บุคคลธรรมดา + ธุรกิจที่กำไรต่ำ 5-10% กับกฏหมาย VAT เมืองไทยมันไปด้วยกันไม่ได้ ?

กระทู้คำถาม
สวัสดีครับ

ผมมีประเด็นอยากสอบถามผู้รู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจกำไรต่ำๆ 5-10% ซึ่งเมื่อนำมาประเมิณกับ "กฏหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม" แล้วมันได้ไม่คุ้มเสียจริงหรือไม่ครับ

โดยผมขอยกเป็นตัวอย่างเหตุการณ์ด้านล่างนะครับ แล้วอยากให้ชาว pantip ลองวิเคราะห์ตามว่ามันเป็นไปอย่างที่ผมบอกจริงหรือไม่ครับ

สถานการณ์
• บุคคลธรรมดาทำธุรกิจซื้อมา-ขายไป
• กำไรจากธุรกิจอยู่ที่ 5-10%
• รายรับสูงทำให้ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (เกิน 1.8 ล้าน)
• ซื้อสินค้ากับคนธรรมดา ทำให้ไม่มีภาษีซื้อ
• ปัญหาที่ไม่สามารถผลักภาระภาษีให้ลูกค้าได้ (ปัจจัยด้านการค้าขาย เช่นไม่สามารถตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่ง)

ตัวอย่างเหตุการณ์
นาย A เป็นบุคคลธรรมดา ทำธุรกิจซื้อมา-ขายไป โดยที่เวลาซื้อก็ซื้อกับบุคคลธรรมดาเหมือนกันที่ไม่ได้เข้าระบบ "ภาษีมูลค่าเพิ่ม" ซึ่ง ณ จุดนี้ก็บอกได้เลยว่า "ภาษีซื้อ" คือ 0 บาท และเวลานำสินค้านั้นไปขาย ก็ขายโดยบวกกำไรเข้าไปโดยคิดกำไรเพิ่มซักประมาณ 10% เช่น ซื้อมา 1,000 บาท ขาย 1,100 บาท เท่ากับกำไร 100 บาท (แน่นอนว่าธุรกิจนั้นมีการแข่งขัน ไม่สามารถเอากำไรสูงๆได้ หากตั้งราคาแพงกว่าคู่แข่งเพียง 1 บาท ก็ทำให้เสียลูกค้าในกรณีที่สินค้ามันคุณภาพเหมือนกัน ลูกค้าจะเลือกซื้อที่ราคาอย่างเดียว)

ผ่านไป 1 ปี ธุรกิจนาย A มี "รายรับ" ทั้งหมด 1.5 ล้านบาท
> รายรับ 1.5 ล้าน กำไร 10% เท่ากับทั้งปี รายได้ 150,000 บาท
ถ้าให้พูดถึงแค่ตรงนี้มันก็น่าจะจบลงด้วยดี หากว่า "ยอดรายรับ" ตลอด 1 ปีนั้นไม่เกินเพดาน 1.8 ล้านบาท ก็ไม่ต้องเข้าระบบ "ภาษีมูลค่าเพิ่ม" เสียภาษีเฉพาะประเภท "เงินได้บุคคลธรรมดา มาตรา 40(8)" อย่างถูกต้องตามกฏหมาย

แต่ทว่า...เมื่อธุรกิจของนาย A เข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มขายดีมีลูกค้าเพิ่มขึ้น (แต่กำไรสินค้าก็ยัง 10% เท่าเดิม) ส่งผลให้ในปีที่ 2 นี้ นาย A มีรายรับทั้งปีอยู่ที่ 2 ล้านบาท
> (ปีที่ 2) รายรับ 2 ล้าน กำไร 10% เท่ากับทั้งปี รายได้ 200,000 บาท
ดังนั้นสิ่งที่นาย A ต้องทำคือ "้เข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม" ตามกฏหมายเพดานรายรับเกิน 1.8 ล้าน ซึ่ง ณ จุดนี้ จะทำให้ธุรกิจในปีที่ 3 ของนาย A เปลี่ยนไป

เข้าสู่ปีที่ 3 นาย A ยังคงทำธุรกิจซื้อมา-ขายไป และกำไร 10% เท่าเดิม แต่การซื้อสินค้า นาย A ยังจำเป็นต้องซื้อสินค้ากับบุคคลเดิมซึ่งไม่มี "ภาษีซื้อ" แต่ตามกฏหมาย ตอนที่นาย A จะขายสินค้า ต้อง +VAT 7% ดังนั้น สินค้าที่นาย A ขาย 1,100 จะต้องกลายเป็น 1,177 บาท (ทำให้ต้องขายแพงกว่าปีแรกถึง 77 บาท)

