จขกท ตอนเด็กเคยกลัวผี เคยเชื่อเรื่องชาติภพ เลยนั่งสมาธิก่อนนอน แต่พออายุ 14 ก็เลิกนับถือศาสนา น่าจะเกิดจากอายุมากขึ้น การศึกษาสูงขึ้น
ตามความเข้าใจของผมศาสนาเกิดจากความกลัวสิ่งไม่รู้ เช่นเกิดฟ้าผ่า ผู้อาวุโสของเผ่าก็บอกเป็นการกระทำของเทพสายฟ้า แต่ปัจจุบันเรามีความรู้ที่อธิบายสิ่งรอบตัวเรา ศาสนายังเป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่
ศาสนิกมักบอกว่าศาสนาควรมีไว้ป้องปรามไม่ใช่คนทำสิ่งไม่ดีต่อสังคม เป็นกุศโลกบาย ยังต้องมีไว้เป็นคำสอนของบัวใต้น้ำ เหมือนพ่อแม่ขู่ลูกไม่ให้ทำผิดว่าตร.จะมาจับ
สำหรับผม ไม่ได้คิดว่าศาสนาต้องถูกล้มล้าง แต่ควรแยกเรื่องเหนือธรรมชาติ เรื่องราว fairy tals ของศาสนาออกจาจากประโยชน์ของศาสนาในปัจุบันดีกว่า
ประโชชน์ของศาสนาในปัจจุนบัน
1.เป็นศิลปะ(วัด พระพุธรูป ภาพฝาผนัง) เป็นการสืบทอดทำเนียม ประเพนีของชาติ มีประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว
2.เป็นงานพบญาติ เป็นการหาคอนเนคชั่น
แต่สิงที่ผมไม่ชอบในศาสนาคือ การเอาเรื่องเหนือธรรมชาติมาเป็นกุศโลบาย
เราไม่สามารถสอนเด็กเล็กได้โดยไม่ต้องหรอกลวงจริงหรือ
เราป้องกันวัยรุ่นไม่ให้เป็นอาชยากรได้ด้วยการให้ความรู้ให้รู้จักหน้าที่สังคมแทนที่จะสอนเรื่องบุญบาปไม่ได้หรือ
เราควรยอมรับความแตกต่างของคน ดีกว่าการใช้ศาสนาเป็นเบ้าหลอมให้คนในสังคมอยู่เป็นสุขด้วยการทำอะไรเหมือนๆ ไปในแนวทางเดียวกันหรือไม่
ขอสารภาพเจ้าของกระทู้รู้สึกเฟลมาเวลาดูข่าวประเภทห้อยพระดีฟันไม่เข้า ขูดต้นไม้หาใบ้หวย หรือการบอกว่าตายแล้วไปเกิดในภพภูมิอื่น
ผมคิดว่าสิ่งที่ไม่สูญเวลาเราตายคือผลงานและความทรงจำที่เหลือไว้กับคนที่ยังอยู่ แต่ชีวิตคนก็จบที่ตายอยู่ดี สมองตายก็เหมือน cpu พัง ซ่อมไม่ได้ ควรยอมรับได้กับความตายไม่ต้องใช้ fairy tals มาปลอบประโลมจิตใจ
กระทู้ชวนคุย สังคมปัจจุบันศาสนาควรดำรงอยู่หรือเปล่า กุศโลบายควรใช้ดีไหม
ตามความเข้าใจของผมศาสนาเกิดจากความกลัวสิ่งไม่รู้ เช่นเกิดฟ้าผ่า ผู้อาวุโสของเผ่าก็บอกเป็นการกระทำของเทพสายฟ้า แต่ปัจจุบันเรามีความรู้ที่อธิบายสิ่งรอบตัวเรา ศาสนายังเป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่
ศาสนิกมักบอกว่าศาสนาควรมีไว้ป้องปรามไม่ใช่คนทำสิ่งไม่ดีต่อสังคม เป็นกุศโลกบาย ยังต้องมีไว้เป็นคำสอนของบัวใต้น้ำ เหมือนพ่อแม่ขู่ลูกไม่ให้ทำผิดว่าตร.จะมาจับ
สำหรับผม ไม่ได้คิดว่าศาสนาต้องถูกล้มล้าง แต่ควรแยกเรื่องเหนือธรรมชาติ เรื่องราว fairy tals ของศาสนาออกจาจากประโยชน์ของศาสนาในปัจุบันดีกว่า
ประโชชน์ของศาสนาในปัจจุนบัน
1.เป็นศิลปะ(วัด พระพุธรูป ภาพฝาผนัง) เป็นการสืบทอดทำเนียม ประเพนีของชาติ มีประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว
2.เป็นงานพบญาติ เป็นการหาคอนเนคชั่น
แต่สิงที่ผมไม่ชอบในศาสนาคือ การเอาเรื่องเหนือธรรมชาติมาเป็นกุศโลบาย
เราไม่สามารถสอนเด็กเล็กได้โดยไม่ต้องหรอกลวงจริงหรือ
เราป้องกันวัยรุ่นไม่ให้เป็นอาชยากรได้ด้วยการให้ความรู้ให้รู้จักหน้าที่สังคมแทนที่จะสอนเรื่องบุญบาปไม่ได้หรือ
เราควรยอมรับความแตกต่างของคน ดีกว่าการใช้ศาสนาเป็นเบ้าหลอมให้คนในสังคมอยู่เป็นสุขด้วยการทำอะไรเหมือนๆ ไปในแนวทางเดียวกันหรือไม่
ขอสารภาพเจ้าของกระทู้รู้สึกเฟลมาเวลาดูข่าวประเภทห้อยพระดีฟันไม่เข้า ขูดต้นไม้หาใบ้หวย หรือการบอกว่าตายแล้วไปเกิดในภพภูมิอื่น
ผมคิดว่าสิ่งที่ไม่สูญเวลาเราตายคือผลงานและความทรงจำที่เหลือไว้กับคนที่ยังอยู่ แต่ชีวิตคนก็จบที่ตายอยู่ดี สมองตายก็เหมือน cpu พัง ซ่อมไม่ได้ ควรยอมรับได้กับความตายไม่ต้องใช้ fairy tals มาปลอบประโลมจิตใจ