ผมกับแฟนคบหากันมาระยะนึงแล้ว ในชีวิตของผมและเขาต่างก็มีภาระและปัญหาที่ต้องทำต่างกัน ผมยังเรียนอยู่แต่พี่เขาทำงานมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
ในความเป็นจริงคำว่าเกย์ในอุดมคติของคนทุกคน จะรู้อยู่แล้วใช่ไหมครับว่าเกย์ใน ณ ปัจจุบันนี้ต่างคนก็มีหลายบุคลิกที่แตกต่างกันออกไป สำหรับแฟนผมเองเขาเป็นคนนึงที่มีบุคลิกที่ไม่เหมือนกับเกย์โดยส่วนมาก ถ้าเทียบได้กับผู้ชายที่กวนๆพูดจาหยาบๆหรือสไตล์แนวเด็กช่างกลนั่นก็คือแฟนผมเลย เขาจะมีแต่เพื่อนผู้ชายแล้วมีคนรู้จักเยอะพอสมควร พูดง่ายๆคือผู้ชายคนนึงเลยแหล่ะแต่แค่มาชอบผู้ชายด้วยกัน ผมได้มารู้จักกับครอบครัวของพี่เขา เขาอยู่กันกับพี่ชายทั้งหมด 4 คน พี่เขาเป็นลูกคนที่ 4 โดยพี่ๆของเขาทุกคนก็รู้ว่าพี่เขาชอบผู้ชายแล้วก็รับได้มานานแล้ว ผมก็ได้มีโอกาสมารู้จักกับครอบครัวเขา ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ดีของคนเป็นแฟนกันสำหรับคนทุกคนไม่ว่าจะเพศไหนๆ ที่แฟนพามารุ้จักกับครอบครัว ผมก็มีความสุขในเรื่องนี้แล้วเรื่องการดูแลเอาใจใส่ของพี่เขาหลายๆอย่าง ต่อไปเข้าเรื่องเลยนะครับผม..
ปัญหาของแฟนผมตอนนี้นะครับ คือพี่เขาภูมิฐานนิสัยเดิมของเขาจะเป็นคนที่เจ้าชู้พอสมควร ด้วยความที่เขาไม่ค่อยพาใครมาบ้านหรือมาเปิดตัวให้ครอบครัวรู้จักหรือมาบอกกับคนในครอบครัวว่าเป็นแฟน ก็เลยทำให้ผมรู้สึกคิดมากอยู่บ่อยครั้งในช่วงที่เขาแอบไปคุยกับคนอื่น ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดาของคนทุกคนอยู่แล้ว โดยเฉพาะสำหรับประเภทอย่างผมที่เป็นอย่างนี้ จนวันนึง... ผมได้พาเขาไปปาร์ตี้กับเพื่อนผมที่ผับแห่งหนึ่ง ผมก็ได้แนะนำให้เพื่อนรู้จักกับพี่เขาในฐานะแฟน ณ ปัจจุบัน โดยในกลุ่มตอนนั้นมีเพื่อนผมคนนึงที่เป็นเกย์อยู่คนนึง ซึ่งหน้าตาโอเคพอสมควร ซึ่งสิ่งที่ผมรู้สึกแล้วเห็นในตอนนั้นระหว่างที่กำลังดื่มกันอยู่คือแฟนผมชอบหันไปมองเพื่อนผมคนนั้น โดยจะมองค้างแล้วหันมาดื่มแล้วก็กลับไปมองอีกเป็นระยะๆ ซึ่งผมก็เห็นอยู่ตลอดนะ ตอนแรกก็พยายามจะฝืนความรู้สึกตัวเองว่ามันไม่มีอะไร แต่สุดท้ายรู้สึกว่ามันบ่อยเกิน จนผมทนไม่ไหวเลยถามแฟนไปว่ามีอะไรรึเปล่า ชอบเพื่อนของนี่หรอ ทำไมมองจังสังเกตุมานานละ?? เขาก็บอกไม่ได้ชอบละก็ไม่ได้มอง มองเวทีดูนักร้องอยู่.. ผมก็เชื่อเขาแต่ก็ยังรู้สึกไม่โอเคอยู่ เพราะผมเป็นคนคิดมากมาแต่ไหนแต่ไรตั้งนานแล้ว แล้วคืนวันนั้นที่ผมพูดถึงก็คือคืนวันที่ 13 ก่อนวาเลนไทน์วันนึง
