"ผมทิ้งเธอไว้ที่นาทีสุดท้ายของปีที่แล้ว ทันทีที่พลุแรกถูกจุดจนระเบิดบนท้องฟ้า
ผมก็รู้สึกได้ทันทีว่าอะไรใหม่ๆกำลังเข้ามาในปีนี้ ลาก่อนนะเธอ"
ความรักมักวาบหวาม ก็เหมือนพลุทะลุทยานสู่ฟ้าไกลในยามมืดมิด แล้วระเบิดตู๊มมม
มันไม่ได้กลายเป็นโกโก้ครั้นช์ เสียงระเบิดลั่นโลก สีสันของลูกไฟบนฟ้ามันช่างสวยงามตื่นตา และทุกคนย่อมรู้ดีว่า
... เดี๋ยวมันก็จางหายไป
เปิดด้วยคำพูดสวยๆภายใต้ท้องฟ้ามืดมิดของเที่ยงคืนหนึ่งนาทีวันที่หนึ่งมกราฯ
ผมไม่ได้พาเธอข้ามปีมาด้วย รู้สึกสบายใจจริงๆ
สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ตัวผมเองหยุดยาวปีใหม่ได้ไปมาหลายที่มาก
ออกเดินทางบนที่นอน ไปอ่าวเพิร์ลฮาเบอร์ ไปนิวยอร์คซิตี้ ไปดัลลัส ไปน๊อตติ้งฮิลส์ ก่อนกลับก็อยู่ลอนดอนซักพัก
เนื่องด้วยอยากเริ่มอะไรใหม่ๆด้วยบรรยากาศที่อิ่มเอม เลยนึกครึ้มๆหาหนักรักรอมคอมเก่าๆดูให้เปรมหัวใจซักนิด
จึงอยากขออนุญาตเครดิตให้กระทู้ดังกระทู้หนึ่ง...
https://pantip.com/topic/33222291
ขอบคุณมากๆที่กรุณาเล่าสู่กันฟังในวันนั้น
คุณทำให้ผมเริ่มต้นปีอย่างมีความสุข
ผมไม่ได้ตามเก็บทั้งหมดจากในกระทู้ที่แนะนำนะครับ และมีหลายเรื่องที่ผมเองก็เคยดูมาก่อน
แต่ก็สารภาพว่าจำเนื้อเรื่องไม่ได้ทั้งหมดหรอกครับ นั่นมันนานมาแล้ว ตั้งแต่ยังไม่รู้จักเลยมั้ง
... ว่าความรักคืออะไร?
ออกตัวก่อนว่ากระทู้นี้แทบไม่มีประเด็นอะไร อาจเพียงขออาศัยแก้คันหัวใจซักนิดหน่อย
ท่านใดตะขิดตะขวงใจก็ผ่านได้เลยนะครับ แต่หากท่านใดสนใจพิจารณาสิ่งที่ผมบอกเล่า
แม้ในยามที่ท่านกำลังขับถ่ายก็ถือได้ว่ามีน้ำใจไม่น้อย ฮ่ะๆๆๆ ความอิ่มเอมของผมเริ่มต้นที่...
1. Love Actually (2003)
รวมหลากหลายรูปแบบของความรัก ตัวละครมีความเกี่ยวข้องกัน
ชอบที่สุดคือซีนของเรื่องราวแอบรักแฟนเพื่อน
"โอเค พอได้ละนะ!"
