยบินมา ผมยังเคยตกเครื่องและนอนในโรงแรมแคปซูล
ที่สนามบินนั่นตั้งคืนนึง เอาไว้ถ้ารีวิวผมมีคนให้ความสนใจผมจะมาเล่าเรื่องที่ผมบินไปติดแง๊ก ที่สนามบินรัสเซียต่อนะครับ)
รูทของผมก็คือ เมื่อถึงที่สนามบินจอร์แดนที่เมืองอัมมานแล้วจะนั่งรถต่อยาวลงไป
ถึงเมืองวาดิมูซา ที่ติดกับทางเข้าเพตราทันที เพราะว่าเป็นเป้าหมายหลักที่ผมจะไป ด้วยความที่ผมไปถึงวันอังคาร
แต่งานPetra by nightจัดทุกวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ ผมเลยอยู่เพตรา 2คืนเพราะต้องการไปงานนั่นด้วยไหนๆก็มาแล้ว
จากนั้น วันพฤหัส ผมก็ตีรถกลับขึ้นมาเที่ยวที่เมืองหลวงของจอร์แดน หรือเมืองอัมมาน ค้างที่อัมมานคืนหนึ่ง จากนั้นวันศุกร์
ก็เดินทางกลับ(ที่planแบบนี้ เพราะว่าวันศุกร์เป็นวันละหมาดใหญ่ เท่าที่เคยอ่านมารถจะติดมาก ผมเลยกลับมาเที่ยว
แถวๆที่มันใกล้ๆสนามบินดีกว่าเวลากลับจะได้ไม่มีปัญหาอะไร)
พอผมเช็คอินเสร็จ ก็เดินเข้ามาด้านในเกตเรื่อยๆ จริงๆช่วงก่อนไปก็เข้ามาสิงในพันทิป บลูแพลนเน็ตบ่อยๆเพราะว่า
จะหาข้อมูลหรือเป็นไปได้ก็หาเพื่อนไปด้วย(เพราะไม่มีเพื่อน) ก็เห็นว่ามีการเขียนรีวิวอ้างอิง kingpowerเพื่อชิงรางวัล
แต่เอาเข้าจริง ผมก็ไม่รู้จะซื้ออะไรจากที่นั่นอยู่ดี นอกจากซื้อน้ำเปล่า น้ำผลไม้ตุนไว้กินบนเครื่อง อยู่สองสามขวด
(ขี้เกียจขอจากพี่แอร์บ่อยๆ)เพราะผมต้องกินน้ำเยอะ เนื่องจากเดี๋ยวเป็นร้อนในง่าย คงต้องข้ามkingpowerไป
ระหว่างนั่งรอในเกต ก็หาอะไรอ่านไปเรื่อยๆในโลกโซเชียล จนเมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่ก็เรียกให้ต่อแถวตรวจสิ่งของอีกรอบก่อนไปรอตรงที่จะขึ้นเครื่องอีกที
ระหว่างที่เข้าแถวอยู่ เท่าที่เห็นก็มีแต่คนมุสลิมเท่านั้นที่แต่งตัวให้รู้ว่าเป็นมุสลิมมาต่อแถวเข้าคิว ผมก็พอเดาออกว่าเขา
คงจะต่อเครื่องหรืออื่นๆไปพิธีฮัจ ที่ซาอุดิ แต่มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง ดูอายุไม่มาก 30ต้นๆ มาต่อหลังผม
เจ้าหน้าที่ก็จะขอดูตั๋วผม พอเห็นว่าผมจะไปต่อจอร์แดน เจ้าหน้าที่ก็พูดว่า อ๋อต่อไปจอร์แดน ถัดมาเจ้าหน้าที่ก็พูดขึ้นมาอีกว่า
อ๋อ ต่อไปแฟรงค์เฟิร์ต ผมเลยหันควับไปดู เพราะเห็นว่าไปแฟรงค์เฟิร์ต เลยได้ทักทายกันเล็กน้อย แล้วก็รู้ว่าพี่สาวคนนั้น
