แบกเป้ท่องเที่ยวประเทศลาว ตอนที่ 2

ได้แต่เก็บสิ่งดีๆ เอาไว้ให้เราได้นึกถึง ผ่านไปแล้วปีเก่า ต่อไปนี้คงเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในปีใหม่นะ
หลายอย่างเราอยากจะเก็บไว้ในความทรงจำ เพราะสิ่งเหล่านั้น คงไม่ย้อนคืนมาอีกแล้ว
เราได้แต่คิดถึง...

"นี่คือพาหนะที่จะพาเราไปขึ้นรถที่ บขส. หลวงพะบาง ครัช"

เช้าวันใหม่ อากาศของวันใหม่ แสงแดดของปีใหม่ ได้เข้ามาเยือนเราแล้ว อยากจะขอพูดว่า
" ส วั ส ดี ปี ใ ห ม่ 2 5 6 0 เ ด้ อ อ อ อ อ "
" ส บ า ย ดี ห ล ว ง พ ะ บ า ง 1/ 1/ 2 5 6 0"

สิ่งแรกของวันใหม่ ที่ทุกๆ คนมาที่นี่ ต้องทำแน่ๆ คือ การตักบาตรข้าวเหนียว ครับ
เราตื่นเช้าเพื่อมารอตักบาตรกัน อากาศเย็นมากๆ เหมือนจะมีละอองพัดเต็มเมืองเลยนะ
แต่นั่นก็ไม่ทำให้ผู้คนที่มาจากต่างถิ่น จะท้อ ทุกๆ คนต่างรอพระ เดินมารับบาตร ตอนเช้าๆ (ผมง่วงจุง 555)
พระมาแล้วครับ พี่ๆ เขาบอกว่า วันนี้เรามาใส่บาตร วันขึ้นปีใหม่กัน พระมาจาก สองวัดเลยนะวันนี้....
บรรยากาศยามเช้าๆ แบบนี้ มันเป็นอะไรที่บอกไม่ถูกจริงๆ นะครับ ต้องลองเอง
หลังจากเราใส่บาตรกันแล้ว เราก็เดินไปหาร้านอาหารเช้ากิน จากการหาข้อมูลมา
คนไทยชอบมาร้านนี้กัน "ร้านกาแฟปะชานิยม" เป็นร้านอาหารเช้า ร้านกาแฟด้วยนะ
นี่เลยครับ ขนมปัง ...... เฮ้ยๆๆๆ บ่แม่นๆๆ คนที่นี่เขาเรียกกันว่า "ข้าวจี่" ผมงงอ่ะดิ 5555
จริงๆ ผมชอบหมูย่าง มากที่สุดล่ะ อร่อยมาก ถ้ากินกะข้าวเหนียวร้อนๆ แม่เจ้าเอ้ย แซบเว่อร์ครัชช
ร้านติดกับแม่น้ำโขงนะครับ บรรยากาศเช้านี้ค่อนข้างเย็น มีละอองฝนเล็กน้อยด้วย
ผู้คนต่างมารอเรือข้ามฝั่ง ดีไปอีกแบบ เห็นผู้คนใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายนะ
เมื่อเรากินข้าวเช้ากันแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาลุยแล้วครัช เราเลือกท่องเที่ยวโดยการเช่ามอร์ไซค์ครับ
มองว่ามันคุ้มสุดๆ แล้ว และยังสามารถขับรถไปตามที่ต่างๆ ได้สะดวกด้วย
เราขับรถไปเจอวิวหนึ่ง เป็นทางแยกของแม่น้ำโขงครับ วิวสวยอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ
จนเราต้องจอดรถ แล้วเดินลงไปเพื่อจะถ่ายรูปเก็บไว้ (สวยเว้ยเฮ้ย...5555)
อย่างว่าละครับ เช้าๆ มีฝนตกเล็กน้อย จนทำให้อากาศเย็นสบาย พร้อมๆกับมีละอองด้วย
อยากจะหยุดเวลาไว้ แล้วบรรจงหมุนเลนส์ ซูมเข้า ซูมออก แล้วกดซัตเตอร์ .....
แต่เราก็ไม่สามารถจะใช้เวลานานขนาดนั้น (อยากจะอยู่ตรงนี้นานๆ จังเลยเน้อ 5555)

