สวัสดีค่ะ ปีนี้อายุเรา 20 ปีค่ะเรียนอยู่ระดับมหาลัย เราเป็นเด็กประเภทที่นิ่งเงียบ ไม่เถียง เราไม่เที่ยวกลางคืน ไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่ (ไม่ได้อวยว่าตัวเองดีนะคะ แค่ไม่ชอบ) เราเป็นคนขยันเรียนค่ะ ใฝ่เรียน เกรดดี (ไม่ได้เป็นคนเรียนเก่งนะคะ มีความรับผิดชอบอย่างเดียว หมั่นส่งงาน หมั่นอ่านหนังสือ)
เริ่มเลยนะคะ คือเรารู้สึกว่าเราไม่มีความสุขเลยค่ะ ตั้งแต่จำความได้เราไม่เคยมีความสุขเลย พ่อเราเหมือนไม่รักเรา (ใครๆก็พูดว่าพ่อทุกคนรักลูก เพียงแต่พ่อเราเป็นคนไม่แสดงออก) เขาไม่เคยพาเราไปเที่ยว พาครอบครัวไปมีความสุขเลย จะพาไปก็แต่ความสุขของเขา พาไปดูแช่งเรือ ซึ่งเราไม่ชอบค่ะ อากาศร้อน เสียงดังลั่น (ไม่ได้ว่าคนชอบเรื่องนี้นะคะ ความชอบส่วนตัวเราไม่ก้าวก่าย) เขาก็จะลากเราไป ซึ่งเราก็ไปค่ะ พอไป ลงจากรถปุ๊บก็แยกย้ายค่ะ เราอยู่กับน้องกับแม่ ส่วนเขาไปอยู่กับเพื่อน คุยกันจนมืดค่ำ ก็ไม่สนใจน้องกับเราและแม่ ว่าจะยุงกัดหรือหิวมั้ย เจอกันอีกทีตอนขึ้นรถกลับบ้านค่ะ
พอเราจะไปเที่ยวกับเพื่อน หาความสุขใส่ตัวบ้าง ไม่อยากเจอแต่โลกเครียด เราเป็นประเภทสุขนิยมค่ะ เป็นคนร่าเริง ก็ไม่ให้เราไป หลายคนคงคิดนะคะเขาเป็นห่วงเรา อันที่จริงก็เคยคิดแบบนั้นแหละค่ะ แต่ทุกครั้งที่เขาห้ามเราก็ไม่เคยรั้นจะไปหรือแอบไปนะคะ เรานิ่งเงียบไม่ตอบโต้ค่ะ เหมือนเก็บกดเลยนะคะ
เหตุผลที่เราเชื่อฟัง ไม่เถียง ไม่รั้น เพราะแม่ค่ะ เรารักแม่มาก เราสนิทกับแม่คุยกันเหมือนเป็นเพื่อน
เราสงสารแม่มากแม่ไม่มีกิจการเป็นของตัวเองนะคะ อาศัยเงินเก่า ส่วนพ่อเราเปิดกิจการค่ะ มีเพื่อนมีฝูง ไม่ถึงกับมีฐานะร่ำรวยนะคะแค่ไม่เป็นหนี้สิน อยู่ในฐานะพอมีพอกินค่ะ พ่อกับแม่เราแยกเงินกัน พ่อให้เงินใช้จ่ายไปโรงเรียนแค่ตอนมัธยมค่ะ ม.1-3 : 30 บาท ม.4 : 40บาท ม.6 : 60บาท จบม.6ปุ๊บ ไม่ออกอีกเลย เงินใช้ไปมหาลัยต่อวัน 200 บาทค่ะ ค่าเทอมแม่ก็เป็นคนออก (เราเรียนมหาลัยเอกชนนะคะ) ค่ากับข้าวแม่ก็เป็นคนออกค่ะ พ่อเรารับผิดชอบส่วน ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ (หลายคนอาจจะมองว่าแฟร์ แต่เขาทำกิจการของเขาก็เก็บเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง แม่ก็ช่วยกิจการเขานะคะ ช่วยเต้มที่ แต่ก็ไม่เคยเห็นคุณค่าแม่เลย แม่เราชอบสอนเราว่าถ้าแต่งงานไป อย่าออกจากงานนะ มันทำให้เราโทรมและไม่มีค่า) แม่เราเป็นคนเก็บเงินเก่งค่ะ ทำงานสมัยสาวๆ ตั้งแต่มีเราก็ออกงานมาเลี้ยงดูเรา 20 ปีเงินยังไม่หมด