ก็รู้จักธุรกิจครอบครัวผมและก็เคยเป็นลูกค้าบ่อยๆ โลกกลมแหะผมนึก จากนั้นพี่สาวก็เลยบอกว่า เดี๋ยวถึงที่สนามบินคูเวตแล้ว
ไปหาร้านกาแฟนั่งด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน(เวลาต่อเครื่องของเราสองคนห่างกันแค่ 5 นาทีเองด้วย) ก็เลยได้คุยกับพี่สาวหลายเรื่อง
เราไปนั่งร้านกาแฟ แล้วก็คุยกันเรื่องท่องเที่ยว ต่างโชว์รูปที่เราไปเที่ยวในละแวกยุโรปใส่กันและเราก็ดันเห็นตรงกันว่า
สถานที่เที่ยวในยุโรปที่เราค่อนข้างประทับใจมากๆคือ Hallstatt ของ Austria จากนั้นก็แอดเฟสบุ๊คไลน์กันเรียบร้อย
ถือว่าผมได้พี่สาวเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ได้เพื่อนคนแรกของการเดินทางแล้วแหะเรา ผมก็ไม่ได้มนุษยสัมพันธ์แย่อย่างที่เข้าใจ
จากนั้นเราก็แยกกันตอนต่อเครื่อง และผมก็ต่อคูเวตแอร์เวย์ อีกรอบมาถึงที่ จอร์แดน ซึ่งรอบนี้เป็นเครื่องเล็ก
ผมพยายามมองหาคนไทยแต่ก็ไม่เจอคนไทยที่เป็นนักท่องเที่ยวเลย พอถึงสนามบิน อัมมาน ควีน อัลเลีย ของจอร์แดน

ผมก็เดินไปแลกเงิน(ผมแลกดอลล่าร์เอาไว้ และเอาไปแลกเป็น จอร์แดนดิน่าJOD)
เพื่อจ่ายค่าเข้าประเทศ หรือที่เราเรียกกันว่าVisa on arrivalในราคา 40JOD (1 JODเท่ากับ 49บาทไทยในช่วงนี้)
จ่ายเสร็จก็รับกระเป๋า แล้วก็เดินออกมา ผมก็ทำตามแพลน คือตีรถยาวไปเพตราก่อนเลย 3 ชั่วโมง
ด้วยความที่ ช่วงที่ผมไปนักท่องเที่ยวน้อย รถบัสกว่าจะออกจะนานมาก อีกอย่างส่วนใหญ่คนทีมาถึง
ก็จะเที่ยวกันในเมืองหลวงอัมมานก่อน ผมเลยตัดสินใจนั่งแท๊กซี่ยาวไปเลย ราคาค่าแท๊กซี่ไม่ธรรมดาเลยครับ
(เอาจริงๆพอเจอค่าเดินทางในประเทศนี้แล้ว ทำให้ผมตัดสินว่า ถ้าจะเที่ยวคนเดียว แบ๊คแพ๊คคนเดียว จะไม่เดินทาง
ในประเทศที่ไม่มีรถไฟเพราะเราต่อรองราคายากมากโอกาสเจอมิจฉาชีพง่ายมาก และผมก็เจอจริงๆที่นั่น แต่ยังไม่ถึงวัน
แห่งความวิปโยค วันที่น่าระทึกสำหรับผม) อากาศที่นั่นราวๆ 20-23 องศาครับ
ผมไม่ได้ซื้อซิมเน็ตหรืออะไรเลย อาจเพราะว่าตอนที่ออกมาแถวๆหน้าสนามบิน เพื่อดูเรื่องการเดินทาง
พยายามหาถามหลายๆคน(พวกคนขับแถวนั้น) ก็ไม่ได้ความ ไม่รู้ว่าฟังผมไม่รู้เรื่องหรือผมพูดไม่รู้เรื่องกันแน่
หรือที่นั่นเขาไม่เรียกว่าซิมอินเตอร์เน็ต อะไรเทือกนั้น ก็เลยช่างมัน ใช้ไวไฟตามที่พัก ตามร้านกาแฟเอาก็ได้
มาไม่กี่วันเอง
