หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
Pantip MALL
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
ดราม่าสอนการอ่านแบบแปลกๆ ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง มันแย่ขนาดนั้นจริงหรือ?
กระทู้สนทนา
ภาษาไทย
ฝึกทักษะสำหรับเด็ก
วิทยาศาสตร์
กระทรวงศึกษาธิการ
วิชาการ
ดราม่าเรื่องนี้มีมาหลายปีแล้ว โดยเริ่มเป็นประเด็นครั้งแรกเมื่อ ก.ค. 2557 แล้วก็เงียบหายไป ครั้งนี้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจการสอนอ่านภาษาไทยที่มีมาแต่ดั้งเดิมก่อนนะครับ
ทำไมตลอดมาภาษาไทยสอนอ่านแบบ กอ อา กา, คอ โอ โค ?
ตอบ: ภาษาไทยเป็นภาษากลุ่มอักษรสระประกอบหรือ alphasyllabrary เช่นเดียวกับภาษาในตระกูลพราหมี ภาษาเอธิโอเปีย ซึ่งให้ความสำคัญกับพยัญชนะมากกว่าสระดังนั้นเดิมเราจึงมักสอนอ่านโดยการพูดพยัญชนะก่อนแล้วตามด้วยสระ ซึ่งตามหลักของภาษาตระกูลนี้สระเป็นเพียงสวนประกอบเท่านั้น
ทำไมไม่สอนแบบโฟนิกเหมือนภาษาอังกฤษ แบบที่สอน เคอะ แอะ เทอะ = cat ?
ตอบ: ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลุ่ม alphabet ครับ ความสำคัญของสระและพยัญชนะเท่ากันคืออยู่เดี่ยวๆอ่านไม่ได้มีแค่เสียงที่บ่งบอกถึงพยัญชนะนั้นเท่านั้น ส่วนในภาษาไทยพยัญชนะอยู่เดี่ยวๆ ก็อ่านได้คือ มีสระออติดมาโดยอัตโนมัติ ครูภาษาไทยแต่โบราณจึงไม่ได้สอนอ่าน แบบที่สอนโฟนิกในภาษาอังกฤษเนื่องจากอุตสาห์มีสระติดมาก็ไม่รู้จะตัดมันออกไปทำไม
ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญว่าการสอนแบบที่ดราม่ากันผิดไหม?
ตอบ: ผมคิดว่าไม่ผิด หลายประเทศมีวิธีการสอนการอ่านสะกดคำหลายวิธีมาก แต่ประเทศที่ใช้ภาษากลุ่ม alphabet มักสอนแบบโฟนิกเนื่องจากมี meta-analysis ว่าทำให้การอ่านดีกว่าแบบอื่นๆ สำหรับภาษาไทยนั้นการสอนตามแบบเรียนดังรูปนี้ถือเป็นการสอนอ่านอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งหากโรงเรียนนั้นเห็นว่าทำให้เด็กอ่านได้เช่นเดียวกันและไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการสอนแบบนี้มีโทษ ก็น่าจะเอามาใช้ได้ ส่วนประเด็นที่ทำให้เป็นดราม่าเกิดจาก วิธีการสอนของโรงเรียนนี้ไม่เหมือนการสอนแบบดั้งเดิมของเราซึ่งผมขออธิบายแยกเป็นประเด็นดังนี้นะครับ
1. สอนอ่านตามรูปการเขียนไม่ได้อ่านโดยเอาพยัญชนะขึ้นก่อน
วิธีการนี้น่าจะทำได้แม้ไม่ตรงกับคุณลักษณะเฉพาะของภาษาในกลุ่ม alphasyllabrary โดยเฉพาะเมื่อมาพิจารณาดูลักษณะของสระในภาษาไทยซึ่งสระหลายตัวมีความซับซ้อนโดยเฉพาะสระผสม สระลดรูป สระเปลี่ยนรูป ซึ่งทำให้เด็กมีปัญหาในการเขียนได้ ดังที่พบปัญหานี้บ่อยๆในเด็กไทยที่มีการเรียนรู้บกพร่องด้านการอ่านหรือ dyslexia ลักษณะเฉพาะของภาษาไทยอีกอย่างที่ทำให้วิธีนี้ก็น่าจะทำได้คือ ภาษาไทยเป็นภาษาที่มี shallow orthography คือคำส่วนใหญ่เห็นอย่างไรก็อ่านอย่างนั้น การสอนแบบดั้งเดิมที่เราเอาสระไว้หลังตัวอักษรเสมอทำให้ภาษาเราซับซ้อนกว่าเดิม
