Choice & Change ทางเลือกกับการเปลี่ยนแปลง

คิดว่าใครหลาย ๆ คนน่าจะได้เจอช่วงที่อยากจะลาออกวันละหลายรอบ ลังเล จะออก ไม่ออกดี ออกไปจะทำอะไรกิน ภาระผ่อนโน่น นี่ ก็ยังมี ถ้าไม่มีเงินเดือนจะทำยังไง
       ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น  แต่มีเหตุการณ์ในเช้าวันนึงที่ทำให้ผม เริ่มคิดจริงจังเรื่องนี้มากขึ้น วันนึงในขณะที่รถติดไฟแดงที่แยกงามวงศ์วาน ผมก็มองออกไปนอกหน้าต่างรถเมล์ ข้างถนนจะมีแอ่งน้ำที่กำลังจะแห้ง และมีปลาเล็กปลาใหญ่ กำลังอพยพว่ายไปตามร่องน้ำ เพื่อไปสู่แอ่งที่ลึกกว่า ก่อนที่น้ำในแอ่งเดิมจะแห้ง
       ภาพที่ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาคือ เห็นปลาตัวเล็ก ๆ ว่ายไปแอ่งโน้น แอ่งนี่ ว่ายไป ว่ายกลับ ได้อย่างสบายใจ แต่ปลาตัวใหญ่กลับต้องดิ้นกระยิ้มกระสน เพราะร่องน้ำมันตื้น ร่องน้ำที่ลึกพอจะว่ายไปได้ก็น้อย  
      ก็เลยนึกขึ้นมา เออเน๊าะ คนเราก็ต้องเจอการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในชีวิตหลายต่อหลายครั้ง เปลี่ยนเพราะอยากเปลี่ยน หรือ จำเป็นต้องเปลี่ยนเพราะสถานการณ์บังคับ  แต่ถ้าอยู่เฉย ๆ ก็เหมือนรอวันแห้งตาย พร้อมไปกับแอ่งน้ำที่อยู่ ถ้าโชคดีเกิดมาในแอ่งน้ำที่ลึกพอก็อยู่ได้นาน แต่ถ้าเกิดในแอ่งน้ำอันน้อยนิด ยิ่งต้องดิ้นรนย้ายไปเรื่อย ๆ
       แอ่งน้ำมีหลายแอ่งตื้นลึกไม่เท่ากัน ร่องน้ำที่เชื่อมไปมาความลึก ระยะทางก็ไม่เท่ากัน ปลาตัวเล็กก็เหมือนคนที่กำลังอายุน้อย ไม่มีภาระอะไรต้องแบกรับ ก็ย่อมที่จะแหวกว่ายไปไหนมาไหนได้คล่องตัว  แต่ปลาตัวใหญ่ก็เหมือนคนอายุมากมีภาระหนักหนาต้องแบกรับ ทางเลือกที่จะว่ายไปก็น้อยลง ดีไม่ดีว่ายฝ่าไปได้แล้วแอ่งใหม่น้ำน้อยกว่าแอ่งเดิม ก็ว่ายกลับมาที่เดิมไม่ได้แล้ว เพราะน้ำมันจะแห้งไปเรื่อย ๆ
      เป็นปลามันไม่รู้หรอก ว่าแอ่งน้ำที่มันจะว่ายไปมันอุดมสมบูรณ์หรือแห้งแล้ง เพราะมันอยู่ต่ำ แต่ถ้ามันคิดได้แบบคนก่อนว่ายไป มันคงกระโดดและมองดูในมุมสูงก่อนจะได้เห็น
แม้วันนี้ผมจะว่ายฝ่าร่องน้ำมาอย่างทุลักทุเล เพราะตัวก็ไม่เล็กแล้ว อยู่ในแอ่งน้ำใหม่ที่เล็กกว่าเดิม แต่ไม่แออัด และมันก็มีร่องน้ำเชื่อมต่อไปยังแอ่งอื่น ๆ อีกมากมาย ต่อไปนี้ต้องสะสมเรี่ยวแรงที่จะว่ายต่อไป และก่อนจะไป ผมจะกระโดดมองดูก่อน ที่สำคัญต้อง “รู้ตัวเอง”  ว่าเป็นปลาน้ำจืด ออกไปได้ไกลสุดคือแม่น้ำ ถ้าขืนหลงออกไปทะเลก็ตายลูกเดียว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่