จุดสังเกตุธุรกิจนาย A ในปีที่ 3 นะครับ
• นาย A ซื้อของจากบุคคลธรรมดา "ภาษีซื้อ" 0 บาท
• นาย A ขายสินค้า +VAT 7% โดยทำให้สินค้าที่ขายต้องแพงขึ้น ทำให้มีปัญหาคือราคาแพงกว่าคู่แข่งที่ขายราคาเดิมตามปกติ นาย A ต้องทำอย่างไร เพื่อปรับตัวให้สามารถขายกับคู่แข่งได้ ?
    > นาย A จำต้องแก้ปัญหาโดยลดกำไรของตัวเองลง เหลือ 28 บาท (สินค้า 1,028 บาท + VAT 7% = 1099.96 บาท เพื่อให้ราคายังคงเดิม ให้ลูกค้าของนาย A ยังคงซื้อกับนาย A ต่อไป ส่วนกำไรที่หายไปของนาย A เพราะต้องนำส่งสรรพากร)
    > ถ้านาย A ผลักภาระภาษีไปให้ลูกค้า ลูกค้าก็ต้องจ่ายค่าสินค้าแพงขึ้น ทำให้ลูกค้าทิ้งนาย A ไปซื้อกับเจ้าอื่นที่ขายราคาเดิมๆ)
• นาย A ไม่สามารถเปลี่ยนไปซื้อสินค้ากับคนอื่นที่มีภาษีซื้อ (แน่นอนเป็นขาประจำ ซื้อมานานราคาพอใจ)
• ปัญหาคือไม่มีภาษีซื้อมาหักลบกับภาษีขาย ดังนั้นนาย A โดนเต็มๆ 7% (กรณีนาย A ต้องการรักษาให้ลูกค้าซื้อสินค้าราคาเดิม)

ตามที่ผมเข้าใจนะครับ ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น จริงๆไม่ได้ทำให้ต้นทุนสินค้าของนาย A สูงขึ้น...หากว่า...นาย A ซื้อสินค้าได้โดยมี "ภาษีซื้อ" แต่ถ้าให้มองดูอีกมุมนึงว่า นาย A เป็นบุคคลธรรมดา ประชาชนตาดำๆ ที่ซื้อของกับบุคคลธรรมดาเหมือนกัน แต่เพราะด้วยกฏหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้นาย A ต้องรับภาระตรงจุดนี้ไป
  ... จะขายสินค้า +VAT 7% ราคาก็แพงขึ้น ลูกค้าก็หนี
  ... จะไม่ให้ลูกค้าหนี ก็ต้องยอมลดกำไรไป รับภาระภาษีเอาไว้เอง มันก็ลำบาก (กำไรต่ำอยู่แล้ว)

สำหรับปัญหานี้ ถ้าถามว่าขายอะไร มันแทบจะเป็นไปได้หมดทุกอย่าง ในเมื่อนาย A เป็นคนธรรมดาๆที่ต้องหาเลี้ยงชีพ ดังนั้นมีสินค้าอะไรที่หาได้ ก็นำมาขายได้ทั้งนั้น แต่เอากำไรมากไม่ได้ เพราะนาย A ก็มีคู่แข่ง (ซึ่งรายละเอียดเรื่องการตั้งราคา ผลกำไร ตรงนี้สรรพากรไม่ได้สนใจอยู่แล้ว เขามองแต่รายรับ)

สรุปได้ว่า ธุจกิจซื้อมา-ขายไป ที่มีผลกำไรอยู่ในช่วง 5-10% นี้ เมื่อวันนึงยอดรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท แล้วต้องเข้าระบบ "ภาษีมูลค่าเพิ่ม" แต่ต้นทางเขาไม่มีการคิดภาษีซื้อมา แบบนี้มันแทบไม่คุ้มที่จะลงแรงลงทุนเลยใช่ไหมครับ ถ้าจะให้มันถูกต้องตามกฏหมาย ก็ต้องซื้อสินค้ากับคนที่คิดภาษีซื้อให้เราได้เท่านั้น ซึ่งมาถึงจุดนี้ถ้าทำไม่ได้ ก็ไม่สามารถทำการค้าขายได้แล้ว

ผมอาจจะยกตัวอย่างในสเกลที่ยังไม่ใหญ่มากจึงไม่เห็นภาพ แต่หากลองคิดดูว่า ถ้าปีนึงนาย A มีรายรับ 10 ล้านบาท กำไร 10% แต่ภาษีซื้อเป็น 0 นาย A จะต้องรับผิดชอบกับภาษีเท่าไหร่ ?

