About Time: เราเป็นไปตามสิ่งที่เลือก

เพิ่งได้อ่านบทความหนึ่งเมื่อสองสามวันก่อน ในนั้นบอกว่าเรามีเวลาในชีวิตคนละประมาณเก้าร้อยเดือน ถ้าตัดวัยแรกเกิดถึงวันที่คุณมานั่งอ่านกระทู้นี้ บางคนคงหายไปแล้วสองร้อยกว่าเดือน ในขณะที่บางคนอาจเหลือเพียงห้าหรือหกร้อยเดือน หรือน้อยกว่านั้น
         
         ถ้าจะให้สรุปย่อแบบรวบรัด หนังเรื่องนี้รวมความหมายของ “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ไว้ได้ชัดเจนอย่างน่าประทับใจ
         
         ชีวิตของทิม เด็กหนุ่มหน้าจืดผู้ไม่มีความเชื่อมั่น อ่อนวัยไร้ประสบการณ์ กำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อได้รู้ความลับของครอบครัวในวัยยี่สิบเอ็ด ว่าผู้ชายในครอบครัวเขาทุกคนสามารถย้อนเวลาได้
    
         ทิมเริ่มใช้พรสวรรค์นี้อย่างสุดคุ้ม ตั้งแต่ย้อนเวลาไปเพื่อแก้ไขการปล่อยไก่ที่ทำให้เสียหน้า ย้อนเวลาไปหาวิธีชนะใจรักแรก ย้อนไปแก้ไขคำพูดงี่เง่า ย้อนไปช่วยเหลือเพื่อนพ่อเพื่อให้เขาได้กลายเป็นสุดยอดนักเขียนบทละครเวที ย้อนไปเพื่อพบกับผู้หญิงซึ่งเป็นคนที่เขาอยากอยู่ด้วยทั้งชีวิต

         แต่ละครั้งที่ย้อนเวลา ทิมได้รู้ว่าไม่ใช่ทุกการแก้ไขจะทำให้ได้ผลอย่างที่ต้องการ

         บางครั้งเขาต้องกลับไปแก้ไขหลายเหตุการณ์หลายช่วงเวลา เพียงเพื่อให้บรรลุผลที่เขาต้องการแค่อย่างเดียว แต่ละครั้งที่ทำสำเร็จ เขาคงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังคุมเกมได้อยู่มือแล้ว

         ทว่าสิ่งที่ทิมได้เรียนรู้ก็คือ แน่นอนว่าทุกการเปลี่ยนแปลงนำมาซึ่งผลที่ต่างออกไปจากเดิม แต่ไม่ใช่ว่าผลกระทบของมันจะเป็นไปอย่างที่เขาอยากจะให้เป็น บางทางเลือกถึงกับทำให้เขาต้องจำยอมให้มันเกิดขึ้น เพียงเพื่อเรียนรู้ที่จะยอมรับผลที่เกิดโดยดุษณี

         สุดท้ายแล้วการเดินทางของทิมทำให้เขาค้นพบความจริงของชีวิต ไม่ว่าจะย้อนเวลาได้มากแค่ไหน ทิมก็ไม่อาจกำหนดทุกสิ่งให้เป็นไปอย่างใจ เพราะมีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเขา และยิ่งใหญ่กว่านักข้ามเวลาทุกคน

         บางครั้งเราร่ำร้องอยากกลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด ซึ่งอันที่จริงแล้วหากลองมาทบทวนดีๆ ความผิดพลาดนั้นอาจเกิดจากแค่การที่เราไม่กล้าพอ ความไม่ใส่ใจ ความเผลอเรอ เหยาะแหยะ หรือทำไปอย่างซังกะตาย หากเราทำเต็มที่เสียตั้งแต่แรก ผลที่ตามมาอาจเป็นไปอย่างที่ใจเราคาดหวังไปแล้ว เสียแต่ว่าเราหลายๆ คนไม่เคยคิดจะทำ

         เมื่อออกจากหนังมาสู่โลกความเป็นจริง ในเมื่อเราไม่อาจกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดไปแล้วได้ และคนเราก็ไม่ได้เป็นอมตะหรือมีเวลาเหลือเฟืออย่างที่เคยคิด ดังที่บอกไว้ต้นกระทู้ บางคนอาจเหลือเพียงสี่ห้าร้อยเดือนนับจากวันนี้เท่านั้น คงเป็นการดีหากเราจะเริ่มปีใหม่นี้ด้วยการซาบซึ้งถึงการมีชีวิตอยู่ เห็นคุณค่ากับสิ่งที่มี ผู้คนที่(ยัง)อยู่รอบตัว และที่สำคัญ คือตระหนักว่าทุกทางเลือกจะนำพาเราไปสู่ชีวิตอีกแบบที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

