เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ภาพและแสดงความเห็นผ่านทางเฟซบุ๊ก Decharut Sukkumnoed มีเนื้อหาดังนี้
ถ้าผมจำเป็นจะต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น ขึ้นเป็น 8% นี่คือ สิ่งที่ผมจะทำก่อนขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
1. ก่อนผมจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม รัฐบาลผมจะต้องเกินดุลงบประมาณอย่างน้อย 3 ปีติดต่อกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่า การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้เป็นไปเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณจากการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล
2. โครงสร้างการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลผม จะต้องเน้นเพิ่มการจัดเก็บภาษีบนฐานทรัพย์สิน (เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก ค่าภาคหลวง รายได้จากการแบ่งปันผลผลิตปิโตรเลียม) และภาษีบนฐานรายได้ ให้ได้มากกว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (ซึ่งตั้งอยู่บนฐานการบริโภค) จะเป็นภาระต่อครัวเรือนที่มีรายได้น้อยมากกว่าครัวเรือนที่มีรายได้มาก โดยเปรียบเทียบ
3. รัฐบาลของผมจะต้องแสดงแผนการใช้จ่ายและรายรับของรัฐบาลล่วงหน้า 5 ปี เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่า รายรับของรัฐบาลที่จะเพิ่มขึ้นจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจะถูกนำไปใช้ในด้านใดบ้าง
4. รัฐบาลของผมต้องวางระบบการจัดทำงบประมาณและการตรวจสอบการใช้งบประมาณใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงในการเสนอและแสดงความเห็นต่องบประมาณประจำปี รวมถึงการตรวจสอบการใช้งบประมาณ ผ่านระบบดิจิตอล
5. การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จะกระทำก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจมีการขยายตัวดีเท่านั้น รัฐบาลผมจะไม่ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวโดยเด็ดขาด เพราะในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้ที่ควรเสียสละน่าจะเป็นรัฐบาลมากกว่าประชาชน
6.
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ไม่เอามาลงใน รดน.นะครับ กลัวปลิว...
ผมมีความเชื่อลึกๆ ว่าเราสามารถขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มได้ และประชาชนจะยินดีจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้น (ย้ำว่ายินดีจ่ายไม่ใช่เสียสละ) ถ้าเรา (ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นผม) สามารถทำข้อ 1 ถึงข้อ 6 ได้
JJNY : นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ แนะ 6 ข้อที่รัฐบาลต้องทำให้ได้ ก่อนคิดขึ้นภาษี แล้วปชช.จะยอม
ถ้าผมจำเป็นจะต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น ขึ้นเป็น 8% นี่คือ สิ่งที่ผมจะทำก่อนขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
1. ก่อนผมจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม รัฐบาลผมจะต้องเกินดุลงบประมาณอย่างน้อย 3 ปีติดต่อกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่า การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้เป็นไปเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณจากการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล
2. โครงสร้างการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลผม จะต้องเน้นเพิ่มการจัดเก็บภาษีบนฐานทรัพย์สิน (เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก ค่าภาคหลวง รายได้จากการแบ่งปันผลผลิตปิโตรเลียม) และภาษีบนฐานรายได้ ให้ได้มากกว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (ซึ่งตั้งอยู่บนฐานการบริโภค) จะเป็นภาระต่อครัวเรือนที่มีรายได้น้อยมากกว่าครัวเรือนที่มีรายได้มาก โดยเปรียบเทียบ
3. รัฐบาลของผมจะต้องแสดงแผนการใช้จ่ายและรายรับของรัฐบาลล่วงหน้า 5 ปี เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่า รายรับของรัฐบาลที่จะเพิ่มขึ้นจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจะถูกนำไปใช้ในด้านใดบ้าง
4. รัฐบาลของผมต้องวางระบบการจัดทำงบประมาณและการตรวจสอบการใช้งบประมาณใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงในการเสนอและแสดงความเห็นต่องบประมาณประจำปี รวมถึงการตรวจสอบการใช้งบประมาณ ผ่านระบบดิจิตอล
5. การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จะกระทำก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจมีการขยายตัวดีเท่านั้น รัฐบาลผมจะไม่ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวโดยเด็ดขาด เพราะในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้ที่ควรเสียสละน่าจะเป็นรัฐบาลมากกว่าประชาชน
6. [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ผมมีความเชื่อลึกๆ ว่าเราสามารถขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มได้ และประชาชนจะยินดีจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้น (ย้ำว่ายินดีจ่ายไม่ใช่เสียสละ) ถ้าเรา (ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นผม) สามารถทำข้อ 1 ถึงข้อ 6 ได้