2. Beginners (2011)
ความรักก่อเกิดจากความเข้าใจ ไม่มีใครอยากถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง
3. Pearl Harbor (2001)
หนังพีเรียดอิงประวัติศาสตร์สงครามโลก ผสมกับอุบัติเหตุรักสามเศร้า
ซึ่งมันเศร้าจริงๆนะครับ T^T
4. 500 Days of Summer (2009)
เรื่องนี้อินเป็นการส่วนตัว อาจเพราะผมประสบเรื่องราวเดียวกันกับตัวละคร ฮ่าๆๆ
5. Pretty Woman (1990)
ดูแล้วเข้าใจพื้นฐานความคิดของคนโดยมีฐานะเป็นตัวชี้วัด
คนจนไม่ใช่คนคิดไม่ได้ คนรวยคิดไม่เป็นก็มีเยอะแยะ
แต่พระเอกเรื่องนี้สุภาพบุรุษโพดๆ
6. Up in the air (2009)
เรื่องนี้แหละที่สะกิดให้ผมอยากเขียนกระทู้นี้
ตัวละครได้ทลายปมทัศนคติด้านความรักบางอย่างของผม ไว้จะสรุปให้อ่านนะครับ
7. Notting Hill (1999)
อีกเรื่องที่ถ่ายทอดความอึดอัดใจของตัวละครบนสถานะทางสังคมที่แตกต่างกัน
เราทุกคนต่างเจอเรื่องราวร้ายๆมาไม่เหมือนกันจริงๆ
8. Groundhog Day (1993)
ถ้าคุณต้องอยู่ซ้ำๆจะหลับจะตายจะพยายามแค่ไหนก็ตื่นมาที่วันเดิม
...คุณจะทำอะไร?
9. Four Weddings and a Funeral (1994)
ความรักไม่มีคำว่าสายเกินไป ... จริงดิ?
10. Two Weeks Notice (2002)
คุณจะรู้ว่าคุณได้ตกหลุมรักก็ต่อเมื่อคุณได้เห็นคุณค่าของสิ่งนั้นๆเท่านั้นแหละ...
ผมอาจไม่ได้เขียนสรุปอะไรไว้ใต้ชื่อของหนังมากนะครับ เพราะผมไม่ได้มาเขียนรีวิวหนังที่ดู
สิ่งที่อยากนำเสมอมากกว่านั้น คือ ผมดูแล้วทัศนคติของผมต่อความรักเปลี่ยนไปอย่างไร
ซึ่งถ้าหากจะตีกรอบขอบเขตจากประเภทของภาพยนตร์ที่ผมได้ชมก็อาจจะไม่ยุติธรรมเท่าไหร่
ก็ต้องออกตัวล้อฟรีไว้ตรงนี้ เอี๊ยดๆ เลยว่าเป็นมุมมองจากผู้ชายธรรมดาคนนึงเลยนะครับ
แต่ขอให้เข้าใจว่าผมจะ
พยายาม ทำให้ใจความสำคัญมันดูกลางๆกันไปก็แล้วกันนะครับ แฮร่...
ผมรวบรวมทัศนคติของผมไว้ประมาณนี้...
1. เงิน เงิน เงิน
ประมาณ 3-4 เรื่องได้มั้งที่ตัวละครมีความลักลั่นทางฐานะ เรียกได้ว่าอภิมหามาเธอร์ฟาเธอร์เศรษฐีกันไปเลยก็ว่าได้
ผมมานั่งคิดดูนะ ที่ว่ากันว่าความรักนั้นเงินไม่จำเป็น เงินไม่สำคัญ
มันจริงแท้แค่ไหนกัน?
เอาเป็นว่าผมได้ลองเทียบตัวเองกับไม้บรรทัดที่ใช้วัดสังคมแล้ว ผมก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง
พอได้ลองเห็นเกมคนรวย "สายเปย์" แล้วรู้สึกว่า อืม... ไม่ใช่ทุกคนทำได้ แต่ถ้าทำได้ อะไรๆก็ดูง่ายกว่ามากเลยจริงๆ
ยิ่งถ้ารวยและไม่โง่ ได้เจอคู่บุญ ก็นับว่าโชคดีมาก เอาเป็นว่าไม่พูดเรื่องโชคอะไรนั่นก็แล้วกัน เป้าหมายตอนนี้นั้น
ต้องหาเงินนนนนนให้มากๆซะแล้วววววววว!
2. เพศสภาพ
เพศ คือ สิ่งกำหนดสถานภาพ ใช้จำแนกสิ่งมีชีวิตออกจากกัน แต่มันกะเกณฑ์ไม่ได้เลยว่าคนนี้คนนั้นเป็นคนดีหรือเปล่า
ถ้ามองที่สภาพบุคคล การได้เห็นอะไรที่แตกต่างจาก
ชาย และ
หญิง ย่อมเป็นเรื่องผิดปกติ
แต่ถ้าเราถอดแว่นตาที่มองแต่เรื่องสภาพของเพศ แล้วใส่แว่นตามองความรัก
...