ผมนั่งแท๊กซี่มาก็ได้เห็นอะไรหลายๆอย่างตามทางแต่ตามทาง(ถนนหลัก)มีทหารประจำอยู่ตามจุด เพื่อตรวจตรารถ
ที่ขับไปมาหลายจุด(ผมไม่ได้ถ่ายมา ก็แอ๊คติ้งให้ดูniceไม่มีพิษไม่มีภัยให้ทหารดูอยู่ครับ)แต่ถ่ายรอบๆมานิดหน่อยระหว่างทาง


จนมาถึงที่พักที่เมืองวาดิมูซา ที่อยู่ติดกับทางเข้าเพตราเลย ก็เช็คอินที่พักสองคืน ในราคา 30JODก็ถือว่าไม่แพงมาก
ตกคืนละราวๆ 750บาท ได้ห้องเดี่ยวด้วย(ที่พักในประเทศจอร์แดนส่วนใหญ่ค่อนข้างถูกนะครับ จ่ายราคา3000-4000เศษๆ
คุณก็สามารถนอนโรงแรม 4-5ดาวได้

นี่โรงแรมผมครับ ดูไม่ค่อยมีอะไร แต่ห้องใช้ได้เลยครับ

ด้วยความที่ผมนั่งรถยาวจากสนามบินมาที่พัก ที่วาดิมูซา กว่าจะเช็คอิน จัดของให้เรียบร้อย ก็ใช้เวลาปาไปเกือบบ่ายสาม
รวมถึงกินอาหารกลางวันที่พกมาในห้องก่อนด้วย (ผมพกอาหารมาเองนะครับ ก็คือปลากระป๋องรูปแบบต่างๆ 10 กระป๋อง
บะหมี่กึ่ง อีก 6 คัพ แต่ในห้องไม่มีที่ต้มน้ำ เลยกินปลากระป๋องอย่างเดียว ใครจะว่าผมมาถึงที่ทำไมไม่กินอาหารที่นั่น
จะได้คุ้มกับที่มา ผมก็ยอมรับว่า ไม่กล้าจริงๆ เพราะผมเคยกินอาหารตุรกีครั้งหนึ่งที่Heidelberg ทำเอาผมอาหารเป็นพิษ
ไปเป็นวัน เลยไม่กล้าที่จะกินอาหารแปลกๆที่ไม่คุ้นอีกแล้ว ท้องไส้ไม่ค่อยดีน่ะครับ ) ผมเลยขอนอนพักดีกว่า เดินทางเหนื่อย
พอตื่นมาหัวค่ำ ผมค่อยไปเดินดูอะไรๆในเมืองดีกว่า ก็เลยหาอะไรกล่อมให้หลับไปสักสองสามชั่วโมง ด้วยพวกหนังสือที่ติดไป

ส่วนตัวผมค่อนข้างอินกับเรื่องราวอาณาจักรเก่าๆ หรือแม้แต่ภาพยนตร์ หรือซีรีย์ไหน ที่มีอารมณ์เป็นอาณาจักรเก่าๆ
ผมจะยิ่งชอบ ยิ่งอินจะว่าไปอีกจุดประสงค์ที่มาเที่ยวก็คือ อารมณ์ตามรอย Game of Thrones เพราะเพตรามันก็อารมณ์
ประมาณ อาณาจักรทาส แถวๆ ที่แม่มังกรกำลังระดมพล อยู่เหมือนกัน อ่านเล่มแรกจบก็ต่อด้วยเชอร์ล๊อค
แล้วก็เผลอหลับไปตอนอ่านเชอร์ล๊อคกลางๆเล่มนั่นล่ะ สักพักตื่นมาก็หัวค่ำ ผมเลยเดินลงไปเดินดูรอบๆ
แถวๆที่พัก ก็ไปเจอกับซากปรักหักพังของความเป็นโรมันอยู่ในที่นั่นด้วย


นี่ก็ทิวทัศน์ของวาดิมูซา ในตอนกลางคืน

ผมเดินๆไปเรื่อยๆ ก็พบว่ามันมีสัตว์อย่างหนึ่ง ที่วิ่งไปมาเยอะมากตามทาง ก็คือแมว ถ้าใครชอบแมว
น่าจะชอบไม่มีสุนัขเลย มีแต่แมววิ่งไปมาดูแปลกตาดี จากนั้นก็เดินผ่านตามคาเฟ่ต่างๆ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นร้านเหล้าหรือไม่นะ
