[CR] รีวิว ศัลยกรรมแก้จมูก เพราะน้อยแห่งที่จะกล้ารับทำเคสเรา

พิกัด : โรงพยาบาลWONJIN  ( วอนจิน ) ประเทศเกาหลีใต้
***พึ่งเคยตั้งกระทู้นะคะ ขออภัยหากล่าช้าคร้า***

สำหรับคนที่มีปัญหาเหมือนเราคือ จมูกสั้น จมูกเล็ก เนื้อน้อย หนังน้อย ปลายทู่เชิดไม่มีเนื้อ เราเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ตรงที่เราไปทำมาค่ะ

เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังต้องการหาที่ปรึกษา หรือ แก้ไข จมูก โดยเฉพาะคนที่จมูกสั้น เนื้อน้อย หนังน้อย จำพวกนี้ ( คือเราเอง ) ต้องบอกเลยว่าถือเป็นเคสที่ยาก ลำพังเสริมจมูกครั้งแรก ใช้การกรีดข้างๆรูจมูกเพื่อใส่กะดูกสังเคราะห์หรือ ซิลิโคนก็ยากอยู่แล้ว เพราะหนังน้อย หนังบาง เสี่ยงทะลุ  ยิ่งเป็นงานแก้ด้วย ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เคสยากแน่นอนและซับซ้อนมาก  

เราเองทำจมูกครั้งแรกที่เมืองไทย กับคุณหมออะไร คลินิกอะไร จำไม่ได้ เพราะตอนนั้นยังเด็กไม่ได้สนใจ เวลาผ่านไป จมูกเจ้ากรรม ดันเชิดขึ้น เชิดขึ้นเรื่อยๆคล้ายเป็นจมูกหมู

สภาพจมูกก่อนไปทำที่เกาหลี (จมูกเดิม)



นี่จึงเป็นที่มาของการตัดสินใจมาแก้จมูกที่เกาหลี
เราเริ่มจากการไปปรึกษามาหลายคลินิกในไทย ทุกที่บอกเหมือนกันหมดว่า เคสจมูกสั้นเนื้อน้อยแก้ยาก  บางที่ปฎิเสธเลยไม่ทำให้เพราะบอกว่าหนังไม่พอจะมาปิดหลังการแก้ไข บางที่บอกให้ไปยืดหนังจมูก ด้วยการดึงจมูกลงทุกวัน เป็นเวลาอย่างต่ำปีครึ่ง ทำแบบนี้จะช่วยให้หนังยืดหยุ่นๆ ยืดให้เหี่ยวๆ แบบข้อศอกก่อน แล้วค่อยกลับมาทำใหม่ ( ร้องไห้หนักมากตอนได้ยินวิธีนี้ เพิ่งเคยได้ยิน ที่นี่คุณหมอดุด้วยค่ะ พูดจาไม่ค่อยดีเยย) บางที่บอกต้องทำแบบเปิดจมูกเพื่อปรับโครงสร้างจมูกใหม่ ต้องใช้กระดูกหู แต่พอไปศึกษาในอินเทอร์เน็ต ว่าการผ่าตัดแบบเปิด ข้อผิดพลาดที่อาจเเกิดขึ้นได้มีอะไรบ้าง เจอเคสทำจมูกแบบเปิดที่ผิดพลาดเยอะมาก หนังหด หนังหายเข้าไป บางเคสจมูกผิดรูปหนักกว่าเดิม เสียโฉมไปเลยก็มี  ยิ่งหาข้อมูลเรายิ่งกลัว เลยตั้งใจว่าจะเลือกที่ดีๆหน่อย ขอชัวร์ แล้วแก้ทีเดียว ไม่อยากเจ็บตัวอีก ก็เลยหาไปเรื่อยๆ  