พอขึ้นวันที่ 14 ก พ วันวาเลนไทน์ของปีนี้ ในช่วงเย็นพี่ชายคนที่ 4 ของแฟนผมก็ได้นัดทานข้าวที่ร้านแห่งหนึ่งโดยนัดกันตอนช่วงเย็น ผมและเขาก็ได้ไปตามนัดกันแล้วก็ไปนั่งทานอาหารแล้วก็ดื่มกันตามประสาคนฉลองในวันพิเศษเหมือนกันกับทุกคน จนช่วงเวลาประมาณสามทุ่มกว่าๆ เพื่อนผมคนนึงได้ทักมาในแชทผมก็เปิดดู เขาคือเพื่อนคนที่ผมบอกว่าหน้าตาโอเคตอนไปเที่ยวเมื่อวานที่ผมพาพี่เขาไปด้วย และสิ่งที่ผมเห็น... จากคำพูดที่เพื่อนผมพิมพ์มา คือมันบอกว่าแฟนผมทักไปจีบมันแล้วก็บอกถึงความรู้สึกต่างๆนาๆว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมแล้ว.. ความรู้สึกของผมในตอนนั้นจากที่กำลังมีความสุขกับวันวาเลนไทน์แล้วกำลังนั่งทานอาหารอยู่ ความรู้สึกมันแย่ลงแล้วทั้งตัวของผมก็สั่นไปหมดจนทำอะไรไม่ถูกสักอย่าง เพราะตอนนั้นคือน้ำตามันพร้อมจะไหลออกมาได้ทุกเมื่อถ้ามีใครมาพูดกับผม สีหน้าผมก็แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าจะร้องไห้ เลยลุกจากโต๊ะแล้วออกไปห้องน้ำแล้วก็ร้องไห้ออกมาให้หมด (ร้องไห้เหมือนคนที่อดอะไรตายอยาก) จนผมกลับมาโต๊ะแล้วก็ฝืนพยายามทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จนกลับมาถึงห้องกัน.. ผมเลยตัดสินใจบอกพี่เขาสำหรับสิ่งที่ผมได้รู้เมื่อตะกี้ เขาก็เงียบไปสักพัก..แล้วสีหน้าเขาก็แสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดว่าคงตกใจว่าผมรู้ได้ยังไง แล้วผมเชื่อว่าเขาก็อาจจะคิดได้ว่าเพื่อนผมคงมาบอกผมว่าเขาทำอะไรไป เพราะตอนคุยกับเพื่อนตอนนั้นมันแคปแชททุกอย่างที่เขาพิมพ์คุยกับเพื่อนผมมาให้ผมอ่านทั้งหมด ผมก็เอาให้พี่เขาดู. แล้วสิ่งที่ผมเห็นคือเขาร้องไห้ออกมา แล้วก็พูดกับผมออกมาว่าเขายอมรับว่าเขาทำเพราะความมักมากของเขาที่เขามีอยู่ เขาเป็นคนแบบนี้มาตั้งนานแล้วเหมือนพยายามจะแก้หรือเปลี่ยนตัวเองยังไงก็ไม่หาย ตอนนั้นผมฟังเขาผมฟังไม่ขึ้นสักคำเพราะใจผมตอนนั้นมันเหมือนเหลือแต่เศษขี้เถ้าเหมือนมันโดนเผาทั้งเป็นไปหมดตั้งนานแล้ว เลยรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรออกมาอีก.. จนสุดท้ายเขาก็พูดมาว่าเขาแล้วแต่ผมว่าผมจะตัดสินใจยังไง