เมื่อเราเสพบรรยากาศ วิว ทิวเขา ละอองฝน กลิ่นดิน เสียงน้ำ .... (เยอะเเล้ว อิอิ)
เราก็ขับรถมอไซค์ มายังทางขึ้น " พระธาตุภูสี " ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลยนะ
ทางขึ้นร่มรื่นครับ สองข้างทางมีต้นไม้ตลอด และบันไดทางขึ้นคดเคี้ยวตามไหล่เขา
บันไดทางขึ้นมีจำนวน 328 ขั้นนะครับ ตอนที่เราขึ้นไปกัน แอบได้ยินเสียงคนนับนะ
วิวข้างบนนี่ ขอบอกครับ "สวยม๊ากกกกกกก (ขึ้นเสียงสูงเลยครับ 555)
คุ้มค่าที่ได้ขึ้นมานะครับ ข้างบนสามารถมองเห็นวิวของตัวเมือง หลวงพะบาง แบบ 360 องศาเลย
ถ้าจำไม่ผิด เป็นฉากหนึ่งในหนังเรื่อง "สะบายดี หลวงพะบาง" ด้วยนะครับ
หลังจากชมบรรยากาศตัวเมืองแล้ว เราก็เดินทาง เพื่อไปยัง "พระบรมมหาราชวังหลวงพะบาง"
ซึ่งอยู่ตรงข้ามทางขึ้น พระธาตุภูสี นี่เองครับ เราใช้เวลาไม่มากนัก เนื่องจากฝนรินปอยๆ
บวกกับเหนื่อยจากการเดินขึ้นไปพระธาตุ (แต่คุ้มมาก บอกจงๆ)  และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึงครับ
ร้านกาแฟ โจมา เบเกอรี่ คาเฟ่ (สาขาหลวงพะบาง) นั่นเองครัช เรามานั่งพักกันที่ร้านนี้ เเละกะจะรอเวาลาขึ้นรถ
ไปยังเป้าหมายต่อไปครับ
ฝนเริ่มตกแรงครับ เราเลยหลบฝนก่อน เดินทางต่อ (ถ่ายรูปสิครับ 5555)
เมื่อฝนหลุดตก เราก็เริ่มหิว บวกกับเวลาตรงกะเที่ยงพอดี (อะไรจะเหมาะเจาะปานนี้ อิอิ)
เราเดินมายังร้านอาหาร ริมแม่น้ำโขงครับ (ใกล้ๆ กับร้านกาแฟตอนเช้าเลย) สำหรับเมนูที่เรากินก็คือ
" ส้มตำลาว " ครับ แซบมากนะขอบอก (รสนี่ถึงปลาร้าจริงๆ 555) เป็นเมนูที่แนะนำเลยครับ
กินส้มตำริมแม่น้ำโขง เป็นอะไรที่สุดบรรยาย นะครับ
กินข้าวเสร็จ เราก็เตรียมออกเดินทางต่อ เพื่อไปต่อรถกลับ ประเทศไทยครับ
เราจองตั๋วรถตู้ไว้ บ่ายสองครับ ที่บขส. หลวงพะบาง

เราต้องการเดินทางจากหลวงพะบางไปยัง เมืองไชยบุรี เพื่อจะต่อรถกลับเข้าประเทศไทยครับ
นี่เลยครับ พาหนะที่จะพาเราไปขึ้นรถที่ บขส. หลวงพะบาง ขอสักรูปหน่อยนะครับ อิอิ
เมื่อมาถึง บขส. เราก็รอรถออกครับ บรรยากาศที่นี่ก็ดูสงบนะ เลยเก็บภาพมาฝาก
คันนี้ละครับ ที่เราจะเดินทางด้วยกัน ต่อไปยังสถานีต่อไป......ไชยบุรี