ด้วยความอยากรู้และไม่ค่อยขี้กลัว จึงไปดูในยูทูปว่าการผ่าตัดแบบเปิดจมูกและใช้กระดูกหูเป็นอย่างไร โหววววดูยากจริง ทุกรอยกรีด คือต้องเป๊ะมาก แล้วยิ่งเคสที่แก้ คือต้องค่อยๆเลาะของเก่าออก ทำให้ผิวหนังเราจะยิ่งบาดเจ็บและบางกว่าเดิม  หมอต้องเก่งมากๆจริงๆ จึงเข้าใจว่าทำไม หมอ ถึงบ่นว่าเคสของเรามันยากเพราะหนังเราบาง เนื้อเราน้อย

แต่เรายังไม่หมดความพยายามนะ เลยเริ่มหาข้อมูลเรื่อยๆ คลินิกไหนว่าดี หมอคนไหนว่าเก่ง ทั้งเก่งทำ เก่งแก้ หมอบางคนเก่งทำ หมอบางคนเก่งแก้ ก็ศึกษาเรื่อยมา แต่ก็มาเจอบางบทความบอกว่า ภาพรีวิว เชื่อถือไม่ได้อีก  เพราะหลายแห่ง จะจ้างคนหน้าตาดีมารีวิว ให้เลือกคลินิก ที่มี Before After  และโฟกัสที่งานแก้เลย หมอที่เก่งแก้ จะเหมาะกับสิ่งที่เราต้องการมากกว่าเพราะ งานแก้ ยากกว่างานทำใหม่หลายเท่านัก ต้องพึงระลึกข้อนี้ให้มากๆ ทำให้เราเริ่มหาข้อมูลเน้นที่งานแก้มากกว่างานทำใหม่  หาไปเรื่อยๆจนมาเจอเว็บไซต์ของ โรงพยาบาลวอนจิน ก็นั่งศึกษาดูการแก้ไขรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะจมูก ซึ่งมีเคสยากกว่าเรา บางคนเบี้ยว ยังแก้ให้กลับมาตรงได้ บางคนเนื้อจมูกหุบเข้าไปข้างในก็ยังแก้ไขโครงสร้างให้กลับมาเป็นจมูกปกติได้ เลยตัดสินใจจะนัดเข้าไปคุยเบื้องต้น และสุดท้ายก็ทำการนัดหมอ และลางานเพื่อไปแก้ไข เพราะถ้าไม่ทำตอนนี้ อีก 5 ปี  ยังไงก็ต้องผ่าตัดอยู่ดี เพราะจมูกจะเชิดขึ้นเรื่อยๆ อีกอย่างความสวยรอไม่ได้ 55555

******
เริ่มออกเดินทาง

เรา หม่าม้า และ แฟนน้องชาย เริ่มออกเดินทางวันที่ 7 ตอนเที่ยงคืน แต่ไฟลท์บินเดีเลย์ เลยออกจากไทยประมาณ ตีหนึ่ง
แหนะ เลือกไปกับสายการบินเอเชียน่า เครื่องใหญ่มาก นั่งสบายมาก รู้สึกปลอดภัย เวลาเครื่องขึ้นและลงสุดๆ


ปรึกษากับคุณหมอก่อนผ่าตัด

วันที่ 8 ตุลาคม เราสามคนถึงเกาหลีโดยไม่ติดด่านตรวจคนเข้าเมือง

เราถึงสนามบินอินชอน 9 โมงกว่า แต่กว่าจะเดินทางถึงที่พักก็ปาไปเกือบเที่ยง เพราะที่เกาหลี สภาพการจราจรติดขัดไม่แพ้กรุงเทพเลยจ้า  นั่งรถไปที่พักด้วยใจตุ้มๆต่อมๆ ว่าจะส่งเราถูกที่พักใช่ไหม 5555 แล้วที่พักจะเป็นอย่างไร   คือเราเลือกพักที่ Ocloud Hotel  ย่านกังนัม เพราะ พี่พิม (เจ้าหน้าที่วอนจินที่ไทย) บอกว่าที่นี่ ใกล้โรงพยาบาลวอนจิน เดินไปถึงเลย ประมาณ ไม่เกิน 10  นาที ประหยัดค่าเดินทาง เพราะ เราต้องเข้ามาทำแผล ทุกๆ 3 วัน 5 วัน  7 วัน แล้วเราก็ไม่รู้หลังผ่าเราจะอยากเดินทางไกลไหม เราอาจจะเจ็บจน ไม่อยากไปไหน หรือ สภาพอาจจะไม่ควรเดินทางไหม อันนี้จินตนาการจากการทำจมูกครั้งแรกที่ไทยนะคะ เลยโอเคตามที่พี่พิมแนะนำว่า โรงแรมนี้สะดวก และลูกค้าส่วนใหญ่ของวอนจินจะพักที่นี่กัน เพราะสะอาด


