เรื่องราวที่กำลังจะเขียนขึ้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด แต่ในมุมมองของผู้หญิงคนหนึ่งที่ประสบกับความรักที่ทำให้ไม่มีความสุขมาโดยตลอด เพราะความคาดหวังในตัวคนที่รักมากจนเกินไป ตอนนี้ท้อและหมดกำลังใจเหลือเกิน เรื่องราวนี้เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2556 เป็นปีที่ ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ O ซึ่งเคยผิดหวังกับความรักมาอย่างหนักและตั้งตัวได้ในระยะเวลา 4-5 ปี ตัดสินใจเรียนกฎหมาย ณ สถาบันที่มีชื่อแห่งหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนความฝันของตัวเอง และคิดว่าหลายๆคนที่เข้ามาเรียนก็คงคิดอย่างเดียวกัน การเข้ามาก็มีทั้งเพื่อนทั้งพี่น้อง ทั้งดีและไม่ดี แต่ก็เรียนไปจนระยะเวลาสู่ช่วงปลายของปีแรก ก็ได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งชื่อ T เป็นผู้ชายที่ผ่านการแต่งงานมาแล้ว เมื่อมาเรียนด้วยกัน เขาก็เข้ามาคุย ส่วนใหญ่จะคุยผ่านทาง แชทในเฟซบุ๊ค หรือ ไลน์ เรื่องเรียนเรื่องคนทั่วไป จนต่างก็คงชอบกัน เหมือนจีบกันไปกันมา O ก็เห็นนะว่า T มีผู้หญิงเยอะแต่คิดว่าเพื่อนกันก็ไม่เคยคิดอะไร ก็มันเริ่มรักไปแล้ว มีงอนบ้างที่ ผู้หญิงคนอื่นเข้ามา comment แปลกๆ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คบกันเป็นแฟน จนระยะเวลาผ่านไปความรู้สึกดีมันก็มีมากขึ้น
แต่ O ต้องออกจากสถาบันนั้นเพราะกดดันหลายอย่าง จึงย้ายไปเรียนอีกที่หนึ่ง และคิดว่าจะทิ้งทุกอย่างที่เคยผ่านมา แต่ T ก็โทรมาให้กำลังใจ คุนกันเรื่อยมา ก่อนวันที่แม่ของ T เสีย เป็นวันที่ T มาหา O เพราะทุกข์ใจมาก แล้วก็ตกลงที่จะคบกัน
จากนั้นมา คำพูดที่ว่าความสุขมักจะเกิดแค่ช่วงเวลาเดียวมันก็เป็นจริงค่ะ ระหว่างนั้น T ไม่เคยเปิดเผยว่าคบกับ O เลย มีผู้หญิงอื่นเข้ามาเสมอ ซึ่ง T บอกว่าไม่มีอะไร แต่ความรู้สึกของผู้หญิงทุกคน ถ้ามีอะไรพิเศษเกินเพื่อนมันรับรู้ได้อยู่แล้วจริงไหมคะ คบแบบรักๆเลิกๆเรื่อยมา เพราะ T ไม่ยอมไป ทั้งๆที่ O พยายามตัดใจหลายครั้งและบอกเลิกมาตลอด เพราะไม่สามารถรับอะไรได้หลายๆอย่าง จนเรียนจบ ก็เรียนต่อในระดับสูงขึ้นจุดที่พีคที่สุดอยู่ตรงนี้ค่ะ
T รู้จัก ผู้หญิงที่เรียนด้วยกัน ชื่อเล่น N เป็นพยาบาลอยู่ รพ.มีชื่อใกล้สถาบันนั่นแหละค่ะ O ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เห็น T ในเฟซบุ๊คโพสต์เรื่องโชคชะตาที่ทำให้มาเจอกันอะไรประมาณนั้น แล้ว N ก็มา comment หวานๆให้ O ก็ยังไม่คิดอะไร จนถึงวันรับปริญญาป.