คุณอาจจะเห็นคนตาบอดอยู่เต็มสังคมไปเลยก็ได้นะครับ
3. ปัญหารักสามเศร้า
ผมพิจารณาตามหนังที่ผมดู ซึ่งก็ถูกเสริมด้วยประสบการณ์ส่วนตัว ผมคิดว่าปัญหารักสามเศร้า
มักเริ่มจากความมักง่ายทางอารมณ์ผสมความใคร่นิดๆของใครบางคน ความเจ้าชู้ ชอบเสี่ยง
สิ่งเหล่านี้คือต้นเหตุ ทุกคนเมื่อเริ่มสร้างความสัมพันธ์ก็ย่อมต้องการบันทึกหน้าต่อๆไปเสมอ
สำหรับบางคน(ที่อยากมีความรักที่ดี) การได้เขียนเรื่องราวความรักของเค้านั้น อาจต้องใช้สมุดประมาณหนึ่งพันหน้ากระดาษเป็นอย่างน้อย
แต่สำหรับใครอีกคน(ที่เห็นแก่ตัว)นั้น เค้าอาจมีพื้นที่ให้เราได้เพอร์ฟอร์มแค่หน้ากระดาษแผ่นเดียว...
หายเหงาหายเปลี่ยวเดี๋ยวเค้าก็หายไป
"หากเมื่อใดที่รู้ว่าใครอีกคนมีใครอีกคนอยู่ในชีวิต ออกมาเถอะครับ อย่าเสียเวลาเลย
ใจของคุณมันไม่แกร่งเท่ากับความคิดที่พร่ำบอกตัวเองว่าลองดูคงไม่เป็นไร เชื่อผมเถอะ!"
4. ทุกคนมีขีดจำกัด
สิ่งที่เป็นตัวกำหนดขีดจำกัดของคนนั้น ผมคิดว่าคงเป็นประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน
เมื่อใดที่เกมความรักของคุณเริ่มทำให้คุณอึดอัด นั่นแปลว่าเรื่องราวมันได้แตะขีดจำกัดของคุณเข้าให้แล้ว
ข้อดีของการทำลายขีดจำกัดคือคุณจะได้ขยายขนาดของอ่างรับความเจ็บปวดมากขึ้น แต่ข้อเสียคือ
มันก็อาจจะทำให้คุณทำอะไรบ้าๆจนเสียผู้เสียคนไปได้เหมือนกัน
"มัชฌิมาปฏิปทา ชีวิตจะเดินหน้าได้ด้วยทางสายกลาง"
5. เวลา
ผมเคยเขียนกระทู้หนึ่งโดยระบุไว้ว่าเวลาไม่เคยเยียวยาอะไร ทว่า...
ในความหมายของผมนั้นหมายถึงว่าหากคุณไม่ได้มีอารมณ์ร่วมไปกับความเจ็บปวดต่างๆที่เข้ามาทักทายชีวิต
แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่คุณไม่สามารถสลัดสิ่งที่รบกวนความคิดของคุณไปได้ เมื่อนั้นคุณควร
ให้เวลากับเวลา
6. อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ
มักจะมีความผิดพลาดคาดไม่ถึง มันเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
เป็นไปตามกรรม เป็นไปตามวาระ เป็นไปตามที่มันต้องเป็น
บางเรื่องเกิดขึ้นแล้วดี บางเรื่องเกิดขึ้นแต่ไม่ดี แต่ทุกๆการเกิดดับของแต่ละเรื่อง
เราอยู่ตรงไหนของเรื่องราวเหล่านั้น เราจะมองมันอย่างเข้าใจ หรือเราเองนี่แหละที่เป็น
ชนวน
7. ใช่ คือ ใช่
สิ่งที่อยากฝากไม่ใช่การมองเห็นด้วยตาเปล่าว่าใครใช่หรือไม่ใช่ แต่อยากให้ลองมองเข้าไปลึกๆว่า
สิ่งที่เราบอกกับตัวเองว่ามันใช่ (เมิงงงง... เค้าใช่มากๆๆๆๆ บลๆๆๆ) มันใช่ยังไง และมันไม่ใช่ยังไง ถ้าตอบตัวเองได้
บางทีสิ่งที่ทำให้เราเฝ้าทุกข์เพราะคิดว่า "มันใช่" อาจทำให้เราสบายเพราะตัดใจยอมรับในความ "ไม่ใช่" ก็เป็นได้นะครับ
รวมถึงประเภทที่บอกว่าไม่ใช่ๆ แต่บับว่ารู้แก่ใจว่ามันใช่ ยืดๆอกรับๆไปได้แล้วนะครับ มันดีกับชีวิตแน่ๆครับ...
