วันนี้ (29 มกราคม) นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้รับการติดต่อ
จากนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว หลังได้รับการปล่อยตัวจากประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ รองอธิบดีได้กล่าวยอมรับและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอโทษผู้บังคับบัญชาและเพื่อนข้าราชการ ตลอดจนคนไทยทุกคนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
http://www.matichon.co.th/news/444590
ทำความรู้จัก “โรคอยากขโมย” (Kleptomania)
จากกรณีมีข่าวเรื่องคนมีชื่อเสียงไปหยิบของในโรงแรมจนถูกจับได้ทำให้คำว่า “โรคอยากขโมย”
(Kleptomania) กลับมาดังอีกครั้งหนึ่ง
โรคอยากขโมยอยู่ในกลุ่มความผิดปกติของการควบคุมตนเอง (Impulse Control Disorder) ซึ่งผู้ป่วยในกลุ่มนี้ไม่สามารถที่จะควบคุมความอยากของตนเองได้ เช่น การหยิบของ (ขโมย) การกิน
การกัดเล็บ การจุดไฟ และสัมพันธ์กับกลุ่มเสพติดพฤติกรรม เช่น การติดอินเทอร์เน็ต ติดชอปปิ้ง ติดการพนัน
และพฤติกรรมเรื่องอื่นๆ เป็นต้น
<
<
<
โรคนี้ต่างกับคนที่จงใจขโมยโดยความจำเป็น เช่น ขาดแคลน หรือโดยการวางแผน เช่น วางแผนจะขโมยสมาร์ทโฟน
แต่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นทันทีขณะดูของและควบคุมตัวเองไม่ได้ที่จะแอบหยิบมา (ขโมย) โรคนี้รักษาได้ทั้งโดยยา
และจิตบำบัด ควรรักษาเสียก่อนจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะทุกวันนี้ระบบตรวจจับมีอยู่ทั่วไป และโรคนี้อาจนำไปสู่ความรู้สึกผิด
ภาวะซึมเศร้า ติดสารเสพติด และฆ่าตัวตายได้
โรคนี้ป้องกันได้เพราะคนที่เป็นจะเริ่มจากการหยิบของด้วยความยาก ซึ่งมีสาเหตุร่วม 2 ประการ คือความเครียดที่สะสมในจิดกับความว้าวุ่นใจขณะมีความยาก ถ้าจัดการได้ก็จะป้องกันตนเองจากโรคได้ ตรงกันข้ามถ้าจัดการ
ไม่ได้ก็จะทำซ้ำๆ จนกลายเป็นโรคไป ผลที่สุดถูกจับได้ก็จะเสียความรู้สึกและชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง วิธีการป้องกัน คือ
1. จัดการกับความเครียดให้ถูกวิธี เช่น ฝึกสมาธิ ฝึกหายใจคลายเครียดเพื่อไม่ให้มีความเครียดสะสม
2. จัดการกับความว้าวุ่นใจขณะเกิดความยาก เช่น นึกภาพอยู่ในตะราง กลับมาตั้งสติโดยรู้ลมหายใจ
หยิกตัวเองให้กลับมารู้ตัว เป็นต้น และควรออกไปจากสถานที่นั้นโดยเร็ว
<
<
<
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9600000008761
เรื่องเก่าๆ นานมากแล้ว เล่ากันว่า เคยมีข้าราชการกระทรวงตปท.ระดับทูต ที่ภรรยาเป็นโรคนี้ค่ะ
โรคนี้มีจริงๆ ค่ะ
ประเด็นรองอธิบดีท่านนี้ อาจป่วยเป็น "โรคอยากขโมย" ทำไมกระทรวงพาณิชย์ ไม่หยิบยกประเด็นนี้
มาชี้แจงด้วย คนระดับรองอธิบดี ในวัยใกล้เกษียณ ไม่น่ามีเหตุจูงใจให้มีพฤติกรรมที่แสดงออกจนเสียหาย
แก่ภาพพจน์ของประเทศ การตั้งกรรมการสอบสวนครั้งนี้ ควรที่จะได้มีจิตแพทย์ ร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย
เพราะหากท่านเป็นคนป่วย การให้อภัย ขอความเห็นใจ เป็นเหตุอันสมควรที่จะได้รับ .....
