เอาภาพนี้มาแปะแทนเพราะตอนนี้ไม่มีภาพเปิดครับ
- ต่อจากตอนที่แล้วที่คนพี่ฉวยโอกาสที่พระเอกนอนหลับคาโต๊ะอุ่นขาก้มลงไปจูบพระเอก
- ไม่จูบเปล่า มีมโนในหัวไปยาวๆ ว่าพระเอกตื่นมายิ้มให้แบบอ่อนโยนแล้วลุกขึ้นมากอดพร้อมบอกรักอีก (แน่นอนว่าไม่ได้เกิดขึ้นจริง)
- ตัดมาที่ภาพในความเป็นจริง พระเอกที่นอนอยู่ค่อยๆ งัวเงียตื่นขึ้นมา เจอคนพี่นั่งกินส้มดูทีวีหน้าตาเฉยอยู่ที่โต๊ะ
- คนพี่เห็นพระเอกตื่นแล้วก็หันมาตีหน้าตายชวนพระเอกคุยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พระเอกสังเกตเห็นว่าคนพี่ตาช้ำๆ เหมือนเพิ่งร้องไห้มาเลยออกปากทัก คนพี่ก็ตกใจ แกล้งกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร ก่อนจะปลีกตัวไปเข้านอน
- พระเอกก็มองตามไปแบบงงๆ ตอนนั้นก็รู้สึกได้ว่าที่ปากตัวเองมีรสกับกลิ่นส้มติดอยู่...
- ตัดมาเช้าวันรุ่งขึ้น ครอบครัวพระเอกก็ทักทายปีใหม่กันแล้วแวะไปไว้พระปีใหม่กันทั้งครอบครัว
- ไปถึงวัดก็เจอคนแน่นเป็นหนอนเหมือนปีที่แล้วไม่ผิด พระเอกก็แยกตัวเพราะนักไปไหว้พระกับเพื่อนไว้ ส่วนคนพี่ก็ไปไหว้พระกับครอบครัวกันสามคน
- ไหว้พระกับเพื่อนๆ พร้อมไปเขียนคำอธิษฐานขึ้นป้าย (พระเอกเขียนขอไว้ว่า
"ขอให้ทำให้คนที่รักมีความสุขให้ได้" ) เสร็จก็กลับมาบ้าน
- เข้ามาบ้านปุ๊บก็เจอคนพี่นั่งขัดรองเท้าอยู่คนเดียวที่หน้าบ้านอยู่ เลยตั้งใจจะบอกคนพี่เรื่องที่ตัวเองเป็นแฟนกับคนน้องแล้ว
- แต่ยังไม่ทันได้บอก พ่อพระเอกก็แล่นมาเป็นก.ข.ค.ซะก่อน เลยไม่ได้บอกไปตามระเบียบ
- คืนนั้นพระเอกเลยมานั่งกุมหัวกลุ้มใจอีกรอบว่าหาจังหวะบอกคนพี่เรื่องคนน้องไม่ได้ซักที
- กลุ้มใจจนเผลอซดชาหมดแก้วกำลังจะลงไปชงชาแก้วใหม่ ก็เผอิญไปเห็นคนพี่นั่งคุยกับแม่อยู่ในห้องนั่งเล่นเลยหยุดฟัง
- โดยแรกๆ ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก นอกจากเรื่องจะอยู่บ้านกี่วัน จะกลับไปเกาะเมื่อไหร่ ชีวิตที่เกาะเป็นยังไง
- ด้านคนพี่เองทีแรกก็ยิ้มแย้มท่าทางร่าเริงดีอยู่ แต่พอพูดถึงเรื่องจะกลับไปอยู่เกาะเหมือนเดิมก็ปล่อยโฮต่อหน้าแม่ บอกว่าตัวเองทั้งเหงาทั้งกลัวเหลือเกินที่ต้องไปอยู่บนเกาะที่ไม่มีใครรู้จักเลยแค่คนเดียว แม้จะเข้าใจว่าที่เป็นแบบนี้ก็เพราะตัวเองทำตัวเอง ก็ยังอดเหงาไม่ได้อยู่ดี
- ก่อนจะทิ้งท้ายให้คนอ่านเสียวไส้เล่นๆ ว่า
"อยากเลิกเป็นครูแล้วกลัวมาอยู่กับครอบครัวเหมือนเดิม"
อ่านตอนนี้จบเห็นหน้าสุดท้ายปุ๊บ ถึงกับแอบคิดในใจเลยแฮะว่า
"อ้าวเวรละ" ถึงจะเข้าใจว่าคนเขียนแค่เขียนให้ลุ้นไปงั้นเองก็เถอะ ก็ยังอดคิดไม่ได้อยู่ดี
เห็นสภาพคนพี่ที่ความตั้งใจกับความอดทนค่อยๆ พังทลายไปทีละน้อยแบบนี้แล้วอยากเข้าไปบอกพระเอกจริงๆ แฮะว่าไม่ต้องรอบอกคนพี่ก่อนตามแผนเดิมแล้ว บอกๆ คนน้องเพื่อแสดงความจริงใจไปก่อน แล้วค่อยมาเคลียร์กับคนพี่กับพ่อแม่ทีหลังดีกว่า ก่อนที่ความลังเลผิดที่ผิดเวลาจะทำให้เรื่องมันวุ่นวายไปกว่านี้
รอดูตอนหน้าละครับว่าจะเป็นยังไงต่อ
[Spoil] Domestic na Kanojo #131 - ความอดทนที่เริ่มพังทลาย
- ต่อจากตอนที่แล้วที่คนพี่ฉวยโอกาสที่พระเอกนอนหลับคาโต๊ะอุ่นขาก้มลงไปจูบพระเอก
- ไม่จูบเปล่า มีมโนในหัวไปยาวๆ ว่าพระเอกตื่นมายิ้มให้แบบอ่อนโยนแล้วลุกขึ้นมากอดพร้อมบอกรักอีก (แน่นอนว่าไม่ได้เกิดขึ้นจริง)
- ตัดมาที่ภาพในความเป็นจริง พระเอกที่นอนอยู่ค่อยๆ งัวเงียตื่นขึ้นมา เจอคนพี่นั่งกินส้มดูทีวีหน้าตาเฉยอยู่ที่โต๊ะ
- คนพี่เห็นพระเอกตื่นแล้วก็หันมาตีหน้าตายชวนพระเอกคุยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พระเอกสังเกตเห็นว่าคนพี่ตาช้ำๆ เหมือนเพิ่งร้องไห้มาเลยออกปากทัก คนพี่ก็ตกใจ แกล้งกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร ก่อนจะปลีกตัวไปเข้านอน
- พระเอกก็มองตามไปแบบงงๆ ตอนนั้นก็รู้สึกได้ว่าที่ปากตัวเองมีรสกับกลิ่นส้มติดอยู่...