8. เข้ากันดี
อาจหมายถึงจังหวะของกันและกันมากกว่าเรื่องฐานะนะครับ อย่างที่ผมบอกครับว่าหนังที่ดูไปหลายๆเรื่อง
สถานะทางสังคมของตัวละครแตกต่างกันราวกระถางต้นไม้ใต้ท้องฟ้ากับดวงดาราในชั้นสตาร์โตสเฟียร์
แต่สิ่งที่น่าอิจฉามากๆคือ
"ความเข้ากัน" นี่แหละ หากวันใดได้เจอคนที่เข้ากันได้ดี
ผมคิดว่านั่นนับช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ ...
(พี่ป๊อดก็มา) ดีมากกว่าการได้พบ
คนที่มีฐานะมากกว่า การได้ควงคนหน้าตาดี มันคือการทะลุเปลือกนอกเพื่อไปเจอแก่นด้านในแล้วพูดได้ว่า
"เรามาจากเผ่าเดียวกัน" ฮ่าๆๆๆ (ป่ะ! ย่างไก่กินกัน)
ข้อคิดส่วนตัวที่ได้สำหรับตัวเอง
จากหนังทั้ง 10 เรื่อง ได้สอนผมเรื่องหนึ่งคือ ไม่ว่าอย่างไร ไม่ว่าจะเจอผู้หญิงแบบไหน
เราต้องเป็นที่พึ่ง และใจเราต้องใหญ่มว๊ากกกกกกกกก เพราะมันจะมี 2 โหมดที่เธอๆเหล่านั้นจะไม่มีวันได้เห็น
1. ตอนที่เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ความรักแก่เธอ
2. ตอนที่เราร้องไห้เพราะเธอ (สูญเสียเท่าไหร่แล้วกับคำว่า
"คืนนี้ไปไหนดีวะ?")
เกิดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีต่อมน้ำตา มีความรู้สึก มีประสบการณ์เก่าๆติดตัว มีสมหวัง มีผิดหวัง แต่มันไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ
และจะไม่ขอยอมแพ้ แต่จะขอเป็น "สุภาพบุรุษ" ให้มากพอในทุกสถานการณ์
(สิ้นวลีนี้... หน้าตัวเองกลายเป็น พี่ฮิวจ์ แกรนท์ ตอนหนุ่มๆในทันใด อาเฮื้ออออ...)
อยากถามเพื่อนๆที่อ่านถึงตรงนี้ว่า...
"ความสำคัญ" กับ "ความสัมพันธ์" ถ้าเลือกได้ 1 อย่าง จะเลือกอะไร?
ไม่ว่าคุณจะเลือกอะไรก็ตาม ถ้าใครซักคนที่คุณอยากวาดภาพความรักสวยงามด้วยนั้น
เค้าให้คุณเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างนี้ ผมขอให้คุณออกมาจากชีวิตเค้าให้เร็วๆๆๆนะครับ
เพราะคุณจะไม่มีทางได้ไปถึงจุดหมายปลายทางที่คุณวาดฝันเอาไว้แน่นอน... As fast as you can!
แด่ทุกท่านที่ยังมึ
ความรัก อยู่ในจิตวิญญาณ อวยพรให้ได้พบกับพลุลูกใหม่ๆที่สวยงามระเบิดเสียงดังอลังปังบนท้องฟ้า...
และถ้าผิดหวังครั้งใดจงบอกตัวเองเสมอว่า
"หลัง Summer ยังมี Autumn เสมอ..."
