รอบนี้ไม่มีสปอยล์แล้วเพราะนางจบแล้ว บอกเล่าได้ทุกสิ่ง
ป.ล.ใครเข้าไปอ่านในลิ้งค์แล้วมาอ่านอันนี้ ขอบอกว่าคนเขียนคนเดียวกันนะคะ ขนาดเขียนเองยังงงเองว่าทำไมสำนวนมันต่างกันขนาดนั้น555
ต้องขอเกริ่นสักนิดว่ารอบนี้เป็นรอบที่ 3 ของดิฉันแล้ว ราคาบัตรก็ประมาณนึง(โดนที่บ้านเทศน์ไปพอสมควร เขากลัวเราลุ่มหลงมัวเมาในโลกแห่งจินตนาการ ซึ่งตัวเองมั่นใจว่ายังมีสติหนักแน่นดีอยู่)
เนื้อเรื่องเต็มๆหาอ่านได้ตามเว็บทั่วไป คร่าวๆก็คือ เป็นเรื่องราวชีวิตของชายชาวจีนคนหนึ่งที่โล้สำเภามาก่อร่างสร้างตัวบนแผ่นดินไทย ตัวเล่มนิยายไม่ยาวมาก ใครอยากอ่านหายืมได้ตามห้องสมุด
ครั้งนี้จะไม่รีวิวเป็นด้านๆแบบครั้งที่แล้ว จะรีวิวสิ่งที่เพิ่มเติม สิ่งที่เปลี่ยนแปลง และสิ่งที่ชอบมากกว่า
อย่างแรก รู้สึกได้เลยว่าจังหวะช่วงแรกเร่งมาก อาจเพราะเริ่มการแสดงช้าด้วย และต้องการเน้นอารมณ์ช่วงท้าย ทำให้การดูช่วงแรกเหนื่อยพอสมควร อะไรก็เร็วไปหมด ทั้งดนตรี คนร้อง และฉาก มีสิ่งหนึ่งที่จะขอชื่นชมคืออาจั๊ว เล่นดีขึ้นจากครั้งที่แล้วมากๆ(ซึ่งก็ดีมากอยู่แล้ว) ชอบฉากแบกข้าวสาร อีร้องได้เหมือนแบกอะไรหนักๆอยู่จริงๆ ฉากนี้อาเหลียงยังไม่เท่าเลย
เปิดม่านมาปีใหม่นี้ทุกคนเล่นได้เข้าเนื้อมากขึ้นอย่างที่คุณบอยเคยให้สัมภาษณ์ไว้จริงๆ โดยเฉพาะแกงส้มกับปอ แกงส้มยังไม่เท่าไหร่ ปอนี่พัฒนาการชัดมาก ร้องมี feeling ขึ้นมากๆ ทำให้ดิฉันเสียน้ำตาได้เชียวนะรอบนี้(รอบที่แล้วติไว้พอสมควรทีเดียว) และเที่ยวนี้สปิริตทุกคนแรงมาก มีคนเจ็บคนป่วยมากมายระหว่างทางแต่ทุกคนยังมาเล่นกันจนจบ ยอมใจเลยจริงๆ
ย่อหน้านี้ขอยกให้อาเหลียงแบงค์ พัฒนาการแบบ...จากหงส์เหนือมังกร มารอยดุริยางค์ มาเรื่องนี้ ตอนนี้เสียงร้องแบบแบงค์แคลชมันไม่เหลืออยู่เลยนะ หนีบๆแบบนั้นหายไปเลย ปกติมันจะมีโผล่มาบ้างสักฉากสองฉาก นี่คือเก็บเข้าไปเหมือนไม่เคยมีแบงค์แคลชอยู่บนโลกใบนี้ ไหนจะเรื่องเปลี่ยนเสียงเปลี่ยนเสื้อผ้าและวิกผมอีก(อันนี้พูดไว้เล็กน้อยในรีวิวอันเก่า เพราะฉะนั้นจะข้ามไป ใครใคร่รู้ก็ตามไปอ่านนะจ๊ะ) รอบนี้สิ่งที่เห็นชัดมากคือพัฒนาการด้าน feeling คือแบงค์เริ่มร้องตัดจังหวะ หลายเพลงมาก ร้องแล้วเหมือนพูดมีเมโลดี้มากกว่า ซึ่งใครชอบฟังแบบลงจังหวะจะรำคาญมาก แต่สำหรับเรามันได้อารมณ์แบบมากมายมหาศาล เกินจะบรรยาย