การมาทำศัลยกรรมของเราที่เกาหลีครั้งนี้ ต้องออกตัวก่อนว่าเราต้องเซฟค่าใช้จ่ายที่สุด เพราะเราใช้เงินเก็บตัวเองทั้งหมด เราไม่ได้ขอพ่อแม่  ฉะนั้น ห้องที่เราเลือกนอนกัน สามคน คือ ห้องที่เล็กที่สุด ราคาตกคืนละประมาน 3 พันกว่าบาท  ตอนแรก พี่พิม (เจ้าหน้าที่วอนจินที่ไทย) กังวลว่าจะอึดอัดไปไหม 3 คน ห้องเล็กนิดเดียว  แต่พอมาถึงที่พักห้อง 304  ห้องพักดีกว่าที่คิดเยอะเลย ให้อารมณ์เหมือนคอนโดเล็กๆมากกว่า ในห้องจะมีไมโครเวฟ ตู้เย็น ไวไฟ โต๊ะทำงาน และ โซฟาข้างเตียงอยู่ตัวหนึ่ง ซึ่งนั่นกลายเป็นที่นอนของเราเองมาตลอด 14 คืนที่เกาหลี ส่วนแม่กับแฟนน้องชาย หลับสบ๊ายสบายบนเตียง


มื้อแรกที่เกาหลีครั้งคือ คือ ร้านหมูย่าง ที่อยู่ใกล้ๆที่พัก จะได้รีบกินรีบไปโรงพยาบาลตามเวลาที่นัดปรึกษาแก้ไขจมูก พร้อมมาก ทำการบ้านมาเยอะ แค้ปภาพจมูกดาราที่ชอบมาเยอะ เตรียมอ้างอิงเต็มที่เพราะไม่รู้ว่าทรงไหนจะเข้ากับหน้ามากที่สุด รวมถึงลิสมาเลยตามที่พี่พิมแนะนำคือ ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และ เกลียดอะไร

พอใกล้เวลาบ่ายโมงตรง ก็เดินไปโรงพยาบาลตามแผนที่ ที่พี่พิมเตรียมไว้ให้ตั้งแต่อยู่ที่ไทย ซึ่งวันนี้จะเจอพี่เพียวมารับไม้ต่อดูแลเราแทนพี่พิม และจะเป็นคนไทยที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชม.

พี่เพียวนัดไว้ให้มาเจอกันที่ชั้น 18 โหว นางพยาบาลที่วอนจินแซ่บมาก ศัลมาแล้วซะส่วนใหญ่ แต่ละมุนมาก เพิ่งจะเคยสังเกตใกล้ๆ คนเกาหลีที่ศัลแล้ว แลดูสวยละมุน คือเราไม่ใช่ติ่งเกาหลี เลยไม่เคยได้สนใจ ดารานักร้องเกาหลีเท่าไหร่  แต่ทางเดินเข้ามานั่งรอ

