ดีครับ ผมมีเรื่องอยากมาเล่า คือผมเรียนมหาลัยไม่ขอเอ่ยนามและสาขาวิชานะครับ ซึ่งตอนจะจบจะต้องมีให้ทำโปรเจคจบ และจะถูกแบ่งเป็นเจคหนึ่งกับเจคสอง ซึ่งตัวเจคแรกบอกเลยว่ากว่าจะผ่านมาได้ยากเย็นแสนเข็นมาก ซึ่งตัวนี้ได้ลงเรียนตอนปีสามเทอมสองครับ ซึ่งผมไม่รู้ว่าด้วยห้องของผมที่ขาดดความรับผิดชอบอะไรหรือเปล่า แต่รู้ว่าสึกว่าปีรุ่นผมจะเคร่งหนัก บังคับให้เข้าหาประธานกรรมการโปรเจคทุกๆครั้ง และต้องมีลายเซ็นยืนยันให้เข้าพรีโปรเจค ซึ่งผมก็ทำตามตลอดได้พรีอยุ่ประมาณสามสี่ครั้ง ตอนช่วงผมพรี ประธานของผมเขาไม่เคยมาทันผมพรีเลย เพราะผมมักจะพรีป็นคนแรกๆ พอช่วงส่งเกรดของโปรเจคหนึ่งอาจารย์ก็ปรึกษากันว่าใครสมควรให้ผ่านแล้วไปทำเจคสองต่อบ้าง ซึ่งของผมก็เกือบไม่ผ่าน ประธานผมบอกว่าขอบเขตงานของผมนั้นมันไม่นิ่ง ทั้งที่ตอนพรีผมผ่านที่ประชุม และอาจารย์ท่านอื่นรับรู้และโอเคกับมัน (คาดว่านะ) แต่ผมก็ผ่านมันวุดวิดเลยล่ะ ได้เกรดมาเชยชม แต่พอถึงช่วงลงโปรเจคสอง ทุกคนเริ่มเอาตัวโปรแกรมไปส่ง ผมก็เอาไปส่ง แต่อาจารย์กลับติติ่งว่าดีไซน์มันดูบ้านๆมาก ไม่โอเค ส่วนท่านประธานกลับมาบอกกับผมว่าไม่รู้ให้ผ่านมาได้ไง ไม่เคยรู้เเลยว่าทำเรื่องอะไร ขอบเขตยังไม่นิ่งเลย ไม่โอเค เอ้าาาาาาาาาา (ตอนผมพรีไม่เห็นท่านประธานเข้ามาดูทันเลยแล้วจะรู้ได้งัยว่ขอบเขตผมไม่นิ่ง ไม่โอเค) แต่ผมก็หน้าด้านหน้าทนทำต่อไป ซึ่งก็ไม่ผ่านเลยสักครั้งและไม่เคยได้พรีโปรเจคสองเลย อาจารย์จึงให้ผมไปดรอปและรอลงใหม่ เพื่อกันไม่ให้เอฟ และเกรดไม่ตก ซึ่งผมก็ต้องยอม เพราะก็ไม่อยากเอาเกรดไปเสีย ซึ่งผมดันเกิดปัญหาด้านครอบครัวและการเงิน เพราะโปรเจคสองต้องลงมือทำโปรแกรมแล้วแต่ผมกลับไม่มีโน๊ตบุคเพราะมันเสียไม่มีตังซื้อใหม่หรือแม้แต่คอมตั้งโต๊ะ(ไม่เจียมแล้วยังจะมาาเรียนสาขานี้อีก เห้อออออออ) บวกกับประธานของผมคัดค้านหัวชนฝ่าว่าไม่เคยเห็นตัวงานหรือขอบเขตของผมเลย ขอบเขตไม่นิ่งเลย (โอเค I Know) เลยตัดสินใจดรอปไป ซึ่งก็โดนดรอปกันไปแถวๆเลยครับ แต่ก็ยังโอเค มีเพื่อนเยอะอยู่ เทอมนั้นก็ว่างไป แต่ก็พยายามทำนะ แต่จารย์ก็ให้แก้ซ้ำซากจุดๆเดิม (ไหนบอกผ่านที่ประชุมมาแล้วจะมาแก้ขอบเขตอะไรอีกไม่ได้งัยครับ) เมื่อถึงช่วงเทอมสอง จุดหักเหที่ทำให้ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิมเมื่ออาจารย์มาคุยกับผมเรื่องลงทะเบียนเรียน ซึ่งผมบังเอิญว่าติดอีกตัวนึงที่ดรอปไว้ อาจารย์เลยแนะนำให้ไปแก้อีกตัวก่อนแล้วค่อยมาลงฝึกงาน เนื่องจากตัวนี้จะเปิดเป็นปีสุดท้ายแล้ว (แต่ปัจจุบันตัวนี้ก็ยังเปิดสอนอยู่ นี่ผมโดนหลอกหรอ?) ซึ่งก็ต้องยอมแต่โดยดี ไม่งั้นปัญที่ตามมาจะใหญ่กว่า ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลกกระทบกับแผนการเรียน ผมจึงไม่สามารถไปฝึกงานตามแบบเแผนเหมือนเพื่อนๆได้ ซึ่งผมก็โอเค ทำใจแล้วยังงัยก็ไม่จบภายในสี่ปี อย่างน้อยสี่ปีครึ่งก็ยังดี เพราะตอนที่ดรอปตัวนี้ผมคิดผิดไปครับ แต่พอได้ไปเรียนแล้วก็ได้ความรู้มาเยอะ สามารถเอามาใช้ทำโปรเจคสองได้แบบสบายๆ