แม่เราพูดเสมอว่าอย่าเกลียดพ่อนะ ทำให้ทำมาหากินไม่ขึ้น คิดว่าเป็นกรรมที่เราต้องชดใช้อดทนไว้ เรียนจบก็สบายแล้ว แม่สอนเราตลอด
ช่วงที่เราสับสนชีวิตตัวเองสุดๆคือช่วงจะเข้ามหาลัย เราสอบติดก็สละสิทธิ์ ที่เสียดายที่สุดคือมหาลัยนึง ที่มีวิทยาเขตอยู่ระยอง เรามีความฝันอยากใส่ชุดครุยสีแดงค่ะ แต่เราต้องสละสิทธิ์เพราะไปไม่เป็นค่ะ คือคนไม่เคยไปอะค่ะ งงไปหมด หาเพื่อนในทวีตเพื่อนจะมารับไปสัมภาษณ์พร้อมกัน คือใจตอนนั้นก็กลัวค่ะใครก็ไม่รู้ หาวิธีนั่งรถตู้จากอนุเสาวรีย์ไปด้วยตัวเอง ก็ไม่รู้ว่ารถตู้ผ่านหน้ามหาลัยหรือป่าว ใจตอนนั้นคือต้องพึ่งตัวเองค่ะ เพราะพ่อของเราไม่พาไป เราจึงตัดสินใจ เรียนเอกชนใกล้บ้าน (เพื่อนหลายคนพูดว่า เนี่ยน่าจะไปเรียนจะได้ห่างไกลสายตาเขา ไม่ต้องมาทะเลาะกัน) แต่ก็ห่วงแม่ค่ะ จึงตัดสินใจเรียนที่กรุงเทพ
ใครๆก็พูดค่ะว่าไม่มีพ่อคนไหนไม่รักลูก พ่อของหนูนี่แหละค่ะ พ่อเราเคยมีครอบครัวมีลูกมาก่อน แม่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กเราร้องแหกปาก ไม่ได้เลย แม่เราโดนด่าตลอด เขารำคาญ เขาจะนอน
เราไม่สบายอาหารเป็นพิษ ทั้งอ้วกทั้งอึ ไม่หยุดก็ไม่พาไปหาหมอค่ะ ดูแข่งเรือต่อไปโนสนโนแคร์ เราจึงนั่งแท็กซี่ไปรพ.ด้วยตนเอง ยังสตรองยังไหวอยู่ แต่พอเขาไม่สบาย เราก็ดูแลเขาเหมือนเดิมนะคะ เราช่วยเขายกเครื่องยนต์ใส่เรือ (หนักมาก) ก้าวพลาดไปเหยียบตะปู เลือดไหลเลยค่ะ ไม่ลึกมาก แต่มีเลือดก็น่ากลัว เขาก็บอกเป็นแค่นี้ลาดแอลกอฮอล้างๆเดี๋ยวก็หาย พอเขาเลือดตกยางออกเราก็ปฐมพยาบาลทำแผลอย่างถูกวิธี
ไม่ให้เราไปเที่ยวเพราะห่วง แต่กลับให้เราไปซื้อกับข้าวให้เขากินคนเดียว 3 ทุ่มแล้ว (ไม่เคยออกจากบ้านกลางคืนคนเดียวค่ะ) ตอนไปซื้อนี่เดินไปร้องไห้ไป กลัวก็กลัวค่ะ ตอนนั้นคนไม่ค่อยมี ต้องนั่งรถเมกลับบ้านอีก อยากเดินให้รถชนมากเลยตอนนั้นแบบอยากตายอะ
ที่เรายังอดทน ทุกวันนี้เพราะแม่ค่ะ เราพยายามเรียนให้จบไวที่สุด แล้วทำงานหาเงินเลี้ยงแม่ มากน้อยก็อยากให้แม่มีความสุข
