ความรัก ความผูกพันธ์ ต้องแพ้ระยะทางความห่างไกลเสมอไปไหม

สวัสดีครับ สหายพันทิพย์ทุกท่าน อันนี้เป็นกระทู้แรกของผมเลยครับหลังจาก ส่องพันทิพย์อยู่หลายปี เพราะปกติผมชีวิตแบบราบเรียบ เรียบง่าย ไม่ค่อยอะไรตื่นเต้น  แต่วันนี้มีปัญหาหัวใจมาปรึกษาครับ
                        เรื่องราวมันเริ่มจากวันนึ่ง เมื่อหลายปีก่อนในขณะผมกำลังเรียนปริญญาโท ผมได้ไปเล่นกีฬาในสถานศึกษา ระหว่างทางขึ้นบันได ผมมองไปที่ผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง กำลังคุยกันและนาทีนั้นเอง สายตาของผมก็จดจ้องไปที่ผู้หญิงคนหนึ่ง แว๊บแรกที่มองเธอ เหมือนสิ่งรอบตัวหยุดนิ่ง สายตาของผมโฟกัสไปที่เธอเพียบคนเดียว เธอดูโดดเด่นออกมา หัวใจผมเต้นแรง(ราวกับรักแรกพบ)  แต่ผมก็ไม่รู้จักเธอจึงเดินไปเพื่อไปเล่นกีฬาต่อ ทันใดนั้นเหมือนพรหมลิขิตครับ เธอก็มาเล่นกีฬาชนิดเดียวกันกับผม แต่เล่นคนละสนาม แล้วมารู้ที่หลังว่าเธอและเพื่อนๆ ก็เรียนคณะเดียวกันกับผมแต่คนละชั้นปี ซึ่งตอนนั้นเธอก็เพิ่งเลิกกับแฟนเก่าซึ่งแฟนเก่าของเธอสอบบรรจุได้ และต้องไปประจำต่างจังหวัดประกอบกับเจอผู้หญิงคนใหม่ เลยต้องเลิกกัน แล้วตอนเลิกกันผู้ชายก็ตัดบัวไม่เหลือใย ไม่เหลี่ยวแลเลย   ผมว่าสิ่งเหล่านี้เป็นโอกาสผมจึงตัดสินใจเลยครับ ว่ายังไงก็ต้องจีบเธอคนนี้  ซึ่งตอนที่ผมเริ่มจีบนั้น ทราบมาว่าตอนนี้มีผู้ชาย เกือบ 10 คน กำลังจีบเธอพร้อมๆกัน ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น แต่ผมก็อาศัยความที่ อยู่คณะเดียวกัน เล่นกีฬาเหมือนๆกัน  กินข้าวเย็นกับกลุ่มกีฬาพร้อมๆกัน  กลับบ้านทางเดียวกัน  ซึ่งทำให้ผมได้เปรียบกว่าผู้ชายคนอื่น  จนในที่สุดเวลาผ่านไปหลายเดือน ผู้ชายแต่ละคนก็เริ่มหายไปจาก  จนเหลือไม่กี่คน ตอนนี้ผมใช้กีฬาเป็นแม่สื่อ การเรียนเป็นพ่อชัก เราเล่นกีฬาด้วยกัน ขอยืมชีท ติวกัน มีปัญหาก็ปรึกษาซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือกันมาโดยตลอด จนเริ่มเกิดเป็นความผูกพัน ประกอบกับตอนนั้น เหลือผมแค่คนเดียวตัวเลือกไปหมด ๕๕๕  อย่างไรก็ตามผมเริ่มไปมาหาสู่กันโดยไปทำอาหารกินกันที่ห้องเธอบ้าง ชวนไปเที่ยวบ้าง  
                    จนในที่สุดเราก็ตกลงปลงใจเป็นแฟนกัน ในระหว่างคบกัน (เธอบอกว่าเธอแพ้ความดีของผมที่ดูแลเธอมาตลอดหลายเดือน) ต่อจากนั้นเราทั้งคู่ก็ได้ทำงานในสถานที่เดียวกัน ตอนแรกก็ไป-กลับ บ้านและที่ทำงานกันทั้งคู่  พอตอนหลังจากนั้นไม่นานรู้สึกว่า เดินทางไปกลับไม่ไหวแน่ๆ เราทั้งคู่จึงตัดสินใจ ออกมาพักหอใกล้ที่ทำงานจะได้ไม่เหนื่อย เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันคล้ายสามีภรรยา   ตลอดเวลาที่คบกันมีทะเลาะกันบ้าง มีความสุขกันบ้าง แต่ก็มีทัศนะคติใหญ่ ๆ ที่ไม่ตรงกัน เช่นเวลาทะเลาะกัน เธอมักต้องการเคลียร์ให้มันจบๆ ไปเลย (ซึ่งตอนเคลียร์เธออารมณ์ร้อนมาก)  แต่ผมมีความคิดว่าน่าจะปล่อยให้เย็นก่อนค่อยคุยกันเพราะยิ่งขึ้นตอนอารมณ์ร้อน เหมือนเอาน้ำมันไปลาดไฟ    จนช่วงหลัง ๆ มานี่เวลาเธอโกรธ มักจะตี ทุบ จิก กับผม แต่ผมก็ไม่เคยโกรธเธอเลย ครั้นเมื่อเธออารมณ์ดีแล้วเธอจะมาขอโทษผมที่ทำให้ผมเจ็บผมก็ยินดีอภัยให้ เพราะรักเธอมากมาย
