เรื่องแบบนี้ เ-ี้ย ดีครับ ///

ผมชื่อเงิน ครับ ผมเป็นคนเชียงใหม่ ผมเป็นคนที่เรียบๆ ง่าย เล่นแค่เฟสบุ๊ค ไม่เล่นไลน์ ไม่มีไอจี ไม่มีทวิต /// ผมเป็นคนจำพวกโลกส่วนตัวสูง เพื่อนน้อย

เมื่อปีที่แล้ว ตอนกลางปีผมเจอพี่คนหนึ่งในเฟสบุ๊ค เป็นคนที่เห็นมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย ด้วยความที่หน้าตาผมไม่ดีเขาเลยไม่รับผมเป็นเพื่อน ผมเลยสมัครอีเมลใหม่ สมัครเฟสบุ๊คอันใหม่ แต่ด้วยความคึกคะนอง เพสใหม่นี้ผมไมได้ใช้รูปตัวเอง แต่ไปเอารูปของเพื่อนที่เราคิดว่ามันหน้าตาดีมาใช้ชื่อไอ้ตัง ผมก็แอดไปหาคนพี่คนนี้ก่อน แล้วค่อยแอดเพื่อนจากเพื่อนของพี่เขา แรกก็ไม่ได้จริงจัง กะว่าเดียวก็เปลี่ยน แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับผม มีพี่คนหนึ่งทักมาหาผม ไม่ใช่คนที่ตั้งใจจะคุย เป็นคนในเรื่องแบบ ผมก็สวมรอยเป็นไอ้ตังคุยกะคนเนี้ยมาก็2-3 เดือนได้ คุยทุกเรื่อง เฮฮา แลกเปลี่ยนความคิด ทัศนคติ เหมือนถูกชะตากัน ผมก็ให้ใจเขาไปเลย เราเคยโทรเฟสคุยกัน แต่ เราก็คุยกันบ้างไม่บ่อยเท่าไหร่  แต่ถ้าเขาจะวีดีโอคอลมา ผมก็อ้างว่าโทรศัพท์ชอบค้าง กล้องหน้าเสีย แบตหมดเร็ว บลาๆ เขาก็เชื่อตาม โดยตอนนี้ผมให้ใจเขาไปแล้วละครับ 555 ตอนนั้นเราไม่ได้มีสถานะอะไรหรอกครับ
จนวันหนึ่งเขาก็มาอบรมที่เชียงใหม่พี่เขาก็นัดเจอกัน ช่วยพาไปนำเที่ยวหน่อยได้ไหม? เพื่อนเขาก็มาด้วยไม่ต้องกลัว ผมก็ปฏิเสธไปว่าติดงาน ไปต่างอำเภอ ต้องไปนอนค้างด้วย แต่จริงๆแล้ว ผมก็บอกเขางั้นแหละครับ พอทีมเขาอบรมเสร็จ เขาก็จะทักมาบอกว่าวันนี้จะไปเที่ยวที่นี่นะ ผมก็จะแอบตามไป และแกล้งทำเป็นแนะนำว่า มีอะไรน่าสนใจบ้าง พอผมเจอเขาครั้งแรก หัวใจผมเต้นตุ๊บๆ ทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่ได้รู้จักผม แต่เขารู้จักไอ้ตัง เขาก็จะส่งรูปมาให้ดูตลอดทริปท่องเที่ยว  แรกๆ ผมก็มองอยู่ห่างๆ คอยถามว่าสนุกไหม? เป็นบ้าง พอวันต่อมาเขาก็บอกว่าวันนี้ไปเชียงรายนะ เดินทางเวลานี้ ไอ้ผมก็ขับรถไปเลย สามเหลี่ยมทองคำ ไปรออยู่ครึ่งวัน หมดเงินค่าน้ำกับค่าห้องน้ำไปเป็นร้อย เพราะทีมเขาเแวะเที่ยวหลายที่ ตอนนั้นผมมีความสุขจริงๆนะ แต่มันก็ความสุขจอมปลอม แต่มันก็สุข พอเขามาถึง วันนี้ผมก็ทำทีเป็นนักท่องเที่ยว เอากล้องขึ้นมาถ่าย จริงผมก็แอบถ่ายเขานั้นแหละครับ เราเห็นเขามีความสุขผมก็ดีใจจนน้ำตาไหล