ปิดเทอมเราก็ทำงานค่ะ แบ่งเบาภาระแม่ มีครั้งนึงเราทำงานกับญาติของพ่อ เป็นพนักงานเชียร์สินค้า เรื่องงานเราสู้ค่ะ แต่การเดินทางกับค่าใช้จ่ายไม่ไหวจริงๆค่ะ ขนาดห่อข้าวไปกินที่ทำงานยังไม่พอเลย การเดินทางจากบ้านไปที่ทำงานหนักหน่วงมาก เราตื่นตี5 ขึ้นรถเมตอน8โมง ถึงบ้าน4ทุ่ม ทุกวันค่ะ เหนื่อยมากจึงไปลาออก ไม่ได้หนีหาย ลาออกอย่างถูกต้อง เป็นญาติก็ไม่เคยใช้เส้นสาย
พ่อก็ด่าเราค่ะว่าเหยียบขี้ไก่ไม่ผ่อ งานง่ายๆแค่นี้ยังทำไม่ได้ ไปเป็นกระxรี่ ไปหาเงินง่ายดี เรานี่ช็อคเลยค่ะเจอคำพูดนี้ไป ไม่สนใจเลยว่า ลูกทำงานมาเหนื่อยแค่ไหน แล้วด่าแม่อีกว่า ไข่เหลือใบเดียว แม่ไม่ให้เขากิน(ตอนกลางคืน) เพราะแม่จะเก็บไว้ทำกับข้าวให้เราไปกินที่ทำงาน จะได้ไม่เปลือง
เหนื่อยจังเลยค่ะ เราไม่อยากมีความรู้สึกเกลียดเค้า เรารู้สึกว่าตอนที่ทะเลาะกับเขาแล้วไม่คุยกัน ไปไหนไม่ต้องบอก ทำตัวเหมือนไม่มีตัวตน ตอนนั้นมีความสุขมากเลยค่ะ มีคนบอกว่ามีพ่อยังดีกว่าไม่มีนะ แต่แบบเรามีก็เหมือนไม่มี เผลอๆไม่มียังมีความสุขกว่าเลย
เราชวนแม่แยกจากเขาไป แม่ก็เดี๋ยวอยากไป เดี๋ยวกลัว แม่เรากลัวการเริ่มต้นใหม่ กลัวตัดสินใจออกไปแล้วพลาด เพราะแม่ก็อายุมากแล้ว ที่ทำงานต่างๆเขาก็ไม่รับกันแล้ว เราเห็นทางออกของเรื่องนี้คือพาแม่ออกจากชีวิตเขา เพราะเขามองเรากับแม่เป็นภาระ
ปล ส่วนน้อง เขาจะส่งเรียนให้ถึงม.6 เท่าเทียมกับเรา น้องกำลังขึ้นม.4 ค่ะ ถ้าเราไปจริงๆคงให่น้องอยู่กับพ่อก่อน ค่อยมารับไปตอนอยู่มหาลัย น้องเราก็เปรี้ยวค่ะแม่เอาไม่อยู่
เกลียดพ่อค่ะ เกลียดทุกครั้งที่ปะทะคารม [กระทู้บาป]
เริ่มเลยนะคะ คือเรารู้สึกว่าเราไม่มีความสุขเลยค่ะ ตั้งแต่จำความได้เราไม่เคยมีความสุขเลย พ่อเราเหมือนไม่รักเรา (ใครๆก็พูดว่าพ่อทุกคนรักลูก เพียงแต่พ่อเราเป็นคนไม่แสดงออก) เขาไม่เคยพาเราไปเที่ยว พาครอบครัวไปมีความสุขเลย จะพาไปก็แต่ความสุขของเขา พาไปดูแช่งเรือ ซึ่งเราไม่ชอบค่ะ อากาศร้อน เสียงดังลั่น (ไม่ได้ว่าคนชอบเรื่องนี้นะคะ ความชอบส่วนตัวเราไม่ก้าวก่าย) เขาก็จะลากเราไป ซึ่งเราก็ไปค่ะ พอไป ลงจากรถปุ๊บก็แยกย้ายค่ะ เราอยู่กับน้องกับแม่ ส่วนเขาไปอยู่กับเพื่อน คุยกันจนมืดค่ำ ก็ไม่สนใจน้องกับเราและแม่ ว่าจะยุงกัดหรือหิวมั้ย เจอกันอีกทีตอนขึ้นรถกลับบ้านค่ะ
พอเราจะไปเที่ยวกับเพื่อน หาความสุขใส่ตัวบ้าง ไม่อยากเจอแต่โลกเครียด เราเป็นประเภทสุขนิยมค่ะ เป็นคนร่าเริง ก็ไม่ให้เราไป หลายคนคงคิดนะคะเขาเป็นห่วงเรา อันที่จริงก็เคยคิดแบบนั้นแหละค่ะ แต่ทุกครั้งที่เขาห้ามเราก็ไม่เคยรั้นจะไปหรือแอบไปนะคะ เรานิ่งเงียบไม่ตอบโต้ค่ะ เหมือนเก็บกดเลยนะคะ
