เมื่อมุมมองของชีวิตส่งผลให้ขาดแรงผลักดัน...

สวัสดีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ลุงๆ ป้าๆ น้าๆ อาๆ ทุกท่านครับ จริงๆ ตั้งใจไว้ว่าจะตั้งกระทู้นี้มานานแล้วแต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้ล่วงเลยมาถึงตอนนี้ อ่าไม่ขอเกริ่นไปมากกว่านี้แล้วกันครับมาเข้าเรื่องกันเลย
   
   ที่มาของกระทู้นี้มาจากชีวิตของผมที่มีมุมมองเกี่ยวกับชีวิตค่อนข้างจะแตกต่าง (ล่ะมั้ง) กับคนในช่วงอายุเดียวกัน (วัยรุ่น 18 - 25 ) เอาจริงๆ เลยผมออกจะไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่ามุมมองชีวิตของวัยรุ่นคนอื่นๆ เขาเป็นอย่างไรกัน แต่สำหรับผมอันเป็นที่มาของกระทู้นี้ผมกลับคิดว่า "ชีวิตคือความว่างเปล่า" ซึ่งความว่างเปล่าในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการสิ้นหวังในชีวิต หรือการเบื่อชีวิตคิดสั้นอะไรพวกนั้นนะครับ แต่เป็นความคิดความเข้าใจ (ที่ผมคิดว่าผมเข้าใจนั่นละครับ) ที่ว่าสุดท้ายแล้วชีวิตคือความว่างเปล่าจริงๆ ไม่ว่าจะการพยายาม การดิ้นรน การแสวงหา เพื่ออะไรก็ตามแต่ แต่สุดท้ายทุกสิ่งก็ล้วนหมดความหมายและกลับคืนสู่ความว่างเปล่าไปพร้อมๆ กับลมหายใจ

   ความคิดนี้มันคงเริ่มเกิดขึ้นมาช่วงที่ผมยังอยู่มัธยมปลาย (ราวๆ 17 ปี ล่ะมั้งครับจำไม่ค่อยได้) เป็นช่วงมรสุมชีวิตมรสุมหนึ่งที่ผ่านเข้ามาและทุกคนก็คงพบเจอ แค่รูปแบบและความรุนแรงของมรสุมนี้มันต่างกันไป แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้ (แม้จะไม่ใช่ทุกคน) และนั่นแหละครับ หลังจากผ่านมรสุมลูกนั้นมาทำให้ผมได้หยุดคิด ทบทวนและหันมองชีวิตอีกครั้งจนเกิดความคิดที่ว่านี้ขึ้นมา

   หลังจากจบมัธยมปลายมาพร้อมกับความคิดนี้ประกอบกับช่วงเวลานั้นคุณแม่ผมมีปัญหาเรื่องสุขภาพจึงพักการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเอาไว้ก่อนเพื่อมาช่วยดูแลงานของที่บ้าน ช่วงเวลาสามสี่ปีที่ผ่านมานี่แหละครับที่ทำให้ความคิดนั้นเด่นชัดขึ้นจากการได้พบเจอและคบหากับรุ่นพี่ (ผู้ใหญ่ 30 ต้นๆ ยัน 30 ปลายๆ ) หลายๆ คน ได้พูดคุย ได้รับฟังและมองเห็นวิถีชีวิตแต่ละแบบ ไม่ว่าจะชีวิตแบบครอบครัว (สามี - ภรรยา - ลูก) ชีวิตแบบคู่รัก (คบหากันแต่ยังไม่ได้แต่งงาน) ชีวิตแบบหย่าร้าง (ภรรยาบอกเลิกและพาลูกไปด้วย) และชีวิตแบบไม่จริงจังกับเรื่องชีวิตคู่ (ก็คือแบบไม่คบหาใครเป็นแฟน ไม่ตามหา ไม่อยากมี จากประสบการณ์การเลิกลาในอดีต) อธิบายซะยาว แต่ก็นั่นแหละครับ ผมได้เห็นวิถีชีวิตและการใช้ชีวิตของในแต่ละรูปแบบความสัมพันธ์ ได้เห็นความสุขในแต่ละรูปแบบ และเช่นเดียวกัน ในแต่ละความสัมพันธ์มันก็มีความทุกข์ในรูปแบบของตัวมันเอง (ไม่ขออธิบายเพิ่มแล้วกันครับเดียวยาว)