                       หลังจากเราอยู่ด้วยกัน เกือบ 1 ปี เธอก็สอบติด และจำเป็นต้องไปบรรจุต่างจังหวัด(ปริมณฑล) ทำให้เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เธอต้องไปอยู่กับน้า  เป็นห้วงเวลาแห่งการห่างเหินกัน ผมเองก็พยายาม ติดต่อวันละ  3 เวลา เช้า กลางวัน  ก่อนนอน   วันหยุดสุดสัปดาห์ใดที่เราว่างทั้งคู่ เราจะมาหากัน หรือเย็นไหนว่างๆจะออกไปหาอะไรกินกัน ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นครับ (ในใจคิดว่าอย่างไรก็จะแต่งงานและอยู่กินกับเธอคนนี้)  เราทะเลาะกันน้อยมาก  จนวันนึง เธอได้รับคำสั่งต้องไปอบรม 17  วัน และต้องไปตามจังหวัดต่าง ๆ  ช่วงเวลานี้เองครับเป็นจุดเปลี่ยน  ก่อนไปอบรมเรายังรักกันดีอยู่ ผมยังไปส่งเธอที่อบรมช่วงเย็นอยู่เลย ที่บอกว่าเป็นจุดเปลี่ยนก็เพราะเธอพบกับผู้ชายคนนึง อยู่กลุ่มอบรมเดียวกัน  อายุน้อยกว่า ในตอนแรกเธอบอกทุกคนในกลุ่มนะครับว่า เธอมีแฟนแล้วทำงานที่ไหนทุกคนต่างรู้ (เธอเล่าให้ผมฟัง)  และหลังจากอบรมเสร็จเธอก็ยังรักผม และดูปกติดี  และต่อไปนี้จะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนครับ
                      เนื่องจากผมจะต้องบวชพระเนื่องในโอกาสครบรอบสตมวาร (100 วัน)  เป็นเวลา 10 วัน ซึ่งผมตั้งใจตั้งแต่แรกแล้วครับว่า หากในหลวงสวรรคต ผมจะต้องบวชให้ได้ และยังเป็นการทดแทนพระคุณพ่อแม่อีกด้วย ในระหว่างบวชผมก็ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างเด็ดขาด ไม่เอาสมาร์ทโฟนไป ไม่โทรหาใครตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่  และเมื่อลาสิขา ผมก็ได้โทรไปบอกพ่อแม่ ว่าสึกแล้ว พ่อแม่ต่างปลื้มใจในบุญกุศลนี้ คนต่อมาที่ผมโทรไปคือแฟน เธอน้ำเสียงเปลี่ยนไปดูเย็นชา และรำคาญผมจนสังเกตได้
                      ในตอนแรกผมก็คิดว่าตอนนั้นเธอกำลังอารมณ์ไม่ดีมั่ง  เดี๋ยวค่อยโทรไปอีกทีตอนอื่นแล้วกัน  แต่ผิดคาดครับ หลังจากนั้นผมก็ปฏิบัติกิจกรรมเดิมของผมคือเธอไปวันละ 3 เวลา ชวนเธอไปเที่ยว แต่เธออ้างว่าช่วงนี้เครียดๆ งานยุ่ง ไม่อยากไปไหน   ด้วยลางสังหรณ์ ผมก็คิดว่าแปลกๆ  จึงพยายามคาดคั้นจากเธอ  สุดท้ายเธอก็พูดครับ ว่าระหว่างที่ผมบวช เธอคุยกับผู้ชายคนอื่น ซึ่งเธอเองรู้สึกคลิ๊กมาก ผมอึ้งไปสักพัก รู้สึกงงงวย ๕๕๕   ในที่สุดเธอก็บอกว่า อยากเคลียร์กับผมวันซ้อมใหญ่รับปริญญา ซึ่งผมก็รอครับ  อยากฟังเรื่องราวต่างๆ
    และแล้ววันซ้อมใหญ่ก็ถึง หลังจากเธอไปถ่ายรูปกับเพื่อน เธอก็มาหาผมช่วงเย็น มาถ่ายรูปกับผม  และพอเริ่มดึกเธอกับผมก็หาอะไรกินแล้วกลับไปที่ห้องของเราเพื่อไปเคลียร์เรื่องราวต่างๆ
เธอเล่าให้ฟังว่าเธอรู้จักกับเค้ามาประมาณ 1 เดือน เค้าโทรมาหาบ่อย
และผมก็ถามว่าเค้ารู้ไหมว่าเธอมีแฟนแล้ว เธอบอกว่ารู้
ผมถามอีกว่าแล้วทำโทรมาหาคนที่มีแฟนแล้วบ่อยๆ
เธอบอกว่า มาคุยเรื่องเรื่อยเปื่อย ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร  พึ่งมาจริงจังช่วงที่ผมไปบวช  ที่มาเคลียร์วันนี้เป็นเพราะเธอรู้สึกผิด และจะขอลดสถานะจากแฟนเป็นเพื่อน  
ผมจึงถามไปว่า ผมผิดอะไร ทำไมถึงจะทิ้งผม ผมยินดีปรับปรุงตัวนะ