เพราะเขาไม่มีอะไรจะพูดแก้ตัวสิ่งที่เขาทำมันคือเรื่องที่ใหญ่แล้วเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยได้อยู่แล้ว ผมก็ฟังเขาแล้วก็พูดออกไปว่า "งั้นในเมื่อมันเป็นขนาดนี้แล้วเราก็เป็นแค่พี่น้องกันก็พอ" เพราะความรู้สึกดีๆที่มีให้กันไม่ว่าผมจะให้เขาหรือเขาให้ผมมันมีมากพอสมควร แต่กับสิ่งที่พี่เขาทำเพียงครั้งเดียวในเมื่อวานมันสามารถลบความรู้สึกดีๆที่มีให้กันมาตลอดออกไปได้หมดถ้าคนมันคิดจะไปจริงๆ ซึ่งตอนสุดท้ายเขาก็บอกกับผมว่าเขายังรู้สึกกับผมเหมือนเดิมแล้วก็พูดมาว่าอยากขอโอกาสจากผมแล้วเขาจะพยายามปรับตัวปรับนิสัยของเขาให้กับผม ซึ่งผมก็ได้แต่ฟังเขานะครับ ณ ตอนนั้นคือผมจะเดินออกจากห้องเขาแล้ว แต่สุดท้ายพี่เขาก็มาจับมือแล้วบอกกับผมว่า "ไม่ไปได้ไหม" มันเลยทำให้ผมยิ่งรู้สึกแย่มากลงไปอีก จนผมกลับมามองที่ความรู้สึกของตัวเองว่าผมจะเอายังไงต่อไป ผมบอกตรงๆครับผมตัดใจไม่ได้..แล้วไม่อยากจากเขาไปไหน เพราะยังมีอะไรอีกหลายๆอย่างที่ผมเป็นห่วงเขาเรื่องสุขภาพและเรื่องอื่นๆอีกมากมาย ผมเลยไม่รู้ว่าผมควรจะให้โอกาสเขาอีกสักครั้งดีไหม..
รบกวนทีนะครับ ว่าถ้าเป็นทุกคน ทุกคนจะทำยังไงกัน..
รบกวนถามทุกคนทีครับ ผมไม่รู้จะทำยังไงต่อไปจริงๆ (ผมเป็นเกย์นะครับ)
ในความเป็นจริงคำว่าเกย์ในอุดมคติของคนทุกคน จะรู้อยู่แล้วใช่ไหมครับว่าเกย์ใน ณ ปัจจุบันนี้ต่างคนก็มีหลายบุคลิกที่แตกต่างกันออกไป สำหรับแฟนผมเองเขาเป็นคนนึงที่มีบุคลิกที่ไม่เหมือนกับเกย์โดยส่วนมาก ถ้าเทียบได้กับผู้ชายที่กวนๆพูดจาหยาบๆหรือสไตล์แนวเด็กช่างกลนั่นก็คือแฟนผมเลย เขาจะมีแต่เพื่อนผู้ชายแล้วมีคนรู้จักเยอะพอสมควร พูดง่ายๆคือผู้ชายคนนึงเลยแหล่ะแต่แค่มาชอบผู้ชายด้วยกัน ผมได้มารู้จักกับครอบครัวของพี่เขา เขาอยู่กันกับพี่ชายทั้งหมด 4 คน พี่เขาเป็นลูกคนที่ 4 โดยพี่ๆของเขาทุกคนก็รู้ว่าพี่เขาชอบผู้ชายแล้วก็รับได้มานานแล้ว ผมก็ได้มีโอกาสมารู้จักกับครอบครัวเขา ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ดีของคนเป็นแฟนกันสำหรับคนทุกคนไม่ว่าจะเพศไหนๆ ที่แฟนพามารุ้จักกับครอบครัว ผมก็มีความสุขในเรื่องนี้แล้วเรื่องการดูแลเอาใจใส่ของพี่เขาหลายๆอย่าง ต่อไปเข้าเรื่องเลยนะครับผม..