หลังจากแก้อีกตัวเสร็จก็ทำให้รันวิชาอีกตัวนึงทำให้ช้าไปอีก ผมเลยตัดสินใจปฝึกงานตอนซัมเมอร์ เพื่อนเร่งให้จบทันในสี่ปีครึ่ง หลังจากฝึกเสร็จก็เหลือโปรเจคสองอีกตัวเดียว ซึ่งตัวนี้เป็นอะไรที่มีปัญหามาก
แต่หลังจากฝึกงานเสร็จ ผมก็ตัดสินใจว่าไปแก้โปรเจคสองที่ติดไว้ให้เสร็จ โดยลงเรียนปีห้าเทอมหนึ่ง แต่ก้ยังได้คำตอบเดิมๆจากประธานกรรมการ แถมที่เจ็บช้ำกว่า คือประธานไล่ไปดรอปอีกรอบแล้วบอกว่าไม่เคยมาให้ดู ไม่เคยเห็นงานตัวเนื้องานเลย ขอบเขตก็ไม่นิ่ง ไปหามาสอบรอบ ประธานก็บั่นทอนจิตใจด้วยการไล่ไปดรอปซ้ำซาก แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หมดเวลาให้เพิงถอน ผมต้องจ่ายค่าเทอมแบบเต็มซึ่งมันเปล่าๆปลี้ๆมาก ผมเลยตัดสินใจไปปรึกษาห้องทะเบียน ซึ่งเขาก็แนะนำให้ผมทำเรื่องลาพักเรียนและเสีย 1500 บาท เพื่อรักษาสภาพ ซึ่งผมก็ยอมเพราะด้วยฐานะทางครอบครัวของผมแล้ว การต้องมาจ่ายค่าเทอม เทอมล่ะ หมื่นๆกว่า แล้วติดเอฟนั้น มันบ้ามาก สงสารพ่อที่หาเงินเลี้ยงครอบครัวคนเดียว ผมเลยตัดสินใจทำเรื่องลาพัก และดรอปไว้ ไปหางานทำก่อนเพื่อจ่ายค่าเทอม ซึ่งผมบังเอิญเจอกับที่ทำงานที่มีหัวหน้าดีและเพื่อนร่วมงานดี ถือว่าหายากมากนะในสังคมแบบนี้ที่เขาจะเข้าใจและให้เราลาไปแก้เรียน แต่ผมก็ไม่ได้ลาไป ทำให้ผ่านโปร และรอลงเรียนเทอมต่อไป และตอนนี้ผมกำลังลงโปรเจคสองอีกรอบซึ่งเป็นรอบที่สามแล้วล่ะครับ บอกเลยว่าผมก็ยังได้รับคำตอบเดิมจากประธานกรรม และยืนยันให้ผมไปดรอป และลาออกจากงาน มาแก้ให้เสร็จ (โอ้โห Hello It's me ) อีกแล้วหรอ เพิ่งจะลงไปสองอาทิตย์แถมรอบนี้ให้ลาออกจากงาน คือผมแก้ตัวนี้มาสามรอบ คอยนัดอาจารย์ตลอด ล่าสุดผมไปนัดกรรมการแล้วตอนที่คุยกันครั้งแรก ท่านบอกโอเคก็นัดมา ผมทำงานได้หยุดแค่วันเดียวผมเลยนัดไป พอคำตอบที่ได้คือบอกไม่ว่างวันพักผ่อน อ่อไม่เป็นไร ผมไม่ย่อท้อขอนัดต่ออีก ก็ยังได้คำตอบเดิมๆว่าไม่ว่าง (Hellooooooooo) สุดท้ายนัดไปพรีรอบที่สองนี่เจ็บสุด ตอนแรกบอกได้พรีทุกคน พอมาอีกทีบอกไม่ให้พรีถ้าไม่ได้เข้าพบประธานกรรมการ โอ้โห แล้วที่ผมนัดไปแล้วคำตอบที่ได้มาคืออัลไลหนออออออออออออออออ สุดท้ายพ่อแม่เครียด นั่งบ่นให้พ่อแม่ฟังตลอดว่าไม่อยากเรียนแล้วครับ ผมเหนื่อย แค่ตัวเดียวแต่ผมท้อ ทุกครั้งที่ผมต้องลางานไป