แค่เอื้อมมือแหละครับ เขาก็ทักมาบอกว่าจะกลับเชียงใหม่แล้วนะ ทำอะไรอยู่เขาก็ทักมาบอก และตอนนั้นเองผมจะกลับละ เลยไปซื้อเสบียงพวกขนม ที่ร้านของฝาก ผมยืนเลือกของอยู่ พอผมหันมาพี่แกมายืนข้างหลังผมเอง ผมก็ตกใจนิดหน่อย ตอนนั้นทำตัวไม่ถูก พอจ่ายเงินพี่แกก็มาต่อหลังผม พอผมพูดกับคนขาย เหมือนพี่แกจะสะกิดใจเล็กน้อยกับเสียงของผม พออีกวันเขาก็บอกว่าจะไปเที่ยวถนนคนเดินท่าแพ ไอ้ผมก็ไป ด้วยความที่คนเยอะเลยไม่รู้ว่าพี่แกจอดรถกันที่ไหน แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเจอไหม? แต่ พอผมเป็นประตูรถลงมากับกลายเป็นว่าผมจอดรถข้างกับรถตู้ของพี่แก ผมก็ทำทีเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนเดิม ผมเดินตามพี่แกตลอด ด้วยความที่รักเขาไปแล้ว แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ณ จุดๆนั้นได้แค่มองจริงๆ เขาก็จะทักมาคุยตลอดๆ ผมก็ตอบตลอดเช่นกัน มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมซื้อผลไม้ แล้วแชทพี่เขาก็เด้งขึ้นมา  ทั้งๆที่ผมยืนอยู่ข้างพี่แก ผมรีบปัดทั้งแทบไม่ทัน
แล้วช่วงความสุขของผมก็หมดลง เมื่อวันต่อมาเขาต้องบินกลับแล้ว ไอ้ผมก็ตามไปส่งเขาถึงสนามบิน ไปนั่งรอตั้งแต่ ตี3 พี่เขาบินตี5 เพราอะไรไม่รู้ อย่างน้อยก็ได้เห็นพี่เขาก็ยังดี //////
ผมก็ยังคุยกะพี่เขาเป็นบางเวลา เพราะด้วยงาน และพี่เขาเตรียมสอบ ผมเลยไม่อยากกวน จนตอนนี้เริ่มห่าง เพราะพี่เขาเริ่มตอบสั้นลงเรื่อยๆ จากยาวเป็นกิโล เหลือแค่สติกเกอร์หน้ายิ้ม แล้วหายไป ทั้งๆที่ออนอยู่ ตอนนี้เหมือนผมคุยอยู่คนเดียว  หรือว่านี่อาจเป็นผลกรรมที่ผมทำก็ได้ ผมร้องไห้คนเดียวโดยไม่มีเหตุผลบ่อยครั้ง รู้สึกผิดที่ทำไปแบบนั้น
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ถ้ามันจะจบจริงๆ บอกเค้าได้ไหมว่าคุณไม่ใช่คนในรูปที่คุยกัน พอเฉลยเค้าอาจจะโกรธ คุณก็ยอมรับ และขอโทษเค้าไป หรือบางทีเค้าอาจจะยอมรับและให้อภัยก็ได้ คุยกันมานานอาจจะมีใจบ้างแหละครับ

บางทีเค้าอาจจะเสียเซลฟ์อยู่นิดๆ จากทริปเชียงใหม่อยู่ ที่คุณพยายามเลี่ยง  คือไปหาเเล้วไม่เจอ สละเวลามานิดหน่อยก็ยังดี เค้าอาจจะพอมองออกว่าคุณกำลังเลี่ยงอยู่... เหมือนไม่จริงใจ หลังจากนั้นเค้าเลยค่อยๆ ลดระดับการคุยลง โดยการเอาเหตุผลเรื่องอื่นๆมาอ้าง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่