แต่คนในแต่ล่ะร้านเยอะอยู่พอสมควร และที่นี่ก็เป็นสวรรค์ ของคนที่ชอบดูดบารากุเพราะว่ามีทุกร้าน มีเยอะอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นฟุ้ง
ไปทั่วทั้งย่านเลย มีคนเรียกให้ผมเข้าไปในคาเฟ่ แต่ก็ไม่กล้าเท่าไร(คนก็ทักว่าเป็นโคเรียบ้าง เจแปนบ้าง ไชนีสบ้าง
เพราะไม่ค่อยมีคนไทยเที่ยวหรอกครับ แต่เขารู้จักประเทศไทยกันนะครับ เพราะเวลาใครถามผม พอผมบอกว่าผมมาจากไทยแลนด์
เขาก็จะพากันบอกว่าสวยและพูดถึงภูเก็ตกับพัทยาก็เยอะพอสมควร ที่นี่มีทัวร์จีนกับเกาหลีเยอะมาก) เดินไปเรื่อยๆก็เจอกับร้านขนมร้านหนึ่ง
มันแปลกดี เลยขอเข้าไปถ่ายรูป ผมว่ามันคล้ายๆขนมไทยมากเหมือนกันนะครับ
[img]
https://f.ptcdn.info/812/049/000/ompz2





ยังมีต่อครับ
[CR] [Review] ลุยเดี่ยวผจญภัย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ นครเพตรา-จอร์แดน
เดินทางสะดวก แต่อย่างในคราวนี้ ผมเลือกไปประเทศที่ค่อนข้างดู mad สำหรับการท่องเที่ยวหน่อยๆ อาจจะเพราะมันดันอยู่ติด
กับประเทศซีเรีย ที่ยังคงมีข่าวสงครามยืดเยื้อมาอย่างต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมา จุดประสงค์คือผมอยากลองเอาตัวรอด
คนเดียวในดินแดนที่ค่อนข้างดูเหมือนจะอันตราย อย่างไรก็ตามมันเป็นครั้งแรกที่ผมลุยเดี่ยว อย่างน้อยก็ขอระดับที่มันเบาๆก่อน
เพราะอย่างน้อยประเทศจอร์แดนก็ยังถือได้ว่าเป็นประเทศมุสลิมที่เปิดกว้างที่สุด รักสงบที่สุด (คือผมอ่านและดูสารคดีเยอะช่วงก่อนตัดสินใจไป)
จะว่าไปต้องขอบคุณรายการของคุณ กาญจนา หงษ์ทอง ด้วยแหละครับ ข้อมูล ข้อคิด ประสบการณ์ตรงที่ได้รับฟังมาจากของพี่สาวท่านนี้
(ในยูทูป) ทำให้อยากลองตัดสินใจไปดูสักครั้ง
โดยปกติครอบครัวผมมีธุรกิจหลักอยู่ที่แฟรงค์เฟิร์ต ส่วนผมก็อยู่ไทยเป็นหลักเพราะเป็นลูกชายคนโต คอยดูแลกิจการฝั่งไทย
ให้กับครอบครัวผมเลยได้เที่ยวแถบๆนั้น ทุกๆปี เพราะถึงช่วงคริสมาสต์ ปีใหม่ ผมก็จะบินไปอยู่กับครอบครัว
และเที่ยวช่วงนั้นตลอด การตะลุยเดี่ยว แบ๊คแพ๊คในยุโรปอาจไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร ไม่น่าสนใจในที่นี้
หมายความว่า ส่วนใหญ่ที่ได้เที่ยวในละแวกรอบๆเยอรมัน มักจะมีพี่สาว น้องชาย เพื่อนพี่สาว เพื่อนที่นั่นไปกันด้วยเสมอๆ
ก็คือไม่ได้ลุยเดี่ยว ไม่ค่อยได้ใช้สกิลสู้รบปรบมือกับคนแปลกหน้ามากเท่าไรนัก ผมค่อนข้างใช้ชีวิต