บนผนังข้างฝานี่ก็มีแต่ดาราเกาหลีชื่อดังแปะไว้เยอะอยู่  หน้าคุ้นๆกันทั้งนั้น ก็เดินมานั่งเปิดอัลบั้มเคสแก้ไขต่างๆที่โรงพยาบาลวอนจินเคยทำ ระหว่างรอเข้าห้องปรึกษา สักพักใกล้ๆกันก็เหลือบไปเห็นผังรายนามและรูปภาพของคุณหมอแปะไว้ให้ดูด้วย ก็เลยลองไล่หาชื่อคุณหมอที่พี่พิมระบุไว้ว่าจะเป็นคนแก้ไขปัญหาจมูกหมูเชิดๆ เนื้อหนังน๊อยน้อยของเรา เคสยากๆ จมูกเล็กๆ หนังน้อย เนื้อน้อย ต้องคุณหมอ ซอ เจวอน หมอคนนี้เก่งมาก ก ไก่ ล้านตัว (ตามที่พี่พิมบอก )

(แอบบอกเป็นเกร็ดความรู้สำหรับคนที่จะมาศัลยกรรมแก้ไข จุดต่างๆ ก่อนมาควรทราบชื่อคุณหมอมาก่อนนะคะ เป็นสิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจ ว่าต้องทราบก่อนมา อันนี้ คือสิ่งที่เราอ่านเจอมาจากหลายๆคนที่ตัดสินใจมาทำที่เกาหลี เพราะบางที่ มีการสลับหมอ บางเคสมาแล้ว อ่าวหมอคนนี้ไม่อยู่แล้วก็มี แต่อย่างของเราคือเข้ามาปรึกษากับวอนจินที่ไทยก่อน จะมีเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านการอบรมจากเกาหลีแล้วมาประเมินเบื้องต้นให้พร้อมค่าใช้จ่ายในแต่ละเคส  โดยคลินิกอยู่ที่ เซ็นทรัลแอมบาซี่ชั้น 4 การประเมินภายนอกคือจะส่งภาพถ่ายคนไข้มุมต่างๆ เพื่อจำลอง ออกแบบการแก้ไขตามจุดต่างๆที่เรากังวล และเมื่อคนไข้ ตัดสินใจจะไปแก้ไข ทางโรงพยาบาลวอนจินที่เกาหลี จะประเมินให้ว่าควรทำกับคุณหมอที่เชี่ยวชาญเรื่องนั้นๆท่านไหน  )

สักพักก็ได้เจอพี่เพียวมารับไปที่ห้องปรึกษาคุณหมอ ซึ่งสักพักจะมีพยาบาลที่ปรึกษาชาวเกาหลีมาคุยกับเราก่อน หลายคนอาจจะงง คุยไงอ่ะ คุยได้ค่ะ  เราไม่ได้ภาษาเกาหลีเลยย และ ดูเหมือนคนเกาหลีไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษด้วย   แต่ไม่ต้องห่วงเลยจ้าาาาา  เพราะว่าพี่เพียวนี่แหละค่ะ จะเป็นล่ามให้เราเอง พี่เพียวเป็นคนไทยนะคะแต่พูดภาษาเกาหลีไฟแล่บ  เป็นเจ้าหน้าที่ ที่มาประจำที่วอนจินเกาหลี และเป็นที่พึ่งของเราในทุกเรื่อง พี่เพียวจะแปลทุกอย่างให้เรา ตลอดที่พยาบาลที่ปรึกษาวอนจินประเมิน และบันทึกข้อมูลสรุปเบื้องต้นให้คุณหมอ  คือประเมินสภาพความยืดหยุ่นผิวหนัง สอบถามถึงสิ่งที่เรากังวลและต้องการแก้ไข  รวมถึงประเมินว่าสิ่งที่เราต้องการคืออะไร และระบุในแฟ้มประวัติให้คุณหมออีกที

ไม่นานนัก คุณหมอก็มาค่ะ .....ไว้ค่อยๆมาเล่าใหม่นะคะ เผื่อประสบการณ์ตัวเองจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆที่กำลังหาข้อมูลค่ะ พอดีพรุ่งนี้ต้องทำงานเช้า ^^

ชื่อสินค้า:   โรงพยาบาลวอนจิน เกาหลี
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่