สมภารไม่กินไก่วัด...มันใช่หรอ??

เรื่องราวสืบเนื่องมากจากครั้งที่แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างพี่กับน้องที่ทำงานเดียวกัน

--แนบลิงค์กระทู้ครั้งก่อนไม่เป็นค่ะ มือใหม่หัดเล่น-- 😁😁😁😁😁

ครั้งนี้เลยขอแค่มาระบายความรู้สึกที่อัดอั้น และอยากทราบว่าสิ่งที่เจ้าของกระทู้คิด คนอื่นคิดเหมือนเจ้าของกระทู้ไหม?

ตั้งแต่วันที่ตั้งกระทู้ครั้งที่แล้วจนมาถึงทุกวันนี้ เขาสองคนก็ยังคุยกันปกติ มีไปเซอร์วิสงานค้างต่างจังหวัดอยู่2ครั้ง ครั้งแรกที่ไปเอารถกันไปคนละคันแต่ว่าไปพักที่เดียวกัน ห้องข้างๆกัน เขาสองคนจะทำงานช่วงเวลาเย็นถึงประมาณเที่ยงคืน เพราะทางโรงงานหยุดเครื่องให้เวลานี้ แล้วมีวันหนึ่งเจ้าของกระทู้โทรไปแล้วได้ยินเสียผู้หญิง เขาก็เปิดกล้องให้ดูเห็นน้องคนนั้นนั่งทำงานอยู่ในห้องแฟนของเจ้าของกระทู้ โดยให้เหตุผลว่าเปิดประตูไว้ ส่วนตัวเราเองก็โวยวายอยู่ แต่ก็ปล่อยผ่าน  จนมาครั้งที่สองต้องไปเซอร์วิสงานที่ต่างจังหวัดอีกครั้ง แล้วก็ต้องค้างคืนอีกสามวันโดยครั้งนี้เอารถไปคันเดียวคือไปด้วยกัน เราก็ระแวงอยู่ แต่ไม่อยากจะโวยวายอะไรแล้ว ก็มีเช็คบ้างเวลากลางคืน จนครั้งนี้เราก็ไม่อยากจะพูดแล้ว พูดไปเขาก็ไม่ยอมรับความจริง เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนฟัง แฟนเพื่อนฟัง เพื่อถามความคิดเห็นว่าเราไม่ได้คิดไปเอง ใครๆก็ยืนยันแบบนั้น มีแต่เขาเท่านั้นที่คิดว่าเขาบริสุทธิ์ใจ ทั้งๆที่การกระทำมันไม่ใช่ (แฟนเจ้าของกระทู้เวลาไปไหนเขามักจะไปคนเดียวตลอด ไม่ไปกับคนอื่น มีน้อยครั้งถ้าใกล้ๆก็จะอาศัยกันไป แต่พอน้องคนนี้เข้ามาทำงานเวลาไปไซต์งานก็จะไปด้วยกันตลอด ไม่เคยแยกกันไปเลย แล้วส่วนมากก็จะไปกันสองคน) เรื่องราวผ่านไปสักพัก เจ้าของกระทู้ทำเป็นไม่สนใจ เนื่องจากที่บอกไปคือเบื่อที่จะพูด ก็อาจจะมีพูดแขวะบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทะเลาะกัน ส่วนมากเราจะเป็นคนคิดมากจนเก็บเอาไปฝัน เขาก็จะรู้เพราะเล่าให้เขาฟังตลอด  จนมาเมื่อวาน เขาบอกว่าวันนี้ต้องไปเซอร์วิสงานกับผจก และก็น้องคนนี้ (เขาไม่ได้ทำงานร่วมกันมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังนั่งทำงานใกล้ๆกัน แต่คนละโปรเจค เลยไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเท่าไหร่) เราถามว่าพรุ่งนี้ต้องไปด้วยกันใช่ไหม คือเรารู้อยู่แล้วว่าต้องไปด้วยกัน โดยให้เหตุผลว่า ผจก บอกให้เอารถไปด้วยกัน  "อ้าวแล้วทำไมแมเนเจอร์ ถึงเอารถไปเองได้ แล้วทำไมเซลล์ยังเอารถไปเอง แล้วทำไมเอ็นจีเนียร์อย่างคุณเอารถไปเองไม่ได้ ทั้งๆที่บริษัทก็บอกอยู่ว่าทุกคนต้องมีรถเพื่อไว้ใช้เซอร์วิสงาน ถ้าจะมาบอกว่าประหยัด แล้วทำไมเซลล์กับแมเนเจอร์ ไม่ไปรถคันเดียวกับคุณหล่ะ ทั้งๆที่ก็ออกมาจากบริษัทเหมือนกัน (บางครั้งแมเนเจอร์ก็ยังไปเซลล์กับเอ็นจีเนียร์อยู่อยู่เหมือนกัน) ทั้งๆที่คุณก็ต้องไปแวะคุยกับลูกค้าคนอื่น คุณไม่จำเป็นต้องหิ้วน้องคนนั้นไปด้วยก็ได้ป่ะ แยกรถไปก็ถูกแล้วป่ะ ในเมื่อคุณก็มีธุระต่อ" เมื่อคืนก็ทะเลาะกันถึงขั้นต้องสูญเสียน้ำตา แล้วเขาก็บอกว่ายอมแล้ว เอารถไปคนละคัน เราคิดในใจทำไมถึงยอมง่ายจังทั้งๆที่ปกติเรื่องนี้เขาจะเป็นคนไม่ยอม สรุปว่าตอนเช้ามาบอกเราว่า แยกรถกันไปไม่ได้แล้ว เขาบอกว่าน้องคนนั้นปวดท้องเลยจำเป็นต้องไปด้วยกัน โดยเอารถน้องเขาไปแล้วเขาเป็นคนขับ แต่เอาเข้าจริงทำไมน้องเขาขับหล่ะ ไหนบอกปวดท้อง โกหก!! เขาหาเหตุผลต่างๆ ไม่ใช่สิ เขาหาข้ออ้างต่างๆนาๆมาโกหกเราตลอด จนบางทีข้ออ้างที่เขาใช้อ้างกับเรามันก็ซ้ำๆเดิม เขาเลือกแคร์ความรู้สึกของน้องคนนั้น มากกว่าความรู้สึกของเราเอง ทั้งๆที่เขาก็รู้ว่าเราไม่ชอบที่เขาไปยุ่งกับน้องคนนั้น แต่เขาก็ยังพยายามที่จะทำ ไม่พยายามที่จะเลี่ยง เราไม่รู้ว่าเขาสองคนเป็นอะไรกัน แต่เขามักจะบอกกับเราเสมอว่า"สมภารไม่กินไก่วัด" แต่การกระทำมันตรงข้ามกับความรู้สึกที่เขาแสดงออกมา เขาไม่ได้เป็นพวกอีโก้สูง แต่เขาเป็นพวกชอบแถ แม้กระทั่งเรื่องงาน บางทีเขามาเล่าให้เราฟัง เรายังมองว่าเขาผิด แต่เขากลับมองตัวเขาเองถูกเสมอ เล่าย้อนไปเมื่อสองสามวันที่ผ่านมาเราเช็คโทรศัพท์เขา ครั้งนี้เขาลบไม่ทัน เราเช็คเบอร์โทรเข้าออก เขาสองคนคุยกันทุกวัน วันละหลายๆรอบ เขาบอกว่าโทรไปสั่งงานบ้าง ถามงานบ้าง เทรนงานได้ไหม แต่กับเพื่อนร่วมงานอีกคนนึงซึ่งเป็นผู้ชายเขากลับไม่โทรไปบ้างหล่ะ ทำไมต้องเจาะจงเป็นคนนี้ เมื่ออาทิตที่ผ่านมา น้องคนนี้ไปเที่ยวทะเล มีการส่งรูปมาให้แฟนเราดู แต่แฟนเราคิดว่าเราไม่รู้ ใช่!! เราไม่รู้ แต่เราโยนเหรียญถามทาง เพราะเรารู้ว่าน้องคนนั้นไปเที่ยวทะเล พอเราหลอกถามว่าทำไมต้องส่งรูปไปทะเลให้กันดู เขาก็งงว่าเรารู้ได้ไง เพราะเราไม่รู้รหัสโทรศัพท์เขา แต่เราก็บอกเราแอบดู ทั้งๆที่เราไม่ได้ทำจริง เขาก็ยอมรับว่าแค่อยากรู้ว่าทะเลที่นั่นจะสวยไหม สตอมากค่ะ!! กินมาทั้งสวนหรือป่าวก็ไม่รู้ เวลาผู้หญิงคนนั้นจะไปไหน เวลาที่ผู้หญิงคนนั้นจะทำอะไร เขารู้หมดทุกอย่าง บางทีมีการคุยไลน์กันดึกๆ บางทีเรียกชื่อเราเป็นชื่อน้องคนนั้นบ้างก็มี แม้กระทั่งล่าสุด คุยโทรศัพท์กัน ตอนจะวางก็บอกว่า "เป็นห่วงนะ" เรานี่ยืนอึ้งไปสิบวิ เห้ย!! มันถึงขนาดนี้แล้วหรอ เขาก็บอกว่าติดปาก เพราะปกติเขามักจะพูดกับเราทุกครั้งก่อนวาง (ดีนะที่ไม่พูดว่าคิดถึงก่อนวาง) เรื่องมันคงจะยาวมากกว่านี้

ผลสรุปของเรื่องทุกอย่างที่เราเล่ามา เขาบอกว่าจะไม่คุยแล้ว คุยแค่เรื่องงาน นี่เหรอเรื่องงานที่คุณว่า กลับถึงบ้านยัง? ไปไหน? ทำไร? เหรอ!! คุณต้องเอารายละเอียดส่วนนี้ไปเขียนรีพอตส่งลูกค้าว่างั้นเถอะ สับสนกับคนแบบนี้ หมดความอดทนที่จะพูดที่คุยกับเขาแล้ว เราจะไม่โทษฝ่ายหญิง ถ้ามันจะผิดก็คงผิดที่เราดูแลคนของเราไม่ดีเอง บางคนพูดครั้งสองครั้งก็จะเข้าใจ แต่สำหรับบางคนต่อให้พูดเป็นร้อยครั้งมันก็ยังไม่เลิกทำ จากคำที่เขาบอกว่าสมภารไม่กินไก่วัด มันใช้กับเขาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

ปล.เจ็บใจที่สุดคงจะเป็นส่งรูปภาพหากัน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่