ปัญหาของแฟนผมตอนนี้นะครับ คือพี่เขาภูมิฐานนิสัยเดิมของเขาจะเป็นคนที่เจ้าชู้พอสมควร ด้วยความที่เขาไม่ค่อยพาใครมาบ้านหรือมาเปิดตัวให้ครอบครัวรู้จักหรือมาบอกกับคนในครอบครัวว่าเป็นแฟน ก็เลยทำให้ผมรู้สึกคิดมากอยู่บ่อยครั้งในช่วงที่เขาแอบไปคุยกับคนอื่น ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดาของคนทุกคนอยู่แล้ว โดยเฉพาะสำหรับประเภทอย่างผมที่เป็นอย่างนี้ จนวันนึง... ผมได้พาเขาไปปาร์ตี้กับเพื่อนผมที่ผับแห่งหนึ่ง ผมก็ได้แนะนำให้เพื่อนรู้จักกับพี่เขาในฐานะแฟน ณ ปัจจุบัน โดยในกลุ่มตอนนั้นมีเพื่อนผมคนนึงที่เป็นเกย์อยู่คนนึง ซึ่งหน้าตาโอเคพอสมควร ซึ่งสิ่งที่ผมรู้สึกแล้วเห็นในตอนนั้นระหว่างที่กำลังดื่มกันอยู่คือแฟนผมชอบหันไปมองเพื่อนผมคนนั้น โดยจะมองค้างแล้วหันมาดื่มแล้วก็กลับไปมองอีกเป็นระยะๆ ซึ่งผมก็เห็นอยู่ตลอดนะ ตอนแรกก็พยายามจะฝืนความรู้สึกตัวเองว่ามันไม่มีอะไร แต่สุดท้ายรู้สึกว่ามันบ่อยเกิน จนผมทนไม่ไหวเลยถามแฟนไปว่ามีอะไรรึเปล่า ชอบเพื่อนของนี่หรอ ทำไมมองจังสังเกตุมานานละ?? เขาก็บอกไม่ได้ชอบละก็ไม่ได้มอง มองเวทีดูนักร้องอยู่.. ผมก็เชื่อเขาแต่ก็ยังรู้สึกไม่โอเคอยู่ เพราะผมเป็นคนคิดมากมาแต่ไหนแต่ไรตั้งนานแล้ว แล้วคืนวันนั้นที่ผมพูดถึงก็คือคืนวันที่ 13 ก่อนวาเลนไทน์วันนึง
พอขึ้นวันที่ 14 ก พ วันวาเลนไทน์ของปีนี้ ในช่วงเย็นพี่ชายคนที่ 4 ของแฟนผมก็ได้นัดทานข้าวที่ร้านแห่งหนึ่งโดยนัดกันตอนช่วงเย็น ผมและเขาก็ได้ไปตามนัดกันแล้วก็ไปนั่งทานอาหารแล้วก็ดื่มกันตามประสาคนฉลองในวันพิเศษเหมือนกันกับทุกคน จนช่วงเวลาประมาณสามทุ่มกว่าๆ เพื่อนผมคนนึงได้ทักมาในแชทผมก็เปิดดู เขาคือเพื่อนคนที่ผมบอกว่าหน้าตาโอเคตอนไปเที่ยวเมื่อวานที่ผมพาพี่เขาไปด้วย และสิ่งที่ผมเห็น... จากคำพูดที่เพื่อนผมพิมพ์มา คือมันบอกว่าแฟนผมทักไปจีบมันแล้วก็บอกถึงความรู้สึกต่างๆนาๆว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมแล้ว.. ความรู้สึกของผมในตอนนั้นจากที่กำลังมีความสุขกับวันวาเลนไทน์แล้วกำลังนั่งทานอาหารอยู่ ความรู้สึกมันแย่ลงแล้วทั้งตัวของผมก็สั่นไปหมดจนทำอะไรไม่ถูกสักอย่าง เพราะตอนนั้นคือน้ำตามันพร้อมจะไหลออกมาได้ทุกเมื่อถ้ามีใครมาพูดกับผม สีหน้าผมก็แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าจะร้องไห้ เลยลุกจากโต๊ะแล้วออกไปห้องน้ำแล้วก็ร้องไห้ออกมาให้หมด (ร้องไห้เหมือนคนที่อดอะไรตายอยาก) จนผมกลับมาโต๊ะแล้วก็ฝืนพยายามทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จนกลับมาถึงห้องกัน.. ผมเลยตัดสินใจบอกพี่เขาสำหรับสิ่งที่ผมได้รู้เมื่อตะกี้ เขาก็เงียบไปสักพัก..