ความเห็นผมคือการสอนตามวิธีตามรูปน่าจะทำให้เด็กอ่านได้เท่าๆกับวิธีการดั่งเดิมทั้งเรื่องความถูกต้อง (reading accuracy) และความคล่อง (reading fluency) แต่น่าจะทำให้การเขียนทำได้เร็วขึ้นเนื่องจากสอนอ่านตรงกับรูปที่เขียนตั้งแต่แรก
2. สอนอ่านคำที่มีวรรณยุกต์โดยอนุมานว่าพยัญชนะตัวนั้นผันได้ครบทั้ง 5 วรรณยุกต์
จากแบบเรียนคิดว่าเป็นแบบเรียนชั้นป.1 นะครับ ผมคิดว่าการสอนการผันวรรณยุกต์แบบนี้เป็นการสอนอีกวิธีหนึ่ง ผู้พัฒนาอาจคิดว่าเนื่องจากวรรณยุกต์ติดมากับตัวอักษรตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว (อักษรกลาง ต่ำมีเสียงสามัญติดมา อักษรสูงมีเสียงจัตวาติดมา) เด็กควรไล่เสียงวรรณยุกต์ได้ก่อนที่จะเรียนรู้เรื่องลักษณะเฉพาะของการผันวรรณยุกต์ของอักษรสูงและอักษรต่ำ ซึ่งก็ไม่น่าจะผิดอะไร คือสอนให้ผันได้ทั้งหมดก่อนแล้วจึงค่อยมาสอนหลักการและข้อยกเว้นอื่นๆภายหลัง
… แต่อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เป็นดราม่าประจำปีไปตลอด ทางออกเรื่องนี้คือต้องทำวิจัยเทียบกันดูครับ
ความเห็นของแพทย์พัฒนานาการเด็ก และนักวิจัยด้าน การอ่าน และแอลดี
Cradit: FB. Therdpong Ted Thongseiratch
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
pronunciation กับ accent ต่างกันอย่างไรครับ?
สืบเนื่องจากเรื่อง #saveครูวัง มีคนอภิปรายกันเรื่อง accent vs pronunciation กันมาก จขกท.เลยสงสัยว่ามันต่างกันอย่างไรครับ และต้องต่างจากเจ้าของภาษามากแค่ไหนจึงจะ
สมาชิกหมายเลข 936681
ทำไมระดับเสียงของ ณ ใน กฤษณะ กับ กฤษณา จึงไม่เท่ากัน หรือมีคำใดถูกอ่านเพี้ยนเสียงไปจากเดิมหรือไม่ครับ
ก่อนอื่น ขอแจ้งว่า ผมค้นดูบนระบบ World Wide Web ด้วย Google Search Engine ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่ได้คำตอบเลยนะครับ และนี่เป็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่น่าจะเคยตั้ง
TumProfess
เอ-กอ อ่านว่า เก เลิกสอนเถิดนะครับ ข้อร้อง
เอ-กอ เก อ่านแบบนี้นอกจากจะไม่ได้อะไรแล้ว ยังส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก จากการที่ต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆตลอดเวลา กลับต้องมานั่งท่องการผสมคำมากมาย ทั้งๆที่วิธีเดิม
สมาชิกหมายเลข 3807596
พื้นฐาน Phonics สำหรับนักเรียนไทย (ภาษาอังกฤษที่ควรมีในห้องเรียน) PART 4
What's going on?! มาต่อกับตอนที่ 4 เลย บทนี้เราจะมาเรื่อง "เสียงควบกล้ำ" ขั้นพื้นฐานกันซะหน่อย (ถึงจะบอกว่าพื้นฐานแต่ก็ยกมาเกืือบหมดแล้วแหละ 555) Let'
พ่อผมเป็นคนอังกฤษ
เรียนรู้วิธีการเขียนอักษรยาวีแบบพอสังเขป
เนื่องจากช่วงนี้ งานค่อนข้างเยอะ เลยไม่ค่อยมีเวลามาเขียนกระทู้ความรู้เท่าไร ตอนนี้เลยนำกระทู้สาระเกี่ยวกับการเขียน-อ่านอักษรยาวีมาให้เล็กน้อย อักษรยาวี จริงๆ มั
สมาชิกหมายเลข 5648798
"เจ้" กับ "เจ๊" 2 คำที่ออกเสียงคล้ายกันแต่ความหมายต่างกันราวฟ้ากับเหว ใช้กันให้ถูกนะครับ