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าพ่อค้าแม่ค้าที่ซื้อมา-ขายไป กำไร 10% แบบนี้มานานแล้วและโดนตรวจสอบย้อนหลังว่าไม่ได้เข้าระบบ "ภาษีมูลค่าเพิ่ม" แบบนี้จะเอาที่ไหนไปจ่ายได้ครับ เมื่อคิดค่าปรับ 2 เท่ารวมกับดอกเบี้ยอีกมากมาย ตัวเลขมันเกินกำไรที่เขาได้ไปไกลมากแล้ว (ยิ่งสเกลใหญ่ ตัวเลขภาษียิ่งไกลจนแทบต้องมาค้าขายใช้หนี้ภาษีกันเลยทีเดียว)

ผมคิดว่ากระทู้นี้ น่าจะตั้งแทนใครหลายๆคนที่กำลังทำธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่ธุรกิจ ขายของชำ, ขายสินค้าส่ง, ขายของออนไลน์, ขายเสื้อผ้า และธุรกิจอื่นๆอีกมากมายที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเลย แต่ว่ามีกำไร 10% เท่านั้นเอง ล้วนแล้วแต่เจอปัญหาแบบนี้ด้วยกันทั้งสิ้น ตัวอย่างธุรกิจกำไรไม่มาก ที่โดนประเมิณภาษีมูลค่าเพิ่มมีให้เห็นมากมายในอินเตอร์เน็ตเพียงเข้า google แล้วใส่คำว่า "รายได้เกิน 1.8 ล้าน"

จากประเด็นปัญหาดังกล่าว ผมได้ลองคิดหาหนทางแก้ไขขึ้นมากมายที่มันไม่ผิดกฏหมาย ทั้งสอบถามตามสำนักกฏหมาย และสำนักบัญชี ทุกที่ให้คำตอบไม่ต่างกันคือ มีอยู่ 3 ทาง
1. การกระจายรายได้ (หาคนช่วยทำธุรกิจแล้วก็แบ่งรายได้กันไป) ไม่ให้ยอดรายรับทะลุเพดาน 1.8 ล้าน ซึ่งผมมองว่าการทำแบบนี้ เป็นการแก้ไขที่ไม่สมบูรณ์ เพราะหากรายรับ 10 ล้าน ต้องกระจายไปซักกี่คน
2. จดนิติบุคคล (ซึ่งไม่ได้ช่วยให้แก้ปัญหาธุรกิจกำไร 10% + ภาษีมูลค่าเพิ่มตรงไหนเลย รายรับเกิน 1.8 ล้านอยู่ดี)
3. หาภาษีซื้อมาหักภาษีขายให้ได้ (ก็หาไม่ได้อยู่ดี ซื้อกับคนธรรมดา)
นอกจาก 3 คำแนะนำนี้ ไม่มีทางใดเลยที่เราจะแก้ไขได้อย่างถูกกฏหมาย นอกจาก "รับภาระภาษีมูลค่าเพิ่มโดยที่ภาษีซื้อเป็น 0"

การขอคำปรึกษากับชาว pantip ในประเด็นนี้ ก็เพื่ออยากทราบว่าบุคคลที่ทำธุรกิจซื้อมา-ขายไป กำไร 5-10% แล้วต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ มันเป็นธรรมแล้วใช่ไหมครับ ? ถ้าใช่...บุคคลธรรมดาก็ต้องยอมรับว่า ธุรกิจกำไร 10% ทำในประเทศไทยไม่ได้ เพราะหากทำเกิน 1.8 ล้าน ไม่คุ้มกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่เสีย (พยายามจะเอาภาษีซื้อมาหัก หายังไงมันก็หาไม่ได้ เพราะซื้อกับคนธรรมดาเหมือนกัน)

อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงต้องการเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฏหมาย เพราะถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่มีรายได้ แต่เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้าไปแล้ว รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมซักเท่าไหร่ครับ ยิ่งในอนาคต กฏหมายจะมีการปรับเพดานรายรับให้ต่ำกว่า 1.8 ล้าน พร้อมทั้งเพิ่ม VAT ให้มากกว่า 7% เข้าไปอีก ธุรกิจกำไรน้อยแบบนี้จะอยู่ได้อย่างไร

ปล.ไม่พูดถึงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานะครับ เพราะคิดว่าตรงนี้ยุติธรรมดีแล้วครับ ผมอยากให้ชาว pantip โฟกัสไปที่ ภาษีมูลค่าเพิ่มครับ

หากว่าที่ผมกล่าวและยกตัวอย่างมาข้างต้นนั้นผิดพลาด ต้องขออภัยช่วยแนะนำให้ผมด้วยครับ

ขอบคุณมากครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่