ขอพร่ำเพ้อส่วนตัวเล็กน้อย รอบแล้วๆตั้งปณิธานไว้ว่าจะต้องมาดูฉากจีบกันของอาเหลียงกับเนียมใกล้ๆให้ได้ รอบนี้สมใจอยาก น่ารักมาก ดิฉันนี่เขินแทน แอบจิ้นให้เป็นแฟนกันจริงๆนอกจอไปเลย คือเล่นได้เนียนมาก ทำให้เราเชื่อได้สนิทใจเลยว่าเป็นคู่ชีวิตกันจริง โดยเฉพาะฉากที่อาเหลียงปลอบใจเนียมเรื่องนันทนา ดูแล้วรู้สึกว่าเขารักกันมากอะ และก็รักลูกมากด้วย โคตรซึ้ง เป็นหนึ่งในฉากประทับใจเลยแหละ ดูแล้วก็แอบคิดว่าเวลาเราทำให้พ่อแม่เสียใจ เขาก็คงต้องมานั่งปลอบกันแบบนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราไม่ควรจะทำอะไรให้เขาเสียใจอีก(หลังจากที่ตัวเองทำมาแล้ว จัดว่าอย่างใหญ่หลวงทีเดียว)
รอบนี้รู้สึกว่าคู่แม่ผัวลูกสะใภ้จะนอกบทบ่อยมาก แซ่บเหลือหลาย ดูจบแล้วก็ยังตัดสินไม่ได้ว่าใครชนะ ฉากเปิดตัวอาแหมะยังคงแซ่บเหมือนเดิมตามสไตล์(แอบรู้สึกว่าเสียงพี่นกสูงขึ้น555) และ...ฉากตะไบเล็บมันส์มาก5555555
ชอบฉากเพลงลา ก่อนอาเหลียงจะหนีไปฮ่องกง มันจุกมาก มีหลายฉากที่เป็นแบบนี้ คืออยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก ค่อนข้างกล้ำกลืนฝืนทน อาจเป็นเพราะดนตรีรอบนี้ smooth มาก เสียงไมค์ต่างๆเบาลง ฟังเพราะกว่ารอบก่อนๆ และเรานั่งค่อนข้างใกล้(ระดับเห็นหน้านักแสดงชัดน่ะ) เลยได้รับอารมณ์ทุกช็อตเต็มๆ
ขอชื่นชมแกงส้มเป็นพิเศษในสปิริตของฮี เนื่องจากเส้นเอ็นฉีกไปเมื่อคืน ตอนแรกนึกว่าต้องดูสิงโตแสดงแทนซะแล้ว ปรากฏตอนส่องกระจกในห้องน้ำเห็นเงาฮีในกระจก อกอีแป้นจะแตก นับถือจริงๆจ้ะ และรอบนี้เล่นดีมาก กลบความที่เราเคยไม่ชอบเสียงจนหมดสิ้นเลย ทุกฉากมีความเลวแต่เกลียดไม่ลง หลังๆยิ่งพีคโดยเฉพาะฉากหนีที่ฮ่องกง ครั้งที่แล้วชมไปทีนึง แต่อยากจะบอกว่าครั้งนี้ดีงามกว่าเป็นล้านเท่า น้ำตาหยดแหมะชนิดที่ไม่ทันรู้ตัว รู้อีกทีคือมันไหลลงมาแล้ว มองเวทีแทบไม่ชัด ป้าข้างๆนี่ไม่ต้องพูดถึง นางมีทิชชู่กันคนละกำใหญ่ เหมือนว่าอารมณ์มันต่อเนื่องมาจากฉากก่อนหน้าด้วย ฉากที่ปอร้องเพลงทำดีเพื่ออะไร อย่างที่บอก ปอส่งอารมณ์ดีขึ้นชัดเจน ดูไปก็นึกถึงเหตุการณ์อะไรในชีวิตหลายอย่าง สรุปได้ว่าเป็นสองในสี่ฉากที่ประทับใจที่สุดของวันนี้
