29/01/2560 เอาล่ะ เริ่มเรืองแนะนำตัว ชื่อไม่บอกแล้วกัน ไม่สำคัญอะไร 555 เรื่องมีอยู่ว่า ตอนนั้นผมอายุประมาณ 7-8 ขวบ ถ้าจำไม่ผิด ผมอาศัยอยู่กับพี่ชาย เค้าทำงานสีลม งานกลางคืนอ่านะ ผมอยู่คนเดียวในห้องเช่า แคบๆ ย่านธนบุรี ผมไม่ได้เรียนหนังสือหรอกตอนนั้น พี่ชายไม่มีเงินส่งให้เรียน ไปทำงานประมาณ 4-5 โมงเย็น กลับก็โน่น เช้า ดีๆหน่อยก็ ตี 3-5 พี่ชายจะทิ้งเงินไว้วันละ 30-40 บาท ซื้อข้าวกินรอพี่กลับมา ก็กินพร้อมกันอีกรอบ แล้วก็มาช่วงหลังๆ พี่ผมเที่ยวหนักมาก กลับมาโน่น 10-12 เช้า ผมก็หิว เงินก็ไม่มีต้องรอพี่มา ถ้าคนที่เคยหิวจนเข้าถึงรสชาติของชีวิต จะเข้าใจความรู้สึกผมตอนนั้น พี่ผมเริ่มเหลวไหล เที่ยว ค้างค่าเช่าห้อง พักหลังไม่กลับห้องเลย 3-4 วัน ไม่ก็อาทิตย์ ผมหิวมาก นึกภาพ คนไม่มีแรงจะเดิน ยิ่งกว่าในละครครับ หิวจนพุ่งซ่าน เห็นภาพโน่นนี่ เป็นตุเป็นตะ เด็กอายุ 7-8 ขวบ ผมยอมรับว่ามันทรมานมาก ความหิวเนี่ย เอาปืนมายิงหัวให้ตายๆไปซะดีกว่า ช่วงนั้นไม่กล้าออกไปไหน น้ำก๊อกในห้องน้ำ ประทังชีวิตผมได้ ข้างล่างห้องพัก จะมีร้านค้าเก่าๆ ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง คนกำลังจะตาย จากเด็กขี้อาย เปลี่ยนไปเลย ผมลากสังขารตัวเอง เดินเกาะราวบันได ลงไปชั้นล่าง ไปแอบยืนดูร้านค้าช่วงที่ไม่มีคน ผมรีบเดินเข้าไป หยิบมาม่า พร้อมยกมือไว้ป้าเจ้าของร้าน บอกเค้าเบาๆด้วยความอายว่า "ป้าผมขอเอามาม่าไปกินได้มั้ย เดี๋ยวพี่ผมมาจะเอาเงินมาให้" ป้าแกไม่พูดอะไร พยักหน้า ผมรีบเดินเข้าห้อง เพื่อจะต้มมาม่ากิน ด้วยความหิวโหย หมดไปมื้อนึง แต่ความอดอยากที่สะสมมา ไม่อาจชำระล้างด้วยมาม่าเพียง 2 ห่อ กลางดึก ผมได้ยินเสียง คนโวยวายข้างล่าง เลยไปยืนดูบานกระจกเล็กๆ ผมเห็นร้านขายส้มตำ ซึ่งจะขายทุกวัน ตอนดึก แต่ต่างจากร้านค้าตรงที่ คนเยอะมาก เข้าร้านตลอด ผมลากตัวเองลงไปแอบดูริมกำแพง รอจังหวะที่คนน้อยๆ จะไปขอเซ็นกับข้าวอะไรมากิน แต่ไม่เลยครับ ไม่มีช่องที่ว่าเลย ผมยืนอยู่แบบนั้น ตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถ้าจำไม่ผิด ถึง5 ทุ่ม คนเริ่มน้อย ผมไม่ลังเล รีบวิ่งไปสั่ง ต้มแซ่บ ข้าวเหนียว พร้อมกระซิบเบาๆว่า ป้าผมไม่มีเงินนะครับ เดี๋ยวพี่ผมมาจะเอาเงินมาให้นะครับ ป้าแกก็ไม่ว่าอะไร ทำเสร็จรีบส่งให้ผม ด้วยความดีใจ เหมือนคนปวดขี้ เจอห้องน้ำครับ รีบวิ่งขึ้นห้อง ไปจัดการความหิวโหย หมดไปอีกมื้อ ถึงเช้า แบบเดิมครับ มาม่าร้านขายของชำ แต่คราวนี้ ป้าแกไม่ค่อยโอเคครับ มองผมด้วยสายตาที่แปลกไป พร้อมกับบอกว่า เอาของเก่ามาจ่ายก่อนนะ ค่อยมาเอารอบหน้า ผมถือมาม่า 2 ห่อ มือสั่น ผมอายมาก พูดต่อหน้าคนจำนวนมาก ไม่เป็นไร หิวสำคัญกว่า วิ่งไปกินแบบเดิม รอช่วงเย็น จะลงไปเซ็นส้มตำมากิน คืนนั้น ป้าไม่อยู่ครับ ปิดร้าน เป็นกรรมของผมแน่ ผมนอนหิว นอนคิด พรุ่งนี้จะเอาอะไรกิน เซ็นมาม่าไม่ได้แล้ว แล้วหลับไป ผมสะดุ้งตื่น กลางดึก ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันเสียงดังมากครับ น่าจะเป็นคู่ชาย หญิง ทะเลาะกัน พอเสียงเบาลง ประมาณ 2-3 ชม. ผมเปิดประตูออกไปดู แม่เจ้า เจอถุงบะหมี่ สภาพกระจาย ตรงพื้น แต่ถุงยังไม่แตก ผมโคตรดีใจ รีบเก็บมา ไปที่ห้อง แกะถุงออกมา มดแดงเต็มเลย 5555 นั่งหัวเราะเหมือนคนบ้า ไม่เป็นไร ผมค่อยๆเคาะไล่หมดออก แล้วกิน ระหว่างที่กิน ผมร้องไห้ นี่ผมถึงขั้นเก็บของที่เค้าทิ้งแล้วมากิน แย่งมดกินอีกต่างหาก หลังจากบะหมี่นั้น ไม่มีอะไรให้ผมกินเลยครับ นอนซม กินน้ำก๊อกอยู่ประมาณ 4-5 วัน หลายคนคงคิดว่าผมอาจจะแต่งเรื่อง มาเล่าอะไรประมาณนั้น ใครไม่เชื่อไม่ว่ากันนะครับ แต่ผมยืนยันด้วยสติที่มีตอนนี้ ว่าทุกอย่างที่เล่ามันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผม ตอนอายุ 7-8 ขวบ ต่อๆ ผมเริ่มจะทนไม่ไหวครับ ขนาดไม่ได้กินข้าววันนึง ยังจะเป็นบ้า นี่ผมอดหลายวันมากนะ ความรู้สึกตอนนั้น ผมหลับๆตื่นๆ คุยกับตัวเอง พร่ำเพ้อ มันทรมานมากครับ แต่ขยับตัวมากไม่ได้ ลมหายใจบนความหิวโหย มันเป็นปีศาจที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตผม ระหว่างกำลังบ้าๆอยู่ ตาผมกวาดไปเห็นซองอะไรซักอย่าง อยู่บน ท่อต่อจากห้องน้ำห้องบน นึกภาพออกใช่มั้ยครับ ห้องเก่าๆแคบๆ ที่ท่อยื่นออกมา เก็บงานไม่เนียนอะไรประมาณนั้น ใจผมตอนนั้น เดาให้มันเป็นเงินอย่างเดียว 5555 ค่อยๆหยิบ เป็นซองทึบสีดำ เปิดออกมา เป็นองค์พระเล็กๆ สีดำทั้งองค์ เด็กในตอนนั้นไม่สนใจเท่าไหร่ ส่วนตัวผมเป็นคนไม่เชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับเอามากๆ ผมตั้งคำถาม ทำไมต้องมีผี แล้วผีทำไมต้องมาหลอกคน ถ้าหลักมันถูกต้อง ผีมาหลอกคน เกิดผลให้คนกลัวผีจะไม่บาปหรอ มันขัดๆกันผมหาคำตอบในตอนนั้นไม่ไ้ด้ เลยวางพระเอาไว้ข้างๆตัวด้วยแรงที่ไม่ค่อยจะมี แล้วนอนต่อ ผ่านไปอีก 2 วัน สติเริ่มไม่มีเลย ผมจำความรู้สึกตัวเองตอนนั้นได้ดี มันเบาไปหมด ผมรู้สึกเย็นๆ รู้สึกเริ่มไม่ค่อยอยากที่จะหายใจแล้ว ผมเหนื่อยมาก