คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
1. ร่องกลางถนน ไม่สามารถป้องกันได้ในทุกกรณี หากรถยนต์วิ่งมาด้วยความเร็วสูง แล้วพุ่งตัดเข้าร่องกลางถนนเลย มีโอกาศที่จะเหินข้ามร่องไปฝั่งตรงข้ามได้ ไม่เพียงร่องกลางถนน เกาะกลางถนน หรือแบริเออร์ปูนที่กั้นกลางถนน ก็ไม่อาจช่วยได้ในทุกกรณี
การปลูกต้นไม้ในร่องกลางถนนหรือเกาะกลางนั้น มันอาจจะเป็นตัวเพิ่มอุบัติเหตุเอง เพราะเมื่อรถยนต์ปะทะเข้ากับต้นไม้ ย่อมเกิดแรงต้านให้รถหยุดกระทันหัน และนั่นไม่ต่างอะไรกับการชนประสานงา ซึ่งทำให้สูญเสียได้มาก
2. เป็นเพียงแนวคิด แต่ก็ดีหากจะมีข้อบังคับให้รถยนต์ทุกคันจะต้องมีถังดับเพลิง หรืออุปกรณ์ดับเพลิง
3. ความปลอดภัยจะต้องแลกมาด้วยต้นทุน การควบคุมดูแลการขนส่งผู้โดยสารหรือการขนส่งทั้งปวง หากจะให้ปลอดภัยสูงสุด ก็จะต้องใช้งบประมาณสูงเช่นกัน การควบคุมความเร็วของรถโดยสารทุกคันนั้นทำได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยต้นทุน การสับเปลี่ยนคนขับตามระยทางน้นทำได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยต้นทุน และทั้งหมดจะไปตกที่ผู้โดยสาร ยิ่งมีมาตรการเข้มข้น ค่าโดยสารจะยิ่งแพง แนวคิดทุกแนวคิดทำได้หมด แต่ถ้าขึ้นราคาค่าโดยสารผู้โดยสารจะไม่ยอมรับ และถ้าไม่ให้ขึ้นผู้ประกอบการขาดทุน ก็จะไม่มีรถโดยสาร
เครื่องป้องกันการหลับใน มีผลิตมานานแล้ว หลายเทคนิคหลายวิธีการ เช่นบางอย่างใส่ไว้ที่ใบหู หากคนขับหัวตก แสดงอาการโงกจะหลับ เครื่องจะส่งสัญญานเตือน ในวิทยาการสมัยใหม่ มีการตรวจม่านตาของคนขับผ่านแว่นพิเศษ คนที่กำลังจะหลับจะมีอาการเปลี่ยนแปลงของม่านตาและเปลือกตาที่สังเกตได้
แต่ระบบที่ผู้ตอบชอบที่สุดเป็นของการรถไฟไทย นั่นคือมีไฟสัญญาสว่างขึ้นมาที่ด้านหน้าของคนขับรถไฟทุกๆช่วงเวลาที่กำหนด และคนขับรถไฟจะต้องกดปุ่มตอบรับว่าเห็นสัญญานนั้นแล้ว หากคนขับรถไฟไม่กดปุ่มตอบรับสัญญาน กริ่งเตือนจะดังขึ้น เป็นการปลุกคนขับที่หลับนั่นเอง และในรถไฟยังมีขั้นตอนการป้องกันที่สองคืด หากกริ่งสัญญานดังแล้วคนขับรถไฟยังไม่กดปุ่มตอบรับอีก ระบบเบรคจะทำงานหยุดรถไฟทันที
ระบบนี้ดัดแปลงไปใช้กับคนขับรถยนต์ได้ง่ายมาก จะด้วยแสงตามแบบรถไฟ หรือใช้เสียงส่งสัญญานให้ผู้ขับแสดงกริยาตอบสนอง หรือจะดัดแปลงเป็นระบบที่ผู้ขับจะต้องพูดตอบรับสัญญานแทนการกดปุ่ม เพื่อไม่ให้วุ่นวายกับมือที่ต้องบังคับรถยนต์
ท่านใดสนใจจะออกแบบนำไปขาย สนทนากับผ้ตอบได้ มีแนวคิดเยอะ แต่ขี้เกียจทำ 5555
การปลูกต้นไม้ในร่องกลางถนนหรือเกาะกลางนั้น มันอาจจะเป็นตัวเพิ่มอุบัติเหตุเอง เพราะเมื่อรถยนต์ปะทะเข้ากับต้นไม้ ย่อมเกิดแรงต้านให้รถหยุดกระทันหัน และนั่นไม่ต่างอะไรกับการชนประสานงา ซึ่งทำให้สูญเสียได้มาก
2. เป็นเพียงแนวคิด แต่ก็ดีหากจะมีข้อบังคับให้รถยนต์ทุกคันจะต้องมีถังดับเพลิง หรืออุปกรณ์ดับเพลิง