อย่างที่บอกไว้ว่าประทับใจสี่ฉาก พูดไปแล้วสาม เหลืออีกหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเรียกน้ำตาคนดูได้ทั้งโรง ฉากสุดท้ายนั่นเอง เพราะทั้งนักแสดงและคนดูต่างก็รู้ดีว่านี่ฉากสุดท้ายแล้วนะ แอบเห็นนักแสดงแต่ละคนร้องไห้กันแบบไม่ต้องบิ้วท์ ปาดน้ำตากันไม่มีหยุดมีหย่อน เป็นฉากที่ตอกย้ำความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดทั้งมวลที่ได้จากทุกๆฉากก่อนหน้า เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกจริงๆ คงจะคล้ายๆกับที่เคยมีใครซักคนให้สัมภาษณ์ว่า ดูเรื่องนี้จบแล้วอยากเป็นคนดี
อย่างสุดท้าย ดูครั้งนี้รู้สึกโดนข้อคิดคติธรรมมากมายกระแทกหน้าเกือบทุกฉาก ขยันประหยัดอดทนซื่อสัตย์กตัญญูฉลาดเฉลียวมองโลกในแง่ดี บลาๆๆ ย้ำว่ากระแทกหน้า รอบแล้วๆแค่รู้สึก รอบนี้พอดูปั๊บมันเกิดความคิดขึ้นมาว่า เห้ย กลับไปฉันต้องขยันอะ ฉันต้องมุ่งมั่น ตามฝัน บลาๆๆ อีกเป็นล้านอย่าง ทำให้เรา active มาก กลับมาทำนู่นทำนี่จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ขอบคุณละครเรื่องนี้อีกครั้งจริงๆ และหวังว่านักรีวิวสมัครเล่นอย่างเราจะได้มีโอกาสรีวิวละครเรื่องอื่นๆด้วยความอิ่มอกอิ่มใจแบบนี้อีก ด้วยรัก
[CR] ลอดลายมังกรรอบสุดท้าย รอบที่ได้อะไรมากกว่าแค่คำว่า “ความรู้สึกร่วม”
ต้องขอเกริ่นสักนิดว่ารอบนี้เป็นรอบที่ 3 ของดิฉันแล้ว ราคาบัตรก็ประมาณนึง(โดนที่บ้านเทศน์ไปพอสมควร เขากลัวเราลุ่มหลงมัวเมาในโลกแห่งจินตนาการ ซึ่งตัวเองมั่นใจว่ายังมีสติหนักแน่นดีอยู่)
เนื้อเรื่องเต็มๆหาอ่านได้ตามเว็บทั่วไป คร่าวๆก็คือ เป็นเรื่องราวชีวิตของชายชาวจีนคนหนึ่งที่โล้สำเภามาก่อร่างสร้างตัวบนแผ่นดินไทย ตัวเล่มนิยายไม่ยาวมาก ใครอยากอ่านหายืมได้ตามห้องสมุด
ครั้งนี้จะไม่รีวิวเป็นด้านๆแบบครั้งที่แล้ว จะรีวิวสิ่งที่เพิ่มเติม สิ่งที่เปลี่ยนแปลง และสิ่งที่ชอบมากกว่า
อย่างแรก รู้สึกได้เลยว่าจังหวะช่วงแรกเร่งมาก อาจเพราะเริ่มการแสดงช้าด้วย และต้องการเน้นอารมณ์ช่วงท้าย ทำให้การดูช่วงแรกเหนื่อยพอสมควร อะไรก็เร็วไปหมด ทั้งดนตรี คนร้อง และฉาก มีสิ่งหนึ่งที่จะขอชื่นชมคืออาจั๊ว เล่นดีขึ้นจากครั้งที่แล้วมากๆ(ซึ่งก็ดีมากอยู่แล้ว) ชอบฉากแบกข้าวสาร อีร้องได้เหมือนแบกอะไรหนักๆอยู่จริงๆ ฉากนี้อาเหลียงยังไม่เท่าเลย