   นั่นแหละครับ การได้พบเจอสิ่งต่างๆ เหล่านั้นทำให้สิ่งๆ หนึ่งที่ยังเป็นเป้าหมายในชีวิตอยู่อย่าง "ชีวิตคู่และครอบครัว" มันพาลหายไปด้วย จนกลายเป็นว่าตอนนี้ผมเหมือนคนที่ไม่มีเป้าหมายของชีวิต (ไม่เหมือนหรอก ใช่เลยแหละครับ) แต่ไอ้การไม่มีเป้าหมายในชีวิตของผมนี้มันก็ไม่ได้ทำให้ผมไปสำมะเลเทเมา ทำตัวไร้ค่าเป็นปัญหาสังคมอะไรพวกนั้นหรอกนะครับ เพราะส่วนตัวผมแล้วไม่ได้ดื่มเหล้าไม่ได้ดูดบุหรี่ไม่ได้เที่ยวกลางคืน (เบียร์ ไวน์ ฯลฯ ก็ไม่ อาจจะมีบ้างดื่มบ้างนิดๆ อย่างตอนนั่งคุยกับพวกรุ่นพี่เขา จำพวกผับอะไรพวกนั้นไม่ไป แต่ก็มีชอบบรรยากาศร้านเหล้าร้านอาหารซึ่งนานๆ จะไปสักที) มันเป็นการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน การออกไปท่องเที่ยว (ออกทริปขี่รถกับพวกรุ่นพี่ที่ว่านั่นแหละครับ) จริงๆ มันก็ดูโอเคดีนะครับ ไม่ต้องคอยมาเครียดมากังวลอะไรกับอนาคตมากมาย ไม่ต้องห่วงว่าอีกสิบปีจะแต่งงาน อีกยี่สิบปีจะต้องมีบ้าน มีรถ มีลูกอะไรพวกนั้น ผมไม่มีความกังวลอะไรพวกนี้เลย จริงๆ ผมออกจะชอบความคิดนี้ด้วยซ้ำ คงนิยามคำได้ประมาณว่า ปล่อยวาง ล่ะมั้งครับ

   แต่ก็นั่นแหละครับ ถึงจะคิดและทำแบบนั้นแต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้มีชีวิตคนเดียวเพราะยังมีแม่กับน้องชายอีกด้วย (เป็นครอบครัวคนจีนที่มีสมาชิกตระกูลเยอะมากกกก และลูกหลานแต่ละคนก็ออกมาตั้งครอบครัวเอง ซึ่งพ่อกับแม่ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ว่าพ่อผมก็เสียไปตั้งแต่ผมอายุได้ 5 ปี ก็นั่นแหละครับ สมรสุมอย่างหนึ่ง) ด้วยความที่เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวมันจึงกลายเป็นว่าความคิดของเราแบบนี้แต่คนในครอบครัวเราไม่ได้คิดแบบเรา (จริงๆ แม่กับน้องผมไม่แปลกหรอก ผมว่าผมนี่แหละที่แปลก) นั่นก็เลยผมพลอยโดนลูกหลงไปกับวิถีชีวิตที่ใช้เพื่อสร้างทุกอย่างสำหรับอนาคต ซึ่งผมก็โอเคอยู่ ไม่ได้ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด เพราะมันก็คืองานที่ทำให้ผมมีกินมีใช้และมีเงินเติมน้ำมันไปเที่ยวนั่นแหละครับ เอาจริงๆ ผมไม่ได้มีปัญหาใดๆ เลยกับครอบครัว (แม่ละน้อง) กับงาน กับอะไรต่างๆ เพราะผมแยกวิถีชีวิตเป้าหมายของตัวเองออกได้ แต่ด้วยประการทั้งปวงนั่นแหละครับ มันก็เลยทำให้ในการทำอะไรแต่ละอย่าง หรือการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างที่เป็นเส้นทางเพื่ออนาคตที่ทำร่วมกันของครอบครัว ผมจึงไม่ค่อยมีแรงผลักดัน ไม่ค่อยกระตือรือร้น (อันหลังนี่น่าจะเพราะขี้เกียจ) ในการกระทำสิ่งต่างๆ เหล่านั้นสักเท่าไหร่น่ะครับ

   สุดท้ายแล้วกระทู้ชวนสนทนานี้ก็คงตั้งมาเพื่อแบ่งปันมุมมองชีวิต ทัศนคติ รูปแบบการใช้ชีวิตของผมให้ฟัง และก็คงถามสมาชิกที่เข้ามาอ่านแต่ละท่านว่าแต่ละท่านมีมุมมองชีวิตอย่างไร มีท่านใดมีความคิดเหมือนผมบ้าง ขอบคุณพื้นที่ดีๆ ในการตั้งกระทู้ครับ

   ปล.ผมเคยพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดนี้กับรุ่นน้องและเพื่อนบางคน ซึ่งทุกคนที่ได้ฟังก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผมควรไปบวช
   ปล.2 ผมยังไม่ได้บวชนะครับ แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะบวช (กลัวจะบวชแล้วไม่อยากสึก ไม่มีคนช่วยงานที่บ้านอีก)
   ปล.3 ผมเคยคิดจะโทรปรึกษาจิตแพทย์อยู่หลายรอบแต่ก็ไม่ได้โทรสักที เพราะเพื่อนที่เรียนอยู่สายจิตเวชเขาบอกแล้วว่าผมไม่ใช่คนบ้า ผมเป็นแค่คนไข้!
   ปล.4  ปล.3 ข้างบนนั่นมุกตลกเฉยๆ ครับ
   ปล.5  ถ้าแท็กผิดห้องขออภัยด้วยครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่