การกดขี่เพศหญิงในอิสลาม

* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะ
ผมไม่อยาก Hi jack กระทู้ด้านล่างที่มีการถกกันเรื่องการกดขี่เพศหญิงในอิสลาม เลยขอมาตั้งกระทู้ใหม่เพื่อขอคำอธิบายว่าทำไมมุสลิมจึงเห็นว่าคำสอนในอิสลามเรื่องนี้จึงเหมาะสมแล้ว ดีมากอยู่แล้ว ทั้งๆที่แต่ละคำสอนเต็มไปด้วยการกดขี่ ดูถูก ข่มเหงเพศหญิงอย่างเปิดเผย

จึงอยากให้มุสลิมโดยเฉพาะผู้หญิงช่วยอธิบายคำสอนด้านล่างให้ผมและคนอื่นๆได้เข้าใจมุมมองของมุสลิมต่อผู้หญิงด้วยว่าทำไมจึงบอกว่าพวกนางเหมือนสัตว์เลี้ยง (domestic animal); Tabari Vol 9, Number 1754 - "Treat women well, for they are [like] domestic animals with you and do not possess anything for themselves." From Muhammad's 'Farewell Sermon'.

ทำไมอัลเลาะห์มองผู้หญิงเป็น"สิ่งของ"ที่มอบให้ผู้ชายไปเป็นของเล่นได้
Tabari IX:137 - "Allah granted Rayhana of the Qurayza to Muhammad as booty."

ทำไมมองว่าผู้หญิงไม่ฉลาด
Sahih Bukhari (6:301) - "[Muhammad] said, 'Is not the evidence of two women equal to the witness of one man?' They replied in the affirmative. He said, 'This is the deficiency in her intelligence.'"

ทำไมมองเป็นเพียงทาสสวาท
Tabari VIII:117 - The fate of more captured farm wives, whom the Muslims distributed amongst themselves as sex slaves:

มองว่าเป็นทาสที่ชั่ว(evil)พอๆกับอูฐ
Abu Dawud (2155) - Women are compared to slaves and camels with regard to the "evil" in them.

ทำไมมองผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุทางเพศเมื่อผู้หญิงที่เสนอตัวจะแต่งงานไม่เป็นที่พอใจมูหมัดก็จะ”ส่งต่อ”ไปให้กับชายอื่น
Sahih Bukhari (62:58) - A woman presents herself in marriage to Muhammad, but he does not find her attractive, so he "donates" her on the spot to another man.

แม้แต่เออิชาเมียเด็กคนโปรดยังบอกว่ามูหมัดปัฏิบัติต่าเธอเหมือนหมาเหมือนลา
Sahih Muslim (4:1039) - "A'isha said [to Muhammad]: 'You have made us equal to the dogs and the asses'" These are the words of Muhammad's favorite wife, complaining of the role assigned to women under Islam.

ทำไทมูหมัดเมื่อจับเชลยสงครามที่เป็นผู้หญิงได้แล้วจึงแจกจ่ายผู้หญิงเหล่านั้นให้เป็นเครื่องบำเรอกามแก่สาวก และปัฏิบัติพวกนางเป็นเหมือนของเล่น (party favors)
Ishaq 593 - "From the captives of Hunayn, Allah's Messenger gave [his son-in-law] Ali a slave girl called Baytab and he gave [future Caliph] Uthman a slave girl called Zaynab and [future Caliph] Umar another." - Even in this world, Muhammad treated women like party favors, handing out enslaved women to his cronies for sex.

ชตากรรมของเหล่าเชลยผู้หญิงคือเพื่อเป็น sex slaves
Tabari VIII:117 - The fate of more captured farm wives, whom the Muslims distributed amongst themselves as sex slaves: "Dihyah had asked the Messenger for Safiyah when the Prophet chose her for himself... the Apostle traded for Safiyah by giving Dihyah her two cousins. The women of Khaybar were distributed among the Muslims."

คำสอนที่บอกว่าผู้หญิงโง่กว่าผู้ชาย "[Muhammad] said, 'Is not the evidence of two women equal to the witness of one man?' They replied in the affirmative. He said, 'This is the deficiency in her intelligence.'"

หรือคำสอมที่บอกว่า การให้ปากคำ ผู้หญิง2คนมีค่าเท่าผู้ชายแค่คนเดียว? 2:282 "And call two witness from among your men, two witnesses. And if two men be not at hand, then a man and two women."

หรือจะเป็นคำสอนที่ให้สามีทำร้ายภรรยาได้?

หรือคำสอนที่ให้มีเมียได้4คน?

ผู้ชายสามารถหย่าผู้หญิงได้โดยแค่กล่าวว่าฉันขออย่าเธอเพียง3ครั้ง ที่จริงแค่เขียนโน้ตส่งemail ก็ได้เช่นกันส่วนผู้หญิงไม่มีสิทธิแม้จะคิด

หรือคำสอนที่บอกว่าผู้หญิงไม่สมควรได้รับมรดกเทียบเท่าผู้ชาย? 4:11 "To the male the equivalent of the portion of two females, and if there be women more than two, then theirs is two-thirds of the inheritance, and if there be one (only) then the half."