เปิดม่านมาปีใหม่นี้ทุกคนเล่นได้เข้าเนื้อมากขึ้นอย่างที่คุณบอยเคยให้สัมภาษณ์ไว้จริงๆ โดยเฉพาะแกงส้มกับปอ แกงส้มยังไม่เท่าไหร่ ปอนี่พัฒนาการชัดมาก ร้องมี feeling ขึ้นมากๆ ทำให้ดิฉันเสียน้ำตาได้เชียวนะรอบนี้(รอบที่แล้วติไว้พอสมควรทีเดียว) และเที่ยวนี้สปิริตทุกคนแรงมาก มีคนเจ็บคนป่วยมากมายระหว่างทางแต่ทุกคนยังมาเล่นกันจนจบ ยอมใจเลยจริงๆ
ย่อหน้านี้ขอยกให้อาเหลียงแบงค์ พัฒนาการแบบ...จากหงส์เหนือมังกร มารอยดุริยางค์ มาเรื่องนี้ ตอนนี้เสียงร้องแบบแบงค์แคลชมันไม่เหลืออยู่เลยนะ หนีบๆแบบนั้นหายไปเลย ปกติมันจะมีโผล่มาบ้างสักฉากสองฉาก นี่คือเก็บเข้าไปเหมือนไม่เคยมีแบงค์แคลชอยู่บนโลกใบนี้ ไหนจะเรื่องเปลี่ยนเสียงเปลี่ยนเสื้อผ้าและวิกผมอีก(อันนี้พูดไว้เล็กน้อยในรีวิวอันเก่า เพราะฉะนั้นจะข้ามไป ใครใคร่รู้ก็ตามไปอ่านนะจ๊ะ) รอบนี้สิ่งที่เห็นชัดมากคือพัฒนาการด้าน feeling คือแบงค์เริ่มร้องตัดจังหวะ หลายเพลงมาก ร้องแล้วเหมือนพูดมีเมโลดี้มากกว่า ซึ่งใครชอบฟังแบบลงจังหวะจะรำคาญมาก แต่สำหรับเรามันได้อารมณ์แบบมากมายมหาศาล เกินจะบรรยาย
ขอพร่ำเพ้อส่วนตัวเล็กน้อย รอบแล้วๆตั้งปณิธานไว้ว่าจะต้องมาดูฉากจีบกันของอาเหลียงกับเนียมใกล้ๆให้ได้ รอบนี้สมใจอยาก น่ารักมาก ดิฉันนี่เขินแทน แอบจิ้นให้เป็นแฟนกันจริงๆนอกจอไปเลย คือเล่นได้เนียนมาก ทำให้เราเชื่อได้สนิทใจเลยว่าเป็นคู่ชีวิตกันจริง โดยเฉพาะฉากที่อาเหลียงปลอบใจเนียมเรื่องนันทนา ดูแล้วรู้สึกว่าเขารักกันมากอะ และก็รักลูกมากด้วย โคตรซึ้ง เป็นหนึ่งในฉากประทับใจเลยแหละ ดูแล้วก็แอบคิดว่าเวลาเราทำให้พ่อแม่เสียใจ เขาก็คงต้องมานั่งปลอบกันแบบนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราไม่ควรจะทำอะไรให้เขาเสียใจอีก(หลังจากที่ตัวเองทำมาแล้ว จัดว่าอย่างใหญ่หลวงทีเดียว)
รอบนี้รู้สึกว่าคู่แม่ผัวลูกสะใภ้จะนอกบทบ่อยมาก แซ่บเหลือหลาย ดูจบแล้วก็ยังตัดสินไม่ได้ว่าใครชนะ ฉากเปิดตัวอาแหมะยังคงแซ่บเหมือนเดิมตามสไตล์(แอบรู้สึกว่าเสียงพี่นกสูงขึ้น555) และ...ฉากตะไบเล็บมันส์มาก5555555
ชอบฉากเพลงลา ก่อนอาเหลียงจะหนีไปฮ่องกง มันจุกมาก มีหลายฉากที่เป็นแบบนี้ คืออยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก ค่อนข้างกล้ำกลืนฝืนทน อาจเป็นเพราะดนตรีรอบนี้ smooth มาก เสียงไมค์ต่างๆเบาลง ฟังเพราะกว่ารอบก่อนๆ และเรานั่งค่อนข้างใกล้(ระดับเห็นหน้านักแสดงชัดน่ะ) เลยได้รับอารมณ์ทุกช็อตเต็มๆ