อย่างสุขสบายไม่ค่อยได้ ลำบากลำบนอะไร
(ผมยังอยากเที่ยว ในมุมที่ไปทำค่ายอาสาบ้าง ไปช่วยผู้อพยพบ้าง อารมณ์ประมาณว่าชีวิตสุขสบายมากแล้ว
อยากแบ่งปันไปถึงคนอื่นๆบ้าง ใครมีทริป มีโครงการแนะนำให้ไปตามชนบท ไปช่วย ไปทำนู้นนี่นั่น แนะนำผมทีนะครับ)
ก่อนอื่นเลย ผมก็หาเวลาว่างในช่วงที่ งานกิจการฝั่งไทยของครอบครัวช่วงนี้ไม่ค่อยมีอะไรเคลื่อนไหวมากนัก
ผมก็จองตั๋วเครื่องบินก่อนเป็นอันดับแรก คือผมก็อยากจะให้ประหยัดที่สุดแหละนะครับ เพราะว่าถ้าเงินเดือนที่มี
พอเที่ยวแล้ว ปลายเดือนไม่พอใช้ แล้วไปขอเบิกพ่อแม่ ก็อาจจะโดนบ่นอีก (ผมพึ่ง 20 ต้นๆ )
ผมจองตั๋วของสายการบินคูเวต แอร์เวย์ ผมแพลนว่าจะใช้เงินเที่ยวแค่ไม่เกิน 500 us dollar เท่านั้น (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน แต่รวมค่าที่พักแล้วนะครับ)
แล้วจากนั้นก็จองที่พัก ระยะเวลาที่ไปก็ไม่มาก แค่ 5วัน 4คืน(ไม่รวมเวลาบินและพักเครื่อง)
ผมบินตอน 4ทุ่มเกือบ 5ทุ่ม เช็คอินเรียบร้อยแล้วก็เดินมาที่เกต(ขอเล่าถึงข้อดีของสายการบินนี้ในแง่หนึ่งก่อน)
คือสายการบินนี้ให้โหลดกระเป๋าได้ตั้ง 2 ชิ้นเลย แล้วแต่ล่ะชิ้นก็น้ำหนัก 23กิโล ก็แปลว่าจะได้น้ำหนักรวม 46
ไม่รวมถือขึ้นเครื่อง ถ้าใครชอบซื้อของ shopping ผมว่าน่าจะชอบเลย ส่วนเรื่องกลิ่นที่หลายคนกังวล
ว่าสายการบินตะวันออกกลางจะเป็นยังไง ขอบอกว่าไม่มีกลิ่นเลย(ยกเว้นว่าคุณไปนั่งใกล้คนที่กลิ่นตัวแรงเท่านั้น)
ในส่วนของที่นั่ง(economy)ผมว่าก็ปกติ ถ้าเทียบกับสายการบินที่เคยๆบินมาทั้งหมด
ผมเคยบินการบินไทย/ลุฟทันซาร์/คาเธ่/แอร์โรวฟลอต/คูเวตแอร์เวย์
ในจำนวนนี้ ผมให้เรื่องความกว้างของเบาะ(economy)ของแอร์โรวฟลอต ชนะ อันดับ 1
(แต่ในส่วนของสนามบิน เชเรเมียเตียโวของรัสเซียนั้นถือว่าห่วยสุดเท่าที่เคยบินมา ผมยังเคยตกเครื่องและนอนในโรงแรมแคปซูล
ที่สนามบินนั่นตั้งคืนนึง เอาไว้ถ้ารีวิวผมมีคนให้ความสนใจผมจะมาเล่าเรื่องที่ผมบินไปติดแง๊ก ที่สนามบินรัสเซียต่อนะครับ)
รูทของผมก็คือ เมื่อถึงที่สนามบินจอร์แดนที่เมืองอัมมานแล้วจะนั่งรถต่อยาวลงไป
ถึงเมืองวาดิมูซา ที่ติดกับทางเข้าเพตราทันที เพราะว่าเป็นเป้าหมายหลักที่ผมจะไป ด้วยความที่ผมไปถึงวันอังคาร
