จุดที่ต่ำที่สุดในชีวิตของแต่คนท่านคือจุดไหนครับ มาแชร์ประสบการณ์กันครับ

สวัสดีครับ วันนี้ว่างๆเลยมาลองตั้งกระทู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตของพี่ๆเพื่อนๆน้องๆในพันทิป เพื่อเป็นแรงพลักดันในชีวิตต่อไปครับ

     ช่วงเวลาที่ผมติดว่าตกต่ำที่สุดคือ ผมได้ทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งได้ประมาณ4เดือน ซึ่งตอนนั้นไกลจากที่พักมาก ต้องตื่นแต่เช้า 6 โมง แล้วไปรอรถเมล์ตอน 8 โมงเช้า เพื่อไปเข้างาน 10.45 ของทุกๆวัน จึงได้ปรึกษากับเพื่อนที่สนิทกันว่าอยากหางานใหม่ เพราะมันไกลบ้าน กว่าจะถึงบ้านก็เกือบๆเที่ยงคืน เพื่อนจึงชวนให้มาทำงานที่ ตจว. ผมได้ไปสมัครงานที่ใหม่และได้งานที่จังหวัดนั้น จึงได้ไปลาออกจากที่ทำงานเดิม ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี แต่แล้วก็มีเหตึการณืเกิดขึ้น สินค้าได้หายไปจำนวน2ชิ้น มูลค่ารวม 29,800 บาท ซึ่งผมเองเป็นคนเช็คสินค้านั้น ทำให้โดนสอบสวน โดยผมต้องรับผิดชอบ1ชิ้น ในราคา 14,900 บาทเพียงคนเดียว และคนอื่นๆคือรับผิดชอบอีกชิ้น(หารกัน) ในสถานการณ์ตอนนั้นคือทุกคนคิดว่าผมเองที่เป็นคนขโมยไป แล้วชิ่งด้วยการลาออก ผมจึงรับผิดชอบโดยการจ่ายสินค้าที่หายไป 1 ชิ้น 14,900 บาท (หัวหน้างานเป็นคนให้รับผิดชอบเพียง 1 ชิ้น) ทางหัวหน้างานเลยให้เซ็นเอกสารให้จ่ายค่าความเสียหายโดยหักจากเงินเดือน พอถึงสิ้นเดือน เงินเดือนผมไม่พอจ่ายจึงได้นำของมีค่าไปจำนำเพื่อโอนจ่ายค่าสินค้าที่ได้หายไปให้ครบตามจำนวน 14,900 บาท
     จากนั้นผมก็ได้เดินทางไปต่างจังหวัดที่ได้งานทำ ไปพักกับเพื่อน แรกๆก็ปกติ สุขสันต์ เฮฮา ตามประสาเพื่อนกัน แต่มีเหตุการณ์แตกหักที่ทำให้เสียเพื่อน ซึ่งวันนั้นผมกับเพื่อนและน้องเพื่อนได้ไปตลาดนัดกัน 3 คน ไปซื้อกับข้าวมาทำตอนเย็น ก็ลงรถไปปกติ ตอนกลับก็หิ้วของมา ไว้ที่เบาะด้านหลังที่น้องของเพื่อนนั่งอยู่ พอถึงบ้านผมเองก็ลงแล้ววิ่งไปเล่นเกมส์ที่โน็ตบุ๊คของน้องเพื่อน ซึ่งที่วิ่งไปคือกะว่าจะไปเล่นเกมส์ก่อนน้องแล้วให้น้องเก็บของที่ซื้อมาจากตลาดมาไว้ในบ้าน พอเพื่อนเข้ามาในบ้านก็ถามผมว่า "กระเป๋าเงินหาย เห็นกระเป๋าเงินไหม" ซึ่งตอนนั้นผมก็ใจไม่ดีแล้วหละ ก็เลยบอกเพื่อนว่า หาดีหรือยัง ลืมไว้บนรถหรือเปล่า เพื่อนก็เลยบอกว่า หาหมดแล้วไม่มี ผมเลยถามว่าของสำคัญเยอะไหม เพื่อนเลยบอกก็มีเอกสารบัตรต่างๆและก็เงินอีก 800 แล้วก็หน้าบึ้งๆขึ้นไปบนห้องชั้น 2