สวัสดีปีใหม่ครับ...
หยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 3 วัน นอนๆนั่งๆดูหนังรักรอมคอมเก่าๆ 10 เรื่อง
ผมก็รู้สึกได้ทันทีว่าอะไรใหม่ๆกำลังเข้ามาในปีนี้ ลาก่อนนะเธอ"
ความรักมักวาบหวาม ก็เหมือนพลุทะลุทยานสู่ฟ้าไกลในยามมืดมิด แล้วระเบิดตู๊มมม
มันไม่ได้กลายเป็นโกโก้ครั้นช์ เสียงระเบิดลั่นโลก สีสันของลูกไฟบนฟ้ามันช่างสวยงามตื่นตา และทุกคนย่อมรู้ดีว่า
... เดี๋ยวมันก็จางหายไป
เปิดด้วยคำพูดสวยๆภายใต้ท้องฟ้ามืดมิดของเที่ยงคืนหนึ่งนาทีวันที่หนึ่งมกราฯ
ผมไม่ได้พาเธอข้ามปีมาด้วย รู้สึกสบายใจจริงๆ
สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ตัวผมเองหยุดยาวปีใหม่ได้ไปมาหลายที่มาก
ออกเดินทางบนที่นอน ไปอ่าวเพิร์ลฮาเบอร์ ไปนิวยอร์คซิตี้ ไปดัลลัส ไปน๊อตติ้งฮิลส์ ก่อนกลับก็อยู่ลอนดอนซักพัก
เนื่องด้วยอยากเริ่มอะไรใหม่ๆด้วยบรรยากาศที่อิ่มเอม เลยนึกครึ้มๆหาหนักรักรอมคอมเก่าๆดูให้เปรมหัวใจซักนิด
จึงอยากขออนุญาตเครดิตให้กระทู้ดังกระทู้หนึ่ง...
https://pantip.com/topic/33222291
ขอบคุณมากๆที่กรุณาเล่าสู่กันฟังในวันนั้น
คุณทำให้ผมเริ่มต้นปีอย่างมีความสุข
ผมไม่ได้ตามเก็บทั้งหมดจากในกระทู้ที่แนะนำนะครับ และมีหลายเรื่องที่ผมเองก็เคยดูมาก่อน
แต่ก็สารภาพว่าจำเนื้อเรื่องไม่ได้ทั้งหมดหรอกครับ นั่นมันนานมาแล้ว ตั้งแต่ยังไม่รู้จักเลยมั้ง
... ว่าความรักคืออะไร?
ออกตัวก่อนว่ากระทู้นี้แทบไม่มีประเด็นอะไร อาจเพียงขออาศัยแก้คันหัวใจซักนิดหน่อย
ท่านใดตะขิดตะขวงใจก็ผ่านได้เลยนะครับ แต่หากท่านใดสนใจพิจารณาสิ่งที่ผมบอกเล่า
แม้ในยามที่ท่านกำลังขับถ่ายก็ถือได้ว่ามีน้ำใจไม่น้อย ฮ่ะๆๆๆ ความอิ่มเอมของผมเริ่มต้นที่...
1. Love Actually (2003)
รวมหลากหลายรูปแบบของความรัก ตัวละครมีความเกี่ยวข้องกัน
ชอบที่สุดคือซีนของเรื่องราวแอบรักแฟนเพื่อน
"โอเค พอได้ละนะ!"