เหตุผลที่เราเชื่อฟัง ไม่เถียง ไม่รั้น เพราะแม่ค่ะ เรารักแม่มาก เราสนิทกับแม่คุยกันเหมือนเป็นเพื่อน
เราสงสารแม่มากแม่ไม่มีกิจการเป็นของตัวเองนะคะ อาศัยเงินเก่า ส่วนพ่อเราเปิดกิจการค่ะ มีเพื่อนมีฝูง ไม่ถึงกับมีฐานะร่ำรวยนะคะแค่ไม่เป็นหนี้สิน อยู่ในฐานะพอมีพอกินค่ะ พ่อกับแม่เราแยกเงินกัน พ่อให้เงินใช้จ่ายไปโรงเรียนแค่ตอนมัธยมค่ะ ม.1-3 : 30 บาท ม.4 : 40บาท ม.6 : 60บาท จบม.6ปุ๊บ ไม่ออกอีกเลย เงินใช้ไปมหาลัยต่อวัน 200 บาทค่ะ ค่าเทอมแม่ก็เป็นคนออก (เราเรียนมหาลัยเอกชนนะคะ) ค่ากับข้าวแม่ก็เป็นคนออกค่ะ พ่อเรารับผิดชอบส่วน ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ (หลายคนอาจจะมองว่าแฟร์ แต่เขาทำกิจการของเขาก็เก็บเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง แม่ก็ช่วยกิจการเขานะคะ ช่วยเต้มที่ แต่ก็ไม่เคยเห็นคุณค่าแม่เลย แม่เราชอบสอนเราว่าถ้าแต่งงานไป อย่าออกจากงานนะ มันทำให้เราโทรมและไม่มีค่า) แม่เราเป็นคนเก็บเงินเก่งค่ะ ทำงานสมัยสาวๆ ตั้งแต่มีเราก็ออกงานมาเลี้ยงดูเรา 20 ปีเงินยังไม่หมด
แม่เราพูดเสมอว่าอย่าเกลียดพ่อนะ ทำให้ทำมาหากินไม่ขึ้น คิดว่าเป็นกรรมที่เราต้องชดใช้อดทนไว้ เรียนจบก็สบายแล้ว แม่สอนเราตลอด
ช่วงที่เราสับสนชีวิตตัวเองสุดๆคือช่วงจะเข้ามหาลัย เราสอบติดก็สละสิทธิ์ ที่เสียดายที่สุดคือมหาลัยนึง ที่มีวิทยาเขตอยู่ระยอง เรามีความฝันอยากใส่ชุดครุยสีแดงค่ะ แต่เราต้องสละสิทธิ์เพราะไปไม่เป็นค่ะ คือคนไม่เคยไปอะค่ะ งงไปหมด หาเพื่อนในทวีตเพื่อนจะมารับไปสัมภาษณ์พร้อมกัน คือใจตอนนั้นก็กลัวค่ะใครก็ไม่รู้ หาวิธีนั่งรถตู้จากอนุเสาวรีย์ไปด้วยตัวเอง ก็ไม่รู้ว่ารถตู้ผ่านหน้ามหาลัยหรือป่าว ใจตอนนั้นคือต้องพึ่งตัวเองค่ะ เพราะพ่อของเราไม่พาไป เราจึงตัดสินใจ เรียนเอกชนใกล้บ้าน (เพื่อนหลายคนพูดว่า เนี่ยน่าจะไปเรียนจะได้ห่างไกลสายตาเขา ไม่ต้องมาทะเลาะกัน) แต่ก็ห่วงแม่ค่ะ จึงตัดสินใจเรียนที่กรุงเทพ
ใครๆก็พูดค่ะว่าไม่มีพ่อคนไหนไม่รักลูก พ่อของหนูนี่แหละค่ะ พ่อเราเคยมีครอบครัวมีลูกมาก่อน แม่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กเราร้องแหกปาก ไม่ได้เลย แม่เราโดนด่าตลอด เขารำคาญ เขาจะนอน