น้ำตาไหลปากแห้งแบบในหนังเลย เบลอๆ ช่วงเวลาสั้นๆผมนึกถึงแม่ นึกถึงทุกๆคนที่เคยเจอ มันเข้ามาในหัวเร็วมาก เหมือนหนังให้ผมดู แก้เหงา สักพักเหมือนมีอะไรมาปิดหนังผม มันวูบกลับมา พร้อมกับเสียงหายใจผมแบบเหมือนคนจมน้ำ หายใจแรงมาก มือสั่น ไม่มีแรง หันไปข้างๆเห็นพระองค์สีดำ นึกอยากลอง ไหนๆก็แย่จนไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ผมจับพระขึ้นมา 2 มือประนม พูดในใจ เหมือนท้าทายเลย ถ้าศักดิ์สิทธิ์จริง ผมอยากจะอยู่ต่อ ผมหิว ผมทรมานเหลือเกิน ผมขอเงินตอนนี้ 100 นึงได้มั้ย ขอแค่ 100 เดียวจริงๆ แล้วผมจะเชื่อ ถ้ามีจริง ทำให้ผมเห็นหน่อย เชื่อมั้ยครับ ผมพูดจบ มือยังไม่ทันจะสบัดลงพื้น ยิ่งกว่าในหนังละครไทย ระหว่างพิมพ์นี่ยังขนลุก มีเสียงเคาะประตูครับ มีคนมาเคาะประตูห้องผม ใจผมคิดว่าต้องเป็นพี่ชายแน่ๆ รีบฮึดเอาแรงลุกไปเปิด ปรากฏว่าไม่ใช่พี่ชาย แต่คนที่เช่าอยู่ในชั้นเดียวกันในห้อง ริมสุด ซึ่งผมไม่รู้จักใครพี่ผมก็เช่นกัน เค้าถามผมว่า อยู่กับใคร ผมพูดแบบเบาๆ คนเดียว เค้าบอกอ้าว ทำไมคนเดียว แล้วพี่ชายไปไหน ปกติเห็นออกไปทำงาน ผมบอกไม่รู้ ผมล้มลง ตรงหน้าห้อง ความรู้สึกเหมือน มีคนเจอผมแล้ว มันโล่งไปหมดครับ ทิ้งตัวลงเลย เค้าอยู่กับผมจนตื่น ถามผมกินข้าวยัง มีตังมั้ย ผมบอกยังไม่ได้กินเลยครับ หิว เค้าเดินกลับไปที่ห้อง เอาข้าวเอาน้ำมา หลังจากจบบทสนทนากัน เค้าเดินกลับไปที่ห้อง หยิบกระเป๋ามา ยื่นเงินให้ผม 100 บาท แม่เจ้า ขนผมตั้งไปทั้งตัว สิ่งแรกที่นึกถึงคือประโยคที่ผมท้าทายพระองค์นั้นไป มันวูบไปหมด ผมรับเงินแล้วร้องไห้หนักมาก อายุเท่านั้น มันเกินจะแบกรับเรื่องขนาดนั้นจริงๆ พอเค้าไป ผมปิดห้อง รีบหยิบพระองค์นั้นมา ยกมือไหว้เหนือหัว เสียงออกมาจากปากผม " ผมขอโทษ ผมเชื่อแล้วๆๆๆๆ " หลังจากนั้นไม่นาน แม่ผมแวะมาหาพี่ที่ห้องพอดี เรื่องราวความอดอยากของผมจบลงตรงนั้น ได้สติอีกที ผมอ่านชื่อพระ เขียนว่า หลวงพ่อกล่อม ข้างหลัง วัดขนอน ผมเก็บพระองค์นี้ไว้กับตัวตลอด ตอนนี้ 20 กว่าแล้ว ทราบคือท่านนี้คืออดีตเจ้าอาวาสวัดขนอน ราชบุรี เสียดาย นึกว่าท่านยังอยู่ ตอนนี้หาโอกาสเดินทางไปวัดนี้อยู่ครับ พอจะทำงาน มีรายได้ของตัวเองแล้ว ถึงเวลาที่ต้องไปกราบสักการะซะที เรื่องราวมันอาจจะน่าเหลือเชื่อนะครับ แต่ผมย้ำว่ามันคือเรื่องจริง ทุกประการ ขอบพระคุณ ที่ติดตามกันจนจบด้วยนะครับ ใครมีเรื่องราว พุทธคุณพระเครื่อง แชร์กันได้นะครับ
ประสบการณ์เจอกับตัว พุทธคุณ " หลวงพ่อกล่อม " จำจนตาย