ลูกชายเป็นเด็กสมาธิสั้นค่ะ และคุณหมอว่าลูกเป็น LD บ่กพร่องทางการอ่านการเขียน ด้วย ซึ่งจริงๆ ตรวจพบว่าเป็นสมาธิสั้นเมื่อตอน ป.2 ส่วน LD มาพบตอน ป.3 แต่มันเป็นปัญหามากเลยค่ะ เพราะลูกไม่ชอบเรียนหนังสืออยู่แล้วตั้งแต่อนุบาล เลื่อนชั้นขึ้นมาๆ ก็ ไม่สามารถเรียนได้เทียบเท่าเพื่อน ตอนแรกลูกอยู่โรงเรียนที่มีการแข่งขันเรื่องเรียนสูง และเราก็ให้เขาเรียนสองภาษามาตั้งแต่อนุบาล พอเมื่อรู้ว่าลุกเป็นสมาธิสั้น และดูจะไม่ไหวกับการเรียนแบบนี้ ป.2 จึงให้เขามาเรียนแบบปกติ ก็ประคองมาเรื่อย ๆ ค่ะ ช่วยกันกับครูที่โรงเรียน และทางโรงพยาบาลก็ทำหนังสือมาให้ทางโรงเรียน แต่เขาก็มีผลกระทบด้านจิตใจมาก เพราะเพื่อน ๆ ชอบว่าเขาโง่ จากคำพูดของลูก เขาเป็นตัวตลกของเพื่อน ช่วง ป.3 ช่วงหนึ่งสภาพจิตใจเขาแย่มาก คิดอยากฆ่าตัวตาย พูดบ่นตลอดว่า หนูไม่อยากไปโรงเรียน เพื่อนไม่ชอบหนู เพราะอาจด้วยเขาไม่นิ่ง ก็กวนเพื่อน ทำให้เพื่อนรำคาญ จากการที่ได้คุยกับครู แล้วคิดว่าเป็นเช่นนั้น ลูกคิดว่าถ้าพ่อกับแม่ไม่มีหนูสักคน พ่อกับแม่ ก็ไม่ต้องเสียเงินพาหนูไปหาหมอ ไม่ต้องเครียด ตอนนั้นสงสารลูกมาก ก็ได้แต่ปลอบใจเขา และเขาก็ไม่ยอมไปโรงเรียน ก็เริ่มหาทางอื่นคุยกับทางโรงเรียน ให้ลูกไปบ้างไม่ไปบ้าง และสอนลูกเองบ้าง ให้เรียนพิเศษกับครูประจำชั้นบ้าง เพื่อได้เก็บงานให้จบ ป.3 ได้ ทุกอย่างก็ดูโอเคร ครูปรับทัศนคติของเพื่อน ๆ ในห้องเรียน และก็ให้กำลังใจ จนลูกเข้าสู่สภาวะปกติ คือ ยอมไปโรงเรียน แต่ก็ยังคงไม่อยากอ่านและเขียนเหมือนเดิม ระหว่างลูกจบ ป.3 คุณแม่กับพ่อต้องไปทำงานต่างจังหวัด จึงตัดสินใจเอาลูกไปฝากกับปู่กับย่า และย้ายไปเรียนที่ต่างจังหวัด ให้เขาเป็นคนเลือกโรงเรียนเอง แต่เมื่อเราแม่ลูกต้องไกลกัน ความเหงา ความคิดถึงก็ต้องยอมมีเป็นธรรมดา แต่ด้วยลูกเป็นคนที่ปรับตัวเก่ง และเราก็วีดีโอคอลหากันทุกคืน โดยที่แม่จะต้องวีดีโอคอลจนกว่าลูกจะหลับ เป็นแบบนี้ทุกวัน รู้สึกสงสารลูกมาก เพราะเราไม่เคยไกลกัน ทางบ้านที่ลูกอยู่ก็จะมีปู่ มีย่า และอา ที่กำลังเรียนมหาลัยอยู่ ก็ได้อาช่วยสอนหนังสือ ปู่กับย่าหลังเสร็จจากงานก็มาช่วยดูแล ทุกอย่างก็ดูโอเคร คุณแม่ก็โทรไปสอบถามกับครูที่โรงเรียนบ้าง ครูก็บอกว่า ทำบัางไม่ทำบ้าง ก็ยังอยู่ดูโอเคร ไม่ถึงกับหนัก ปู่ย่า และอาก็ถามทุกวันว่ามีการบ้าน ไหม ลูกก็บอกว่าทำเสร็จมาจากที่โรงเรียนแล้ว ก็ดูจะโอเคร จนมาไม่กี่วันมานี้ ครูวิทยาศาสตร์โทรมา อาก็เลยไปหาครู ทางครูบอกว่าลูกไม่มีคะแนนเลย ไม่เคยส่งงาน งานไม่เคยเสร็จ ไม่มีงานส่ง ทางครูไม่รู้ว่าจะเอาคะแนนที่ไหนกรอกให้ อาก็เลยโทรมาเล่าให้คุณแม่ฟัง คุณแม่ก็เลยเครียดมากเลย กับลูก คิดว่าลูกดีขึ้นแล้ว สรุปแล้วดูจะหนักกว่าเดิมอีก เริ่มโกหก เริ่มหลบหลีก หาทางออกที่จะไม่เรียน ในตอนนี้ คุณแม่มีความคิดจะทำ homescholl ให้ลูก ส่วนตัวคุณแม่จบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ และพ่อเขา จบวิศวกรไฟฟ้า เราปรึกษากันว่า จะเอาลูกมาสอนเอง ดูแลเอง และเสริมทักษะ เรื่องเล่นดนตี ภาษาให้เขา เลยอยากขอคำแนะนำจากคุณแม่คุณพ่อ ช่วยแนะนำทีนะค่ะว่า คุณแม่จะทำ homeschool ดีไหม
ทำยังไงดี...ลูกชาย ป.4 ไม่ยอมเรียนหนังสือ