เราไม่สบายอาหารเป็นพิษ ทั้งอ้วกทั้งอึ ไม่หยุดก็ไม่พาไปหาหมอค่ะ ดูแข่งเรือต่อไปโนสนโนแคร์ เราจึงนั่งแท็กซี่ไปรพ.ด้วยตนเอง ยังสตรองยังไหวอยู่ แต่พอเขาไม่สบาย เราก็ดูแลเขาเหมือนเดิมนะคะ เราช่วยเขายกเครื่องยนต์ใส่เรือ (หนักมาก) ก้าวพลาดไปเหยียบตะปู เลือดไหลเลยค่ะ ไม่ลึกมาก แต่มีเลือดก็น่ากลัว เขาก็บอกเป็นแค่นี้ลาดแอลกอฮอล้างๆเดี๋ยวก็หาย พอเขาเลือดตกยางออกเราก็ปฐมพยาบาลทำแผลอย่างถูกวิธี
ไม่ให้เราไปเที่ยวเพราะห่วง แต่กลับให้เราไปซื้อกับข้าวให้เขากินคนเดียว 3 ทุ่มแล้ว (ไม่เคยออกจากบ้านกลางคืนคนเดียวค่ะ) ตอนไปซื้อนี่เดินไปร้องไห้ไป กลัวก็กลัวค่ะ ตอนนั้นคนไม่ค่อยมี ต้องนั่งรถเมกลับบ้านอีก อยากเดินให้รถชนมากเลยตอนนั้นแบบอยากตายอะ
ที่เรายังอดทน ทุกวันนี้เพราะแม่ค่ะ เราพยายามเรียนให้จบไวที่สุด แล้วทำงานหาเงินเลี้ยงแม่ มากน้อยก็อยากให้แม่มีความสุข
ปิดเทอมเราก็ทำงานค่ะ แบ่งเบาภาระแม่ มีครั้งนึงเราทำงานกับญาติของพ่อ เป็นพนักงานเชียร์สินค้า เรื่องงานเราสู้ค่ะ แต่การเดินทางกับค่าใช้จ่ายไม่ไหวจริงๆค่ะ ขนาดห่อข้าวไปกินที่ทำงานยังไม่พอเลย การเดินทางจากบ้านไปที่ทำงานหนักหน่วงมาก เราตื่นตี5 ขึ้นรถเมตอน8โมง ถึงบ้าน4ทุ่ม ทุกวันค่ะ เหนื่อยมากจึงไปลาออก ไม่ได้หนีหาย ลาออกอย่างถูกต้อง เป็นญาติก็ไม่เคยใช้เส้นสาย
พ่อก็ด่าเราค่ะว่าเหยียบขี้ไก่ไม่ผ่อ งานง่ายๆแค่นี้ยังทำไม่ได้ ไปเป็นกระxรี่ ไปหาเงินง่ายดี เรานี่ช็อคเลยค่ะเจอคำพูดนี้ไป ไม่สนใจเลยว่า ลูกทำงานมาเหนื่อยแค่ไหน แล้วด่าแม่อีกว่า ไข่เหลือใบเดียว แม่ไม่ให้เขากิน(ตอนกลางคืน) เพราะแม่จะเก็บไว้ทำกับข้าวให้เราไปกินที่ทำงาน จะได้ไม่เปลือง
เหนื่อยจังเลยค่ะ เราไม่อยากมีความรู้สึกเกลียดเค้า เรารู้สึกว่าตอนที่ทะเลาะกับเขาแล้วไม่คุยกัน ไปไหนไม่ต้องบอก ทำตัวเหมือนไม่มีตัวตน ตอนนั้นมีความสุขมากเลยค่ะ มีคนบอกว่ามีพ่อยังดีกว่าไม่มีนะ แต่แบบเรามีก็เหมือนไม่มี เผลอๆไม่มียังมีความสุขกว่าเลย
เราชวนแม่แยกจากเขาไป แม่ก็เดี๋ยวอยากไป เดี๋ยวกลัว แม่เรากลัวการเริ่มต้นใหม่ กลัวตัดสินใจออกไปแล้วพลาด เพราะแม่ก็อายุมากแล้ว ที่ทำงานต่างๆเขาก็ไม่รับกันแล้ว เราเห็นทางออกของเรื่องนี้คือพาแม่ออกจากชีวิตเขา เพราะเขามองเรากับแม่เป็นภาระ
ปล ส่วนน้อง เขาจะส่งเรียนให้ถึงม.6 เท่าเทียมกับเรา น้องกำลังขึ้นม.4 ค่ะ ถ้าเราไปจริงๆคงให่น้องอยู่กับพ่อก่อน ค่อยมารับไปตอนอยู่มหาลัย น้องเราก็เปรี้ยวค่ะแม่เอาไม่อยู่