สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 13
เอางี้นะ แยกประเด็น
Uber ที่เป็น ลีมูซีน มันถือเป็นรถรับจ้างอยู่แล้ว ใช้ได้ในพื้นที่ส่วนหนึ่ง
Uber ที่เป็นรถธรรมดา อันนี้ผิดกฎหมาย / ยังไม่มีกฎหมายมารองรับ
Grab Taxi อันนี้ถูกกฎหมาย เพราะเหมือนโทรเรียก call center ให้ส่ง taxi มา
Grab Car อันนี้ผิดกฎหมาย คล้าย uber ธรรมดา
ประเด็นคือ ถ้า ม. 44 มันทำได้ทุกอย่าง
ข้าราชการโง่วๆ บางคนที่ตามเทคโนโลยีไม่ทัน ก็คงคิดออกแค่ปิดมันซะ มันล้ำเกิน
ถ้าคนที่มีสมองมองไปข้างหน้าจริงๆ วิชั่น ไทยแลนด์ 4.0 ห้าเห้วอะไรนั่น คุณคิดว่าควรไล่ปิดเทคโนโลยีพวกนี้ หรือควรออกกฎหมายมารองรับการบริการพวกนี้ให้มันถูกต้อง???
มันจะไปยากอะไร ถ้าแค่ให้รถพวกนี้ลงทะเบียนให้ถูกต้อง อาจจะเป็นคนละประเภทกับรถขนส่งสาธารณะแบบแท็กซี่ เพราะนี่มันรถส่วนบุคคล เพียงแต่เอาอุปทานส่วนเกินมาหารายได้ทางเศรษฐกิจ (sharing economy)
เรื่องประกงประกันอะไรก็ให้ผู้โดยสารเลือกสิครับ เหมือนเช่ารถขับ เลือกให้มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ เกิดอะไรก็ถือว่าผู้โดยสารได้เลือกแล้ว ก็รับผิดชอบกันเองไป
เรื่องตรวจสภาพรถไม่ต้องห่วงหรอก ผมว่ากลไกของระบบการให้คะแนนของผู้โดยสารมันดีกว่าการตรวจสภาพห่วยๆ ของราชการไทยหลายเท่านัก คันไหนสกปรก แอร์ไม่เย็น แอพพวกนี้จัดการเรียบครับ ใครโดนร้องเรียนเยอะๆ ก็อยู่ในระบบต่อไม่ได้ ซึ่งมันต่างจากแท็กซี่ไทยทั่วไป ที่พฤติกรรมเลวยังไง ก็ยังสามารถขับต่อไปได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ประเทศเรามักจะชอบพูดคำอะไรให้มันใหญ่ๆ โดๆ ไว้ก่อน แต่ในทางปฏิบัติมักจะตรงกันข้ามเสมอครับ อย่างเช่น ไทยแลนด์ 4.0 ดิจิทัล อีโคโนมี บูรณาการ ยั่งยืน เสมอภาค เท่าเทียม ฯลฯ คำหรูๆ พวกเนี้ย แต่ลองไปถามคนพูดสิครับ รบกวนช่วยขยายความหรือยกตัวอย่างหน่อย ผมเชื่อว่าเค้าพูดไม่ได้ !!!
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
Uber ที่เป็น ลีมูซีน มันถือเป็นรถรับจ้างอยู่แล้ว ใช้ได้ในพื้นที่ส่วนหนึ่ง
Uber ที่เป็นรถธรรมดา อันนี้ผิดกฎหมาย / ยังไม่มีกฎหมายมารองรับ
Grab Taxi อันนี้ถูกกฎหมาย เพราะเหมือนโทรเรียก call center ให้ส่ง taxi มา
Grab Car อันนี้ผิดกฎหมาย คล้าย uber ธรรมดา
ประเด็นคือ ถ้า ม. 44 มันทำได้ทุกอย่าง
ข้าราชการโง่วๆ บางคนที่ตามเทคโนโลยีไม่ทัน ก็คงคิดออกแค่ปิดมันซะ มันล้ำเกิน
ถ้าคนที่มีสมองมองไปข้างหน้าจริงๆ วิชั่น ไทยแลนด์ 4.0 ห้าเห้วอะไรนั่น คุณคิดว่าควรไล่ปิดเทคโนโลยีพวกนี้ หรือควรออกกฎหมายมารองรับการบริการพวกนี้ให้มันถูกต้อง???
มันจะไปยากอะไร ถ้าแค่ให้รถพวกนี้ลงทะเบียนให้ถูกต้อง อาจจะเป็นคนละประเภทกับรถขนส่งสาธารณะแบบแท็กซี่ เพราะนี่มันรถส่วนบุคคล เพียงแต่เอาอุปทานส่วนเกินมาหารายได้ทางเศรษฐกิจ (sharing economy)
เรื่องประกงประกันอะไรก็ให้ผู้โดยสารเลือกสิครับ เหมือนเช่ารถขับ เลือกให้มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ เกิดอะไรก็ถือว่าผู้โดยสารได้เลือกแล้ว ก็รับผิดชอบกันเองไป
เรื่องตรวจสภาพรถไม่ต้องห่วงหรอก ผมว่ากลไกของระบบการให้คะแนนของผู้โดยสารมันดีกว่าการตรวจสภาพห่วยๆ ของราชการไทยหลายเท่านัก คันไหนสกปรก แอร์ไม่เย็น แอพพวกนี้จัดการเรียบครับ ใครโดนร้องเรียนเยอะๆ ก็อยู่ในระบบต่อไม่ได้ ซึ่งมันต่างจากแท็กซี่ไทยทั่วไป ที่พฤติกรรมเลวยังไง ก็ยังสามารถขับต่อไปได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ประเทศเรามักจะชอบพูดคำอะไรให้มันใหญ่ๆ โดๆ ไว้ก่อน แต่ในทางปฏิบัติมักจะตรงกันข้ามเสมอครับ อย่างเช่น ไทยแลนด์ 4.0 ดิจิทัล อีโคโนมี บูรณาการ ยั่งยืน เสมอภาค เท่าเทียม ฯลฯ คำหรูๆ พวกเนี้ย แต่ลองไปถามคนพูดสิครับ รบกวนช่วยขยายความหรือยกตัวอย่างหน่อย ผมเชื่อว่าเค้าพูดไม่ได้ !!!
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
สมาชิกหมายเลข 3532861 ถูกใจ, ItazuraNeko ถูกใจ, ตุ๊ต๊ะตุ๊ต๊ะ ถูกใจ, RedGDB ถูกใจ, ec ถูกใจ, สายยู ถูกใจ, Fly Me to the Other Moon ถูกใจ, Digitalist ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1219013 ถูกใจ, อย่าให้พูดเลย ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ประชาชนจะพอใจมั้ย ถ้า Uber / Grabcar โดนยุบด้วย ม.44 ของรัฐบาลชุดนี้ ที่บอกว่าผิดกฎหมาย
- นั่งรถเมล์เย็นๆ จอดทุกป้าย รอแป็บเดียวก็มาแล้ว
- นั่งเรือคลองแสนแสบสะอาดๆ รับลมชิลๆ
- นั่งวินพาย้อยศร ขึ้นฟุตบาท โขกราคาเวลารถติดหรือเร่งด่วน
- พิเศษคือ Taxi รับทุกคน ไปทุกทาง ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร มารยาทดี
เพื่อนๆ จะเลือกแบบไหนกัน