แต่งานPetra by nightจัดทุกวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ ผมเลยอยู่เพตรา 2คืนเพราะต้องการไปงานนั่นด้วยไหนๆก็มาแล้ว
จากนั้น วันพฤหัส ผมก็ตีรถกลับขึ้นมาเที่ยวที่เมืองหลวงของจอร์แดน หรือเมืองอัมมาน ค้างที่อัมมานคืนหนึ่ง จากนั้นวันศุกร์
ก็เดินทางกลับ(ที่planแบบนี้ เพราะว่าวันศุกร์เป็นวันละหมาดใหญ่ เท่าที่เคยอ่านมารถจะติดมาก ผมเลยกลับมาเที่ยว
แถวๆที่มันใกล้ๆสนามบินดีกว่าเวลากลับจะได้ไม่มีปัญหาอะไร)
พอผมเช็คอินเสร็จ ก็เดินเข้ามาด้านในเกตเรื่อยๆ จริงๆช่วงก่อนไปก็เข้ามาสิงในพันทิป บลูแพลนเน็ตบ่อยๆเพราะว่า
จะหาข้อมูลหรือเป็นไปได้ก็หาเพื่อนไปด้วย(เพราะไม่มีเพื่อน) ก็เห็นว่ามีการเขียนรีวิวอ้างอิง kingpowerเพื่อชิงรางวัล
แต่เอาเข้าจริง ผมก็ไม่รู้จะซื้ออะไรจากที่นั่นอยู่ดี นอกจากซื้อน้ำเปล่า น้ำผลไม้ตุนไว้กินบนเครื่อง อยู่สองสามขวด
(ขี้เกียจขอจากพี่แอร์บ่อยๆ)เพราะผมต้องกินน้ำเยอะ เนื่องจากเดี๋ยวเป็นร้อนในง่าย คงต้องข้ามkingpowerไป
ระหว่างนั่งรอในเกต ก็หาอะไรอ่านไปเรื่อยๆในโลกโซเชียล จนเมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่ก็เรียกให้ต่อแถวตรวจสิ่งของอีกรอบก่อนไปรอตรงที่จะขึ้นเครื่องอีกที
ระหว่างที่เข้าแถวอยู่ เท่าที่เห็นก็มีแต่คนมุสลิมเท่านั้นที่แต่งตัวให้รู้ว่าเป็นมุสลิมมาต่อแถวเข้าคิว ผมก็พอเดาออกว่าเขา
คงจะต่อเครื่องหรืออื่นๆไปพิธีฮัจ ที่ซาอุดิ แต่มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง ดูอายุไม่มาก 30ต้นๆ มาต่อหลังผม
เจ้าหน้าที่ก็จะขอดูตั๋วผม พอเห็นว่าผมจะไปต่อจอร์แดน เจ้าหน้าที่ก็พูดว่า อ๋อต่อไปจอร์แดน ถัดมาเจ้าหน้าที่ก็พูดขึ้นมาอีกว่า
อ๋อ ต่อไปแฟรงค์เฟิร์ต ผมเลยหันควับไปดู เพราะเห็นว่าไปแฟรงค์เฟิร์ต เลยได้ทักทายกันเล็กน้อย แล้วก็รู้ว่าพี่สาวคนนั้น
ก็รู้จักธุรกิจครอบครัวผมและก็เคยเป็นลูกค้าบ่อยๆ โลกกลมแหะผมนึก จากนั้นพี่สาวก็เลยบอกว่า เดี๋ยวถึงที่สนามบินคูเวตแล้ว
ไปหาร้านกาแฟนั่งด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน(เวลาต่อเครื่องของเราสองคนห่างกันแค่ 5 นาทีเองด้วย) ก็เลยได้คุยกับพี่สาวหลายเรื่อง
เราไปนั่งร้านกาแฟ แล้วก็คุยกันเรื่องท่องเที่ยว ต่างโชว์รูปที่เราไปเที่ยวในละแวกยุโรปใส่กันและเราก็ดันเห็นตรงกันว่า