- ตัดมาเช้าวันรุ่งขึ้น ครอบครัวพระเอกก็ทักทายปีใหม่กันแล้วแวะไปไว้พระปีใหม่กันทั้งครอบครัว
- ไปถึงวัดก็เจอคนแน่นเป็นหนอนเหมือนปีที่แล้วไม่ผิด พระเอกก็แยกตัวเพราะนักไปไหว้พระกับเพื่อนไว้ ส่วนคนพี่ก็ไปไหว้พระกับครอบครัวกันสามคน
- ไหว้พระกับเพื่อนๆ พร้อมไปเขียนคำอธิษฐานขึ้นป้าย (พระเอกเขียนขอไว้ว่า "ขอให้ทำให้คนที่รักมีความสุขให้ได้" ) เสร็จก็กลับมาบ้าน
- เข้ามาบ้านปุ๊บก็เจอคนพี่นั่งขัดรองเท้าอยู่คนเดียวที่หน้าบ้านอยู่ เลยตั้งใจจะบอกคนพี่เรื่องที่ตัวเองเป็นแฟนกับคนน้องแล้ว
- แต่ยังไม่ทันได้บอก พ่อพระเอกก็แล่นมาเป็นก.ข.ค.ซะก่อน เลยไม่ได้บอกไปตามระเบียบ
- คืนนั้นพระเอกเลยมานั่งกุมหัวกลุ้มใจอีกรอบว่าหาจังหวะบอกคนพี่เรื่องคนน้องไม่ได้ซักที
- กลุ้มใจจนเผลอซดชาหมดแก้วกำลังจะลงไปชงชาแก้วใหม่ ก็เผอิญไปเห็นคนพี่นั่งคุยกับแม่อยู่ในห้องนั่งเล่นเลยหยุดฟัง
- โดยแรกๆ ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก นอกจากเรื่องจะอยู่บ้านกี่วัน จะกลับไปเกาะเมื่อไหร่ ชีวิตที่เกาะเป็นยังไง
- ด้านคนพี่เองทีแรกก็ยิ้มแย้มท่าทางร่าเริงดีอยู่ แต่พอพูดถึงเรื่องจะกลับไปอยู่เกาะเหมือนเดิมก็ปล่อยโฮต่อหน้าแม่ บอกว่าตัวเองทั้งเหงาทั้งกลัวเหลือเกินที่ต้องไปอยู่บนเกาะที่ไม่มีใครรู้จักเลยแค่คนเดียว แม้จะเข้าใจว่าที่เป็นแบบนี้ก็เพราะตัวเองทำตัวเอง ก็ยังอดเหงาไม่ได้อยู่ดี
- ก่อนจะทิ้งท้ายให้คนอ่านเสียวไส้เล่นๆ ว่า "อยากเลิกเป็นครูแล้วกลัวมาอยู่กับครอบครัวเหมือนเดิม"
อ่านตอนนี้จบเห็นหน้าสุดท้ายปุ๊บ ถึงกับแอบคิดในใจเลยแฮะว่า "อ้าวเวรละ" ถึงจะเข้าใจว่าคนเขียนแค่เขียนให้ลุ้นไปงั้นเองก็เถอะ ก็ยังอดคิดไม่ได้อยู่ดี
เห็นสภาพคนพี่ที่ความตั้งใจกับความอดทนค่อยๆ พังทลายไปทีละน้อยแบบนี้แล้วอยากเข้าไปบอกพระเอกจริงๆ แฮะว่าไม่ต้องรอบอกคนพี่ก่อนตามแผนเดิมแล้ว บอกๆ คนน้องเพื่อแสดงความจริงใจไปก่อน แล้วค่อยมาเคลียร์กับคนพี่กับพ่อแม่ทีหลังดีกว่า ก่อนที่ความลังเลผิดที่ผิดเวลาจะทำให้เรื่องมันวุ่นวายไปกว่านี้
รอดูตอนหน้าละครับว่าจะเป็นยังไงต่อ