แล้วสีหน้าเขาก็แสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดว่าคงตกใจว่าผมรู้ได้ยังไง แล้วผมเชื่อว่าเขาก็อาจจะคิดได้ว่าเพื่อนผมคงมาบอกผมว่าเขาทำอะไรไป เพราะตอนคุยกับเพื่อนตอนนั้นมันแคปแชททุกอย่างที่เขาพิมพ์คุยกับเพื่อนผมมาให้ผมอ่านทั้งหมด ผมก็เอาให้พี่เขาดู. แล้วสิ่งที่ผมเห็นคือเขาร้องไห้ออกมา แล้วก็พูดกับผมออกมาว่าเขายอมรับว่าเขาทำเพราะความมักมากของเขาที่เขามีอยู่ เขาเป็นคนแบบนี้มาตั้งนานแล้วเหมือนพยายามจะแก้หรือเปลี่ยนตัวเองยังไงก็ไม่หาย ตอนนั้นผมฟังเขาผมฟังไม่ขึ้นสักคำเพราะใจผมตอนนั้นมันเหมือนเหลือแต่เศษขี้เถ้าเหมือนมันโดนเผาทั้งเป็นไปหมดตั้งนานแล้ว เลยรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรออกมาอีก.. จนสุดท้ายเขาก็พูดมาว่าเขาแล้วแต่ผมว่าผมจะตัดสินใจยังไง เพราะเขาไม่มีอะไรจะพูดแก้ตัวสิ่งที่เขาทำมันคือเรื่องที่ใหญ่แล้วเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยได้อยู่แล้ว ผมก็ฟังเขาแล้วก็พูดออกไปว่า "งั้นในเมื่อมันเป็นขนาดนี้แล้วเราก็เป็นแค่พี่น้องกันก็พอ" เพราะความรู้สึกดีๆที่มีให้กันไม่ว่าผมจะให้เขาหรือเขาให้ผมมันมีมากพอสมควร แต่กับสิ่งที่พี่เขาทำเพียงครั้งเดียวในเมื่อวานมันสามารถลบความรู้สึกดีๆที่มีให้กันมาตลอดออกไปได้หมดถ้าคนมันคิดจะไปจริงๆ ซึ่งตอนสุดท้ายเขาก็บอกกับผมว่าเขายังรู้สึกกับผมเหมือนเดิมแล้วก็พูดมาว่าอยากขอโอกาสจากผมแล้วเขาจะพยายามปรับตัวปรับนิสัยของเขาให้กับผม ซึ่งผมก็ได้แต่ฟังเขานะครับ ณ ตอนนั้นคือผมจะเดินออกจากห้องเขาแล้ว แต่สุดท้ายพี่เขาก็มาจับมือแล้วบอกกับผมว่า "ไม่ไปได้ไหม" มันเลยทำให้ผมยิ่งรู้สึกแย่มากลงไปอีก จนผมกลับมามองที่ความรู้สึกของตัวเองว่าผมจะเอายังไงต่อไป ผมบอกตรงๆครับผมตัดใจไม่ได้..แล้วไม่อยากจากเขาไปไหน เพราะยังมีอะไรอีกหลายๆอย่างที่ผมเป็นห่วงเขาเรื่องสุขภาพและเรื่องอื่นๆอีกมากมาย ผมเลยไม่รู้ว่าผมควรจะให้โอกาสเขาอีกสักครั้งดีไหม..
รบกวนทีนะครับ ว่าถ้าเป็นทุกคน ทุกคนจะทำยังไงกัน..