รถออกเดินทาง ไปตามเส้นทางไหล่เขาครับ บรรยากาศสองข้างทางนี้ สวยครับ
และระหว่างที่เรานั่งบนรถโดยสารคันนี้เราก็ได้เห็นน้ำใจของคนที่นี่
เวลาที่เขาแกะขนมกิน เขาก็จะยื่นขนมให้ผู้ร่วมเดินทาง ที่นั่งด้วยกัน กินด้วย
รู้สึกดีนะครับ ตอนนั้น หลายๆ อย่างทำให้เราประทับใจครับ
และสิ่งที่เราไม่เคยเห็นอีกอย่างเวลานั่งรถสายยาวๆ แบบนี้คือ ปั้มครับ เวลาปวดฉี่หรอครับ
บอกตรงๆ จอดกลางทาง แล้วให้ผู้โดยสารไปทำธุระตามข้างทางเลยครับ 5555
ผมชอบอะดิ เพราะตอนผมไปธุระนั้น วิวตรงหน้าผมมันคือภูเขาสลับ ซับซ้อน สวยมากเลย
ฟิน....เลยครับ 555555 (ธรรมชาติดีว่ะ)

เรามาถึง บขส.ไชยบุรี ประมาณ ห้าโมงเย็นครับ ทีนี้ เราก็จะต่อรถตู้ครับไปยังบ้านเงิน ใกล้ๆ กับด่านครับ
อาจจะต้องพักค้างแรมที่นั่น แล้วตอนเช้าเราจึงข้ามแดนครับ ระหว่างทางจากไชยบุรีมายังบ้านเงิน เราได้มีโอกาส
รู้จักกับน้องคนนึง น้องทำงานให้การไฟฟ้าประเทศเราครับ ทำงานที่โรงงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่หนึ่ง น้องชวนเราคุย
(ผมเริ่มเมารถละครับ 5555 ทางขึ้นเขาและสลับไปมาครับ) เราได้คุยและรู้จักกันครับ ระหว่างทางก็เห็นทะเลหมอกด้วยนะ
น้องเขาเล่าว่าโรงไฟฟ้าที่เขาทำนี่ใหญ่มาก และผลิตไฟฟ้าให้ประเทศไทย ในใจผมแอบคิดว่า ที่ลาวคงใช้ไฟฟ้าไม่เยอะแน่ๆ
ถ้าเทียบกับประเทศเรานี้ คงไม่ต้องพูดถึง มหาศาลแน่นอน (บางทีวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายก็คงไม่เบียดเบือนธรรมชาติมากมายนะ)

พอมาถึงบ้านเงินน้องๆ ที่นั่งรถมาด้วยกัน ก็แยกกัน แต่ก่อนจากกัน
น้องๆ บอกว่า  : ไปแล้วนะพี่ เจอกันครับ.... (ผมล่ะตกใจอ่ะดิ 555)
ผมตอบไปว่า  : เจอกันใหม่น้อง (ไม่รู้เมื่อไหร่นะ) โชคดี โชคดี
ในใจแอบคิดว่า เฮ้ยไรว่ะรู้จักกันไม่นานเลยนะ บอกลากันทำไมว่ะ 555 มันเป็นความประทับใจที่อยากบอกต่อครับ
" เมื่อมีคนมาเยี่ยมบ้านคุณ คุณก็อยากจะต้อนรับเขาดีๆ ให้เขาประทับใจ
และเมื่อคุณไปเยี่ยมบ้านเขา คุณก็อยากจะได้รับ การต้อนรับแบบประทับใจ จากเจ้าของบ้านเหมือนกันละครับ"
นี่คือสิ่งที่ผมได้รับรู้มาจากคำพูด ว่า โชคดี......จากน้องๆ ผู้ร่วมทางครับ

******************************************************************************
ในที่สุด...เย้ๆๆๆๆ ถึงด่านชายแดน "ห้วยโก๋น" แล้วครับ มันเป็นเครื่องหมายบอกเราว่า
การเดินทางแบบ Backpacker ในครั้งนี้กำลังสิ้นสุดแล้วสินะ

ทุกๆเรื่องราว และทุกๆความประทับใจ กำลังจะถูกบันทึกในความทรงจำของพวกเรา
(บทสรุปของการเดินทางขอต่อตอนที่ 3 ตอนสุดท้ายนะครับ)

ฝันดีนะครับ ^_^

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่