3. ความปลอดภัยจะต้องแลกมาด้วยต้นทุน การควบคุมดูแลการขนส่งผู้โดยสารหรือการขนส่งทั้งปวง หากจะให้ปลอดภัยสูงสุด ก็จะต้องใช้งบประมาณสูงเช่นกัน การควบคุมความเร็วของรถโดยสารทุกคันนั้นทำได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยต้นทุน การสับเปลี่ยนคนขับตามระยทางน้นทำได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยต้นทุน และทั้งหมดจะไปตกที่ผู้โดยสาร ยิ่งมีมาตรการเข้มข้น ค่าโดยสารจะยิ่งแพง แนวคิดทุกแนวคิดทำได้หมด แต่ถ้าขึ้นราคาค่าโดยสารผู้โดยสารจะไม่ยอมรับ และถ้าไม่ให้ขึ้นผู้ประกอบการขาดทุน ก็จะไม่มีรถโดยสาร
เครื่องป้องกันการหลับใน มีผลิตมานานแล้ว หลายเทคนิคหลายวิธีการ เช่นบางอย่างใส่ไว้ที่ใบหู หากคนขับหัวตก แสดงอาการโงกจะหลับ เครื่องจะส่งสัญญานเตือน ในวิทยาการสมัยใหม่ มีการตรวจม่านตาของคนขับผ่านแว่นพิเศษ คนที่กำลังจะหลับจะมีอาการเปลี่ยนแปลงของม่านตาและเปลือกตาที่สังเกตได้
แต่ระบบที่ผู้ตอบชอบที่สุดเป็นของการรถไฟไทย นั่นคือมีไฟสัญญาสว่างขึ้นมาที่ด้านหน้าของคนขับรถไฟทุกๆช่วงเวลาที่กำหนด และคนขับรถไฟจะต้องกดปุ่มตอบรับว่าเห็นสัญญานนั้นแล้ว หากคนขับรถไฟไม่กดปุ่มตอบรับสัญญาน กริ่งเตือนจะดังขึ้น เป็นการปลุกคนขับที่หลับนั่นเอง และในรถไฟยังมีขั้นตอนการป้องกันที่สองคืด หากกริ่งสัญญานดังแล้วคนขับรถไฟยังไม่กดปุ่มตอบรับอีก ระบบเบรคจะทำงานหยุดรถไฟทันที
ระบบนี้ดัดแปลงไปใช้กับคนขับรถยนต์ได้ง่ายมาก จะด้วยแสงตามแบบรถไฟ หรือใช้เสียงส่งสัญญานให้ผู้ขับแสดงกริยาตอบสนอง หรือจะดัดแปลงเป็นระบบที่ผู้ขับจะต้องพูดตอบรับสัญญานแทนการกดปุ่ม เพื่อไม่ให้วุ่นวายกับมือที่ต้องบังคับรถยนต์
ท่านใดสนใจจะออกแบบนำไปขาย สนทนากับผ้ตอบได้ มีแนวคิดเยอะ แต่ขี้เกียจทำ 5555
แสดงความคิดเห็น
____จากกรณีเหตุการรถตู้กับรถกระบะ 25 ศพ...ในมุมมองของข้าพเจ้า_____
รถตู้ข้ามร่องกลางถนนมาชนรถกระบะได้ยังไง.... ในเมื่อร่องกลางถนนมันถูกออกแบบมาไว้ให้กั้นไม่รถจากอีกฝังพุ่งมาชนอีกฝั่งและช่วยซับแรงอุบัติเหตุควรจะมีการการปลูกต้นไม้ขนาดกลางเอาไว้ (เพื่อให้รถชนและบล็อครถที่ชนเอาไว้ไม่ให้ข้ามไปเลนอีกฝั่ง) ขนาดลำต้นของต้นไม้ควรมีเส้นผ่านศูนย์กลางในระดับกลางๆประมาณ 10-15 cm และมีลักษณะเนื้อไม้ที่ยึดหยุ่นมีความเหนียวไม่เป็นไม้เนื้อแข็ง
อันดับที่สอง....
เมื่อรถชนกันแล้ว...ตอนที่รถตู้เกิดไฟไหม้..ก่อนจาลามมาสู่รถกระบะ..มีพลเมืองดีหลายคนเข้าไปช่วยคนเจ็บได้สักพักและพยายามแยกรถที่ติดกันออกแต่ไม่สำเร็จเพราะต้องใช้เครื่องมือหนัก อีกทั้งเริ่มมีไฟลุกไหม้...แต่เป็นไฟที่เกิดจาน้ำมันเชื้อเพลิง..ดังนั้น "น้ำ" ก็คงไม่สามารถจะดับได้...ดังนั้น "ลูกบอลดับเพลิง สิ่งประดิษฐ์ที่คนไทยคิดขึ้นน่าจะเป็นตัวเลือกในการใช้กับอุบัติเหตุในครั้งนี้...ถ้าตอนนี้มีลูกบอลดับเพลิง..สัก 4-5 ลูกจากรถที่มุงดูอยู่แล้วเอาโยนเข้าไป..ไฟก็คงจะไม่ลุกลามจนคอกรถทั้ง 2 คันจนมีผู้เสียชีวิตเยอะขนาดนี้.....(ส่วนประเด็นว่าลูกบอลดับเพลิงนั้นสามารถใช้ในกรณีนี้ได้หรือไม่..เดี๋ยวขอถกกันอีกที่)
อันดับที่สาม....
สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้จะสามารถป้องกันได้โดยวิธีไหน...?
อันดับแรกคือ...การเช็คสภาพรถจากบุคคลที่ 3... ทำไมต้องเป็ฯบุคคลที่ 3?... งั้นอธิบายทางเลือกของบุคคลที่ 1 กับ 2 ก่อนก็คือ.. บุคคลที่ 1 คือ ขับรถ..นั่นเค้าจะต้องเช็ครถตัวเองอยู่แล้วว่ามีความพร้อมแค่ไหนเพราะมันคือเครื่องมือทำมาหากินของเค้าและเค้าย่อมมีความต้องการอยากเอารถออกไปวิ่งเพื่อรับค่าจ้างดังนั้นเค้าย่อมมีความคิดเข้าข้างรถตัวเองในทางบวกว่าจะสามารถวิ่งได้... บุคคลที่2 คือ คนนั่ง..คนนั่งคือบุคคลที่ต้องการจะเดินทางและการเลือกใช้รถตู้โดยสารนั้นแสดงว่าเค้าได้คิดและวิเคราะห์แล้วว่ามันคือทางเลือกที่เค้าเลือกได้เหมาะสมกับ เวลาที่ใช้ และจำนวนเงินที่เค้าจ่ายไป..(ส่วนใหญ่คนที่ขึ้นรถตู้คือต้องการความเร็วและจ่ายไม่แพงมากนัก) ดังนั้นบุคคลที่2 ซึ่งต้องการจะเดินทางอยู่แล้วจึงมีความคิดเข้าข้างตัวเองว่าพาหนะที่ตัวเองจะขึ้นย่อมจะพร้อมในการเดินทางและคุ้มค่ากับราคาและความปลอดภัยที่เค้าได้เลือกแล้ว..จึงมีความเห็นเข้าข้างรถตู้ว่าน่าจะไปได้.. ดังนั้นจึงต้องมีความเห็นของ"บุคคลที่ 3" คือ ควรจะต้องมีเจ้าหน้าที่ปล่อยรถทำการตรวจเช็คสภาพรถและสภาพคนขับรถว่ามีความพร้อมหรือไม่....และจะต้องมีส่วนได้เสียกับการออกรถในทุกๆคัน...เช่น หากจนท.ท่ารถได้ทำการปล่อยรถออกไปแล้วรถเกิดอุบัติเหตุจะต้องได้รับโทษในการอาญาทั้งจำและปรับถ้าชี้ชัดได้ว่ารถคันนั้นละเลยการตรวจสอบสภาพรถและสภาพคนขับรถ...
ซึ่ง ความเห็นของ จนท. ท่ารถนี้ย่อมจะเอียงเอนไปทางไม่อยากให้รถออกไปวิ่งถ้ามันกระทบต่อหน้าที่การงานและอาจจะโดนลงโทษถ้ารถที่ปล่อยออกไปแล้วเกิดอุบัติเหตุ...ทุกท่ารถจะต้องมี จนท. ตรงนี้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นความเห็นเชิงลบต่อการเดินทางแต่ละครั้ง....จนท.ตรงนี้จะต้องทำงานเป็นเอกเทศต่อบริษัทขนส่ง และจะต้องเป็นจนท.ที่มีความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยอย่างมาก...ทั้งความรู้เรื่องรถ และ เครื่องมือในการตรวจวัดสภาพพนักงงานขับรถ..
ไม่แน่ใจว่า ณ ปัจจุบันมีเครื่องมือตรวจวัด "ความง่วง" ขึ้นหรือไม่..ถ้ามีควรจะนำเอามาใช้ตรวจวัดสภาพคนขับพร้อมๆกับเครื่องตรวจวัดระดับแอลกลฮอล์ด้วยเช่นกัน..จริงๆแล้วความง่วงนี้อันตรายกว่าความเมาอีกนะครับ...หลายๆคนเมาแล้วยังสามารถประคองรถไปถึงบ้านได้แบบงงๆ แต่คนที่หลับใน..ผมคิดว่าไม่มีสักคนที่สามารถกลับบ้านได้แบบปลอดภัยแน่ๆ ยกเว้นรู้ตัวแล้วแวะปั๊มพักผ่อน