ตรี ซึ่ง N เรียนมารุ่นก่อนแต่มาจบพร้อมกับ T ก่อนหน้านั้น O ขอให้ T ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน แต่ T ไม่ว่าง แต่สุดท้ายมารู้อีกที ไปโผล่ถ่ายรูปรับปริญญาให้ N แล้วบอก O ว่าไม่มีอะไร ตั้งแต่วันนั้นมา ก็มีแต่เรื่อง O ส่งข้อความส่วนตัวไปบอก N อาจจะดูแรง แต่ก็บอกว่า T กับ O เป็นแฟนกัน N ไม่อ่าน O ก็เลยส่งไปบอก เพื่อน N พอรู้เรื่องเท่านั้น N โทรฟ้อง T บอกตัวเองจะเสียหายจากข้อความนั้น ทั้งที่เป็นข้อความส่วนตัว N บล๊อก O ทันที และ T ก็มาว่า O ทันที O โกรธมาก จึงไปเขียนในเฟซบุ๊ค N ว่า ถ้าไม่มีอะไรก็อย่าบล๊อกสิ (เพราะ T บอกว่าไม่มีอะไร ไม่ได้เป็นอย่างที่ O คิด) จะให้ O เชื่ออย่างไร หลังจากวันนั้นมา เวลา T โพสต์อะไร N ก็จะมาคอมเมนต์ตลอด พยายามอ่อยเต็มที่ซึ่งคอมเมนต์จะแตกต่างจากเพื่อนทั่วไป จนวันหนึ่ง O ไม่ทนแล้ว ไปโพสต์ต่อว่า เรื่องแต่งงานของเราจบแล้วเหรอ เท่านั้นล่ะค่ะ T มาด่า O ว่าเลวแล้วบอกเลิกทันที เพราะเหตุผลว่า ทำให้ N เสียหายเรื่องชู้สาว บล๊อก O สารพัดวิธีทำร้ายจิตใจ บอกว่า O ทำชีวิตเขาพัง อีกอย่าง O กับ T เพิ่งคุยไลน์ก่อนนั้นว่า T ขอเรียนให้จบทุกอย่างก่อนจะแต่งงาน O ก้อแคปรูปข้อความนั้นมาโพสต์ในเฟซบุ๊คด้วยความดีใจ แต่ T กลับมาว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเขา นั่นก็เป็นการจุดชนวนการบอกเลิก หลังจากวันนั้นก่อนปีใหม่ T ก็ยอมดีกับ O ไปเที่ยวด้วยกัน และยอมปิดเฟซบุ๊คให้ เพราะอยู่ในช่วงปิดเทอม แต่สุดท้าย มันก็แค่การหลอก พอเปิดเทอม T เปิดเฟซบุ๊คใหม่ และก็ add N เข้ามาใหม่ โดยครั้งนี้ไม่มีเพื่อน O ในเฟซบุ๊คเลยเพื่อจะได้ไม่ต้องรู้อะไรอีก พอ O ถามบอกว่าแอดเพราะต้องดึงเข้ากลุ่มเรียน แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย เขาแอดเพื่อน N เข้ามาด้วย ทั้งๆที่ปากบอกว่า ไม่เคยรู้จักกัน แต่ O แอดไป เค้าบอกว่าจะไปหาเรื่อง N อีก แล้วประเด็นที่พีคกว่านั้น คือ แอบไปลงเรียนด้วยกัน O. ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะ T บอกว่า ก็ไม่มาเรียนด้วยกันเอง มันใช่เหรอ ถ้าตรรกะมีแค่นั้นก็คงคบกันไม่ได้หรอก
ก่อนเปิดเทอม O พยายามทำดีที่สุดแล้วทั้งพูดดี (เมื่อก่อนด่าเค้าคำหยาบคาย) เพราะสัญญาว่าหลังปีใหม่จะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ หาซื้อของให้เขา คอยดูแลว่าเขาขาดอะไร พยายามทำดีทุกอย่างแล้ว สุดท้าย เขาก็เลือกที่จะคบ N ต่อไป ทั้งที่รู้ว่า O จะเสียใจแค่ไหน นี่ในวันมาฆบูชาที่ผ่านมา เขามีเรียนกับ N แล้วก็หายไปทั้งคืน O ก็ได้แค่คิดแต่ทำอะไรไม่ได้ แล้วจะให้ O คิดว่าอะไรได้อีก O บอกเลิกแต่เขาก็ยังส่งคำว่ารัก มาให้ มันคงไม่เพียงพอหรอกกับความรู้สึกที่เสียไปทั้งหมดตลอดเวลากว่า 2 ปีกับหลายๆเรื่องราว ตอนนี้ O รู้สึกเหมือนแย่ไปทุกอย่างทั้งงานทั้งเรียน ไม่มีกำลังใจเลย เหมือนซึมเศร้าลง เพราะไม้ได้ระบายเรื่องราวพวกนี้กับใคร วันนี้ O พยายามตัดใจและไม่คิดอะไร ไม่มีกำลังใจ แต่ก็พยายามสู้ต่อ ต้องบอกว่าความดี ความรัก ถึงเขาไม่รับรู้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าต้องให้ยอมรับอะไรที่เขาทำ คงไม่ไหวจริงๆ ได้แต่บอกเขาว่า ลาก่อน