2. Beginners (2011)
ความรักก่อเกิดจากความเข้าใจ ไม่มีใครอยากถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง
3. Pearl Harbor (2001)
หนังพีเรียดอิงประวัติศาสตร์สงครามโลก ผสมกับอุบัติเหตุรักสามเศร้า
ซึ่งมันเศร้าจริงๆนะครับ T^T
4. 500 Days of Summer (2009)
เรื่องนี้อินเป็นการส่วนตัว อาจเพราะผมประสบเรื่องราวเดียวกันกับตัวละคร ฮ่าๆๆ
5. Pretty Woman (1990)
ดูแล้วเข้าใจพื้นฐานความคิดของคนโดยมีฐานะเป็นตัวชี้วัด
คนจนไม่ใช่คนคิดไม่ได้ คนรวยคิดไม่เป็นก็มีเยอะแยะ
แต่พระเอกเรื่องนี้สุภาพบุรุษโพดๆ
6. Up in the air (2009)
เรื่องนี้แหละที่สะกิดให้ผมอยากเขียนกระทู้นี้
ตัวละครได้ทลายปมทัศนคติด้านความรักบางอย่างของผม ไว้จะสรุปให้อ่านนะครับ
7. Notting Hill (1999)
อีกเรื่องที่ถ่ายทอดความอึดอัดใจของตัวละครบนสถานะทางสังคมที่แตกต่างกัน
เราทุกคนต่างเจอเรื่องราวร้ายๆมาไม่เหมือนกันจริงๆ
8. Groundhog Day (1993)
ถ้าคุณต้องอยู่ซ้ำๆจะหลับจะตายจะพยายามแค่ไหนก็ตื่นมาที่วันเดิม
...คุณจะทำอะไร?
9. Four Weddings and a Funeral (1994)
ความรักไม่มีคำว่าสายเกินไป ... จริงดิ?
10. Two Weeks Notice (2002)
คุณจะรู้ว่าคุณได้ตกหลุมรักก็ต่อเมื่อคุณได้เห็นคุณค่าของสิ่งนั้นๆเท่านั้นแหละ...
ผมอาจไม่ได้เขียนสรุปอะไรไว้ใต้ชื่อของหนังมากนะครับ เพราะผมไม่ได้มาเขียนรีวิวหนังที่ดู
สิ่งที่อยากนำเสมอมากกว่านั้น คือ ผมดูแล้วทัศนคติของผมต่อความรักเปลี่ยนไปอย่างไร
ซึ่งถ้าหากจะตีกรอบขอบเขตจากประเภทของภาพยนตร์ที่ผมได้ชมก็อาจจะไม่ยุติธรรมเท่าไหร่
ก็ต้องออกตัวล้อฟรีไว้ตรงนี้ เอี๊ยดๆ เลยว่าเป็นมุมมองจากผู้ชายธรรมดาคนนึงเลยนะครับ
แต่ขอให้เข้าใจว่าผมจะ พยายาม ทำให้ใจความสำคัญมันดูกลางๆกันไปก็แล้วกันนะครับ แฮร่...
ผมรวบรวมทัศนคติของผมไว้ประมาณนี้...
1. เงิน เงิน เงิน
ประมาณ 3-4 เรื่องได้มั้งที่ตัวละครมีความลักลั่นทางฐานะ เรียกได้ว่าอภิมหามาเธอร์ฟาเธอร์เศรษฐีกันไปเลยก็ว่าได้
ผมมานั่งคิดดูนะ ที่ว่ากันว่าความรักนั้นเงินไม่จำเป็น เงินไม่สำคัญ มันจริงแท้แค่ไหนกัน?
เอาเป็นว่าผมได้ลองเทียบตัวเองกับไม้บรรทัดที่ใช้วัดสังคมแล้ว ผมก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง
พอได้ลองเห็นเกมคนรวย "สายเปย์" แล้วรู้สึกว่า อืม... ไม่ใช่ทุกคนทำได้ แต่ถ้าทำได้ อะไรๆก็ดูง่ายกว่ามากเลยจริงๆ
ยิ่งถ้ารวยและไม่โง่ ได้เจอคู่บุญ ก็นับว่าโชคดีมาก เอาเป็นว่าไม่พูดเรื่องโชคอะไรนั่นก็แล้วกัน เป้าหมายตอนนี้นั้น
ต้องหาเงินนนนนนให้มากๆซะแล้วววววววว!
