สวัสดีค่ะ คือมีเรื่องจะปรึกษาทุกคนหน่อยค่ะ
มันเป็นความรู้สึกที่อยู่ในใจเรามาตลอด ไม่เคยปรึกษาคนใกล้ตัวเลยค่ะ แม้แต่แฟน
คือเรามีลูกสาว ตอนนี้อายุสามขวบ เราเลี้ยงลูกมาเองโดยตลอด จนเมื่อปีที่แล้ว เราย้ายมาอยู่บ้านแฟน และทุกคนก็ลงความเห็นว่าเราควรไปทำงาน เพราะลูกจะเข้าโรงเรียนแล้ว จะได้เก็บเงินให้ลูกเรียน เราก็มาทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก (เลี้ยงแบบตัวต่อตัวที่บ้านไม่ใช่เนอสเซอรี่) ตั้งแต่เราเริ่มไปทำงาน พ่อแม่แฟนก็ดูแลลูกเราได้ดีมาโดยตลอด ลูกเราเป็นหลานคนแรก ทุกคนในบ้านจะรักมาก
แต่พอเมื่อต้นเดือนที่แล้ว (กพ.) น้องสาวของแฟนเราท้อง และน้องสาวของแฟนเราเป็นเสาหลักของบ้าน เพราะน้องสาวแฟนและน้องเขยเงินเดือนเยอะ ทุกคนพากันประคบประหงมน้องสาวแฟน แม้แต่เราก็สรรหาสิ่งที่อยากกินมาให้ ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาอะไร ปัญหามันอยู่ที่ว่า ตั้งแต่น้องสาวแฟนเราท้อง พ่อแม่แฟนก็ไม่สามารถดูแลลูกเราได้ เค้าบอกว่าลูกเราดื้อ เลี้ยงไม่ไหว มีบางวันที่ลูกเราไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้กินข้าวทั้งวัน เพราะเค้าบอกว่า ลูกเราไม่ยอมกิน ไม่ยอมอาบน้ำ ที่หนักๆก็มี คือลูกเราอยู่กะแม่แฟนสองคน แฟนเราพักเที่ยง เลยแวะกลับบ้าน สิ่งที่เจอคือ แม่แฟนทิ้งให้ลูกเราอยู่ข้างล่างในบ้านคนเดียว(บ้านเป็นทาวเฮ้า คนพลึกพล่านมาก) โดยที่ตัวแม่แฟนขึ้นไปนอนแอร์อยู่บนห้องนอน เค้าให้เหตุผลว่าเค้าเหนื่อย ดูลูกเราไม่ไหว บางครั้ง มีพูดเหน็บแนมขึ้นมาว่า เราดูแลเด็กที่เลี้ยงยิ่งกว่าลูกตัวเองอีก ทั้งๆที่หลังจากเราเลิกงานลูกก็จะอยู่กับเราตลอด ไปซื้อของยังเอานั่งมอไซร์ไปด้วยเลย บางทีที่เราไปซื้อของไกลๆไม่สามมารถเอาลูกไปด้วยได้ แฟนเราก็จะบอกพ่อแม่แฟนว่าฝากดูลูกหน่อยนะเดี๋ยวมา ก็จะโดนตวาดกลับมาว่า ทำอย่างกับทุกวันนี่ไม่ได้ดู ทุกวันนี้แฟนเราทำงานกะบ่ายก็เอาลูกไปเลี้ยงด้วย เพื่อตัดปัญหา (ที่ทำงานแฟนเราสามารถเอาลูกไปเลี้ยงได้)เราก็ไม่รู้จะทำยังไง เราก็ไม่สามารถลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกได้ เพราะทุกอย่างก็ต้องกินต้องใช้ ได้แต่อดทนรอให้ถึงวันที่ลูกไปเรียน อีกแค่ไม่กี่เดือน ลูกเราจะๆด้ๆม่เป็นภาระใครแล้ว เรามีบางแวบที่คิดขึ้นมาว่า ทำไมลูกน้องสาวต้องเกิดมาแย่งทุกอย่างจากลูกเรา ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูกเรามีแต่คนรัก เอาใจทุกอย่าง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป แต่เราก็คิดแค่เป็นบางครั้ง พอมานั่งคิดดูว่ามันบาปที่คิดแบบนี้ ก็ปล่อยวาง เราผิดไหมที่คิดแบบนี้เราขี้อิจฉาใช่ไหม ทุกคนเปลี่ยนไปกับลูกเราอย่างสิ้นเชิง เราแค่อยากระบาย ขอบคุณทุกคนที่รับฟังนะคะ
แบบนี้เรียกว่าขี้อิจฉาใช่ไหม ??