ขอแค่ระบายเท่านั้นค่ะ ขอบคุณพื้นที่นี้มากนะคะ
รู้สึกอยากได้กำลังใจ ขอแค่ระบายบ้าง ความรักที่เคยคิดว่าดีมันไม่ใช่เลย
เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2556 เป็นปีที่ ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ O ซึ่งเคยผิดหวังกับความรักมาอย่างหนักและตั้งตัวได้ในระยะเวลา 4-5 ปี ตัดสินใจเรียนกฎหมาย ณ สถาบันที่มีชื่อแห่งหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนความฝันของตัวเอง และคิดว่าหลายๆคนที่เข้ามาเรียนก็คงคิดอย่างเดียวกัน การเข้ามาก็มีทั้งเพื่อนทั้งพี่น้อง ทั้งดีและไม่ดี แต่ก็เรียนไปจนระยะเวลาสู่ช่วงปลายของปีแรก ก็ได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งชื่อ T เป็นผู้ชายที่ผ่านการแต่งงานมาแล้ว เมื่อมาเรียนด้วยกัน เขาก็เข้ามาคุย ส่วนใหญ่จะคุยผ่านทาง แชทในเฟซบุ๊ค หรือ ไลน์ เรื่องเรียนเรื่องคนทั่วไป จนต่างก็คงชอบกัน เหมือนจีบกันไปกันมา O ก็เห็นนะว่า T มีผู้หญิงเยอะแต่คิดว่าเพื่อนกันก็ไม่เคยคิดอะไร ก็มันเริ่มรักไปแล้ว มีงอนบ้างที่ ผู้หญิงคนอื่นเข้ามา comment แปลกๆ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คบกันเป็นแฟน จนระยะเวลาผ่านไปความรู้สึกดีมันก็มีมากขึ้น
แต่ O ต้องออกจากสถาบันนั้นเพราะกดดันหลายอย่าง จึงย้ายไปเรียนอีกที่หนึ่ง และคิดว่าจะทิ้งทุกอย่างที่เคยผ่านมา แต่ T ก็โทรมาให้กำลังใจ คุนกันเรื่อยมา ก่อนวันที่แม่ของ T เสีย เป็นวันที่ T มาหา O เพราะทุกข์ใจมาก แล้วก็ตกลงที่จะคบกัน
จากนั้นมา คำพูดที่ว่าความสุขมักจะเกิดแค่ช่วงเวลาเดียวมันก็เป็นจริงค่ะ ระหว่างนั้น T ไม่เคยเปิดเผยว่าคบกับ O เลย มีผู้หญิงอื่นเข้ามาเสมอ ซึ่ง T บอกว่าไม่มีอะไร แต่ความรู้สึกของผู้หญิงทุกคน ถ้ามีอะไรพิเศษเกินเพื่อนมันรับรู้ได้อยู่แล้วจริงไหมคะ คบแบบรักๆเลิกๆเรื่อยมา เพราะ T ไม่ยอมไป ทั้งๆที่ O พยายามตัดใจหลายครั้งและบอกเลิกมาตลอด เพราะไม่สามารถรับอะไรได้หลายๆอย่าง จนเรียนจบ ก็เรียนต่อในระดับสูงขึ้นจุดที่พีคที่สุดอยู่ตรงนี้ค่ะ
T รู้จัก ผู้หญิงที่เรียนด้วยกัน ชื่อเล่น N เป็นพยาบาลอยู่ รพ.มีชื่อใกล้สถาบันนั่นแหละค่ะ O ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เห็น T ในเฟซบุ๊คโพสต์เรื่องโชคชะตาที่ทำให้มาเจอกันอะไรประมาณนั้น แล้ว N ก็มา comment หวานๆให้ O ก็ยังไม่คิดอะไร จนถึงวันรับปริญญาป.