2. เพศสภาพ
เพศ คือ สิ่งกำหนดสถานภาพ ใช้จำแนกสิ่งมีชีวิตออกจากกัน แต่มันกะเกณฑ์ไม่ได้เลยว่าคนนี้คนนั้นเป็นคนดีหรือเปล่า
ถ้ามองที่สภาพบุคคล การได้เห็นอะไรที่แตกต่างจาก ชาย และ หญิง ย่อมเป็นเรื่องผิดปกติ
แต่ถ้าเราถอดแว่นตาที่มองแต่เรื่องสภาพของเพศ แล้วใส่แว่นตามองความรัก
... คุณอาจจะเห็นคนตาบอดอยู่เต็มสังคมไปเลยก็ได้นะครับ
3. ปัญหารักสามเศร้า
ผมพิจารณาตามหนังที่ผมดู ซึ่งก็ถูกเสริมด้วยประสบการณ์ส่วนตัว ผมคิดว่าปัญหารักสามเศร้า
มักเริ่มจากความมักง่ายทางอารมณ์ผสมความใคร่นิดๆของใครบางคน ความเจ้าชู้ ชอบเสี่ยง
สิ่งเหล่านี้คือต้นเหตุ ทุกคนเมื่อเริ่มสร้างความสัมพันธ์ก็ย่อมต้องการบันทึกหน้าต่อๆไปเสมอ
สำหรับบางคน(ที่อยากมีความรักที่ดี) การได้เขียนเรื่องราวความรักของเค้านั้น อาจต้องใช้สมุดประมาณหนึ่งพันหน้ากระดาษเป็นอย่างน้อย
แต่สำหรับใครอีกคน(ที่เห็นแก่ตัว)นั้น เค้าอาจมีพื้นที่ให้เราได้เพอร์ฟอร์มแค่หน้ากระดาษแผ่นเดียว... หายเหงาหายเปลี่ยวเดี๋ยวเค้าก็หายไป
"หากเมื่อใดที่รู้ว่าใครอีกคนมีใครอีกคนอยู่ในชีวิต ออกมาเถอะครับ อย่าเสียเวลาเลย
ใจของคุณมันไม่แกร่งเท่ากับความคิดที่พร่ำบอกตัวเองว่าลองดูคงไม่เป็นไร เชื่อผมเถอะ!"
4. ทุกคนมีขีดจำกัด
สิ่งที่เป็นตัวกำหนดขีดจำกัดของคนนั้น ผมคิดว่าคงเป็นประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน
เมื่อใดที่เกมความรักของคุณเริ่มทำให้คุณอึดอัด นั่นแปลว่าเรื่องราวมันได้แตะขีดจำกัดของคุณเข้าให้แล้ว
ข้อดีของการทำลายขีดจำกัดคือคุณจะได้ขยายขนาดของอ่างรับความเจ็บปวดมากขึ้น แต่ข้อเสียคือ
มันก็อาจจะทำให้คุณทำอะไรบ้าๆจนเสียผู้เสียคนไปได้เหมือนกัน
"มัชฌิมาปฏิปทา ชีวิตจะเดินหน้าได้ด้วยทางสายกลาง"
5. เวลา
ผมเคยเขียนกระทู้หนึ่งโดยระบุไว้ว่าเวลาไม่เคยเยียวยาอะไร ทว่า...
ในความหมายของผมนั้นหมายถึงว่าหากคุณไม่ได้มีอารมณ์ร่วมไปกับความเจ็บปวดต่างๆที่เข้ามาทักทายชีวิต
แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่คุณไม่สามารถสลัดสิ่งที่รบกวนความคิดของคุณไปได้ เมื่อนั้นคุณควร ให้เวลากับเวลา
6. อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ
มักจะมีความผิดพลาดคาดไม่ถึง มันเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
เป็นไปตามกรรม เป็นไปตามวาระ เป็นไปตามที่มันต้องเป็น
บางเรื่องเกิดขึ้นแล้วดี บางเรื่องเกิดขึ้นแต่ไม่ดี แต่ทุกๆการเกิดดับของแต่ละเรื่อง
เราอยู่ตรงไหนของเรื่องราวเหล่านั้น เราจะมองมันอย่างเข้าใจ หรือเราเองนี่แหละที่เป็น ชนวน
7. ใช่ คือ ใช่
สิ่งที่อยากฝากไม่ใช่การมองเห็นด้วยตาเปล่าว่าใครใช่หรือไม่ใช่ แต่อยากให้ลองมองเข้าไปลึกๆว่า
สิ่งที่เราบอกกับตัวเองว่ามันใช่ (เมิงงงง... เค้าใช่มากๆๆๆๆ บลๆๆๆ) มันใช่ยังไง และมันไม่ใช่ยังไง ถ้าตอบตัวเองได้
บางทีสิ่งที่ทำให้เราเฝ้าทุกข์เพราะคิดว่า "มันใช่" อาจทำให้เราสบายเพราะตัดใจยอมรับในความ "ไม่ใช่" ก็เป็นได้นะครับ
รวมถึงประเภทที่บอกว่าไม่ใช่ๆ แต่บับว่ารู้แก่ใจว่ามันใช่ ยืดๆอกรับๆไปได้แล้วนะครับ มันดีกับชีวิตแน่ๆครับ...