มันเป็นความรู้สึกที่อยู่ในใจเรามาตลอด ไม่เคยปรึกษาคนใกล้ตัวเลยค่ะ แม้แต่แฟน
คือเรามีลูกสาว ตอนนี้อายุสามขวบ เราเลี้ยงลูกมาเองโดยตลอด จนเมื่อปีที่แล้ว เราย้ายมาอยู่บ้านแฟน และทุกคนก็ลงความเห็นว่าเราควรไปทำงาน เพราะลูกจะเข้าโรงเรียนแล้ว จะได้เก็บเงินให้ลูกเรียน เราก็มาทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก (เลี้ยงแบบตัวต่อตัวที่บ้านไม่ใช่เนอสเซอรี่) ตั้งแต่เราเริ่มไปทำงาน พ่อแม่แฟนก็ดูแลลูกเราได้ดีมาโดยตลอด ลูกเราเป็นหลานคนแรก ทุกคนในบ้านจะรักมาก
แต่พอเมื่อต้นเดือนที่แล้ว (กพ.) น้องสาวของแฟนเราท้อง และน้องสาวของแฟนเราเป็นเสาหลักของบ้าน เพราะน้องสาวแฟนและน้องเขยเงินเดือนเยอะ ทุกคนพากันประคบประหงมน้องสาวแฟน แม้แต่เราก็สรรหาสิ่งที่อยากกินมาให้ ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาอะไร ปัญหามันอยู่ที่ว่า ตั้งแต่น้องสาวแฟนเราท้อง พ่อแม่แฟนก็ไม่สามารถดูแลลูกเราได้ เค้าบอกว่าลูกเราดื้อ เลี้ยงไม่ไหว มีบางวันที่ลูกเราไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้กินข้าวทั้งวัน เพราะเค้าบอกว่า ลูกเราไม่ยอมกิน ไม่ยอมอาบน้ำ ที่หนักๆก็มี คือลูกเราอยู่กะแม่แฟนสองคน แฟนเราพักเที่ยง เลยแวะกลับบ้าน สิ่งที่เจอคือ แม่แฟนทิ้งให้ลูกเราอยู่ข้างล่างในบ้านคนเดียว(บ้านเป็นทาวเฮ้า คนพลึกพล่านมาก) โดยที่ตัวแม่แฟนขึ้นไปนอนแอร์อยู่บนห้องนอน เค้าให้เหตุผลว่าเค้าเหนื่อย ดูลูกเราไม่ไหว บางครั้ง มีพูดเหน็บแนมขึ้นมาว่า เราดูแลเด็กที่เลี้ยงยิ่งกว่าลูกตัวเองอีก ทั้งๆที่หลังจากเราเลิกงานลูกก็จะอยู่กับเราตลอด ไปซื้อของยังเอานั่งมอไซร์ไปด้วยเลย บางทีที่เราไปซื้อของไกลๆไม่สามมารถเอาลูกไปด้วยได้ แฟนเราก็จะบอกพ่อแม่แฟนว่าฝากดูลูกหน่อยนะเดี๋ยวมา ก็จะโดนตวาดกลับมาว่า ทำอย่างกับทุกวันนี่ไม่ได้ดู ทุกวันนี้แฟนเราทำงานกะบ่ายก็เอาลูกไปเลี้ยงด้วย เพื่อตัดปัญหา (ที่ทำงานแฟนเราสามารถเอาลูกไปเลี้ยงได้)เราก็ไม่รู้จะทำยังไง เราก็ไม่สามารถลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกได้ เพราะทุกอย่างก็ต้องกินต้องใช้ ได้แต่อดทนรอให้ถึงวันที่ลูกไปเรียน อีกแค่ไม่กี่เดือน ลูกเราจะๆด้ๆม่เป็นภาระใครแล้ว เรามีบางแวบที่คิดขึ้นมาว่า ทำไมลูกน้องสาวต้องเกิดมาแย่งทุกอย่างจากลูกเรา ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูกเรามีแต่คนรัก เอาใจทุกอย่าง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป แต่เราก็คิดแค่เป็นบางครั้ง พอมานั่งคิดดูว่ามันบาปที่คิดแบบนี้ ก็ปล่อยวาง เราผิดไหมที่คิดแบบนี้เราขี้อิจฉาใช่ไหม ทุกคนเปลี่ยนไปกับลูกเราอย่างสิ้นเชิง เราแค่อยากระบาย ขอบคุณทุกคนที่รับฟังนะคะ