เจ้ เจ๊ 2 คำนี้ไม่เหมือนกันนะครับ คนจีนจะรู้ความต่างดี แต่คนไทยเราใช้ปะปน หลายท่านคงคิดว่ามันเหมือนกัน เจ้ คือ พี่สาว ปกติธรรมดา ไม่จำเป็นต้องเป็นพี่ทางสายเลือด
สมาชิกหมายเลข 5557899
คำว่า "สมมติ" กับ "สมมุติ" อ่านเหมือนกันและมีความหมายเหมือนกันไหมครับ
สงสัยมานานแล้วครับว่า ทำไม การที่จะสมมุติบางอย่าง ในหนังสือถึงเขียนว่า สมมติ แถมบางคนยังอ่านว่า สม-มุด อีกครับ
สมาชิกหมายเลข 2245449
ภาษาญี่ปุ่นยังจำเป็นอยู่ไหมในอนาคต
เราเป็นคนนึงที่เรียนภาษาญี่ปุ่นเพราะความชอบ เช่น jpop jrock อนิเมะอะไรแบบนี้ หรือควรเอาเวลาเรียนภาษาญป.ไปเรียนภาษาอังกฤษหรือจีนดีกว่าคะ มันอาจจะจำเป็นในอนาคตมาก
สมาชิกหมายเลข 9420282
เปรียบเทียบ , ทำอย่างไร บิว ภูริพล บุญสอน ลมกรดเบอร์หนึ่งของไทยและเอเชีย จึงจะไปถึง ยูเซน โบลต์ มนุษย์ที่เร็วที่สุดในโลก
1. ยูเซน โบลต์ (Usain Bolt) — มนุษย์ที่เร็วที่สุดในโลกความเร็วสูงสุดTop Speed : 44.72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (บันทึกได้ในช่วงระยะ 60–80 เมตร ตอนที่เขาทำสถิติโลกวิ่ง
ต้นโพธิ์ต้นไทร
🌐"หอยทากคิวบา" หอยทากที่สวยที่สุดในโลก" 🐌
🌐"หอยทากคิวบา" หอยทากที่สวยที่สุดในโลก" 🐌 #หอยทากคิวบา (Cuban land snail) หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Polymita picta เป็นหอยทากบกที่มีความสวยงามและม
สมาชิกหมายเลข 6509468
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ภาษาไทย
ฝึกทักษะสำหรับเด็ก
วิทยาศาสตร์
กระทรวงศึกษาธิการ
วิชาการ
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 385
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
ดราม่าสอนการอ่านแบบแปลกๆ ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง มันแย่ขนาดนั้นจริงหรือ?
ดราม่าเรื่องนี้มีมาหลายปีแล้ว โดยเริ่มเป็นประเด็นครั้งแรกเมื่อ ก.ค. 2557 แล้วก็เงียบหายไป ครั้งนี้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจการสอนอ่านภาษาไทยที่มีมาแต่ดั้งเดิมก่อนนะครับ
ทำไมตลอดมาภาษาไทยสอนอ่านแบบ กอ อา กา, คอ โอ โค ?
ตอบ: ภาษาไทยเป็นภาษากลุ่มอักษรสระประกอบหรือ alphasyllabrary เช่นเดียวกับภาษาในตระกูลพราหมี ภาษาเอธิโอเปีย ซึ่งให้ความสำคัญกับพยัญชนะมากกว่าสระดังนั้นเดิมเราจึงมักสอนอ่านโดยการพูดพยัญชนะก่อนแล้วตามด้วยสระ ซึ่งตามหลักของภาษาตระกูลนี้สระเป็นเพียงสวนประกอบเท่านั้น
ทำไมไม่สอนแบบโฟนิกเหมือนภาษาอังกฤษ แบบที่สอน เคอะ แอะ เทอะ = cat ?
ตอบ: ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลุ่ม alphabet ครับ ความสำคัญของสระและพยัญชนะเท่ากันคืออยู่เดี่ยวๆอ่านไม่ได้มีแค่เสียงที่บ่งบอกถึงพยัญชนะนั้นเท่านั้น ส่วนในภาษาไทยพยัญชนะอยู่เดี่ยวๆ ก็อ่านได้คือ มีสระออติดมาโดยอัตโนมัติ ครูภาษาไทยแต่โบราณจึงไม่ได้สอนอ่าน แบบที่สอนโฟนิกในภาษาอังกฤษเนื่องจากอุตสาห์มีสระติดมาก็ไม่รู้จะตัดมันออกไปทำไม
ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญว่าการสอนแบบที่ดราม่ากันผิดไหม?