8. เข้ากันดี
อาจหมายถึงจังหวะของกันและกันมากกว่าเรื่องฐานะนะครับ อย่างที่ผมบอกครับว่าหนังที่ดูไปหลายๆเรื่อง
สถานะทางสังคมของตัวละครแตกต่างกันราวกระถางต้นไม้ใต้ท้องฟ้ากับดวงดาราในชั้นสตาร์โตสเฟียร์
แต่สิ่งที่น่าอิจฉามากๆคือ "ความเข้ากัน" นี่แหละ หากวันใดได้เจอคนที่เข้ากันได้ดี
ผมคิดว่านั่นนับช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ ... (พี่ป๊อดก็มา) ดีมากกว่าการได้พบ
คนที่มีฐานะมากกว่า การได้ควงคนหน้าตาดี มันคือการทะลุเปลือกนอกเพื่อไปเจอแก่นด้านในแล้วพูดได้ว่า
"เรามาจากเผ่าเดียวกัน" ฮ่าๆๆๆ (ป่ะ! ย่างไก่กินกัน)
ข้อคิดส่วนตัวที่ได้สำหรับตัวเอง
จากหนังทั้ง 10 เรื่อง ได้สอนผมเรื่องหนึ่งคือ ไม่ว่าอย่างไร ไม่ว่าจะเจอผู้หญิงแบบไหน
เราต้องเป็นที่พึ่ง และใจเราต้องใหญ่มว๊ากกกกกกกกก เพราะมันจะมี 2 โหมดที่เธอๆเหล่านั้นจะไม่มีวันได้เห็น
1. ตอนที่เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ความรักแก่เธอ
2. ตอนที่เราร้องไห้เพราะเธอ (สูญเสียเท่าไหร่แล้วกับคำว่า "คืนนี้ไปไหนดีวะ?")
เกิดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีต่อมน้ำตา มีความรู้สึก มีประสบการณ์เก่าๆติดตัว มีสมหวัง มีผิดหวัง แต่มันไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ
และจะไม่ขอยอมแพ้ แต่จะขอเป็น "สุภาพบุรุษ" ให้มากพอในทุกสถานการณ์
(สิ้นวลีนี้... หน้าตัวเองกลายเป็น พี่ฮิวจ์ แกรนท์ ตอนหนุ่มๆในทันใด อาเฮื้ออออ...)
อยากถามเพื่อนๆที่อ่านถึงตรงนี้ว่า...
"ความสำคัญ" กับ "ความสัมพันธ์" ถ้าเลือกได้ 1 อย่าง จะเลือกอะไร?
ไม่ว่าคุณจะเลือกอะไรก็ตาม ถ้าใครซักคนที่คุณอยากวาดภาพความรักสวยงามด้วยนั้น
เค้าให้คุณเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างนี้ ผมขอให้คุณออกมาจากชีวิตเค้าให้เร็วๆๆๆนะครับ
เพราะคุณจะไม่มีทางได้ไปถึงจุดหมายปลายทางที่คุณวาดฝันเอาไว้แน่นอน... As fast as you can!
แด่ทุกท่านที่ยังมึ ความรัก อยู่ในจิตวิญญาณ อวยพรให้ได้พบกับพลุลูกใหม่ๆที่สวยงามระเบิดเสียงดังอลังปังบนท้องฟ้า...
และถ้าผิดหวังครั้งใดจงบอกตัวเองเสมอว่า "หลัง Summer ยังมี Autumn เสมอ..."
สวัสดีปีใหม่ครับ...