     จากนั้นผมเลยถามน้องเพื่อนว่ากระเป๋าเงินหายไปได้ยังไง ลืมหยิบหรือหลงวางไว้ที่ไหนที่ตลาดหรือเปล่า ผมกับน้องเพื่อนจึงขับมอไซไปที่ตลาด ไปถามแม่ค้าที่ตลาดก็บอกไม่ว่าเห็น จึงได้กลับบ้าน พอถึงบ้านผมก็ขึ้นห้องจะไปอาบน้ำนอน ปรากฏว่าห้องโดนรื้อ กระจัดกระจายเต็มห้อง พออาบน้ำเสร็จเพื่อนก็ยื่นโทรศัพท์มาให้คุยกับเพื่อนอีกคนนึง เพื่อนในสายเลยบอกว่าเพื่อน(เจ้าของบ้าน)ไม่สะดวกใจที่จะให้อยู่ด้วยแล้ว เพราะกระเป๋าเงินหาย อะไรประมาณนี้ ผมเลยถามว่าแล้วไม่ถามผมบ้างหรอว่าเอาไปหรือเปล่า ทำไม่ถามกันบ้าง เพื่อน(เจ้าของบ้าน)บอกว่าเค้าเชื่อความรู้สึกตัวเอง แล้วอีกอย่างเงินโอน1,500บาทเข้ามาให้บัญชีผมได้ยังไง ผมเลยบอกว่าเป็นคนของเพื่อนอีกคนโอนมาใช้หนี้ที่ยืมไป เค้าก็ไม่เชื่อ พูดแต่ประโยคซ้ำๆว่า "ไม่สะดวกใจที่จะให้อยู่ด้วยแล้ว" ผมเลยขอยืมเงินเพื่อไปเช่าห้องพักอยู่ ตอนนั้นมีเงินแค่ 1,500 ที่เพื่อนโอนมาให้ คงไม่พอค่ามัดจำห้อง  เพื่อน(เจ้าของบ้าน)เลยบอกว่า "มีเรื่องขนาดนี้ยังมีหน้ามายืมอีกหรอ..."
     ตอนเช้าผมเลยเดินทางมา กทม. โดยเพื่อนคนนั้นมาส่งที่บขส. ต่างคนต่างเงียบตลอด พอผมลงรถแล้วเพื่อนเลยบอกว่า "โชคดีนะแก" จากนั้นพอมาถึงหมอชิตผมเลยได้โทรหาพี่ที่รู้จักกันแล้วไปพักด้วย ในตอนนั้นผมไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอะไรที่เป็นอุปกรณ์สื่อสาร มีแต่กระดาษกับกระดาษที่เอาไว้จดเบอร์โทรเพื่อนที่อยู่กทม.
     ในระวังนั้นผมเลยยืมโน็ตบุ๊คพี่เข้าเฟสบุ๊คจังเห็นเพื่อน(เจ้าของบ้าน) ตั้งสเตตัส "เลี้ยงไม่เชื่อง" และ "เราคงดีเกินไป" และไม่นานหลังจากนั้นก็ลบเพื่อนออก...
     หลังจากนั้นผมเองก็ต้องไปอบรมงานเพื่อไปทำงานที่ ตจว. (จังหวัดเดียวกับที่เพื่อนคนนั้นอยู่) เพราะตอนนั้นถ้าไม่ทำงานนี้ ก็ไม่รุ้ว่าจะไปสมัครที่ไหนแล้ว ซึ่งตอนนั้นเงินก็ไม่มี ไม่มีของมีค่าอะไรเลยในตอนนั้น ที่จะเอามาเป็นทุนได้ พอกลังจากอบรมเสร็จก็ได้เดินทางมาที่ ตจว. พอวันจะเริ่มงาน HR ได้ให้ไปตรวจพวกสารเสพติด ตรวจฉี่ ไวรัสตับอักเสบ ซึ่งตอนนั้นผมมีเงินแค่พันกว่าบาท และก็ไม่รู้ด้วยว่าคลีนิคหรือโรคบาลที่ไหนรับตรวจ จึงได้เดินไปเรื่อยๆเพื่อหาคลีนิคจนเจอและได้ตรวจ พอจะกลับที่พักในตอนนั้นดึกมากๆแล้ว ไม่มีรถสองแถว ผมจึงเดินไปตามทางที่เดินมา เดินมาไกลมากๆ ในตอนนั้นกำลังเดินไกลจะถึงที่พักแล้ว ฝนก็ตกลงมาแรงมากสุดๆ ผมจึงรีบๆเดินให้ถึงที่พัก ในระหว่างทางรองเท้าก็ขาด =_= กว่าจะถึงห้องก็หนาวสั่นเป็นลูกหมา
     จนแล้ว จนรอด ก็ผ่านจุดนั้น จุดที่ผมคิดว่ามันแย่ที่สุดที่เคยเจอมา สุดท้ายแล้วผมเองก็ยังเชื่อว่า "ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ" ถึงแม้จะไม่ได้สดใสมาก แต่ก็ยังทำให้เรามีแรงที่จะเดินหน้าต่อไป สู้ๆ ครับ ^__^

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่