ตอบ: ผมคิดว่าไม่ผิด หลายประเทศมีวิธีการสอนการอ่านสะกดคำหลายวิธีมาก แต่ประเทศที่ใช้ภาษากลุ่ม alphabet มักสอนแบบโฟนิกเนื่องจากมี meta-analysis ว่าทำให้การอ่านดีกว่าแบบอื่นๆ สำหรับภาษาไทยนั้นการสอนตามแบบเรียนดังรูปนี้ถือเป็นการสอนอ่านอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งหากโรงเรียนนั้นเห็นว่าทำให้เด็กอ่านได้เช่นเดียวกันและไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการสอนแบบนี้มีโทษ ก็น่าจะเอามาใช้ได้ ส่วนประเด็นที่ทำให้เป็นดราม่าเกิดจาก วิธีการสอนของโรงเรียนนี้ไม่เหมือนการสอนแบบดั้งเดิมของเราซึ่งผมขออธิบายแยกเป็นประเด็นดังนี้นะครับ
1. สอนอ่านตามรูปการเขียนไม่ได้อ่านโดยเอาพยัญชนะขึ้นก่อน
วิธีการนี้น่าจะทำได้แม้ไม่ตรงกับคุณลักษณะเฉพาะของภาษาในกลุ่ม alphasyllabrary โดยเฉพาะเมื่อมาพิจารณาดูลักษณะของสระในภาษาไทยซึ่งสระหลายตัวมีความซับซ้อนโดยเฉพาะสระผสม สระลดรูป สระเปลี่ยนรูป ซึ่งทำให้เด็กมีปัญหาในการเขียนได้ ดังที่พบปัญหานี้บ่อยๆในเด็กไทยที่มีการเรียนรู้บกพร่องด้านการอ่านหรือ dyslexia ลักษณะเฉพาะของภาษาไทยอีกอย่างที่ทำให้วิธีนี้ก็น่าจะทำได้คือ ภาษาไทยเป็นภาษาที่มี shallow orthography คือคำส่วนใหญ่เห็นอย่างไรก็อ่านอย่างนั้น การสอนแบบดั้งเดิมที่เราเอาสระไว้หลังตัวอักษรเสมอทำให้ภาษาเราซับซ้อนกว่าเดิม
ความเห็นผมคือการสอนตามวิธีตามรูปน่าจะทำให้เด็กอ่านได้เท่าๆกับวิธีการดั่งเดิมทั้งเรื่องความถูกต้อง (reading accuracy) และความคล่อง (reading fluency) แต่น่าจะทำให้การเขียนทำได้เร็วขึ้นเนื่องจากสอนอ่านตรงกับรูปที่เขียนตั้งแต่แรก
2. สอนอ่านคำที่มีวรรณยุกต์โดยอนุมานว่าพยัญชนะตัวนั้นผันได้ครบทั้ง 5 วรรณยุกต์
จากแบบเรียนคิดว่าเป็นแบบเรียนชั้นป.1 นะครับ ผมคิดว่าการสอนการผันวรรณยุกต์แบบนี้เป็นการสอนอีกวิธีหนึ่ง ผู้พัฒนาอาจคิดว่าเนื่องจากวรรณยุกต์ติดมากับตัวอักษรตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว (อักษรกลาง ต่ำมีเสียงสามัญติดมา อักษรสูงมีเสียงจัตวาติดมา) เด็กควรไล่เสียงวรรณยุกต์ได้ก่อนที่จะเรียนรู้เรื่องลักษณะเฉพาะของการผันวรรณยุกต์ของอักษรสูงและอักษรต่ำ ซึ่งก็ไม่น่าจะผิดอะไร คือสอนให้ผันได้ทั้งหมดก่อนแล้วจึงค่อยมาสอนหลักการและข้อยกเว้นอื่นๆภายหลัง
… แต่อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เป็นดราม่าประจำปีไปตลอด ทางออกเรื่องนี้คือต้องทำวิจัยเทียบกันดูครับ
ความเห็นของแพทย์พัฒนานาการเด็ก และนักวิจัยด้าน การอ่าน และแอลดี
Cradit: FB. Therdpong Ted Thongseiratch