         ถ้า Love Actually คือหนังประจำเทศกาลคริสต์มาส About Time ก็เป็นหนังประจำปีใหม่สำหรับเราไปแล้ว

         ครั้งแรกที่ได้ดูเรื่องนี้คือเมื่อกลางวันที่ผ่านมาทางช่อง Mono 29 ถึงจะทันแค่ครึ่งหลัง แต่หนังก็ดึงเราให้ติดเก้าอี้ไปเรียบร้อยแล้ว ยาวไปจนถึงตอนจบพร้อมน้ำตาซึมๆ และหัวใจที่เหมือนจะเต้นผิดจังหวะนิดหน่อย
         
         โชดดีที่อัดไว้ทัน เอามาย้อนดูตั้งแต่ต้นเมื่อหัวค่ำ เพิ่งจบไปหมาดๆ ก่อนเวลาของปี 2559 จะจบลง

         ขณะนี้ที่เขียนใกล้จบ คือเวลา 23.59 น. (อย่าลืมบวกอีก 1 วินาทีสำหรับปีหน้า) ปาร์ตี้ข้างบ้านกำลังนับถอยหลังกันอย่างครึกครึ้น ชีวิตเราตอนนี้คงเหลือเวลาน้อยลงไปอีก หลังจากได้ใช้ไปอย่างสุรุ่ยสุร่ายตลอดหลายปีที่ผ่านมา

         มีหนังสือหลายเล่มที่ผัดผ่อนไว้ยังไม่ได้อ่าน มีอีกหลายสถานที่ที่ยังไม่ได้ไป มีมิตรภาพกับอีกหลายคนที่เราทำตกหล่นไว้ระหว่างการเดินทางของชีวิต

         ยังไม่สายถ้าจะเริ่มมุ่งมั่นกับบางสิ่งอย่างแท้จริง หันมองคนรอบข้างด้วยสายตาแบบใหม่ และทำทุกอย่างให้เหมือนว่าเราไม่อาจกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว

         สวัสดีปีใหม่ 2560

ป.ล.1 โปสเตอร์หนังทำให้เข้าใจผิดนิดหน่อยนะ เดิมทีเราคิดว่านี่คงเป็นหนังรักหนุ่มสาว ราเชล แม็กอดัมส์น่าจะเด่นมากๆ หารู้ไม่ นี่มันหนังครอบครัวชัดๆ ออกจะเป็นหนังพ่อลูกซะด้วยซ้ำ

ป.ล.2 พระเอก ดอมเนลล์ กลีสัน ชวนเซอร์ไพร์สมากๆ เปิดมาเหมือนหนุ่มเด๋อ ไม่มีอะไร แต่เล่นไปๆ ทำไมเก่ง ฮ่าๆ เล่นเป็นหนุ่มยี่สิบกว่าไม่มีความมั่นใจ ไปจนถึงคุณพ่อลูกสามที่ต้องตัดสินใจเรื่องยากในชีวิตได้ดีมาก รู้สึกเหมือนโตไปด้วยกัน

ป.ล.3 เหมือนพรหมลิขิตที่ดันมาตกหลุมรักหนังเรื่องนี้ เพราะเรารักเรื่อง Love Actually มากๆ แม้ว่าปีหลังๆ หนังจะโดนคอหนังบางส่วนล้อเลียนหรือบ่นเบื่อมากแค่ไหน เราก็ยังรัก เพิ่งรู้ว่าผู้กำกับคนเดียวกัน แถมยังใช้บริการ บิล ไนอี นักแสดงที่เราคิดว่าเท่สุดๆ ด้วย

ป.ล.4 ชอบทุกตัวแสดง เล่นได้เนียนตาเหมือนคนครอบครัวเดียวกันจริงๆ ดูอบอุ่นดี รักและสงสารเคธี น้องสาวพระเอก เธอน่ารักดุ๊กดิ๊กเหมือนลูกหมาเลย ตกหลุมรักราเชล แม็กอดัมส์อีกครั้ง ตั้งแต่เรดอายเป็นต้นมา เล่นเป็นผู้หญิงของนักท่องเวลาเรื่องที่สองแล้วใช่ไหม ชอบการแสดงเธอจริงๆ

*เข้ามาแก้ไขคำผิดค่ะ

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่