สถานที่เที่ยวในยุโรปที่เราค่อนข้างประทับใจมากๆคือ Hallstatt ของ Austria จากนั้นก็แอดเฟสบุ๊คไลน์กันเรียบร้อย
ถือว่าผมได้พี่สาวเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ได้เพื่อนคนแรกของการเดินทางแล้วแหะเรา ผมก็ไม่ได้มนุษยสัมพันธ์แย่อย่างที่เข้าใจ
จากนั้นเราก็แยกกันตอนต่อเครื่อง และผมก็ต่อคูเวตแอร์เวย์ อีกรอบมาถึงที่ จอร์แดน ซึ่งรอบนี้เป็นเครื่องเล็ก
ผมพยายามมองหาคนไทยแต่ก็ไม่เจอคนไทยที่เป็นนักท่องเที่ยวเลย พอถึงสนามบิน อัมมาน ควีน อัลเลีย ของจอร์แดน
ผมก็เดินไปแลกเงิน(ผมแลกดอลล่าร์เอาไว้ และเอาไปแลกเป็น จอร์แดนดิน่าJOD)
เพื่อจ่ายค่าเข้าประเทศ หรือที่เราเรียกกันว่าVisa on arrivalในราคา 40JOD (1 JODเท่ากับ 49บาทไทยในช่วงนี้)
จ่ายเสร็จก็รับกระเป๋า แล้วก็เดินออกมา ผมก็ทำตามแพลน คือตีรถยาวไปเพตราก่อนเลย 3 ชั่วโมง
ด้วยความที่ ช่วงที่ผมไปนักท่องเที่ยวน้อย รถบัสกว่าจะออกจะนานมาก อีกอย่างส่วนใหญ่คนทีมาถึง
ก็จะเที่ยวกันในเมืองหลวงอัมมานก่อน ผมเลยตัดสินใจนั่งแท๊กซี่ยาวไปเลย ราคาค่าแท๊กซี่ไม่ธรรมดาเลยครับ
(เอาจริงๆพอเจอค่าเดินทางในประเทศนี้แล้ว ทำให้ผมตัดสินว่า ถ้าจะเที่ยวคนเดียว แบ๊คแพ๊คคนเดียว จะไม่เดินทาง
ในประเทศที่ไม่มีรถไฟเพราะเราต่อรองราคายากมากโอกาสเจอมิจฉาชีพง่ายมาก และผมก็เจอจริงๆที่นั่น แต่ยังไม่ถึงวัน
แห่งความวิปโยค วันที่น่าระทึกสำหรับผม) อากาศที่นั่นราวๆ 20-23 องศาครับ
ผมไม่ได้ซื้อซิมเน็ตหรืออะไรเลย อาจเพราะว่าตอนที่ออกมาแถวๆหน้าสนามบิน เพื่อดูเรื่องการเดินทาง
พยายามหาถามหลายๆคน(พวกคนขับแถวนั้น) ก็ไม่ได้ความ ไม่รู้ว่าฟังผมไม่รู้เรื่องหรือผมพูดไม่รู้เรื่องกันแน่
หรือที่นั่นเขาไม่เรียกว่าซิมอินเตอร์เน็ต อะไรเทือกนั้น ก็เลยช่างมัน ใช้ไวไฟตามที่พัก ตามร้านกาแฟเอาก็ได้
มาไม่กี่วันเอง
ผมนั่งแท๊กซี่มาก็ได้เห็นอะไรหลายๆอย่างตามทางแต่ตามทาง(ถนนหลัก)มีทหารประจำอยู่ตามจุด เพื่อตรวจตรารถ
ที่ขับไปมาหลายจุด(ผมไม่ได้ถ่ายมา ก็แอ๊คติ้งให้ดูniceไม่มีพิษไม่มีภัยให้ทหารดูอยู่ครับ)แต่ถ่ายรอบๆมานิดหน่อยระหว่างทาง
จนมาถึงที่พักที่เมืองวาดิมูซา ที่อยู่ติดกับทางเข้าเพตราเลย ก็เช็คอินที่พักสองคืน ในราคา 30JODก็ถือว่าไม่แพงมาก
ตกคืนละราวๆ 750บาท ได้ห้องเดี่ยวด้วย(ที่พักในประเทศจอร์แดนส่วนใหญ่ค่อนข้างถูกนะครับ จ่ายราคา3000-4000เศษๆ