คำสอนเหล่าคือเหมาะสมแล้ว ดีมากอยู่แล้ว สมเหตุสมผล เป็นการให้เกียรติให้สิทธิแก่ผู้หญิงในมุมมองของมุสลิมแล้วใช่ไหมครับ?
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 63
คุณกำลังอธิบายเรื่อง"เหตุผล"อะไรจึงมีความ"ไม่เท่าเทียม"กันระหว่างเพศในอิสลาม

แต่ที่น่าขำก็คือ"เหตุผล"ที่มาของความไม่เท่าเทียมไม่ทำให้เกิด"ความเท่าเทียม"นะ. คุณน่าจะยังไม่เข้าใจเลยอธิบายวกไปวนมา ราวกับว่าสิ่งที่ปลูกฝังกันในอิสลามมันทำให้เข้าใจว่าเหตุผล justify ความเท่าเทียม

เอาง่ายๆ 2มีค่ามากกว่า1 การที่คนๆหนึ่งอธิบายให้เด็กฟังว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้นไม่ได้ทำให้1และ2มีค่าเท่ากัน

เหมือนกับที่คุณพยายามอธิบายว่าเหตุใดกรุอ่านจึงบอกว่าผู้หญิงมีสิทธิ"ไม่เท่าเทียม"ผู้ชาย การที่คุณหาสิ่งที่เหมือนเหตุผล (แต่หลายคนเรียกว่าอคตินะ) มาอธิบาย  ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงมุสลิมมีความเท่าเทียมชายนะ ผู้หญิงก็ยังได้รับมรดกน้อยกว่าชาย การให้ปากคำยังมีค่าคึ่งเดียว ยังไม่มีสิทธิหย่าผู้ชาย คำสอนให้ตีเมียก็ยังมีอยู่ ฯลฯ

การที่ผมเอาข้อมูลของ UN มายืนยันก็เพราะคุณคิดอคติอย่างหัวชนฝาว่าสิ่งที่คิดมันถูกแล้ว ซึ่งมันก็ถูกต้องตามหลักอิสลามที่ให้เชื่ออย่างห้ามมีข้อสงสัยห้ามใช้ความคิดและสมอง UN เป็นองกรณ์ที่มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างมีหลักการจึงน่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้ในเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศในโลกมุสลิม

ผมเข้าใจครับว่าที่คุณต้องกล่าวว่าผม"หมดปัญญาหาหลักฐาน" หรือบอกว่า "กระทู้นี้ผมว่าคงจบในไม่ช้า" เพราะคุณไม่สามารถโต้แย้งกับผมในเรื่อง"การกดขี่เพศหญิงในอิสลาม" ได้ตามตรรกะ

ด้วยความเคารพสิ่งที่คุณทำมันคือการอธิบายและพยายามใช้ในสิ่งที่คุณเรียกว่าเหตุผลว่าทำไมจึงมี"การกดขี่และไม่เท่าเทียมทางเพศ" อยู่ในสังคมอยู่ในคำสอนของอิสลาม แต่เหตุผลที่มาที่ไปของสิ่งนั้นไม่ได้ทำให้สิ่งนั้นๆหมดไปนะครับ คำอธบายก็คือคำอธิบายไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น ถ้าผมอธิบายว่าข้าวผัดกระเพรากุ้งมังกรใส่ไข่นกกระจอกเทศไม่อร่อยให้เหตุผล108 1009 จะทำให้มันอร่อยขึ้นไหม? การกดขี่ความเท่าเทียมทางเพศในโลกมุสลิมก็เช่นกัน..................คงไม่ยากเกินไปคุณน่าจะเข้าใจได้นะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 42
มาแล้วตามคาด เริ่มลากเข้าศาสนาพุทธ
ความคิดเห็นที่ 4
ความน่ารังเกียจไม่ได้อยู่ที่การบังคับคนที่เป็นมุสลิมหรอก มันอยู่ที่การบังคับให้เป็นมุสลิมนี่แหละทุเรศสุด

เพราะโดยแนวติดอิสลาม ไม่ได้บอกให้ผู้หญิงเลือกที่จะเป็นอะไร
แต่กำหนดมาเลยว่าจะให้ผู้หญิงเป็นอะไร ทำอะไร โดยให้ผลตอบแทนจากสังคมอิสลามดังนี้ๆๆๆ  

เป็นมุสลิมก็ต้องทำตามกฏ ออกก็ไม่ได้ มีโทษมีอคติต่อสิ่งอื่นที่ไม่ใช่อิสลามไปซะหมด
ความคิดเห็นที่ 2
ถ้าเป็นจริงอย่างข้างต้นนี่ถือว่าร้ายแรงเลยนะครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่