ตรี ซึ่ง N เรียนมารุ่นก่อนแต่มาจบพร้อมกับ T ก่อนหน้านั้น O ขอให้ T ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน แต่ T ไม่ว่าง แต่สุดท้ายมารู้อีกที ไปโผล่ถ่ายรูปรับปริญญาให้ N แล้วบอก O ว่าไม่มีอะไร ตั้งแต่วันนั้นมา ก็มีแต่เรื่อง O ส่งข้อความส่วนตัวไปบอก N อาจจะดูแรง แต่ก็บอกว่า T กับ O เป็นแฟนกัน N ไม่อ่าน O ก็เลยส่งไปบอก เพื่อน N พอรู้เรื่องเท่านั้น N โทรฟ้อง T บอกตัวเองจะเสียหายจากข้อความนั้น ทั้งที่เป็นข้อความส่วนตัว N บล๊อก O ทันที และ T ก็มาว่า O ทันที O โกรธมาก จึงไปเขียนในเฟซบุ๊ค N ว่า ถ้าไม่มีอะไรก็อย่าบล๊อกสิ (เพราะ T บอกว่าไม่มีอะไร ไม่ได้เป็นอย่างที่ O คิด) จะให้ O เชื่ออย่างไร หลังจากวันนั้นมา เวลา T โพสต์อะไร N ก็จะมาคอมเมนต์ตลอด พยายามอ่อยเต็มที่ซึ่งคอมเมนต์จะแตกต่างจากเพื่อนทั่วไป จนวันหนึ่ง O ไม่ทนแล้ว ไปโพสต์ต่อว่า เรื่องแต่งงานของเราจบแล้วเหรอ เท่านั้นล่ะค่ะ T มาด่า O ว่าเลวแล้วบอกเลิกทันที เพราะเหตุผลว่า ทำให้ N เสียหายเรื่องชู้สาว บล๊อก O สารพัดวิธีทำร้ายจิตใจ บอกว่า O ทำชีวิตเขาพัง อีกอย่าง O กับ T เพิ่งคุยไลน์ก่อนนั้นว่า T ขอเรียนให้จบทุกอย่างก่อนจะแต่งงาน O ก้อแคปรูปข้อความนั้นมาโพสต์ในเฟซบุ๊คด้วยความดีใจ แต่ T กลับมาว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเขา นั่นก็เป็นการจุดชนวนการบอกเลิก หลังจากวันนั้นก่อนปีใหม่ T ก็ยอมดีกับ O ไปเที่ยวด้วยกัน และยอมปิดเฟซบุ๊คให้ เพราะอยู่ในช่วงปิดเทอม แต่สุดท้าย มันก็แค่การหลอก พอเปิดเทอม T เปิดเฟซบุ๊คใหม่ และก็ add N เข้ามาใหม่ โดยครั้งนี้ไม่มีเพื่อน O ในเฟซบุ๊คเลยเพื่อจะได้ไม่ต้องรู้อะไรอีก พอ O ถามบอกว่าแอดเพราะต้องดึงเข้ากลุ่มเรียน แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย เขาแอดเพื่อน N เข้ามาด้วย ทั้งๆที่ปากบอกว่า ไม่เคยรู้จักกัน แต่ O แอดไป เค้าบอกว่าจะไปหาเรื่อง N อีก แล้วประเด็นที่พีคกว่านั้น คือ แอบไปลงเรียนด้วยกัน O. ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะ T บอกว่า ก็ไม่มาเรียนด้วยกันเอง มันใช่เหรอ ถ้าตรรกะมีแค่นั้นก็คงคบกันไม่ได้หรอก
ก่อนเปิดเทอม O พยายามทำดีที่สุดแล้วทั้งพูดดี (เมื่อก่อนด่าเค้าคำหยาบคาย) เพราะสัญญาว่าหลังปีใหม่จะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ หาซื้อของให้เขา คอยดูแลว่าเขาขาดอะไร พยายามทำดีทุกอย่างแล้ว สุดท้าย เขาก็เลือกที่จะคบ N ต่อไป ทั้งที่รู้ว่า O จะเสียใจแค่ไหน นี่ในวันมาฆบูชาที่ผ่านมา เขามีเรียนกับ N แล้วก็หายไปทั้งคืน O ก็ได้แค่คิดแต่ทำอะไรไม่ได้ แล้วจะให้ O คิดว่าอะไรได้อีก O บอกเลิกแต่เขาก็ยังส่งคำว่ารัก มาให้ มันคงไม่เพียงพอหรอกกับความรู้สึกที่เสียไปทั้งหมดตลอดเวลากว่า 2 ปีกับหลายๆเรื่องราว ตอนนี้ O รู้สึกเหมือนแย่ไปทุกอย่างทั้งงานทั้งเรียน ไม่มีกำลังใจเลย เหมือนซึมเศร้าลง เพราะไม้ได้ระบายเรื่องราวพวกนี้กับใคร วันนี้ O พยายามตัดใจและไม่คิดอะไร ไม่มีกำลังใจ แต่ก็พยายามสู้ต่อ ต้องบอกว่าความดี ความรัก ถึงเขาไม่รับรู้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าต้องให้ยอมรับอะไรที่เขาทำ คงไม่ไหวจริงๆ ได้แต่บอกเขาว่า ลาก่อน
ขอแค่ระบายเท่านั้นค่ะ ขอบคุณพื้นที่นี้มากนะคะ