ขอชื่นชมแกงส้มเป็นพิเศษในสปิริตของฮี เนื่องจากเส้นเอ็นฉีกไปเมื่อคืน ตอนแรกนึกว่าต้องดูสิงโตแสดงแทนซะแล้ว ปรากฏตอนส่องกระจกในห้องน้ำเห็นเงาฮีในกระจก อกอีแป้นจะแตก นับถือจริงๆจ้ะ และรอบนี้เล่นดีมาก กลบความที่เราเคยไม่ชอบเสียงจนหมดสิ้นเลย ทุกฉากมีความเลวแต่เกลียดไม่ลง หลังๆยิ่งพีคโดยเฉพาะฉากหนีที่ฮ่องกง ครั้งที่แล้วชมไปทีนึง แต่อยากจะบอกว่าครั้งนี้ดีงามกว่าเป็นล้านเท่า น้ำตาหยดแหมะชนิดที่ไม่ทันรู้ตัว รู้อีกทีคือมันไหลลงมาแล้ว มองเวทีแทบไม่ชัด ป้าข้างๆนี่ไม่ต้องพูดถึง นางมีทิชชู่กันคนละกำใหญ่ เหมือนว่าอารมณ์มันต่อเนื่องมาจากฉากก่อนหน้าด้วย ฉากที่ปอร้องเพลงทำดีเพื่ออะไร อย่างที่บอก ปอส่งอารมณ์ดีขึ้นชัดเจน ดูไปก็นึกถึงเหตุการณ์อะไรในชีวิตหลายอย่าง สรุปได้ว่าเป็นสองในสี่ฉากที่ประทับใจที่สุดของวันนี้
อย่างที่บอกไว้ว่าประทับใจสี่ฉาก พูดไปแล้วสาม เหลืออีกหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเรียกน้ำตาคนดูได้ทั้งโรง ฉากสุดท้ายนั่นเอง เพราะทั้งนักแสดงและคนดูต่างก็รู้ดีว่านี่ฉากสุดท้ายแล้วนะ แอบเห็นนักแสดงแต่ละคนร้องไห้กันแบบไม่ต้องบิ้วท์ ปาดน้ำตากันไม่มีหยุดมีหย่อน เป็นฉากที่ตอกย้ำความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดทั้งมวลที่ได้จากทุกๆฉากก่อนหน้า เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกจริงๆ คงจะคล้ายๆกับที่เคยมีใครซักคนให้สัมภาษณ์ว่า ดูเรื่องนี้จบแล้วอยากเป็นคนดี
อย่างสุดท้าย ดูครั้งนี้รู้สึกโดนข้อคิดคติธรรมมากมายกระแทกหน้าเกือบทุกฉาก ขยันประหยัดอดทนซื่อสัตย์กตัญญูฉลาดเฉลียวมองโลกในแง่ดี บลาๆๆ ย้ำว่ากระแทกหน้า รอบแล้วๆแค่รู้สึก รอบนี้พอดูปั๊บมันเกิดความคิดขึ้นมาว่า เห้ย กลับไปฉันต้องขยันอะ ฉันต้องมุ่งมั่น ตามฝัน บลาๆๆ อีกเป็นล้านอย่าง ทำให้เรา active มาก กลับมาทำนู่นทำนี่จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ขอบคุณละครเรื่องนี้อีกครั้งจริงๆ และหวังว่านักรีวิวสมัครเล่นอย่างเราจะได้มีโอกาสรีวิวละครเรื่องอื่นๆด้วยความอิ่มอกอิ่มใจแบบนี้อีก ด้วยรัก