เธอบอกว่าผมไม่ผิดอะไร เธอผิดเองที่มีใจให้ชายอื่น ยังบอกอีกว่าผมเป็นผู้ชายที่ดีมากๆ และไม่รู้ว่าจะได้เจอคนดีอย่างนี้อีกไหม
              จากนั้นเธอก็ยกเหตุผลมากมายที่เค้าอยากเลิกกับผม(โดยสรุป)
1.    ทัศนะคติของเราตอนทะเลาะกันไม่ตรงกันเลย เธอต้องการจบปัญหาในขณะนั้นๆ แต่ผมต้องการให้อารมณ์เย็นลงก่อน
2.    เธอรู้สึกผิดต่อผมที่มีใจให้คนอื่น
3.     ห่างไกลกัน เวลาไม่ค่อยตรงกัน
4.    อยากลองเปิดใจคุยกับคนใหม่  สิ่งใหม่ๆ
5.    เธอรู้สึกคลิ๊กกับเขา
6.    เธอไม่อยากทำร้ายผมตอนทะเลาะกัน
7.    เธอเพิ่งเข้าใจความรู้สึกแฟนเก่าที่ทิ้งเธอไป และกำลังมองผมเป็นเหมือนตัวเธอในอดีต และรู้สึกขอบคุณแฟนเก่า ที่ทำให้เธอเข้าใจความรู้สึกนี้และพร้อมที่จะรับสิ่งใหม่ๆ
8.    เธอบอกว่า ศีลเราไม่เสมอกัน เพราะเธอนอกใจ แต่ผมไม่เคยแม้สักครั้ง
9.    เธอบอกว่าความสัมพันธ์ ก็เหมือนแก้วน้ำ มันร้าวแล้วก็ยากจะกลับคืนมา
10.    เป็นเพราะผมบีบคั้นเธอให้เธอสารภาพว่าเกิดอะไรขึ้น
11.    มีอยู่ครั้งนึงตอนยังคบกัน ผมบอกว่าอย่างไรก็จะไม่ทิ้งเธอ แต่ถ้าเธอเจอคนที่ดีกว่า ผมก็ยินดีที่จะให้เธอไป (แต่คนดีมีจิตสำนึกที่ไหน โทรมาหาแฟนคนอื่นได้ทุกวัน แถมยังจะเข้ามามีบทบาทในชีวิต)
                      เหตุผลเหล่านี้ โดยคราวๆนะครับที่เธอบอก สรุปง่ายๆ หัวใจของเธออยู่กับคนใหม่แล้ว และรู้สึกผิดกับผม   ผมฟังแล้วก็นั่งคิดแล้วก็บอกกับเธอไปว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ขอคบต่อ ผมยังเหมือนเดิม ยังจะเชื่อใจเหมือนเดิมถ้าเธอกลับมา  แต่เธอบอกว่าไม่แล้ว เธอต้องตัดใจเลือกทางในทางหนึ่ง ซึ่งเธอเลือกเค้า ส่วนผมเธอขอโทษและขอรับผิดทุกอย่างไว้เพียงคนเดียว  หลังจากคุยกันผมก็ขับรถไปส่งเธอที่ห้อง พร้อมกับเสื้อผ้าและข้าวของบางส่วนที่ยังอยู่ในห้องเรา ตลอดทางผมก็ขอร้องอ้อนวอน ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่เธอใจแข็งมาก สรุปวันนั้นก็ไปส่งเธอ  และกลับมาวันพรุ่งนี้ก็ต้องไปรับพระราชทานปริญญาบัตร วันนั้นทั้งวันรู้สึกไม่มีแรง ใจลอย แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี  ต่อจากนั้น ผมก็ง้อเธอ ทั้งโทรศัพท์ ไลน์ เฟซบุค   แต่เธอก็ทำใจแข็ง ไม่อ่านไลน์ เฟซ รับโทรศัพท์ช้า  หรือไม่รับโทรศัพท์เลย……เห้อๆ  จบแล้วครับ มาถึงตรงนี้ผมเองก็แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ในเมื่อเค้าทำร้ายจิตใจเราขนาดนี้ ทำไมถึงยังรักและรอเค้าตลอด ความรักนี้แปลกเนอะ ทำให้มองขาวเป็นดำ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เหอะ  เล่าจบแล้วครับ
ผมมีคำถาม มาถามเพื่อนๆ ในพันทิพย์
1.    ผมยังจะมีโอกาสจะได้คบกับเธอไหม(ขอความเห็น)
2.    ถ้าหมดโอกาส ขอวิธีตัดใจหน่อยครับ (ตอนนี้ผมพยายามเข้าสังคม เล่นกีฬา ดูหนัง  แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่)
3.    ทำไมคนเรารู้ว่าอีกฝ่ายมีแฟนแล้วยังโทรมาจีบอีกครับ (อย่างนี้เค้าจะเรียกว่าคนดีหรอ )
4.    ทำไมคนบางคนเปลี่ยนใจง่ายจัง ผมคบมาหลายปี  กับคนที่รู้จักกันไม่กี่วัน
5.    ผู้ชายที่ไม่เจ้าชู้ ใช้ชีวิตเรียบง่ายมันน่าเบื่อไหม