นอกจากจะเกรงใจหัวหน้าแล้ว แต่การลาไปนั้น ผมไม่ได้อะไรกลับมาเลย ท่านไม่ว่างบ้างอะไรบ้าง แล้วผมต้องทำยังัยต่อไปดีครับ ดรอปอีกรอบดีไหม? หรือไปเริ่มต้นเรียนใหม่ที่สาขาอื่นแต่ก็เสียเวลา แค่ตัวเดียวเองเนี่ยนะ แต่ก็แก้มันที่เดิมซ้ำซาก ทั้งที่ไม่เคยจะดูตัวโปปรแกรมผมเลยซักนิดว่าผมทำไปได้ขนาดไหนแล้วตามขอบเขต ทำมัยต้องหรูหรา ในเมื่อคนที่อาจารย์ปล่อยให้จบไปนั้น ตัวโปรเจคนั้นแทบจะไม่มีอะไรเลย พื้นๆ บางคนเพิ่ม ลบ แก้ไข แค่นี้ได้จบไปแล้ววววววว (แต่ก็ยังเห็นส่งกันไม่ครบเลย) แล้วผมต้องทำงัย ทุกวันนี้บอกเลยว่าเสียทั้งงาน เสียทั้งเรียน เสียทั้งเงิน งานก็จะโดนไล่ออก(ลาบ่อยจัด) เรียนก็ไม่จบซักที (แค่ตัวเดียวเนี่ย) ผมบอกเลยว่าเหนื่อยแและท้อครับ
ไม่รู้จะหาทางออกไหนดี
ลงเรียนซ้ำซาก สุดท้ายนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นที่ผมตัดสินใจผิดที่ดรอปตัวนั้นไปแต่แรก หรือรีบหางานทำจนเกินไป หรืออะไรกันแน่ สรุปแล้วผมผิดหรอครับ ผมยังพยายามไม่ดีพอใช่ไหม เข้าใจว่าอาจารย์งานยุ่งนะครับ แต่ผมก็ถามก่อนตลอดว่าท่านว่างไหมอะไรยังงัย แต่สุดท้าย ท้านก็ไม่ว่าง แถมบั่นทอนจิตใจผมตลอด เห้ออออออ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ ผมแค่มาระบายให้ฟัง ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีประการณ์คล้ายๆแบบนี้ก็มาเล่าให้ฟังกันได้นะครับ หรือมีคำแนะนำดีๆ ก็มาบอกกันได้ครับ ขอบคุณครับ
เรียนมาจะจบแล้วติดแค่ตัวเดียวลงเรียนซ้ำซากก็ไม่ผ่านซักที ความผิดใครกัน?
หลังจากแก้อีกตัวเสร็จก็ทำให้รันวิชาอีกตัวนึงทำให้ช้าไปอีก ผมเลยตัดสินใจปฝึกงานตอนซัมเมอร์ เพื่อนเร่งให้จบทันในสี่ปีครึ่ง หลังจากฝึกเสร็จก็เหลือโปรเจคสองอีกตัวเดียว ซึ่งตัวนี้เป็นอะไรที่มีปัญหามาก
แต่หลังจากฝึกงานเสร็จ ผมก็ตัดสินใจว่าไปแก้โปรเจคสองที่ติดไว้ให้เสร็จ โดยลงเรียนปีห้าเทอมหนึ่ง แต่ก้ยังได้คำตอบเดิมๆจากประธานกรรมการ แถมที่เจ็บช้ำกว่า คือประธานไล่ไปดรอปอีกรอบแล้วบอกว่าไม่เคยมาให้ดู ไม่เคยเห็นงานตัวเนื้องานเลย ขอบเขตก็ไม่นิ่ง ไปหามาสอบรอบ ประธานก็บั่นทอนจิตใจด้วยการไล่ไปดรอปซ้ำซาก แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หมดเวลาให้เพิงถอน ผมต้องจ่ายค่าเทอมแบบเต็มซึ่งมันเปล่าๆปลี้ๆมาก ผมเลยตัดสินใจไปปรึกษาห้องทะเบียน ซึ่งเขาก็แนะนำให้ผมทำเรื่องลาพักเรียนและเสีย 1500 บาท เพื่อรักษาสภาพ ซึ่งผมก็ยอมเพราะด้วยฐานะทางครอบครัวของผมแล้ว การต้องมาจ่ายค่าเทอม เทอมล่ะ หมื่นๆกว่า แล้วติดเอฟนั้น มันบ้ามาก สงสารพ่อที่หาเงินเลี้ยงครอบครัวคนเดียว ผมเลยตัดสินใจทำเรื่องลาพัก และดรอปไว้ ไปหางานทำก่อนเพื่อจ่ายค่าเทอม ซึ่งผมบังเอิญเจอกับที่ทำงานที่มีหัวหน้าดีและเพื่อนร่วมงานดี ถือว่าหายากมากนะในสังคมแบบนี้ที่เขาจะเข้าใจและให้เราลาไปแก้เรียน แต่ผมก็ไม่ได้ลาไป ทำให้ผ่านโปร และรอลงเรียนเทอมต่อไป และตอนนี้ผมกำลังลงโปรเจคสองอีกรอบซึ่งเป็นรอบที่สามแล้วล่ะครับ บอกเลยว่าผมก็ยังได้รับคำตอบเดิมจากประธานกรรม และยืนยันให้ผมไปดรอป และลาออกจากงาน มาแก้ให้เสร็จ (โอ้โห Hello It's me ) อีกแล้วหรอ เพิ่งจะลงไปสองอาทิตย์แถมรอบนี้ให้ลาออกจากงาน คือผมแก้ตัวนี้มาสามรอบ คอยนัดอาจารย์ตลอด ล่าสุดผมไปนัดกรรมการแล้วตอนที่คุยกันครั้งแรก ท่านบอกโอเคก็นัดมา ผมทำงานได้หยุดแค่วันเดียวผมเลยนัดไป พอคำตอบที่ได้คือบอกไม่ว่างวันพักผ่อน อ่อไม่เป็นไร ผมไม่ย่อท้อขอนัดต่ออีก ก็ยังได้คำตอบเดิมๆว่าไม่ว่าง (Hellooooooooo) สุดท้ายนัดไปพรีรอบที่สองนี่เจ็บสุด ตอนแรกบอกได้พรีทุกคน พอมาอีกทีบอกไม่ให้พรีถ้าไม่ได้เข้าพบประธานกรรมการ โอ้โห แล้วที่ผมนัดไปแล้วคำตอบที่ได้มาคืออัลไลหนออออออออออออออออ สุดท้ายพ่อแม่เครียด นั่งบ่นให้พ่อแม่ฟังตลอดว่าไม่อยากเรียนแล้วครับ ผมเหนื่อย แค่ตัวเดียวแต่ผมท้อ ทุกครั้งที่ผมต้องลางานไป นอกจากจะเกรงใจหัวหน้าแล้ว แต่การลาไปนั้น ผมไม่ได้อะไรกลับมาเลย ท่านไม่ว่างบ้างอะไรบ้าง แล้วผมต้องทำยังัยต่อไปดีครับ ดรอปอีกรอบดีไหม? หรือไปเริ่มต้นเรียนใหม่ที่สาขาอื่นแต่ก็เสียเวลา แค่ตัวเดียวเองเนี่ยนะ แต่ก็แก้มันที่เดิมซ้ำซาก ทั้งที่ไม่เคยจะดูตัวโปปรแกรมผมเลยซักนิดว่าผมทำไปได้ขนาดไหนแล้วตามขอบเขต ทำมัยต้องหรูหรา ในเมื่อคนที่อาจารย์ปล่อยให้จบไปนั้น ตัวโปรเจคนั้นแทบจะไม่มีอะไรเลย พื้นๆ บางคนเพิ่ม ลบ แก้ไข แค่นี้ได้จบไปแล้ววววววว (แต่ก็ยังเห็นส่งกันไม่ครบเลย) แล้วผมต้องทำงัย ทุกวันนี้บอกเลยว่าเสียทั้งงาน เสียทั้งเรียน เสียทั้งเงิน งานก็จะโดนไล่ออก(ลาบ่อยจัด) เรียนก็ไม่จบซักที (แค่ตัวเดียวเนี่ย) ผมบอกเลยว่าเหนื่อยแและท้อครับ
ไม่รู้จะหาทางออกไหนดี
ลงเรียนซ้ำซาก สุดท้ายนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นที่ผมตัดสินใจผิดที่ดรอปตัวนั้นไปแต่แรก หรือรีบหางานทำจนเกินไป หรืออะไรกันแน่ สรุปแล้วผมผิดหรอครับ ผมยังพยายามไม่ดีพอใช่ไหม เข้าใจว่าอาจารย์งานยุ่งนะครับ แต่ผมก็ถามก่อนตลอดว่าท่านว่างไหมอะไรยังงัย แต่สุดท้าย ท้านก็ไม่ว่าง แถมบั่นทอนจิตใจผมตลอด เห้ออออออ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ ผมแค่มาระบายให้ฟัง ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีประการณ์คล้ายๆแบบนี้ก็มาเล่าให้ฟังกันได้นะครับ หรือมีคำแนะนำดีๆ ก็มาบอกกันได้ครับ ขอบคุณครับ