สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 26
เรารับการรักษาโรคซึมเศร้าอยู่ต่างประเทศ ที่นี่จะไม่เหมือนที่ไทยตรงที่ไม่ได้คุยกับจิตแพทย์คนเดียว เขาทำงานกันเป็นทีม
จิตแพทย์ (Psychiatrist) คือคนที่วินิจฉัยว่าเราเป็นอะไร ควรจะรักษากับใคร และจ่ายยาให้เฉยๆ เราไม่ได้คุยกับจิตแพทย์มาก แค่เล่าคร่าวๆว่าอาการเป็นยังไง หมอสั่งยาเสร็จก็เอาไปกินแล้วเจอกันทุกสองสามเดือน
นักจิตบำบัด (Psychotherapist) คนนี้คือคนที่เราคุยแบบละเอียดทุกเรื่อง เจอกันอาทิตย์ละสองครั้ง เขาไม่มีสิทธิ์จ่ายยาแต่ทำการรักษาด้วยการพูดคุยเป็นส่วนมาก หรือด้วยวิธีบำบัดอื่นๆ เช่น EMDR นักจิตบำบัดจะไม่ตัดสินใจหรือแก้ปัญหาแทนเราเพราะมันเป็นปัญหาที่เราต้องแก้ด้วยตัวเอง แต่เขาจะคุยเพื่อสะท้อนสิ่งที่เราพูดกลับมาให้ตัวเราคิด ช่วยแนะนำวิธีการรับมือกับปัญหา เหมือนให้เครื่องมือที่เราเรียนรู้เอาไว้ใช้แก้ปัญหาได้เองในอนาคต (ที่เจ็บป่วยทางจิตเพราะไม่มีเครื่องมือที่จะจัดการอารมณ์ทางลบได้ด้วยตัวเอง เครื่องมือนี่อาจจะหมายถึง การทำสมาธิ การคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล การตระหนักรู้ความรู้สึกตัวเอง และอื่นๆ)
นักสังคมสงเคราห์ (Social worker) คอยช่วยถ้าเรามีปัญหาเรื่องที่บ้าน สถานะการเงิน ระหว่างรักษา
พยาบาล - นำกิจกรรมที่ต้องทำแต่ละวันเช่นบำบัดกลุ่ม สอบถามอาการ สังเกตเราเวลาทำกิจกรรมบำบัดที่โรงพยาบาล รายงานอาการให้หมอฟัง
โดยส่วนตัวแล้วเราว่าถ้ารักษาด้วยการคุยกับจิตแพทย์คนเดียวเราคงไม่ดีขึ้น เพราะว่าเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้กินยาแล้ว มีแค่ยานอนหลับอย่างเดียว ที่อาการดีขึ้นมากนี่เพราะนักจิตบำบัดล้วนๆ คุยกันมาครึ่งปีละ รู้สึกดีขึ้นเยอะ ถ้าอาการทรง ๆ อีกสักสองสามเดือนก็ไม่ต้องไปหาแล้ว ยังไงลองหาตัวเลือกดูนะคะ ถ้าคุยกับนักจิตบำบัดด้วยได้น่าจะช่วยได้มากกว่าคุยกับจิตแพทย์คนเดียว
จิตแพทย์ (Psychiatrist) คือคนที่วินิจฉัยว่าเราเป็นอะไร ควรจะรักษากับใคร และจ่ายยาให้เฉยๆ เราไม่ได้คุยกับจิตแพทย์มาก แค่เล่าคร่าวๆว่าอาการเป็นยังไง หมอสั่งยาเสร็จก็เอาไปกินแล้วเจอกันทุกสองสามเดือน
นักจิตบำบัด (Psychotherapist) คนนี้คือคนที่เราคุยแบบละเอียดทุกเรื่อง เจอกันอาทิตย์ละสองครั้ง เขาไม่มีสิทธิ์จ่ายยาแต่ทำการรักษาด้วยการพูดคุยเป็นส่วนมาก หรือด้วยวิธีบำบัดอื่นๆ เช่น EMDR นักจิตบำบัดจะไม่ตัดสินใจหรือแก้ปัญหาแทนเราเพราะมันเป็นปัญหาที่เราต้องแก้ด้วยตัวเอง แต่เขาจะคุยเพื่อสะท้อนสิ่งที่เราพูดกลับมาให้ตัวเราคิด ช่วยแนะนำวิธีการรับมือกับปัญหา เหมือนให้เครื่องมือที่เราเรียนรู้เอาไว้ใช้แก้ปัญหาได้เองในอนาคต (ที่เจ็บป่วยทางจิตเพราะไม่มีเครื่องมือที่จะจัดการอารมณ์ทางลบได้ด้วยตัวเอง เครื่องมือนี่อาจจะหมายถึง การทำสมาธิ การคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล การตระหนักรู้ความรู้สึกตัวเอง และอื่นๆ)
นักสังคมสงเคราห์ (Social worker) คอยช่วยถ้าเรามีปัญหาเรื่องที่บ้าน สถานะการเงิน ระหว่างรักษา
พยาบาล - นำกิจกรรมที่ต้องทำแต่ละวันเช่นบำบัดกลุ่ม สอบถามอาการ สังเกตเราเวลาทำกิจกรรมบำบัดที่โรงพยาบาล รายงานอาการให้หมอฟัง
โดยส่วนตัวแล้วเราว่าถ้ารักษาด้วยการคุยกับจิตแพทย์คนเดียวเราคงไม่ดีขึ้น เพราะว่าเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้กินยาแล้ว มีแค่ยานอนหลับอย่างเดียว ที่อาการดีขึ้นมากนี่เพราะนักจิตบำบัดล้วนๆ คุยกันมาครึ่งปีละ รู้สึกดีขึ้นเยอะ ถ้าอาการทรง ๆ อีกสักสองสามเดือนก็ไม่ต้องไปหาแล้ว ยังไงลองหาตัวเลือกดูนะคะ ถ้าคุยกับนักจิตบำบัดด้วยได้น่าจะช่วยได้มากกว่าคุยกับจิตแพทย์คนเดียว
แสดงความคิดเห็น
จิตแพทย์จะช่วยอะไรได้บ้าง นอกจากรับฟังและสั่งยา ในกรณีเครียดเพราะตัดสินใจไม่ได้ คือเห็นทางออกแหละ แต่เลือกไม่ได้
คำถามเราคือ เรารู้ว่าเราเครียด และสภาวะที่เป็นอยู่มันบั่นทอนมากๆ โดยที่เรารู้อยู่แล้วว่าเราคิดอะไร ปัญหาของมันอยู่ตรงไหน และเราตัดสินใจไม่ได้ในจุดไหน ถ้าจิตแพทย์ช่วยได้ก็คงจะดี แต่เรารู้ว่าจิตแพทย์ก็คงจะมาช่วยตัดสินใจแทนเราไม่ได้ และเราไม่ได้ต้องการจะกินยา มันไม่ใช่ต้นเหตุ และเราก็ไม่ได้อยากจะคุยให้ใครฟังด้วย มันเสียเวลาถ้าคนคนนั้นช่วยอะไรเราไม่ได้
ตกลงจะถามอะไร งง
คือจะถามว่า แล้วจิตแพทย์จะช่วยเราได้ไหม นอกจากรับฟังและสั่งยา