ปล. เวิ่นเว้อซะนาน ขอบคุณที่มาอ่านและช่วยตอบคำถามนะครับ
ปล. 2 แท็กห้องผิดขออภัย
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
เรื่องราวของเราคล้ายกันค่ะ คบกันมา 7 ปีกว่าๆเกือบจะ 8 อยู่คนล่ะจังหวัดแต่เราไปหาเค้าตลอด
ทำทุกอย่างเพื่อเค้าบอกรักทุกวันให้คำมั่นว่าจะรักจะดูแลแต่เค้าตลอดไป

แต่สุดท้ายเหตุผลที่เค้าทิ้งเราก็คล้ายๆคุณเน้นไปประเด็นที่ว่าได้คุยกับคนใหม่แล้วคลิ้ก
และแฟนเราก็เปลี่ยนไปหาคนๆนั้นภายใน 20 วัน แถมเจอกันในเกมส์อีกต่างหาก ไวมะล่ะ
และอ้างเหตุผลต่างๆนาๆเบี่ยงประเด็นมาทางเราเป็นฝ่ายผิดซึ่งที่ผ่านมาเรามั่นคงตลอดแท้ๆ
แต่เหตุผลจริงๆคือนอกใจไปมีใหม่น่ะแหละนะ

โอกาสได้คบคงให้คำตอบไม่ได้แนะนำให้ถามใจตัวเองว่าถ้าเค้ากลับมาคุณจะยอมมั้ย
แต่ขอบอกก่อนนะคะว่าการกลับมาคบกัน 50 - 50 ที่จะเหมือนเดิมคือรักกันแบบเดิม
และโอกาสที่จะถูกทิ้งด้วยเหตุผลเดิมๆ

ผู้ชายบางคนไม่สนหรอกว่าผู้หญิงคนนี้จะมีแฟนแล้วหรือไม่ เหมือนคนใหม่ของแฟนเรา

แรกๆมันจะเจ็บปวดอยู่นะแต่พอเวลาผ่านไปจะค่อยๆลืมคุณต้องเลิกสนใจและคิดถึง
อย่าไปมองอย่าดูไม่ต้องอยากรับรู้อะไรเกี่ยวกับเค้าถึงแม้จะฝืนใจมากแค่ไหนเพราะหาก
ยังคอยมองแอบดูมีแต่จะเพิ่มความเจ็บปวด ( แบบเรา ) ส่วนตัวเราคิดว่าคนรักของเรา
เค้าตายไปจากเราแล้วและคนที่อยู่นั่นคือใครอีกคนที่เราไม่รู้จัก

การไม่เจ้าชู้ถือเป็นเรื่องดีค่ะเราเป็นตัวของเราเองอย่าให้ความเสียใจผิดหวังมาทำลาย
ความดีและความตั้งมั่นจงรักษาความดีไว้แล้วสักวันคุณจะเจอกับคนที่คู่ควรกับความรัก
จริงๆของคุณ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่