ในฐานะอยู่ในครอบครัวข้าราชการ ค่อนข้างมั่นใจว่า "รองอธิบดีท่านนี้ป่วย"
สั่งย้าย ‘รองอธิบดีสุภัฒ’ ช่วยงานสำนักปลัดฯรอผลสอบ เจ้าตัวรับเสียใจ ขอโทษคนไทย...มติชนออนไลน์ ... /sao..เหลือ..noi
จากนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว หลังได้รับการปล่อยตัวจากประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ รองอธิบดีได้กล่าวยอมรับและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอโทษผู้บังคับบัญชาและเพื่อนข้าราชการ ตลอดจนคนไทยทุกคนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
http://www.matichon.co.th/news/444590
ทำความรู้จัก “โรคอยากขโมย” (Kleptomania)
จากกรณีมีข่าวเรื่องคนมีชื่อเสียงไปหยิบของในโรงแรมจนถูกจับได้ทำให้คำว่า “โรคอยากขโมย”
(Kleptomania) กลับมาดังอีกครั้งหนึ่ง
โรคอยากขโมยอยู่ในกลุ่มความผิดปกติของการควบคุมตนเอง (Impulse Control Disorder) ซึ่งผู้ป่วยในกลุ่มนี้ไม่สามารถที่จะควบคุมความอยากของตนเองได้ เช่น การหยิบของ (ขโมย) การกิน
การกัดเล็บ การจุดไฟ และสัมพันธ์กับกลุ่มเสพติดพฤติกรรม เช่น การติดอินเทอร์เน็ต ติดชอปปิ้ง ติดการพนัน
และพฤติกรรมเรื่องอื่นๆ เป็นต้น
<
<
<
โรคนี้ต่างกับคนที่จงใจขโมยโดยความจำเป็น เช่น ขาดแคลน หรือโดยการวางแผน เช่น วางแผนจะขโมยสมาร์ทโฟน แต่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นทันทีขณะดูของและควบคุมตัวเองไม่ได้ที่จะแอบหยิบมา (ขโมย) โรคนี้รักษาได้ทั้งโดยยา
และจิตบำบัด ควรรักษาเสียก่อนจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะทุกวันนี้ระบบตรวจจับมีอยู่ทั่วไป และโรคนี้อาจนำไปสู่ความรู้สึกผิด
ภาวะซึมเศร้า ติดสารเสพติด และฆ่าตัวตายได้
โรคนี้ป้องกันได้เพราะคนที่เป็นจะเริ่มจากการหยิบของด้วยความยาก ซึ่งมีสาเหตุร่วม 2 ประการ คือความเครียดที่สะสมในจิดกับความว้าวุ่นใจขณะมีความยาก ถ้าจัดการได้ก็จะป้องกันตนเองจากโรคได้ ตรงกันข้ามถ้าจัดการ
ไม่ได้ก็จะทำซ้ำๆ จนกลายเป็นโรคไป ผลที่สุดถูกจับได้ก็จะเสียความรู้สึกและชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง วิธีการป้องกัน คือ
1. จัดการกับความเครียดให้ถูกวิธี เช่น ฝึกสมาธิ ฝึกหายใจคลายเครียดเพื่อไม่ให้มีความเครียดสะสม
2. จัดการกับความว้าวุ่นใจขณะเกิดความยาก เช่น นึกภาพอยู่ในตะราง กลับมาตั้งสติโดยรู้ลมหายใจ
หยิกตัวเองให้กลับมารู้ตัว เป็นต้น และควรออกไปจากสถานที่นั้นโดยเร็ว
<
<
<
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9600000008761
เรื่องเก่าๆ นานมากแล้ว เล่ากันว่า เคยมีข้าราชการกระทรวงตปท.ระดับทูต ที่ภรรยาเป็นโรคนี้ค่ะ
โรคนี้มีจริงๆ ค่ะ
ประเด็นรองอธิบดีท่านนี้ อาจป่วยเป็น "โรคอยากขโมย" ทำไมกระทรวงพาณิชย์ ไม่หยิบยกประเด็นนี้
มาชี้แจงด้วย คนระดับรองอธิบดี ในวัยใกล้เกษียณ ไม่น่ามีเหตุจูงใจให้มีพฤติกรรมที่แสดงออกจนเสียหาย
แก่ภาพพจน์ของประเทศ การตั้งกรรมการสอบสวนครั้งนี้ ควรที่จะได้มีจิตแพทย์ ร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย
เพราะหากท่านเป็นคนป่วย การให้อภัย ขอความเห็นใจ เป็นเหตุอันสมควรที่จะได้รับ .....
ในฐานะอยู่ในครอบครัวข้าราชการ ค่อนข้างมั่นใจว่า "รองอธิบดีท่านนี้ป่วย"