คุณก็สามารถนอนโรงแรม 4-5ดาวได้
ด้วยความที่ผมนั่งรถยาวจากสนามบินมาที่พัก ที่วาดิมูซา กว่าจะเช็คอิน จัดของให้เรียบร้อย ก็ใช้เวลาปาไปเกือบบ่ายสาม
รวมถึงกินอาหารกลางวันที่พกมาในห้องก่อนด้วย (ผมพกอาหารมาเองนะครับ ก็คือปลากระป๋องรูปแบบต่างๆ 10 กระป๋อง
บะหมี่กึ่ง อีก 6 คัพ แต่ในห้องไม่มีที่ต้มน้ำ เลยกินปลากระป๋องอย่างเดียว ใครจะว่าผมมาถึงที่ทำไมไม่กินอาหารที่นั่น
จะได้คุ้มกับที่มา ผมก็ยอมรับว่า ไม่กล้าจริงๆ เพราะผมเคยกินอาหารตุรกีครั้งหนึ่งที่Heidelberg ทำเอาผมอาหารเป็นพิษ
ไปเป็นวัน เลยไม่กล้าที่จะกินอาหารแปลกๆที่ไม่คุ้นอีกแล้ว ท้องไส้ไม่ค่อยดีน่ะครับ ) ผมเลยขอนอนพักดีกว่า เดินทางเหนื่อย
พอตื่นมาหัวค่ำ ผมค่อยไปเดินดูอะไรๆในเมืองดีกว่า ก็เลยหาอะไรกล่อมให้หลับไปสักสองสามชั่วโมง ด้วยพวกหนังสือที่ติดไป
ผมจะยิ่งชอบ ยิ่งอินจะว่าไปอีกจุดประสงค์ที่มาเที่ยวก็คือ อารมณ์ตามรอย Game of Thrones เพราะเพตรามันก็อารมณ์
ประมาณ อาณาจักรทาส แถวๆ ที่แม่มังกรกำลังระดมพล อยู่เหมือนกัน อ่านเล่มแรกจบก็ต่อด้วยเชอร์ล๊อค
แล้วก็เผลอหลับไปตอนอ่านเชอร์ล๊อคกลางๆเล่มนั่นล่ะ สักพักตื่นมาก็หัวค่ำ ผมเลยเดินลงไปเดินดูรอบๆ
แถวๆที่พัก ก็ไปเจอกับซากปรักหักพังของความเป็นโรมันอยู่ในที่นั่นด้วย
น่าจะชอบไม่มีสุนัขเลย มีแต่แมววิ่งไปมาดูแปลกตาดี จากนั้นก็เดินผ่านตามคาเฟ่ต่างๆ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นร้านเหล้าหรือไม่นะ
แต่คนในแต่ล่ะร้านเยอะอยู่พอสมควร และที่นี่ก็เป็นสวรรค์ ของคนที่ชอบดูดบารากุเพราะว่ามีทุกร้าน มีเยอะอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นฟุ้ง
ไปทั่วทั้งย่านเลย มีคนเรียกให้ผมเข้าไปในคาเฟ่ แต่ก็ไม่กล้าเท่าไร(คนก็ทักว่าเป็นโคเรียบ้าง เจแปนบ้าง ไชนีสบ้าง
เพราะไม่ค่อยมีคนไทยเที่ยวหรอกครับ แต่เขารู้จักประเทศไทยกันนะครับ เพราะเวลาใครถามผม พอผมบอกว่าผมมาจากไทยแลนด์
เขาก็จะพากันบอกว่าสวยและพูดถึงภูเก็ตกับพัทยาก็เยอะพอสมควร ที่นี่มีทัวร์จีนกับเกาหลีเยอะมาก) เดินไปเรื่อยๆก็เจอกับร้านขนมร้านหนึ่ง
มันแปลกดี เลยขอเข้าไปถ่ายรูป ผมว่ามันคล้ายๆขนมไทยมากเหมือนกันนะครับ
[img]https://f.ptcdn.info/812/049/000/ompz2
ยังมีต่อครับ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น